หน้าไม้เกาทัณฑ์ระลอกแรกยิงทะลวงหน้าต่างเข้ามา
ถี่ยิบอัดแน่น
ประดุจฝูงผึ้งพิษสีดำทะมึน
หลี่ชิงเหลียนเตะชั้นหนังสือจนล้มคว่ำ
ชั้นไม้หนาทึบขวางอยู่เบื้องหน้า ลูกดอกหน้าไม้ปักติดแผ่นไม้ดังตึงตัง ปลายหางลูกดอกสั่นระริก
ยอดฝีมือนอกรีตสองคนกระโจนเข้ามาจากทางซ้ายและขวา
คนหนึ่งพ่นหมอกพิษสีเขียวเข้มออกมาจากแขนเสื้อ
อีกคนสะบัดฝ่ามือ อาวุธซัดหนามเตยเหล็กนับสิบชิ้นกลิ้งเรียบไปกับพื้น
หลี่ชิงเหลียนกลั้นหายใจ
“เคล็ดวิชาชีพจรทวนเหมันต์” กดทับลมปราณโลหิตไว้ในชั่วพริบตา
หมอกพิษลอยเฉียดปลายจมูกไป
ทว่าเงาร่างของเขากลับพุ่งเรียบไปกับพื้น กระบี่เหล็กธรรมดาตวัดฟันขวาง
อาวุธซัดหนามเตยถูกปราณกระบี่กระแทกกระเด็น ลอยกลับไปปักน่องของยอดฝีมือนอกรีตผู้นั้น
อีกฝ่ายร้องโหยหวน เข่าอ่อนทรุดลง
หลี่ชิงเหลียนพุ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว
ด้ามกระบี่กระแทกลำคอ
กร๊อบ
คนที่สองกุมลำคอล้มลง
ยอดฝีมือนอกรีตคนสุดท้ายเห็นท่าไม่ดี จึงหมุนตัวถอยหนี
สะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้าง หมอกพิษะเิออกอีกครั้ง
หลี่ชิงเหลียนคว้าเศษโต๊ะหนังสือครึ่งซีกบนพื้น ทุ่มเข้าใส่โดยตรง
โครม!
โต๊ะหนังสือทะลวงผ่านหมอกพิษ กระแทกกรอบหน้าต่างจนแหลกละเอียด ซัดร่างคนผู้นั้นพร้อมกับกำแพงครึ่งซีกกระเด็นออกไปนอกห้องตำรา
พลหน้าไม้ในลานเรือนต่างสะดุ้งใพร้อมกัน
ลมหายใจถัดมา
เงาสีฟ้าสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกำแพงที่พังทลาย
พายุหิมะม้วนตัวพัดพา
ประกายกระบี่ยิ่งเย็นเยียบ
หลี่ชิงเหลียนไม่ได้พุ่งไปทางประตูจวน กลับพุ่งเข้าหาจุดที่พลหน้าไม้รวมตัวกันหนาแน่นที่สุด
ยิ่งเข้าใกล้ หน้าไม้ก็ยิ่งไร้ประโยชน์
พลหน้าไม้คนแรกเพิ่งจะเหนี่ยวไก ข้อมือก็ถูกตัดขาดสะบั้น
พลหน้าไม้คนที่สองยกดาบขึ้นปัดป้อง ตัวดาบหัก ลำตัวถูกผ่าเปิด
คนที่สามถอยหลังไปครึ่งก้าว ก็ถูกหลี่ชิงเหลียนเตะเข้าที่หัวเข่า ขาทั้งท่อนหักพับกลับหลัง เสียงร้องโหยหวนยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ลำคอก็ถูกปลายกระบี่แทงทะลุ
ทหารในจวนแตกตื่นโกลาหล
วงล้อมที่เดิมทีแ่าจนไร้ช่องโหว่ ถูกฉีกกระชากออกเป็รอยแยกอย่างดุดัน
ขุนพลโจวสวมเกราะพุ่งออกมาจากห้องโถงด้านหลัง ดวงตาแดงก่ำราวกับเืจะหยด
“หลี่สือเอ้อร์! เ้าช่างขวัญกล้านัก!”
หลี่ชิงเหลียนช้อนตาขึ้นมอง
ขุนพลโจวกำตราพยัคฆ์คุมทัพไว้ในมือ ข้างกายมีทหารองครักษ์ติดตามยี่สิบนาย
แต่ละคนล้วนเป็ทหารผ่านศึกที่สวมเกราะหนัก
เฉินเตาไม่อยู่
อสรพิษตัวนั้นหนีไปไวเสียจริง
หลี่ชิงเหลียนไม่คิดติดพันการต่อสู้ พลิกตัวะโขึ้นไปบนกำแพงเรือน
ขุนพลโจวแผดเสียงคำรามลั่น
“ปิดถนน! เรียกกองกำลังรักษาเมือง! เป็ต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ!”
เสียงแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องออกมาจากในจวน
ทั่วทั้งเมืองชั้นในตื่นขึ้นมาแล้ว
บนถนนยาวท่ามกลางพายุหิมะ แสงไฟสว่างขึ้นตามกันเป็ทอดๆ
หลี่ชิงเหลียนร่อนลงบนสันหลังคา วิ่งตะบึงไปตามแนวสันกระเบื้อง
สมุดบัญชีที่หน้าอกถูกกระเทือนจนอึดอัด าแเก่าที่ไหล่ซ้ายปริแตกออกอีกครั้ง เือุ่นๆ ไหลรินลงมาตามแขนเสื้อ
ทหารไล่ล่าเหยียบกระเื้ัคาตามมาติดๆ
ยอดฝีมือชุดดำสามคนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสุดขีด
ไพ่ตายที่ซ่อนอยู่ในจวนขุนพลโจว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีแค่พวกสวะนอกรีตไม่กี่คนนั้น
หลี่ชิงเหลียนเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบแห่งหนึ่ง
ปากตรอกมีกองกำลังรักษาเมืองยกโล่ขึ้นปิดกั้นไว้ก่อนแล้ว
ด้านหลังมียอดฝีมือชุดดำกดดันเข้ามา
ซ้ายขวาคือกำแพงสูง
หน้าหลังล้วนเป็ศัตรู
นี่สิถึงจะสมกับเป็ค่ายกลมฤตยู
หลี่ชิงเหลียนพ่นลมหายใจสีขาวออกมา
ปลายเท้ากระทืบกำแพงอย่างแรง ร่างกายทะยานขวางขึ้นไปบนกำแพง
หน้าไม้ทรงพลังยิงสวนขึ้นมาจากเบื้องล่าง
เขาคว้ากระเบื้องแตกแผ่นหนึ่งมา ตวัดมือฟาดลูกธนูร่วงหล่นไปสามดอก ร่างกายทิ้งตัวลงสู่ตรอกอีกฝั่ง
เพิ่งจะแตะพื้น ยอดฝีมือชุดดำผู้หนึ่งก็กระโจนลงมาจากเบื้องบนแล้ว
ดาบโค้งมาพร้อมกับเสียงหวีดหวิวบาดหู ฟันตรงมาที่หลังคอ
หลี่ชิงเหลียนไม่ได้หันกลับไป
กระบี่เหล็กธรรมดาแทงสวนกลับหลัง
ฉึก
ปลายกระบี่แทงทะลุหน้าอกของอีกฝ่าย
ยอดฝีมือชุดดำเบิกตากว้าง คล้ายไม่เข้าใจว่าเหตุใดด้านหลังของคนผู้นั้นถึงมีตาด้วย
หลี่ชิงเหลียนชักกระบี่ออก แล้ววิ่งต่อไป
ยอดฝีมือชุดดำคนที่สองไล่ตามมาถึงปากตรอก พลันหยุดชะงัก
เพราะบนพื้นมีขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กตกอยู่
จุกขวดเพิ่งจะเปิดออก
พริบตาต่อมา
ของเหลวสีฟ้าใสถูกลมหนาวม้วนตัวขึ้นมา สาดซัดเข้าใส่ใบหน้า
น้ำยากัดกระดูก
ยอดฝีมือชุดดำแผดเสียงร้องโหยหวนราวกับหัวใจจะฉีกขาด ทั่วทั้งใบหน้ามีควันสีขาวลอยคลุ้ง
หลี่ชิงเหลียนวกกลับมาจากเงามืด ใช้กระบี่เดียวปลิดชีพ
ยอดฝีมือชุดดำคนที่สามไม่กล้าไล่ตามเข้าไปใกล้ ได้แต่เป่านกหวีดกระดูก
เสียงนกหวีดแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วถนน
เสียงกีบม้าดั่งฟ้าร้องดังมาจากที่ไกลๆ
กองกำลังรักษาเมืองมาแล้ว
หลี่ชิงเหลียนปรายตามองาแที่แขน
เืหยดลงบนพื้นหิมะ เป็ทางยาวไปตลอดแนว
ขืนเป็เช่นนี้หนีไม่รอดแน่
เขาหมุนตัวพุ่งไปยังจุดนัดพบที่กำหนดไว้
นั่นคือถนนลาดเอียงสายหนึ่งที่ทอดตัวสู่คูเมือง
สุดถนน รถม้าสีดำคันหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากพายุหิมะ
จ้าวหลิงเอ๋อร์เป็คนบังคับรถม้าเอง
ลุงสวียืนอยู่ข้างที่นั่งคนขับ แขนเสื้อทั้งสองข้างทิ้งตัวลง
ทหารไล่ล่าพอเห็นรถม้า ก็แบ่งกองทหารม้าออกไปสกัดกั้นทันที
ลุงสวียกมือขึ้น
เหรียญทองแดงสามเหรียญพุ่งทะยานออกไป
ม้าศึกสามตัวหน้าสุดคุกเข่าล้มลงพร้อมกัน ทหารม้ากลิ้งหลุนๆ ไปกองรวมกัน
หลี่ชิงเหลียนะโทะยานขึ้น
ยามที่ห้องโดยสารแล่นเฉียดผ่านไป เขาขว้างสมุดบัญชีและจดหมายลับเข้าไปด้านใน
จ้าวหลิงเอ๋อร์ยื่นมือไปรับ สีหน้าเปลี่ยนไปในพริบตา
“แล้วเ้าล่ะ?”
หลี่ชิงเหลียนไม่ได้ขึ้นรถ
เขาร่อนลงกลางถนนยาว หมุนตัวกลับไปมองกองกำลังทหารม้ากลุ่มใหญ่ที่ไล่ตามมา
“ข้าจะล่อพวกมันไปเอง”
จ้าวหลิงเอ๋อร์กัดฟัน
“หลี่ชิงเหลียน!”
เขาไม่แม้แต่จะหันขวับกลับมา
“รถม้าไปซะ”
ลุงสวีตวัดแส้ลงไป รถม้าพุ่งทะยานเข้าสู่ตรอกด้านข้าง
ทหารไล่ล่าลังเลไปชั่วขณะ
หลี่ชิงเหลียนถือกระบี่พุ่งเข้าหาพวกมัน
คราวนี้ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว
ทุกคนล้วนตาแดงก่ำ
“ฆ่ามัน!”
การต่อสู้เืเดือดบนถนนยาวปะทุขึ้น
หลี่ชิงเหลียนพุ่งทะลวงไปมาระหว่างค่ายกลโล่และกีบม้า
ประกายกระบี่สว่างวาบขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และถูกชโลมด้วยเืจนหมองคล้ำลงครั้งแล้วครั้งเล่า
ไหล่ซ้ายถูกธนู
ขาขวาโดนดาบ
กลางหลังถูกหอกยาวกรีดจนเป็แผลลึก
ทว่าเขากลับประดุจหมาป่าเดียวดายที่ฆ่าไม่ตาย ถ่วงเวลาทหารไล่ล่าเอาไว้บนถนนยาวอย่างเอาเป็เอาตาย
จนกระทั่งเสียงรถม้าเบื้องห่างไกลเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์
หลี่ชิงเหลียนเตะกระถางไฟล้มคว่ำ ประกายไฟม้วนตัวเข้าไปในรถเข็นฟางแห้ง
เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ขวางกั้นถนนไปครึ่งสาย
เขาพลิกตัวขึ้นไปบนราวสะพาน
คูเมืองใต้สะพานมืดมิดและหนาวเหน็บ
เื้ัหน้าไม้เกาทัณฑ์ระดมยิงมาพร้อมเพรียง
หลี่ชิงเหลียนะโพุ่งหลาวลงไป
ตู้ม
น้ำที่เย็นะเืดั่งน้ำแข็งกลืนกินทั่วทั้งร่าง
ลูกธนูปักทะลุผิวน้ำ ทำให้น้ำแข็งแตกกระจาย
กองกำลังรักษาเมืองพุ่งมาถึงริมสะพาน เห็นเพียงระลอกคลื่นที่ถูกย้อมด้วยเืเป็วงๆ
ไร้ร่องรอยผู้คนเสียแล้ว