เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น ที่นี้คือที่ไหน ... หลังจากมู่หลงชิงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาภาพทุกอย่างก้อดูแปลกตาไป เขามองเห็นเพดานห้องๆนึง ซึ่งดูคุ้นตายิ่งนัก
จากนั้นมู่หลงชิงจึงค่อยๆลุกขึ้นแล้วแล้วมองไปรอบๆห้อง จากนั้นเข้าก็ตกกะใจ เพราะห้องๆนี้คือห้องของเขาเองสมัยเด็ก จากนั้นความคิดเก่าๆก้อโทมเข้ามาในหัวสมองของเข้า หรือว่านี้คือความทรงจำเก่าๆที่เราจะเห็นก่อนตาย ...
เดียว ไม่ใช่สิ ทำไมข้าถึงได้กลิ่นที่คุ้นเคย และรู้สึกถึงสิ่งต่างๆได้ มู่หลงชิงรู้สึกสับสนอย่างมาก จึงได้ลองตบที่หน้าของตัวเองดู
เพี้ย... โอ๊ยเจ็บ
นี้ไม่ใช่ความทรงจำหรือความฝันนี้ มู่หลงชิงรู้สึกแปลงใจแล้วคิดย้อนกลับไปตอนที่ได้ต่อสู้กับจักรพรรดิปีศาจ ความรู้สึกในตอนนั้นเป็เื่จริงอย่างแน่นอน แล้วทำไมเข้าถึงมาอยู่ที่นี้ได้ หรือว่าจะเป็เพราะลูกแก้วอนันตกาลลูกนั้น ถ้าเปนแบบนั้นจริงๆแสดงว่าข้าได้ย้อนเวลากลับมาก่อนเกิดาล้างเผ่าพันธ์ขึ้น มู่หรงชิงยังไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด จึงลองโคจรพลังเทพอสูรดู ... เอ๊ะ ทำไมข้าโคจรพลังเทพอสูรไม่ได้ เดียวก่อน ทำไมข้าถึงััไม่ได้ถึงพลังปราณเลยละ
หะ.ทำไมข้าถึงได้กลับมาอยู่ระดับเขตแดนผสานชีพจรระดับปลายได้ละ
ต้องรู้ก่อนว่าระดับเขตแดนผสานชีพจรเป็เขตแดนเริ่มต้นสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกวิทยายุทธ์ทุกคน เมื่อเผ่าพันธ์มนุษย์ทุกคนที่เดินไปในเส้นทางการฝึกตนจะเริ่มต้นฝึกยุทธ์ั้แ่อายุได้ 10 ปี เพราะอายุ 10 ปีนั้นสามารถที่จะััได้ถึงพลังซีของฟ้าดินได้จึงเหมาะสมสำหรับการเริ่มฝึกยุทย์นั้นเอง
และเขตแดนผสานชีพจรคือเขตแดนเริ่มต้นของผู้ฝึกยุทธ์นั้นเอง และแต่ละเขตแดนแบ่งออกเป็ 4 ระดับย่อย ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง ระดับปลาย และระดับสูงสุด ก่อนที่เขาจะย้อนอดีตกลับมานั้นเขาอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิเทพระดับ 9 ซึ่งเป็เขตแดนที่สูงที่สุดั้แ่ยุคาเป็ต้นมา มีน้อยคนนักที่จะไปได้ถึงระดับนี้ และในยุคของเขาเองก็มีเพียง 9 คนเท่านั้นที่ไปถึงระดับนี้ได้ซึ่งก้อคือจักรพรรดิเทพทั้ง 9 ที่ได้ร่วมต่อสู้กับจักรพรรดิปีศาจเทียนฉีกับเข้านั้นเอง
แต่ว่าในโลกที่เขาอยู่ในตอนนี้นั้นพลังยุทธ์ที่สูงที่สุดคือระดับเซียนเท่านั้น ซึ่งเปนระดับที่สูงที่สุดในโลกนี้แล้ว เพราะระดับพลังซีฟ้าดินของโลกนี้เบาบางเกินไปจึงไม่สามารถที่จะทะลวงไปในเขตแดนระดับต่อไปได้ มีแต่ต้องออกไปจากโลกนี้เท่านั้นและมุ่งหน้าไปยังโลกระดับกลางที่มีพลังซีเข้มข้นกว่าเท่านั้นจึงจะสามารถทะลวงไปในเขตแดนถัดไปได้ โลกที่มู่หลงชิงอาศัยอยู่เป็เพียงโลกระดับต่ำที่รวมอยู่ในแดนสุขาวดีเท่านั้น แดนสุขาวดีมี 27 โลกระดับต่ำ 9 โลกระดับกลาง และ 3 โลกระดับสูงที่มีพลังและอำนาจสูงสุดที่คอยปกครองโลกระดับกลางและระดับต่ำทั้งหมด แบ่งออกเป็ 1 โลกระดับสูง ปกครอง 3 โลกระดับกลาง และ 9 โลกระดับต่ำ นั้นเอง
ในขณะที่มู่หลงชิงกำลังคิดทบทวนสิ่งต่างๆอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ก็อกๆ นายน้อยท่านตื่นหรือยังขอรับ ท่านหัวหน้าตะกลูเรียกหาท่านอยู่นะขอรับ เมื่อมู่หลงชิงได้ยินสิ่งที่บ่าวรับใช้บอกมันนั้นก็ได้ทำให้ร่างกายของเขาสั่นขึ้นมาไม่หยุด ทำให้ภาพทรงจำต่างๆปรากฎขึ้นในหัวของมู่หลงชิงภาพของหัวหน้าตะกูลมู่ ที่ดูชราคนนึง มีผมที่ขาวไปทั้งหัวและหนวดยาวสลวยสีขาวที่ยาวลงมาถึงอก ถึงจะแก่ชรามีอายุมากแล้วแต่ก้อยังดูมีสง่าราศีของผู้นำตะกลูมู่อยู่ และดูอบอุ่นอย่างมากเมื่ออยู่กับมู่หลงชิง เพราะหัวหน้าตะกลูก็คือมู่หลงเปียว ซึ่งเป็ปู่ของเขานั้นเอง มู่ลงเปียวได้เสียชีวิตลงใน่ที่เผ่าปีศาจได้รุกรานเข้ามาในเขตแดนสุขาวดีนั้นเอง โลกระดับต่ำทั้งหลายต่างก็ถูกทำลายลงก่อนอันดับแรกรวมไปถึงโลกที่ตะกลูมู่อาศัยอยู่ด้วย
มู่หลงชิงตั้งสติตัวเองอยู่สักพักเพื่อให้จิตใจสงบมากขึ้นก่อน จึงได้เปิดประตูแล้วก้าวออกจากห้องไป ระหว่างที่เดิดไปตามทางโถงทางเดินนั้นมู่หลงชิงก้อได้มองดูวิวทิวทัศน์ทั้ง 2 ข้างทาง ทำให้ความรู้สึกเก่าๆความคิดถึงและความอบอุ่นที่เคยหายไปนานนั้นได้กลับมาอีกครั้ง จากที่พักของมู่หลงชิง มาห้องโถงของตะกลูนั้นใช้เวลาไม่นานก้อมาถึง ก่อนที่มู่หลงชิงจะก้าวเข้าไปนั้นเขาก็ได้หยุดชะงักก่อนเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเริ่งทำตัวยังไงเมื่อได้เห็นปู่ของเขาอีกครั้ง และในขณะที่คิดอยู่นั้นก็ได้มีเสียงนึงดังออกมาจากห้องโถงนั้นเอง หลงชิงหลานรักยืนทำอะไรอยู่ทำไมยังไม่รีบเข้ามาอีกละ เสียงนั้นก็คือเสียงของมู่หลงเปียวซึ่งก้อคือปู่ของเขานั้นเอง มู่หลงชิงหลังจากได้ยินเสียงนั้นจึงตั้งสติและก้าวเข้าไปในห้องโถงของตะกลู ภาพที่เขาเห็นคือมู่หลงเปียวนั่งอยู่ในต่ำแหน่งของหัวหน้าตะกลู ด่านล่างข้างซ้ายของเขาคือรองหัวหน้าตะกลูมู่ต้าถง ซึ่งเป็อาของเขานั้นเอง และด่านล่างข้างขาวของผู้นำตะกลูคือผู้ที่ทำให้มู่หลงชิงจิตใจปั่นปวนมากที่สุดก็คือมู่หลงเปา แม้จะนั่งอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรแต่มู่หลงชิงก็ััได้ถึงสายตาที่ดูอบอุ่นคู่นั้นของเขาเพราะมู่หลงเปาคือพ่อของเขานั้นเอง
หลงชิงคาระวะท่านปู่ ท่านพ่อ และท่านอาต้าถง เมื่อได้ยินเสียงของหลายชายตนเองมู่หลงเปียวก็อมยิ้มอย่างมีความสุข และบอกให้มู่หลงชิงนั่งลงได้ มู่หลงเปียวมองหน้าหลานชายก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่าหลงชิงเ้ารู้ไหมที่ปู่เรียกหาเ้ามานั้นเพราะเื่อะไร หลงชิงส่ายหัวทันที เพราะเขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาถูกเรียกมาด้วยเื่อะไร ปู่ของเขาจึงบอกออกมาว่า ที่ปู่เรียกเ้ามานั้นก็เพื่อที่จะบอกเื่การทดสอบของตะกลูที่กำลังจะจัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า และเนื่องจากเ้าเป็นายน้อยของตะกลูจึงเปนที่จำตามองเป็พิเศษของคนในตะกลู แต่ระดับพลังของเ้ายังอยู่ในเขตแดนผสานชีพจรระดับปลายอยู่เลย ทำให้ปู่กลัวว่าเ้าจะถูกครหาได้ว่าเป็ถึงนายน้อยตะกลูมู่แต่กลับเป็ได้เพียงตัวถ่วงของตะกลูเท่านั้น เพราะอย่างนี้ปูถึงอยากให้เ้าเก็บตัวฝึกฝนให้ไปถึงระดับเขตแดนผสานชีพจรขั้นสูงสุด หรือถ้าเปนไปได้ก้อให้ถึงระดับเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับต้นได้เลยยิ่งดี ในระว่างนี้ห้ามเ้าออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกจนกว่าจะจบการทดสอบของตะกลู และห้ามแอบออกไปเที่ยวหอนางโลมกุหลาบแดงด้วย
เมื่อได้ยินชื่อของหอนางโลมกุหลาบแดงมู่หลงชิงก็สดุ้งใขึ้นมาทันที และทำให้นึกขึ้นได้ว่าตัวเขาในอดีตนั้นเป็พวกนักรักและนักดื่มนั้นเอง กิจวัตในแต่ละวันของเขาจะไปจบอยู่ที่หอนางโลมกุหลาบแดงทุกๆวัน เมื่อคิดได้แบบนั้นทำให้เหงื่อไหลออกมาจากใบหน้าของเขา เขายิ้มแห้งๆออกมาแล้วมองไปที่ปู่ของเขาและก็ตอบตกลงทันที เมื่อมู่หลงเปียวเห็นท่าทางของหลานชายของตนเองก็หัวเราะออกมา หลงชิง ปีนี้เ้าก้ออายุ 15 แล้วปู่อยากให้เ้าขยันฝึกยุทธมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเ้าเองเท่านั้น แต่ก็เพื่อพ่อแม่และปู่ของเ้าจะได้สบายใจขึ้นด้วยเพราะเมื่อใดที่พ่อของเ้าขึ้นเป็ผู้นำตะกลูคนต่อไป เ้าซึ่งเปนลูกชายก้อจะอยู่ในฐานะผู้สืบทอดผู้นำตะกลูรุ่นต่อไป แต่ถ้าเ้ายังเที่ยวเล่นสนุกอยู่เช่นนี้แล้วจะมีคนในตะกลูวางใจให้เ้าขึ้นเป็ผู้นำได้อย่างไร
มู่หลงชิงมองดูปู่ของเขาที่มีรอยยิ้มที่อบอุ่น เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าตะกลูมู่ของเขานั้นเป็ตะกลูนักปรุงยาระดับ 3 นั้นเอง ระดับของนักปรุงยามีด้วยกันทั้งหมด 7 ระดับ ในโลกระดับต่ำนั้นระดับนักปรุงยาที่ระดับสุงที่สุดคือระดับ 4 ระดับ 5 มีเพียงในโลงระดับกลางเท่านั้น และระดับ 6 มีอยู่แค่ในโลกระดับสูงทั้ง 3 โลกเท่านั้น ส่วนระดับ 7 คือระดับที่เป็ตำนานเื่เล่าต่อๆกันมา อย่างก่อนที่เขาจะย้อนอดีตกลับมานั้นเข้าก็เปนเพียงนักปรุงยาระดับ 5 เท่านั้น แต่พลังยุทธของเขาอยู่ในจุดสูงสุดนั้นเอง ตะกลูมู่มีนักปรุงยาระดับ 3 เพียงคนเดียวเท่านั้นนั้นก็คือมู่หลงเปียว และระดับ 2 อีก 4 คนคือมู่หลงเปา มู่ต้าถง และอีก2 คนเป็ผู้าุโของตะกลู มีนักปรุงยาระดับ 1 อีก 10 คน และนักปรุงยาฝึกหัดอีกหลายร้อยคน เพราะเหตุนี้รายได้หลักขอกตะกลูมู่จึงมาจากการขายยานั้นเอง ซื่อเสียงของตะกลูมุ่โด่งดังอย่างมากในเมืองเยี่ยนี้ เปนตะกลูที่มีอิทธิพลอย่างมากลองลงมาจากตะกลูของเ้าเมืองเยี่ย และมีอีก 1 ตะกลูที่มีอิทธิพลไม่แพ้กันคือตะกลูจ้าว ตะกลูจ้าวเป็ตะกลูของนักหลอมสร้างระดับ 3 นั้นเอง นักหลอมสร้างก็แบ่งระดับออกเป็ 7 ระดับเช่นเดียวกันกับนักปรุงยา
และเพราะตะกลูจ้าวได้สร้างค่ายกลปกป้องเมืองเยี่ยนี้เองทีทำให้ตะกลูจ้าวมีอิทธิพลพอๆกับตะกลูมู่ แม่แต่ระดับพลังของหัวหน้าทั้ง 2 ตะกลูก็ยังเท่ากัน คือ ระดับเขตแดนผสานิญญาระดับปลาย ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก้อคือท่านเ้าเมืองเยี่ย เยี่ยหลงเจา ซึ่งอยู่ในเขตแดนราชันระดับต้น เพราะเ้าเมืองมีความแข็งแกร่งมากจึงสามารถยับยั้งทั้ง 2 ตะกลูใหญ่นี้ไม่ให้ฆ่าฟันกันเองได้ ตะกลูใหญ่ทั้ง 2 ไม่ถูกกันเพราะต่างคิดว่าตะกลูตัวเองมีอำนาจและความแข็งแกร่งมากกว่ากันจึงทำให้เกิดการทะเลาะกันบ่อยครั้งได้ นั้นคือสิ่งที่ตะกลูทั้งสองต้องคอยพลักดันรุ่นเยาว์ของตะกลูตนเองให้มีพลังแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพื่อที่ในอนาคตตะกลูของตนจะต้องยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าอีกตะกลูนึง
มู่หลงชิงได้ตัดสินใจแล้วว่าในเมื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่แล้วเข้าก็จะทำให้รากฐานของตนเองและตะกลูมู่แข็งแกร่งยิ่งกว่าในอดีตที่ผ่านมา แม้ว่าระดับพลังของเขาจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่ความทรงจำและวิถีการบ่มเพาะพลังของเขานั้นยังอยู่ในความทรงจำของเขานั้นเองและเขาในตอนนี้เขาเลือกที่จะเดินไปในทางที่ไม่มีคัยทำได้มาก่อน คือเส้นทางการบ่มเพาะที่สมบูรณ์ทุกระดับเขตแดนนั้นเอง ระดับสมบูรณ์ทุกระดับเขตมีเพียงในตำนานเท่านั้นไม่เคยมีคัยไปถึงระดับนั้นมาก่อน จึงทำให้ระดับสูงสุดเป็ระดับสุดท้ายของแต่ละเขตแดนนั้นเอง
มู่หลงชิงจึงเริ่มคิดถึงเส้นทางการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้เพราะพลังบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับที่ต่ำมากและวางวิถีทางการฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับให้รวดเร็วที่สุดเพื่อให้ทันการ การสอบของตะกลูนั้นเอง
หลังจากคิดหาวิถีการบ่มเพาะที่เหมาะสมกับตนเองสักพักนึง ก็ทำให้นึกถึงวิถีการบ่มเพาะลับอย่างนึงขึ้นมา ก็คือวิธีการบ่มเพาะเทพอสูรนั้นเอง เคล็ดวิถีการบ่มเพาะเทพอสูรนั้นเขาพบเข้าโดยบังเอิญ ในวิหารเก่าแก่มากแห่งนึง ดูจากวัสดุและสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่หลงเหลืออยู่นั้นทำให้สามารถคาดเดาได้ว่าวิหารแห่งนี้เกิดขึ้นในยุคาแรกเริ่มนั้นเอง เคล็ดบ่มเพาะนี้มีด้วยกันทั้งหมด 7 ระดับ การจะทะลวงขึ้นไปในแต่ละระดับนั้นยากอย่างมาก
เพาะสิ่งที่ใช้ในการบ่มเพาะเคล็ดวิชาเทพอสูรนั้นก้อคือการกลืนกินและหลอมรวมจิตอสูรเข้าไปนั้นเอง ยิ่งระดับสูงขึ้นจิตอสูรที่ต้องใช้ก้อจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ่จบของาล้างเผ่าพันธ์ มู่หลงชิงได้ฝึกเคล็ดบ่มเพาะเทพอสูรถึงในระดับที่ 6 เพียงเท่านั้น เพราะเขาไม่อาจหาจิตอสูรระดับเทพ ซึ่งเปนวัตถุดิบหลักในการทะลวงขึ้นไปในระดับ 7 นั้นเอง
จิตอสูรระดับเทพนั้นหายากพอๆกับการงมเข็นในมหาสมุทรเลยก้อว่าได้
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาจึงตัดสินใจจะออกไปหาซื้อจิตอสูรระดับปราณฟ้ามาเริ่มต้นฝึกฝนก่อน เพราะจิตอสูรระดับปราณฟ้าเป็จิตอสูรระดับต่ำที่สุด และยังต้องหาเือสูรระดับปราณฟ้าด้วย เพราะเืของอสูกก็เป็หนึ่งในวัตถุดิบในการหลอมรวมนั้นเอง
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเริ่มจากจุดไหน มู่หลงชิง จึงขอตัวลาจากห้องโถงของตะกลูก่อน
หลังจากมู่หลงชิงออกจากห้องโถงไปไม่นาน มู่หลงเปียวก้อได้พูดคุยกับมู่หลงเปา และมู่ต้าถง
หลงเปาเ้ารู้สึกว่า ลูกชายของเ้ามีอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่
มู่หลงเปาหลังจากเงียบสักพักก็ได้ตอบออกมาว่าทั้งแววตา และท่าทางของมู่หลงชิงนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ให้ความรู้สึกถึงนายน้อยผู้เสเพล ไม่สามารถคาดหวังอะไรกับเขาได้เลย แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกสายตาที่มุ่งมั่น มีความสุขุม ลุ่มลึก จนแม้แต่ข้าเองก้อมองเขาไม่ออก
เป็เช่นนั้นจิงๆคับท่านพ่อแม้แต่ข้าที่เป็อาเองยังรู้สึกสงสัยเลยว่านี้ใช่หลานชายที่ไม่เอาไหนของข้าจิงๆนะหรอ
อืมข้าก็หวังว่าเข้าจะตั้งใจในการฝึกยุทธมากยิ่งขึ้นกว่านี้ หวังว่าคงไม่ไปก่อปัญหาอะไรเพิ่มมาอีกละ
ถ้าจะมีปัญหาก้อคงจะมีแต่เื่สตรีเท่านั้นแหละที่มาเกี่ยวข้อง หลังจากพูดจบมู่หลงเปียวก็หันไปมองมู่หลงเปา และอมยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดขึ้นมาว่า มู่หลงชิงช่างเหมือนกับเ้าจิงๆหลงเปา
หลังจากมู่หลงเปาได้ยินแบบนั้นก็สดุ้งใและลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีเพื่อขอตัวลาออกไปก่อน
แต่ก่อนที่มู่หลงเปาจะเดินพ้นประตูห้องโถงออกไปก้อได้หันกลับมามอง มู่หลงเปียว และอมยิ้มขึ้นมา ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
นิสัยข้าทุกอย่างก้อได้มาจากท่านนั้นแหละท่านพ่อ แต่ท่านนี้หนักกว่าข้าอีกนะ
เ้าาาาาา....
มู่หลงเปียวพูดยังไม่ทันจบ มู่หลงเปาก็ได้หายไปจากประตูห้องโถงเรียบร้อยแล้ว
เ้าลูกคนนี้นิ ...
ถึงจะได้ยินแบบนั้นแต่มู่หลงเปียวกลับไม่ได้โกรธแต่กลับหัวเราะขึ้นมาแทน ก่อนจะพึ่มพัมเบาๆกับตัวเองว่า
ก็มันอยู่ในสายเืนี้.......