ณคฤหาสน์สไตล์โกธิกหลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาส่วนตัวชานเมืองถูกประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกอันแ่เบาที่เคล้าคลอไปกับสายลมยามค่ำคืนงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์สุดหรูหราของเหล่ามหาเศรษฐีและชนชั้นสูงทั่วไปถูกจัดขึ้นอีกครั้งรถยนต์หรูราคาแพงจอดเรียงรายยาวเหยียดสะท้อนถึงความมั่งคั่งที่ไร้ขีดจำกัดของผู้มาร่วมงาน
ฟิลิกซ์ ในชุดสูททางการเรียบร้อยก้าวตามหลังลาเบลล่า ผู้เป็นายหญิงเข้าไปภายในคฤหาสน์ บรรยากาศภายในโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นของไวน์ราคาแพงเสียงหัวเราะและการพูดคุยเื่ธุรกิจดังคลอเคล้าไปกับเสียงแก้วไวน์กระทบกันอย่างรื่นเริงผู้คนที่มาร่วมงานไม่ได้มีเพียงแค่มนุษย์ผู้ร่ำรวยและเซเลบริตี้ชื่อดังแต่เกือบครึ่งหนึ่งคือ "เหล่าแวมไพร์ผู้ทรงอิทธิพล"ที่สวมหน้ากากเข้าสังคมได้อย่างแเี
ใจกลางห้องโถงใหญ่บนบันไดวนหินอ่อนร่างสง่างามของ โรดิโก้หัวหน้าภาคีแวมไพร์ผู้มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี ยืนต้อนรับแเื่ด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่แฝงไปด้วยอำนาจอันล้นพ้นรัศมีและความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาสร้างความยำเกรงให้แก่ทั้งแวมไพร์รุ่นน้องพวกมนุษย์ที่มาร่วมงานก็ต่างพากันเข้าหาเพื่อประจบประแจงและหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ
งานเลี้ยงนี้เป็การสังสรรค์ทางสังคมของกลุ่มคนผู้มั่งคั่งตามปกติแต่สำหรับฟิลิกซ์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกเื้ันี้เป็ครั้งแรกเขากลับััได้ถึงกระแสความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มและการชนแก้วทุกสายตาที่มองลอดผ่านความหรูหราต่างซ่อนความกระหายและการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังนับถอยหลังสู่วิกฤตการประชุมลับภายใต้หน้ากากงานเลี้ยงกำลังรอเวลาเปิดฉากขึ้นในค่ำคืนนี้
เหล่าแวมไพร์สาวทั้งหลายที่อยู่ในงานเลี้ยงต่างจับจ้องไปที่เหยื่ออันโอชะ เมื่อพวกเธอเหลือบตามองเห็น ฟิลิกซ์ พ่อบ้านหนุ่มรูปงามหน้าตาคมคายที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างลาเบลเสน่ห์อันน่าหลงใหลและเืเนื้อที่สดใหม่ของมนุษย์หนุ่มก็พุ่งเข้าดึงดูดสัญชาตญาณนักล่าทำให้แวมไพร์สาวพราวเสน่ห์สองสามตนเลือกจังหวะที่ลาเบลผละตัวไปพูดคุยเื่ธุรกิจเดินเข้ามาทักทายพร้อมส่งสายตายั่วเย้าและโปรยยิ้มหวานเพื่อพยายามล่อลวงเขาให้หลุดเข้าไปในมุมมืดของคฤหาสน์
ฟิลิกซ์ยังคงจดจำคำเตือนและกฎเหล็กข้อแรกที่ปู่สั่งสอนไว้ได้อย่างแม่นยำความเย้ายวนเบื้องหน้านี้คือกับดักมรณะ เขาจึงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยโค้งตัวปฏิเสธอย่างสุภาพนอบน้อมก่อนจะถอยร่นเว้นระยะห่างตามคำสอนอย่างเคร่งครัดโดยไม่ยอมหลงกลเสน่ห์อันตรายนั้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าหนุ่มหล่อผู้เคร่งขรึมคนนี้ยากเกินกว่าจะเข้าถึงและปฏิเสธพวกเธออย่างไร้เยื่อใยเหล่าแวมไพร์สาวจึงเลิกสนใจและหัวเราะคิกคักด้วยความนึกสนุกก่อนจะเบนความสนใจไปหาเป้าหมายอื่นที่ง่ายกว่า
พวกเธอกวาดสายตามองหาเหยื่อรายใหม่แล้วพากันเดินตรงไปยังกลุ่มคนขับรถ พ่อบ้านและผู้ติดตามรับใช้ของบรรดามหาเศรษฐีแวมไพร์ตนอื่นๆที่ยืนรออยู่ตามมุมห้องและโถงทางเดิน เสียงหัวเราะคิกคัก บทสนทนากระซิบกระซาบเพื่อยื่นข้อเสนอได้เริ่มขึ้นงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้กลายเป็ปาร์ตี้สำหรับสนองกิเลสและตัณหาของเหล่าบรรดาคนร่ำรวยไปในทันทีมนุษย์ผู้หญิงก็อยากได้แวมไพร์หนุ่มที่อึดและทนส่วนมนุษย์ผู้ชายก็อยากได้แวมไพร์สาวลีลาจัดมาสนองความใคร่งานปาร์ตี้เริ่มไปไม่ทันเท่าไหร่ คนเกือบครึ่งก็หายเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ
เอเลน่าแวมไพร์สาวเ้าสำราญ ดาวเด่นผู้เป็ที่จับตามองมากที่สุดในค่ำคืนนี้ดวงตาพราวเสน่ห์กวาดสายตามองไปรอบงานก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างของนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งแววตาของชายหนุ่มผู้นั้นเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความทะเยอทะยาน เขาคือเหยื่อที่เข้ามาในงานนี้เพื่อแสวงหาเม็ดเงินลงทุนมหาศาลสำหรับใช้นำไปกู้สถานการณ์ของบริษัทที่กำลังจะล้มละลายของตนเอง
เอเลน่าแย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้กุมชัยชนะเธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาโดยตรง พลังจิตและเสน่ห์อันลึกล้ำของแวมไพร์แผ่ซ่านเข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์หนุ่มในทันทีความลังเลและความหวาดกลัวทั้งหมดถูกปัดเป่าหายไปในชั่วพริบตาเหลือไว้เพียงความลุ่มหลงมัวเมาและยอมจำนนต่อเธออย่างไร้เงื่อนไขแค่สบตากันเพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็เอ่ยปากชวนเธอปลีกตัวออกไปพูดคุยเื่ "ธุรกิจส่วนตัว"ในห้องรับรองชั้นในอย่างว่าง่าย
เธอยื่นข้อเสนอที่เกินกว่ามนุษย์คนใดจะปฏิเสธได้เงินทุนมหาศาลที่จะเนรมิตความฝันทางธุรกิจของเขาให้กลายเป็จริงแลกกับการที่เขาต้องยอมมอบกายถวายตัว มีสัมพันธ์สวาทกับเธอ ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเพราะคิดว่าเพียงง่ายๆ ก็ได้เงินมหาศาลมา แค่ยอมให้แวมไพร์ดื่มเืไม่ใช่เื่แปลกสำหรับยุคสมัยนี้ เขาตอบรับในทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่กรงขังแห่งความกระหายที่ไม่มีวันหวนกลับ
และเมื่อประตูห้องส่วนตัวปิดสนิทลงเอเลน่าก็ไม่เสียเวลารอ เธอถอดชุดออกและลงไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่แสงจันทร์สาดส่องมาที่ร่างสีขาว ผมสีทองสยาย หน้าอกอวบอิ่มจนเกินต้านใจ เอเลน่ากางขาออกกว้างแสดงเจตนาชัดเจนว่า้าอะไร หนุ่มนักธุรกิจยืนนิ่ง เหมือนกำลังชั่งใจ
“มาสิ...ไม่เห็นต้องคิดมากเลย จะได้ทั้งเงิน...และฉันมีแต่ได้กับได้ไม่ใช่เหรอ”
ชายหนุ่มคุกเข่าลงก้มหน้าลงบรรจงจูบสิ่งซ่อนเร้นที่อยู่ระหว่างขาเรียวยาวนั้นอย่างดูดดื่ม แม้ว่าอวัยวะทุกส่วนของเธอจะเหมือนมนุษย์มากเพียงใดก็ตามแต่..สิ่งที่แวมไพร์ไม่มีนั้นก็คือ...อุณหภูมิร่างกาย ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยเมื่อััร่างกายที่เย็นเฉียบนั้น
แวมไพร์สาวยิ้มเล็กน้อยก่อนทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไป ดวงตาสีเทาเปลี่ยนเป็สีแดงฉานในทันที เธอจับปลายคางของเขายกขึ้นมาและเมื่อชายหนุ่มจ้องมองตาคู่นั้น เขาก็ตกอยู่ในภวังค์ทันที หนุ่มนักธุรกิจเริ่มถอดเสื้อออกก่อนจะเดินเข้าไปหาด้วยท่าทางเหมือนคนไร้ิญญา เมื่อคำสั่งถูกเอ่ยขึ้น
“ทำให้ฉันมีความสุขทีสิ”
เขาก็เริ่มทำตามสิ่งที่เธอ้าเริ่มจากการเล้าโลม กอดจูบลูบไล้ เอเลน่านอนนิ่งๆ และปล่อยให้เขาบำเรอเธออย่างสุขสมใจเมื่อถูกสอดใส่อวัยวะเข้าไปด้านใน เธอก็ร้องครางออกมา แม้จะไม่มีความรู้สึกอะไร
“โอววว โอวววว”
ชายหนุ่มกระแทกรุนแรงหลายครั้งแต่ความแรงนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเ็ปแม้แต่น้อย ขาของเธอถูกจับยกขึ้นพาดบนโซฟาก่อนที่เขาจะกระแทกซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายครั้ง
“ร้อน...ฉันเริ่มร้อนแล้ว”
ชีวิตะและไร้ความรู้สึกมันเป็สิ่งที่น่าเบื่อสำหรับแวมไพร์เซ็กซ์เป็เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้พวกมันรู้สึกใกล้เคียงกับชีวิตมากที่สุด เพราะร่างกายของมนุษย์ยามเืสูบฉีดทเมื่อััมาบนผิวกายของพวกมัน ทำให้ร่างกายของแวมไพร์อุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด การดื่มเืมนุษย์หลังจากมีสัมพันธ์กันคือจุดสูงสุดของความสุขที่พวกมัน้า ร่างกายอุ่นๆกับเืที่สูบฉีดออกมายามถึงจุดสุดยอดนั้น มันหอมหวานแสนอร่อยเป็อาหารอันโอชะของเหล่าแวมไพร์เป็ที่สุด
เอเลน่าผลักชายหนุ่มลงขึ้นคร่อมและเริ่มเป็ฝ่ายกระทำบ้าง แรงกระแทกขึ้นลงหลายครั้งนั้นทำให้ชายหนุ่มแทบหัวใจวาย มันแรงขึ้น แรงขึ้น เป็จังหวะไม่มีสะดุดจนกระทั่งชายหนุ่มทนไม่ไหว
“อ๊ากกกกกก”
เสียงร้องดังขึ้นแต่ไม่ใช่เพราะเขากำลังปลดปล่อยบางสิ่งออกมาเท่านั้น เป็เพราะเขี้ยวคมและยาวนั้นได้ฝังลึกลงไปที่ต้นคอ
เอเลน่าดูดดื่มมันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่หลายนาทีชายหนุ่มเริ่มตาพร่ามัว มองสิ่งตรงหน้าเลือนราง เืกำลังจะหมดตัวเขาลมหายใจกำลังจะหยุด
☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽
ไม่นานหลังจากนั้น เหล่าชายหนุ่มผู้ติดตามทั้งคนขับรถ พ่อบ้าน และคนสนิทของแวมไพร์ตนอื่นๆที่เคยถูกแวมไพร์สาวพายั่วเย้าเดินลับหายเข้าไปก่อนหน้านี้ทยอยเดินกลับออกมาสู่ห้องโถงใหญ่ สภาพของพวกเขาในตอนนี้ช่างแตกต่างจากตอนขาเข้าไปอย่างสิ้นเชิง...ทุกคนต่างเดินออกมาด้วยท่าทางอิดโรย ร่างกายอ่อนปวกเปียก ดวงตาเหม่อลอยและยืนแทบไม่ตรงทาง ราวกับสูญเสียพลังงานและเรี่ยวแรงทั้งหมดไปในชั่วข้ามคืนร่องรอยของหยดเืสีเข้มยังคงเปรอะเปื้อนติดอยู่ตามปกเสื้อเชิ้ตและเนกไทของพวกเขาอย่างเด่นชัดบ่งบอกถึงการถูกปรนเปรอด้วยความกระหายที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้ชื่อของงานสังสรรค์
ฟิลิกซ์ที่ยืนสงบนิ่งรักษาหน้าที่อยู่ไม่ไกลนักกวาดสายตามองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อมองไปรอบๆห้องโถงจัดเลี้ยงอีกครั้งเขาก็พลันตระหนักรู้และเข้าใจทุกอย่างได้อย่างกระจ่างแจ้งว่า เหตุใดเหล่าแขกผู้มาร่วมงานหรือผู้ติดตามทุกคนต่างพร้อมใจกันสวมชุดสูทและเครื่องแต่งกายโทน"สีแดง" นั่นเพียงเพราะ...ฉากสุดท้ายหลังงานเลี้ยงจบ...ทุกอย่าง...จะกลายเป็สีเืนั่นเอง
♦°°°°°°°°°° ☾* °°°°°°°°°° ♦