
ตอนที่ 10: รอยร้าวที่เริ่มก่อตัว
เช้าวันนี้ไป๋อี้เปิดร้านวาดรูปตามปกติ
ไป๋อี้ค่อยๆเคลียร์งานที่ร้านตามลำดับ
โดยมีเฟิ่งอู๋คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง
เหลียงจิ้งก็คอยช่วยอีกแรง
ั้แ่มีเหลียงจิ้งเข้ามาทำให้เบาแรงไปได้ระดับหนึ่ง
ตกเย็นทั้ง3คนก็ปิดร้าน
โดยมีองค์ชายมารออยู่ที่จวนของไป๋อี้
"ไป๋อี้" องค์ชายเจิ้นหันไปมองเฟิ่งอู๋ที่ยืนอยู่ใกล้ประตู "เชิญเฟิ่งอู๋มานั่งด้วยกันสิ คุยกันสบายๆ"
"ขอบพระทัยนองค์ชาย แต่ข้าน้อยมีงานต้องไปทำต่อ" เฟิ่งอู๋โค้งคำนับอย่างสุภาพ แต่เสียงแข็งกระด้าง
ไป๋อี้มองไปที่เฟิ่งอู๋ สายตาเผยให้เห็นความไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
"เอาเถอะไม่เป็ไร" องค์ชายเจิ้นยิ้ม
ทุกครั้งที่องค์ชายได้พูดคุยกับไป๋อี้
เขาไม่เคยละสายตาที่มองไป๋อี้ได้เลย
ไป๋อี้หยิบถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ เหมือนจะรู้ตัวว่าองค์ชายจ้องมองตนอยู่
"เ้าไม่คิดอยากจะหาใครมาเคียงกายสักคนหรือ" องค์ชายถามไป๋อี้
ไป๋อี้สำลักน้ำชาในทันที
คำถามนี้ทำให้ไป๋อี้ใ
"ข้าไม่้าให้ใครดูแล" ไป๋อี้ตอบอย่างเด็ดขาด
"ไม่้า หรือไม่กล้า้า?" องค์ชายเจิ้นถามต่อ เสียงเบาแต่คมคาย
ความเงียบปกคลุมห้อง ไป๋อี้นั่งแข็งเกร็ง มือที่จับถ้วยชาเริ่มสั่นเล็กน้อย เฟิ่งอู๋มองดูสถานการณ์ด้วยความกังวล
"ข้าคิดว่า..." ไป๋อี้เริ่มพูด แต่หยุดไป เหมือนไม่รู้จะพูดอย่างไร
"ไป๋อี้" องค์ชายเจิ้นเอื่อยชื่ออย่างอ่อนโยน "ท่านกลัวอะไรหรือเปล่า?"
"ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!" ไป๋อี้ตอบรีบเร่ง เกินไปจนดูเหมือนเป็การปฏิเสธตัวเอง
องค์ชายเจิ้นสังเกตเห็นปฏิกิริยานี้ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม "งั้นเื่นี้ข้าไม่พูดอีกแล้ว แต่ถ้าท่าน้าคุยกับใครสักคน ข้าพร้อมฟังตลอด"
หลังจากองค์ชายเจิ้นลาไปแล้ว ห้องจึงเงียบสนิท ไป๋อี้นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่เฟิ่งอู๋เข้ามาเก็บถ้วยชา
"ท่าน" เฟิ่งอู๋พูดขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉย "ท่านอยากได้ใครสักคนดูแลจริงๆ หรือไม่?"
ไป๋อี้ใ หันมามองเฟิ่งอู๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
"เฟิ่งอู๋..."
"ก็เ้าไงที่ดูแลข้าอยู่" ไป๋อี้รีบพูดขึ้นมา
เฟิ่งอู๋เงียบไปครู่หนึ่ง "แต่ข้าคิดว่าเหมือนมีใครบางคนที่อยากดูแลท่านและเขาอาจทำได้ดีกว่าข้า "เฟิ่งอู๋พูดเชิงตัดพ้อ
ไป๋อี้จ้องมองเฟิ่งอู๋นานมาก ในสายตามีอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ และยังมีอย่างอื่นที่เฟิ่งอู๋อ่านไม่ออก
"เฟิ่งอู๋" ไป๋อี้พูดอย่างช้าๆ "เ้าคิดว่าข้า้าอะไร?"
"ข้า... ข้าไม่รู้" เฟิ่งอู๋ตอบตรงไปตรงมา "แต่ข้าเห็นท่านเหงา เห็นท่านเศร้า ข้าอยากให้ท่านมีความสุข"
"ความสุข..." ไป๋อี้ทำเสียงเหมือนกำลังทดสอบคำนี้ "ท่านรู้หรือเปล่าว่าอะไรทำให้ข้ามีความสุข?"
เฟิ่งอู๋ไม่ตอบ เพียงแต่มองไป๋อี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
ไป๋อี้ยืนขึ้นอย่างช้าๆ เดินไปหยุดอยู่หน้าหน้าต่าง "บางทีสิ่งที่ข้า้า... อยู่ใกล้ตัวเกินไปจนมองไม่เห็น"
เฟิ่งอู๋ได้ยินคำพูดนี้ หัวใจเต้นแรงขึ้น แต่ไม่กล้าถามความหมายที่แท้จริง
"ท่าน..."
"ไม่เป็ไรเฟิ่งอู๋" ไป๋อี้หันกลับมายิ้มอย่างเศร้า "บางเื่ไม่ได้เป็อย่างที่เราอยากให้เป็ คำถามขององค์ชายเจิ้นวันนี้... ทำให้ข้านึกขึ้นได้เท่านั้น"
เฟิ่งอู๋รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศระหว่างพวกเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว มีช่องว่างเล็กๆ เกิดขึ้น แม้จะยังยืนใกล้กันเหมือนเดิม
คืนนั้น ทั้งสองคนนอนไม่หลับ ไป๋อี้นั่งวาดรูปแต่ก็วาดไม่ออก ส่วนเฟิ่งอู๋นอนหงายมองเพดานด้วยใจที่เต็มไปด้วยความสงสัย
รอยร้าวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้น ไม่ใช่จากความโกรธหรือการทะเลาะกัน แต่เป็รอยร้าวที่เกิดจากค
วามไม่เข้าใจ จากคำถามที่ไม่มีใครกล้าถาม และจากความจริงที่ไม่มีใครกล้าเปิดเผย