เมื่อลองจัดการกับความรู้สึกนึกคิดตู้เซ่าฝู่ค้นพบความจริงที่น่าใมากเื่หนึ่ง เขาพบว่านอกจากเขาไม่ตายแล้วยังได้วิธีการฝึกฌานของตระกูลสายพันธุ์เหยี่ยวั์สีทองมาอีกด้วย
เหยี่ยวั์ปีกทองเป็หนึ่งในสายพันธุ์อสูรชั้นยอดที่เคยได้ยินกันแค่ในตำนานในตำนานเล่าว่าเหยี่ยวั์ปีกทองทุกตัวต่างมีความร้ายกาจและน่ากลัวมากยอดฝีมือหลายคนต่างยังรู้สึกหวาดกลัวกับพลังและความฉกาจของพวกมัน
“น่าเสียดายที่มนุษย์ไม่สามารถฝึกฌานวิชาฝึกฌานของอสูร”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกเสียดายในใจหลังจากบรรลุวิชาการฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองได้แล้วตู้เซ่าฝู่รับรู้ได้ว่าวิชาการฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองแข็งแกร่งที่สุดและมีความคล้ายคลึงกันกับการฝึกวรยุทธของมนุษย์ ทว่ามีแต่ต้องข้ามไปทั้งๆที่เรียนรู้มันมาได้ วิชาการฝึกฌานและทักษะพร์ของอสูรไม่ใช่เื่ที่วิชาวรยุทธของมนุษย์จะเอามาใช้กัน
เพราะมนุษย์ไม่ได้มีวิชาวรยุทธอย่างที่พวกอสูรฝึกฌานกันเพราะทั้งสองทั้งต่างพันธุ์ ต่างสายโลหิตและมีโครงสร้างร่างกายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้วอย่างนั้นจะมาฝึกวิชาของอสูรและปีศาจได้อย่างไรล่ะคงทำได้แค่เข้าใจทักษะของการฝึกฌานของอสูร แน่นอนว่าต่อให้เป็จอมยุทธที่มีพร์ร้ายกาจมากเพียงใดมาบรรลุทักษะของการฝึกฌานของอสูรผลที่ได้ก็ยากที่จะมาเปรียบเทียบกับความสามารถสายพันธุ์ของอสูรได้
“ไม่ได้การละ ปราณจะะเิแล้ว...”
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปในกายหยาบของเขามีพลังปราณพรั่งพรูออกมามากจนจะรับไว้ไม่ได้แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในร่างจึงปล่อยพลังปราณออกมาได้มากมายไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้ลมปราณไหลเวียนผ่านจุดชีพจร เส้นลมปราณในร่างทุกที่ มันออกมามากจนไม่รู้จะไหลไปลงตรงไหนและปริมาณยังค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย ร่างกายของเขาต้องพยายามประคองพลังไว้ข้างใน แต่มันล้นมากจนแทบจะะเิแล้ว
ตู้เซ่าฝู่มีสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้นเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของภายในร่างกายพลังปราณอันน่ากลัวที่ไหลเอ่อออกมาไม่หยุด มีต้นกำเนิดมาจากกระดูกหักตรงกลางอกของเขาเขารู้สึกถึงก้อนเพลิงสีทองกำลังแผดเผาอยู่กลางอกคลับคล้ายว่าในอีกไม่ช้ามันจะทำให้เส้นลมปราณและอวัยวะภายในทั้งหลายรับไว้ไม่ไหวจนะเิออก
“เ้ามนุษย์หนุ่มหน้าโง่รีบใช้วรยุทธดึงพลังปราณจากกระดูกหายากของเหยี่ยวั์ปีกทองมาเป็พลังปราณ์ของตัวเองซะสิมัวแต่รอช้าเดี๋ยวเ้าก็ตายก่อน”
ในขณะนั้นเสียงแหลมๆ เสียงหนึ่งก็ดึงกึกก้องขึ้นมาในหูของตู้เซ่าฝู่เขาไม่รู้ว่าเป็เสียงของใครทว่าตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าเสียงนี้เป็เสียงที่เขาเคยได้ยินมาก่อนให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกๆ
“เปลี่ยนพลังปราณอย่างไร ข้าไม่เคยฝึกวิชาลมปราณเลย”
ใน่เวลาวิกฤตตู้เซ่าฝู่ไม่มีเวลามานั่งสนใจว่าเป็เสียงของใครที่สำคัญคือเขาไม่เคยฝึกวิชาลมปราณใดๆ
มาก่อนเลย ขณะนี้ไร้หนทางช่วยเหลือตัวเองสุดๆ หากรู้แต่แรกตอนนั้นที่ไปหอเก็บคัมภีร์วรยุทธแล้วหาคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังไม่พบก็น่าจะฝึกวิชาเสวียนหยังเฮ่าชี่ที่เป็วิชาขั้นต่ำกว่าไปก่อนอย่างน้อยตอนนี้ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ถูกเลยเช่นนี้
“เ้าไม่เคยฝึกฌานเหตุใดจึงมีพลังลมปราณอยู่ในร่าง อย่างนั้นก็จบเห่แล้วล่ะแค่วิชาฝึกฌานสักวิชาเ้าก็ไม่รู้เลยหรือ”
เสียงแหลมของผู้หญิงยังลอยอยู่ในหูของตู้เซ่าฝู่อยู่เสียงฟังดูแล้วสงสัยและกังวล สถานการณ์เช่นนี้คิดว่าไม่น่าเคยเกิดกับใครมาก่อน
“อ๊าก...”
กระดูกหักยังคงเปล่งแสงสีทองอร่ามอักษรยันต์ไหลว่อนออกมาไม่หยุด พร้อมกับกระแสลมปราณที่เอ่อล้นออกมา ทำให้ร่างกายของตู้เซ่าฝู่ยิ่งใกล้ถึงขีดจำกัดที่จะทนไม่ไหวขึ้นเรื่อยๆร่างของเขาเริ่มพองตัวเหมือนลูกโป่งที่กำลังจะะเิ มันพองโตจนน่ากลัวเหมือนใกล้จะแตกแล้วความเ็ปที่เพิ่มพูนนี้ทำให้ตู้เซ่าฝู่เริ่มร้องโหยหวนออกมาด้วยความเ็ป
“วิชาฝึกลมปราณ วิชาฝึกฌาน ฝึกฌานวิชาฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองเป็อย่างไรล่ะ...ไหนลองดูซิ...”
ระหว่างที่กำลังเ็ปชักดิ้นชักงอจู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ตาก็เป็ประกาย ลมปราณใกล้ดันจนร่างจะะเิอยู่แล้วขณะนี้เขารู้แค่วิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทอง ทว่าจะให้มาอยู่เฉยๆ รอความตายก็คงไม่ได้แม้ว่ามนุษย์ไม่สามารถฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรได้ โดยเฉพาะวิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองที่เป็อสูรระดับสุดยอดอีกแต่อย่างน้อยเขาก็คงต้องลองดู
ตู้เซ่าฝู่พยายามฝืนอดทนต่อความเ็ปรวดร้าวและทรมานจากร่างกายของเขาที่ใกล้จะะเิ เขารวบรวมพลังฝ่ามือลองทำตามวิชาฝึกฌานสำหรับควบคุมลมปราณที่ได้มาจากเหยี่ยวั์ปีกทอง
ชีพจรสายโลหิตและสภาพร่างกายของอสูรและมนุษย์ไม่เหมือนกัน ปกติมนุษย์ไม่มีทางฝึกวิชาลมปราณของอสูรได้ทว่าเมื่อตู้เซ่าฝู่ของใช้วิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองกลับได้ผลขึ้นมาทันตาเห็น
เมื่อใช้วิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองไปแล้วเขากับพลังที่อยู่่กระดูกหักกลางอกเริ่มหลอมรวมกันตู้เซ่าฝู่รู้สึกเหมือนเชื่อมต่อกับบางอย่างที่มองไม่เห็นเขารู้สึกว่าตัวเองตอนนี้เป็เสมือนเหยี่ยวั์ปีกทองตัวหนึ่งและการใช้วิชานี้สำหรับเขาแล้วก็ไม่ใช่เื่ยากอะไรกระทั่งรู้สึกเหมือนว่าชีพจรและสายเืของเขาหลอมรวมกับมันไปแล้วราวกับว่าวิชาวรยุทธนี้ถูกสร้างขึ้นมาบนโลกเพื่อเขาเลยโดยเฉพาะ การผสานรวมกันระหว่างเขากับสิ่งนั้นทำได้ดีเช่นนี้ทำให้เขาเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อ
ทว่าทุกอย่างก็เกิดขึ้นจริงหลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ใช้วิชาฝึกฌานลมปราณของเหยี่ยวั์ปีกทองไปแล้วพลังปราณที่ไหลพรั่งพรูออกมาจากกลางอกก็เริ่มถูกเปลี่ยนกลายเป็ลมปราณของตู้เซ่าฝู่
ระดับของผู้ฝึกฌานแบ่งเป็ขั้นสดับเวหาขั้นเบิกนภา ขั้นสดับเวหามีทั้งหมดเก้าขั้นบรรลุทั้งเก้าขั้นแล้วจึงสามารถเข้าสู่ระดับเบิกนภาได้
แม้ว่าในตัวของตู้เซ่าฝู่จะมีพลังปราณอยู่ในร่างแต่เดิมอยู่แล้วแต่เขาไม่เคยฝึกฌานวิชาลมปราณใดๆ และเขาไม่ได้ถูกจัดอยู่ในขั้นใดสักขั้นของผู้ฝึกฌานทว่าเขาก็มีกระบวนท่าวิทยายุทธและลมปราณในการตั้งรับและโจมตีคู่ต่อสู้
“สดับเวหาขั้นที่หนึ่ง สดับเวหาขั้นที่สอง สดับเวหาขั้นที่สาม...”
ในขณะนั้นหลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ฝึกฌานวิชาลมปราณของอสูรเหยี่ยวั์ปีกทองไปแล้ว ลมปราณในร่างและลมปราณที่ไหลล้นออกมาจากกระดูกหักกลางอกก็เริ่มปรับอยู่ในระดับและตำแหน่งที่เหมาะสมวิชาฌานวิชานี้ทำให้ลมปราณไหลสู่จุดชีพจรเสินเชวี่ยที่อยู่บริเวณท้องจากนั้นก็ไหลกระจายผ่านจุดชีพจรและเส้นลมปราณอื่นๆ ทั่วร่างระดับขั้นฌานของเขาก็พุ่งสูงขึ้นดั่งดวงเพลิงกลางกองฝืนที่พุ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากคนที่ฌานไม่ได้อยู่ในขั้นใดๆ ก็ค่อยๆ บรรลุแต่ละขั้นๆโดยไม่มีข้อจำกัดหรืออะไรมากีดขวาง และผ่านไปได้ด้วยระดับความเร็วที่สุดยอด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรร่างกายที่พองโตจนเกือบะเินั้นก็ซูบลง และถูกฟื้นฟูจนตู้เซ่าฝู่ใกล้กลับอยู่ในสถานะปกติแสงประกายทองที่ห้อมล้อมร่างเป็วงเกิดเป็แสงสีท้าจ้าอร่ามแผ่ออกไปจากหลุมที่อยู่ในเขาพลังที่ร้ายกาจแข็งแกร่งพ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นไม่นานแสงสีทองอร่ามที่ห่อหุ้มร่างของตู้เซ่าฝู่เริ่มมีอักษรยันต์เปล่งแสงไหลออกมาจำนวนมากอักษรยันต์นี้มีพลังของอสูรเหยี่ยวั์ปีกทองรวมอยู่ด้วยทำให้อสูรทั้งหลายที่เห็นยังต้องเกรงกลัว
สุดท้ายอักษรยันต์ก็รวมตัวแล้วเรียงเป็เงาคล้ายๆลักษณะของเหยี่ยวั์ปีกทอง พลังของเขาดูน่าเกรงขามจนถึงขีดสุดร่างนั้นเหมือนหลอมเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาแล้ว ต่อไปอยากสยายปีกเหินบนฟ้าก็ทำได้เป็ยอดฝีมือที่องอาจยืนสง่าได้ในยุทธภพ แข็งแกร่งดุดันไม่มีผู้ใครกล้ามาแหย็ม
ระหว่างนี้หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ใช้วิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองได้สำเร็จเขาก็เริ่มทำสมาธิเข้าสู่สถานะพิเศษ
ในสถานะพิเศษนั้นตู้เซ่าฝู่รู้สึกเหมือนว่าเขาคือเหยี่ยวั์ปีกทองที่อยู่ในคราบคนมีเืสีทองอ่อนไหลเวียนอยู่ทั่วกายเขา อวัยวะภายในทั้งหมดกระดูกกล้ามเนื้อและเนื้อหนังมังสาของร่างกายได้รับการพัฒนา ทุกส่วนกำลังลอกคราบและเปลี่ยนเป็สภาพที่ดีขึ้น ราวกับว่าเขาได้ชำระล้างทุกอย่างทุกส่วนในร่างร่างกายเปลี่ยนเป็รูปแบบที่แข็งแกร่งที่สุดและใกล้เคียงกับของเหยี่ยวั์ปีกทองซึ่งก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะพัฒนาจนแกร่งมากแค่ไหน
ในสภาวะพิเศษตู้เซ่าฝู่ยังคงอยู่ในสมาธิ นิ่งราวกับแข็งไป มีเพียงแสงทองห่อหุ้มรอบกายเขาที่ขยับพลังของเขาพลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆจากนั้นก็เกิดเงาเหยี่ยวั์ปีกทองเคลื่อนไหวไปมา ราวกับว่ามันอยากสยายปีกบินทว่าก็ยังคงติดตามร่างของเขาไม่ไปไหน จากนั้นเงาก็กลายเป็อักษรยันต์และล่องลอยเรียงตัวใหม่อีกครั้ง