แสงอรุณแห่งเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเนื้อหนาสีครีมในห้องพักรับรองชั้นสามของคฤหาสน์ ลลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในสมองและเหนื่อยล้าไปทั่วทุกอณูขุมขนของร่างกาย ร่างกายของเธอยังคงเมื่อยขบระบมจากบทรักอันแสนเร่าร้อน หนักหน่วง และลึกซึ้งเมื่อคืนนี้ ััอุ่นร้อนจากมือของคิรันที่กอดประคองตัวตนของเธอแแ่ไว้ตลอดทั้งคืนยังคงทิ้งความรู้สึกอุ่นวาบและกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเบาๆ ไว้บนผิวเนื้อ ลลินขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ รวบเส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยแล้วผูกไว้หลวมๆ เธอหันไปมองข้างเตียงนอนขนาดใหญ่... มันว่างเปล่าเหลือเพียงรอยย่นของผ้าปูที่นอนสีเทาอ่อนและกลิ่นกายไม้อบอุ่นผสมกลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ที่ลอยกรุ่น คิรันคงตื่นนอนและลงไปจัดการงานด้านล่างนานแล้ว
ลลินสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวไข่มุกเนื้อละเอียดตัวเดิม รัดเข็มขัดผ้าที่เอวคอดแ่าเรียบร้อยเพื่อความมิดชิดรัดกุม แล้วเดินลงบันไดวนไม้เนื้อดีไปยังชั้นล่างของคฤหาสน์หลังใหญ่ ภายในบ้านเงียบสงบจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศและเสียงจานชามกระทบกันแ่เบาดังมาจากห้องครัวด้านหลัง ลลินเดินตามเสียงนั้นไปจนถึงประตูครัวบานเลื่อนกระจกฝ้า เธอกำลังจะยื่นมือออกไปผลักประตูเปิดออก ทว่าเสียงพูดคุยพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและวิตกกังวลเป็อย่างยิ่งจากด้านในกลับทำให้มือของเธอชะงักค้างไปทันทีตามสัญชาตญาณทนายความนักสืบสวน
"ป้าสม... แน่ใจนะคะว่าเื่นี้คุณคิรันไม่ได้เป็คนสั่งการจริงๆ" เสียงของทนายความผู้ช่วยของคิรันที่ดูแลเอกสารการฟอกเงินและธุรกิจของเขาพึมพำถามเบาๆ น้ำเสียงเครียดจัด
"ป้าไม่รู้หรอกค่ะคุณเอก... ป้าอยู่บ้านนี้ดูแลคุณหนูทั้งสองคนมาั้แ่เด็กๆ เห็นคุณคิรันกับคุณคิรินมาั้แ่ยังเล็กๆ คุณคิรันน่ะเขาเป็คนอ่อนโยน สุภาพ ไม่เคยก้าวร้าวกับใครเลยแม้แต่นิดเดียว แต่คุณคิรินน่ะชอบความรุนแรง เล่นอะไรแรงๆ เสมอ และมีกลุ่มเพื่อนแปลกๆ สักยันต์รูปนกฮูกเต็มตัวไปหมด เมื่อสิบปีก่อนตอนคุณคิรินหายตัวไปหลังเกิดคดีเด็กผู้หญิงตาย คุณคิรันก็สั่งห้ามทุกคนในบ้านพูดถึงชื่อนี้อีกเด็ดขาด ป้ากลัวเหลือเกินค่ะว่าเื่จดหมายข่มขู่คุณทนายลลินเมื่อวานนี้ จะเกี่ยวข้องกับเื่ในอดีตของคุณคิรินที่ย้อนกลับมาทวงแค้น" ป้าสม แม่บ้านสูงวัยเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวลใจระคนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ลลินยืนนิ่งประหนึ่งถูกสาป เืในกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีในช่องอก ข้อมูลลับนี้ชี้ชัดว่าป้าสมกุมความลับบางอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมในอดีตของ 'คิริน' พี่ชายฝาแฝดของคิรันเอาไว้ และที่สำคัญที่สุด... คิรันจงใจและพยายามปิดปากทุกคนในบ้านหลังนี้ไม่ให้พาดพิงพูดถึงเื่นี้เพื่อกลบฝังเื่ในอดีตให้เงียบหายไปตลอดกาล
ลลินตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อดึงความเยือกเย็นกลับคืนมา เธอเลื่อนเปิดประตูกระจกฝ้าออกช้าๆ ส่งเสียงไอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้คนในครัวรู้ตัว คนในครัวทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวและหันมามองเธอด้วยใบหน้าซีดเผือดตื่นตระหนกทันทีราวกับกลัวความผิด
"สวัสดีค่ะป้าสม สวัสดีค่ะคุณเอก" ลลินเอ่ยเสียงนิ่งสนิท ท่าทางเป็ทางการและสุขุมนุ่มลึกอย่างเป็ธรรมชาติ "ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะการพูดคุยนะคะ"
"อะ... สวัสดีค่ะคุณทนายลลิน ตื่นนอนแล้วเหรอคะ ป้าเตรียมข้าวต้มกุ้งร้อนๆ แสนอร่อยไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวป้าตักไปเสิร์ฟที่ห้องอาหารนะคะ" ป้าสมรีบละล่ำละลักพูด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย พยายามก้มหน้าหลบสายตาเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกปนเลิ่กลั่กของตัวเอง
"ขอบคุณค่ะป้าสม แต่ฉันขอคุยกับป้าสมเป็การส่วนตัวสักครู่ได้ไหมคะ? คุณเอก... รบกวนคุณช่วยออกไปรอข้างนอกและดูแลเอกสารสำนวนต่อก่อนนะคะ" ลลินหันไปพูดกับเอกเสียงเฉียบขาด เอกพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วและรีบเดินเลี่ยงก้มหน้าออกไปจากห้องครัวทันทีด้วยความอึดอัดใจ
เมื่อเหลือกันเพียงสองคนในห้องครัวอันกว้างขวาง ลลินเดินเข้าไปใกล้แม่บ้านสูงวัย ขยับแว่นสายตาบางเบาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกคู่นั้น "ป้าสมคะ... ฉันได้ยินเื่ที่คุณพูดกับคุณเอกเมื่อครู่นี้ทั้งหมดแล้วค่ะ ในฐานะทนายความที่ต้องรับผิดชอบชีวิตและความเป็ความตายในคดีของคุณคิรัน ถ้าป้ารักและเป็ห่วงคุณคิรันจริงๆ ป้าต้องบอกความจริงกับฉันทั้งหมดค่ะว่าเมื่อสิบปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกับคิรินกันแน่? และทำไมคุณคิรันถึงห้ามทุกคนพูดชื่อเขา?"
ป้าสมใบหน้าถอดสีจนขาวซีด มือสั่นเทาจนต้องกำชายผ้ากันเปื้อนไว้แน่นราวกับหาที่พึ่ง "คุณทนายคะ... ป้าพูดไม่ได้จริงๆ ค่ะ คุณคิรันสั่งห้ามไว้เด็ดขาดด้วยวาจาและคาดโทษไว้หนักหนา ถ้าคุณคิรันรู้ว่าป้าพูดเื่นี้กับคนนอก... ป้าต้องโดนไล่ออกและไม่มีที่ไปแน่ๆ ค่ะ"
"ถ้าป้าไม่พูด... คุณคิรันอาจไม่ได้แค่ไล่ป้าออกนะคะ แต่เขาอาจต้องติดคุกตลอดชีวิตหรือโดนปะาชีวิตเพราะพยานหลักฐานเท็จของฆาตกรตัวจริงที่จงใจป้ายสีเขา! ป้าอยากเห็นคุณคิรันที่แสนดีต้องรับโทษปะาในสิ่งที่คุณคิรินพี่ชายเขาก่อไว้จริงๆ เหรอคะ?" ลลินใช้น้ำเสียงจริงจังกดดันเยือกเย็นชี้ชวนด้วยเหตุผลเชิงจิตวิทยาจนแม่บ้านสูงวัยเริ่มคล้อยตามน้ำตาคลอ
ป้าสมน้ำตาคลอเบ้า สั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความอึดอัดใจ "คุณคิริน... เมื่อสิบปีก่อนแกเคยพาน้องผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ตอนดึกค่ะ น้องคนนั้นสวมข้อมือที่มีรอยสักนกฮูกเหมือนกลุ่มเพื่อนของแก วันรุ่งขึ้นน้องคนนั้นก็กลายเป็ศพถูกพบจมน้ำเสียชีวิตที่แม่น้ำหลังวัดชานเมือง... คุณคิรันรู้เื่เข้าก็โกรธมาก ทะเลาะกับคุณคิรินรุนแรงในห้องทำงานถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเสียงดังโครมคราม หลังจากคืนนั้นคุณคิรินก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเลยค่ะ และคุณคิรันก็เข้ามาจัดการเก็บทำลายเสื้อผ้าสิ่งของทุกอย่างของคิรินทิ้งลงถังขยะหมดเกลี้ยงประหนึ่งไม่มีคิรินอยู่ในโลกนี้อีกเลย..."
"แล้วคุณคิรันได้ทำร้ายพี่ชายฝาแฝดของเขาจนเสียชีวิตไหมคะป้าสม?" ลลินถามคำถามที่สำคัญที่สุดที่สั่นคลอนความรู้สึกของเธอ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำลุ้นระทึกคำตอบ
"ป้า... ป้าไม่ทราบจริงๆ ค่ะ แต่คุณคิรันเขาเป็คนจิตใจดี ไม่เคยมีประวัติรุนแรงหรือก้าวร้าวทำร้ายใครเลย..." ป้าสมส่ายหน้าปฏิเสธรัวเร็ว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเครียด
"พูดคุยอะไรเครียดๆ กันอยู่เหรอครับป้าสม... คุณลลิน?"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแ่เบาดังขึ้นจากทางด้านหลังประตูครัว ลลินและป้าสมสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน ร่างสูงสง่าของคิรันเดินเข้ามาในครัวช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มบางสุภาพประดับอยู่ แววตาของเขาอบอุ่นทว่านิ่งลึกยากจะเดาอารมณ์ แต่รังสีความเย็นะเืที่แผ่ออกมาเบาๆ รอบตัวเขากลับทำให้ห้องครัวที่ร้อนอบอุ่นดูหนาวเหน็บและตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา
"คุณคิรัน... ป้าเปล่านะคะ ป้าแค่คุยเื่อาหารเช้ากับคุณทนายลลินเฉยๆ ค่ะ..." ป้าสมรีบปฏิเสธเสียงสั่นเครือ ก้มหัวต่ำแทบชิดอกด้วยความเกรงกลัว
"ไม่เป็ไรครับป้าสม ป้าออกไปทำงานบ้านส่วนอื่นเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการตักอาหารเช้าและดูแลคุณลลินเอง" คิรันเอ่ยเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน ป้าสมรีบรับคำและแทบจะเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องครัวไปทันทีด้วยความโล่งอก
เมื่อเหลือกันเพียงสองคนในครัว คิรันเดินเข้าไปหยิบถ้วยแก้วตักข้าวต้มกุ้งร้อนๆ ขึ้นมาอย่างช้าๆ กิริยาท่าทางของเขาสุภาพนิ่งเฉยประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแผ่นหลังแกร่งของเขากลับเกร็งแน่นจนเสื้อเชิ้ตตึง ลลินจ้องมองเขานิ่งระแวงระวังตัวและสับสนในจิตใจอย่างที่สุด
"คุณคิรัน... คุณปกปิดหลักฐานสำคัญของคดีพี่ชายฝาแฝดของคุณเมื่อสิบปีก่อนจริงๆ ใช่ไหมคะ?" ลลินถามตรงประเด็น น้ำเสียงเด็ดขาดเป็ทางการสลัดคราบชู้รักร่วมเตียงเมื่อคืนนี้ออกไปจนหมดสิ้น
คิรันวางถ้วยข้าวต้มลงบนเคาน์เตอร์ครัวช้าๆ หมุนตัวกลับมาพิงเคาน์เตอร์และสบตากับเธอ แววตาอบอุ่นปนเศร้าหมองของเขาจ้องมองลลินเขม็ง "ลลินครับ... บางเื่ถ้ารู้ลึกและสืบค้นลึกจนเกินไป มันจะไม่ใช่แค่กรงขังปกป้องคุณ แต่อาจกลายเป็คมมีดแหลมคมที่ย้อนกลับมาแทงตัวคุณเองให้าเ็และถึงชีวิตได้นะครับ เชื่อผมเถอะนะ..."
"ฉันเป็ทนายความนะรัน! หน้าที่ของฉันคือรู้ความจริงเพื่อสู้คดี! คุณจะให้ฉันสู้คดีในความมืดมิดโดยปราศจากข้อมูลแบบนี้ต่อไปได้ยังไง!" ลลินขยับก้าวเข้าหาเขาด้วยความหงุดหงิดระคนอัดอั้นตันใจที่ชายตรงหน้าไม่ยอมเปิดใจทั้งหมดให้เธอ
ก่อนที่คิรันจะทันได้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของลลินที่วางอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมก็แผดเสียงร้องดังลั่นทำลายความเงียบตึงเครียด ลลินรีบดึงออกมากดรับสาย น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
"ลลินพูดค่ะ..."
"พี่ลลินครับ! เกิดเื่ด่วนที่สุดและแย่ที่สุดแล้วครับ!" เสียงของธนันต์ ทนายความผู้ช่วยพูดรัวเร็วด้วยความตระหนกใอย่างที่สุดจนฟังแทบไม่เป็ภาษา "ตอนนี้ที่หน้าสำนักงานกฎหมายของเราโดนกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นคดีฆาตกรรมรายที่สี่พากันเอาสีแดงมาสาดป้ายหน้าออฟฟิศจนเลอะเทอะไปหมด และผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมก็กดดันให้พี่ลลินถอนตัวจากคดีนี้ทันทีเพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทครับ! และที่แย่กว่านั้น... ทางอัยการโจทก์ร่วมกับตำรวจได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิ์การประกันตัวชั่วคราวของคุณคิรันอย่างเป็ทางการแล้วครับ! ศาลมีคำสั่งรับคำร้องและนัดไต่สวนด่วนที่สุดในอีกสามวันข้างหน้านี้ครับพี่! ถ้าเราสู้ในศาลไม่ได้... คุณคิรันต้องกลับเข้าคุกทันทีระหว่างรอพิจารณาคดีครับ!"
ลลินรู้สึกเหมือนหัวสมองสั่นะเืมึนตึบไปหมด ดวงตาคู่สวยสบตากับคิรันที่ยืนนิ่งมองเธออยู่ตรงหน้าอย่างใกล้ชิด สายตาอบอุ่นของเขาเปลี่ยนเป็ดุดันคมกริบและเ็าทันทีเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเธอ
"เข้าใจแล้วธนันต์... ส่งเอกสารคำร้องและพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ของศพที่สี่เข้าเมลฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะเตรียมคำคัดค้านคดีนี้เองอย่างสุดความสามารถ ปลอบใจผู้ถือหุ้นด้วยว่าฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด" ลลินกดวางสาย มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเครียดขีดสุด
คิรันเดินเข้ามาจับมือเธอไว้แน่น ััอุ่นร้อนทรงพลังช่วยดึงสติและความเยือกเย็นของเธอกลับคืนมา "ตำรวจจะส่งตัวผมกลับคุกใช่ไหมครับลลิน?"
"ใช่ค่ะ..." ลลินเงยหน้ามองเขา แววตาเต็มไปด้วยความเครียดและเป็ห่วง "ศาลนัดไต่สวนคำร้องในอีกสามวันข้างหน้านี้... เราเหลือเวลาสู้คดีประกันตัวนี้แค่สามวันเท่านั้นคิรัน ไม่อย่างนั้นคุณต้องโดนขังคุกยาวแน่!"
คิรันไม่ได้แสดงทีท่าเกรงกลัวความผิดหรือร้อนรน เขายังคงรักษากิริยาสุภาพราบเรียบ แววตาคมกริบฉายประกายแกร่งกร้าวและอบอุ่นดึงเธอกระชับฝ่ามือที่จับมือเธอไว้แน่นขึ้นจนไม่มีช่องว่าง "ถ้าอย่างนั้น... ในเวลาสามวันที่เหลืออยู่นี้ เรามาช่วยกันหาตัวคนร้ายจัดฉากกันเถอะครับคุณทนายคนเก่งของผม ไม่ว่าผลจะออกมายังไง... ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณเด็ดขาด"