เื่ที่เซียวอวี้กับเซียวตงหลิวจะต่อสู้ชี้เป็ชี้ตายที่ลานฝึกวรยุทธ์กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างคิดกันว่าเซียวอวี้ช่างไม่รู้จักประมาณกำลังเอาเสียเลยถึงได้กล้าประลองกับคุณชายห้า แทบจะเหมือนการรนหาที่ตายเลยทีเดียว
“ข้าว่าคราวนี้คุณชายหกของพวกเราลำบากแล้วละไม่คิดเลยว่าจะกล้าล่วงเกินฮูหยินสามและคุณชายห้า”
“สมน้ำหน้าคิดจริงๆ หรือว่าพอเปิดทวารแล้วจะสามารถต่อกรกับคุณชายห้าได้ช่างไม่ดูสารรูปตัวเองเสียเลย ดูเถอะครั้งนี้ใครจะช่วยเขาได้”
กลุ่มบ่าวรับใช้ของจวนโหวต่างพูดคุยกันให้เซ็งแซ่
ไม่นานมู่หรงเยี่ยก็ได้ยินข่าวนี้ด้วยเช่นกันสีหน้าที่เอาแต่เล่นสนุกไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใดผุดรอยยิ้มประหลาดเล็กน้อยหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ฉากสนุกเริ่มต้นแล้วสินะ”
ทว่าหลังจากหวงฝู่หลิงซีได้ทราบความแล้วดรุณีน้อยที่ถูกยกย่องว่าปราดเปรื่องผิดมนุษย์มนาจนเทียบเคียงปีศาจผู้นี้ อดตกตะลึงไม่ได้พึมพำขึ้นว่า “เขาจะใช้ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าต่อกรกับขั้นก่อนกำเนิดเจ็ดชั้นฟ้าเนี่ยนะเขาไปเอาความมั่นใจมาจากที่ไหนกัน”
“อวี้เอ๋อร์เ้าอย่าได้อวดดีเกินไปเป็อันขาด อย่างมากพวกเราแค่ก้มหัวยอมรับผิดแม่ไม่ขอความมั่งคั่งร่ำรวยอะไรหรอก แค่อยากให้เ้าอยู่รอดปลอดภัยไปชั่วชีวิตได้ยินว่าเซียวตงหลิวเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่เก่งกาจมากคนหนึ่ง เ้าสู้เขาไม่ได้หรอก”หลังจากแม่เซียวได้ทราบความจากหวังซานแล้ว ก็ร้อนใจทันที
เซียวอวี้คลี่ยิ้มละไมกุมมือมารดา เอ่ยเสียงแ่เบา “ท่านแม่วางใจข้าไม่เป็ไรหรอก”
“อวี้เอ๋อร์แม่รู้ว่าตอนนี้เ้าเปลี่ยนไปมาก และก็รู้ว่าเ้ารู้ความแล้วด้วยแต่อย่าได้บีบบังคับตนเองเป็อันขาด ชีวิตของเราในตอนนี้ก็สบายมากแล้ว” แม่เซียวน้ำตาร่วงเผาะ เป็ห่วงลูกชาย
กระแสความอบอุ่นวาดผ่านตรงกลางใจของเซียวอวี้สักพักความอบอุ่นแบบนี้ทำให้เขาซาบซึ้งใจแสามารถััถึงความรักที่ไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัวในใจของแม่ได้อย่างลึกซึ้ง
“ท่านแม่ข้าจะฟังคำของท่าน ไปประลองที่ลานฝึกวรยุทธ์ก็แค่ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ดูสักครั้งหากข้าไม่อาจต้านทานได้ ก็จะยอมแพ้ทันที”
“อืมแม่แค่หวังให้เ้าอยู่เย็นเป็สุขก็พอแล้ว” แม่เซียวโล่งใจ
เซียวอวี้คลี่ยิ้มแล้วเอ่ย“ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าก็จะเตรียมตัวเช่นกัน”
เซียวอวี้สกัดจุดนอนหลับของแม่เซียวให้นางนอนหลับอย่างสบายใจสักพัก มิเช่นนั้นด้วยนิสัยของแม่เซียวตอนที่ประลองจะต้องไปถึงสถานที่ด้วยตนเองเป็แน่ สถานการณ์ที่โเี้แบบนั้นเซียวอวี้ไม่อยากให้ท่านแม่เห็น
จวนสกุลเซียวค่อนข้างกว้างใหญ่แบ่งเป็ลานด้านหน้าและลานด้านหลังสองส่วนตามปกติลูกหลานสกุลเซียวและกลุ่มคนรับใช้จะพักอยู่ในลานด้านหน้าทว่านอกจากลานด้านหน้าแล้ว ยังมีลานด้านหลังที่ใหญ่โตยิ่งกว่า
ลานด้านหลังใหญ่ยิ่งกว่าลานด้านหน้าหลายเท่ามีลานฝึกวรยุทธ์ของสกุลเซียว...รวมถึงหน่วยบังคับคดีที่อยู่ใจกลางสุดของสกุลเซียว
ยอดฝีมือกลุ่มนี้ฟังแค่คำสั่งของเซียวฉีสยงตามปกติจะคร่ำเคร่งฝึกฝนอยู่ในลานด้านหลังตัดขาดจากความอึกทึกวุ่นวายและความเจริญรุ่งเรืองของโลกียวิสัยและก็จะไม่ก้าวก่ายการงานของลานด้านหน้าด้วยเช่นกัน
ภายในห้องที่แสงมืดสลัวเล็กน้อยห้องหนึ่งชายหนุ่มสามสี่คนที่ดูอายุไม่ออกสวมชุดสีดำ เงาร่างแฝงเร้นท่ามกลางความมืดมิดแต่กลิ่นอายของพวกเขาล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งเป็อย่างยิ่งบุรุษวัยกลางคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแรก มีพลังแก่กล้าน่าใเห็นได้ชัดว่าเป็ยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิล
“การประลองระหว่างพวกเขาทั้งสองพวกเราต้องขัดขวางหรือไม่” มีคนปริปากถามขึ้น
“พวกเราไม่มีสิทธิ์ยื่นมือไปยุ่งในการประลองระหว่างคุณชายทั้งสอง”อีกคนเอ่ยเช่นนี้
“แต่ว่าด้วยความสามารถของเซียวอวี้ จะเป็คู่ต่อสู้ของเซียวตงหลิวได้อย่างไรเห็นได้ชัดว่าฮูหยินสามอยากกำจัดคุณชายหก”
“ไม่เป็ไร”
บุรุษวัยกลางคนที่นั่งในตำแหน่งแรกโบกมือไปมาสีหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ เอ่ยอย่างนิ่งสงบ “กำจัดแล้วจะเป็ไร พวกเราแค่ภักดีต่อท่านโหวอีกอย่างท่านโหวยังอยู่ในวัยมีกำลังวังชา ยังมีลูกชายได้อีกเยอะตายไปสักสองสามคนก็ไม่เป็ไรหรอก”
“ขอรับ”คนอื่นที่เหลือล้วนตอบรับ
“เกิ่งเปียวการประลองในอีกหนึ่งชั่วยาม เ้าไปดำเนินการ ตัดสินอย่างเป็กลาง” บุรุษวัยกลางคนผู้ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำเอ่ยเสียงเคร่งขรึม
“ขอรับพี่ห้า”
หนึ่งชั่วยามต่อมาลานฝึกวรยุทธ์ตรงลานด้านหลังสกุลเซียว
พื้นเพเดิมของสกุลเซียวไม่ใช่คนเหลียงโจวหลังจากเซียวฉีสยงได้รับบัญชาจากองค์จักรพรรดิมาตั้งรกรากในเหลียงโจวแล้วปฏิบัติตามคำสั่งสอนของบรรพชนสร้างลานฝึกวรยุทธ์ขนาดใหญ่ขึ้นแห่งหนึ่งลานฝึกวรยุทธ์แห่งนี้มีรัศมีสิบจั้ง[1] กระทั่งพื้นล้วนแต่ทำขึ้นจากเหล็กกล้า แข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่งต่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดจะมีตบะแก่กล้าเพียงไหน ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้มันได้แม้แต่น้อย
เซียวอวี้เดินเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้านพร้อมกับข้ารับใช้สูงวัยอย่างหวังซานที่ติดตามมาเป็เพื่อนเขาสวมชุดจิ้นจวง[2]สีฟ้าครามทั้งตัว ร่างสูงสง่าผ่าเผย เรือนผมดำสนิทราวธารน้ำตกเหมือนคุณชายที่เลิศล้ำโดดเด่น มีท่วงท่าอันเป็เอกลักษณ์
เซียวตงหลิวมาถึงนานแล้วรอบกายรายล้อมไปด้วยบริวารกลุ่มหนึ่ง เหมือนหมู่ดาราที่ขับเน้นดวงเดือนให้โดดเด่นเมื่อเขาเห็นเซียวอวี้ปรากฏตัว สายตาของเขาพลันฉายจิตสังหารอันน่าสยดสยองทันที
นอกจากพวกเขาแล้วจวนสกุลเซียวยังมีผู้คนที่มาชมการประลองมากมาย นี่เป็สิ่งที่เซียวตงหลิวจงใจเขาอยากกำจัดเซียวอวี้ต่อหน้าต่อตาของทุกคน สร้างอำนาจบารมีของตนเอง
ขนาดฮูหยินหกของเซียวฉีสยงยังพาลูกสาวลูกชายวัยสี่ปีมาชมการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
ครอบครัวฮูหยินหกแซ่ซุนนางมีนามว่าซุนอิ่ง สกุลซุนก็เป็ตระกูลที่มากด้วยชื่อเสียงและอิทธิพลตู้อวิ๋นเย่ว์จึงไม่กล้าไปหาเื่นาง ผนวกกับลูกชายลูกสาวของนางยังอายุน้อยไม่ได้มีความคุกคามใดๆ ต่อเซียวตงหลิว
สวบ!
บัดนี้เงาร่างเงาหนึ่งลอยผ่านมาจากที่ไกลๆ ร่อนตัวลงบนลานฝึกวรยุทธ์ที่สูงสามหมี่
“คุณชายทั้งสองวันนี้ข้ามาควบคุมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพวกท่านข้าน้อยหวังว่าคุณชายทั้งสองจะไม่ทำลายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างกันอย่าทำให้ข้าน้อยต้องลำบากใจเกินไป”
บุรุษชุดดำบนลานฝึกวรยุทธ์สีหน้านิ่งเรียบเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเซียวอวี้และเซียวตงหลิวอย่างเฉยเมย
“ข้อบังคับของลานฝึกวรยุทธ์ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว เ้าถอยออกไปก่อนก็ได้” เซียวตงหลิวพยักหน้าเล็กน้อยอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็คนของหน่วยบังคับคดี เขาไม่กล้าเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
ร่างของชายชุดดำสะบัดวับพลันออกไปจากลานฝึกวรยุทธ์นี่คือนักพรตขั้นก่อกำเนิด ได้ทะลวงพันธนาการของผู้ฝึกยุทธ์เป็ที่เรียบร้อยทว่านักพรตอย่างเขาอยู่มีในหน่วยบังคับคดีมากแค่ไหนทั่วทั้งจวนโหวนอกจากเซียวฉีสยงแล้ว ไม่มีใครรู้
โครม!
สีหน้าเซียวตงหลิวน่าประหวั่นพรั่นพรึงพลังบนร่างโหดซัดรุนแรง ขึ้นไปบนลานฝึกวรยุทธ์ด้วยก้าวเดียวมือขวาชี้เซียวอวี้มาแต่ไกลๆ พูดด้วยเสียงเย็นเยีบ “เซียวอวี้ รีบขึ้นมาได้แล้ว!”
สายตาต่างๆทั้งเห็นใจ สะใจบนเคราะห์กรรมของผู้อื่น หรือเคียดแค้นชิงชัง ต่างจับจ้องทางเซียวอวี้ตามมือขวาของเซียวตงหลิว
“คุณชาย...”หวังซานมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างมาก
เซียวอวี้คลี่ยิ้มเล็กน้อยเหยียบเข้าไปในลานฝึกวรยุทธ์อย่างสุขุมไม่ยี่หระถึงตบะจะแค่ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าแต่เผชิญหน้ากับเซียวตงหลิวแล้วกลับไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อยคลื่นมวลอากาศบ้าคลั่งที่กระจายออกมาจากตัวของเซียวตงหลิวกลับกลายเป็ไร้รูปร่างตลอดอาณาบริเวณด้านหน้าเขาไกลถึงสามฉื่อ
“เซียวอวี้เ้ากล้าขึ้นสังเวียนมาต่อสู้จริงๆ วันนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้” เซียวตงหลิวหัวเราะเยาะ ค่อนข้างหยิ่งผยองและเ็า
“เ้าอยากตบข้าให้ตาย?คิดจริงๆ หรือว่าข้าจะจบลงด้วยเงื้อมมือเ้า” เซียวอวี้เหมือนจะยิ้มก็ไม่เชิง
โครม!
ทันใดนั้นพลังบนร่างของเขาก็แปรเปลี่ยนทันที ลมปราณพลุ่งพล่านไหลทะลักออกมาจากร่างกายลมปราณสีทองอ่อนมหาศาลสูงสามจั้งพุ่งพรวดออกมาจาก้าศีรษะ
ลมปราณที่ทรงพลังมากมายราวกับผืนทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาน่าตกตะลึงจนทุกคนต้องเหลียวมองแม้กระทั่งนักพรตขั้นก่อกำเนิดที่ควบคุมการประลองนั่น ก็อดทำหน้าประหลาดใจไม่ได้
ลมปราณทรงพลังปรากฏบนร่างผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ประหลาดอยู่ดี พลังที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ จริงๆแล้วไม่ด้อยไปกว่าเซียวตงหลิวด้วยซ้ำไป
ใบหน้าเซียวตงหลิวฉายความตื่นตระหนกออกมาจากนั้นก็ยิ้มหยันเอ่ยว่า “วางมาดเพื่อตบตาผู้คนความแตกต่างของระดับขั้น ลิขิตให้เ้าไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้”
“หึ่ง!”
เซียวตงหลิวทำหน้าเฉยเมยภายนอกร่างกายมีแสงระยิบระยับตาเบาบาง กระโจนเข้ามาอย่างดุดันเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก กวาดเท้าข้างหนึ่งเข้ามาเตะตรงกระดูกสันหลังส่วนเอวของเซียวอวี้ด้วยความดุร้าย
“พลั่ก!”
มือขวาของเซียวอวี้เหมือนค้อนเข้าไปรับเซียวตงหลิวด้วยความห้าวหาญอย่างยิ่ง ทั้งฝ่ามือและขากระทบกันอย่างรุนแรง
ตึงๆๆๆ!
ผิดไปจากที่ทุกคนคาดคิดเซียวอวี้กลับไม่มีเค้าลางว่าจะพ่ายแพ้เลยแม้แต่น้อยทั้งสองคนล้วนถอยไปคนละก้าวเท่ากันเซียวตงหลิวเห็นเซียวอวี้ต่อต้านการโจมตีที่ดุดันของตนเองไว้ได้สีหน้าก็เคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“ข้าประเมินเ้าต่ำไป”เซียวตงหลิวหรี่ตา จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่ว
“ข้ากลับไม่ได้ประเมินเ้าไว้สูง”เซียวอวี้พอเข้าใจความสามารถของเซียวตงหลิวจากการโจมตีเมื่อครู่ด้วยประสบการณ์ของเขา การเอาชนะเซียวตงหลิวไม่ใช่ปัญหา
“คิดจริงๆหรือว่าพละกำลังมากก็สามารถมองข้ามระดับขั้นได้” เซียวตงหลิวแผดเสียงลั่นแสงภายนอกร่างกายยิ่งแรงกล้า จิตสังหารอันเข้มข้นโหมกระหน่ำซัดสาด
แรงกดดันราวกับภูผาสูงใหญ่ถล่มลงมา
[1] หน่วยวัดโบราณของจีน หนึ่งจั้งเท่ากับ สิบฟุต
[2] เสื้อผ้าที่เรียบร้อยคล่องตัว ไม่รุ่มร่ามมักพบในนิยายกำลังภายใน หรือในเกม