หลังเผ่นแนบจากบ้านของเจิ้งหยวนมายังบ้านของตัวเองระหว่างทางป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งก็เผยสีหน้าโมโหโทโส ปากพึมพำด่ากราดไม่หยุดหย่อนด่ารวมตั้งแต่บรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรลากยาวไปถึงญาติโกโหติกาทั้งหมดของเจิ้งหยวน
ในชนบทไม่ปิดประตูใหญ่กันช่วงกลางวันเมื่อกลับถึงบ้านจิตใจเธอจึงจดจ่อแต่จะไปห้องของเจิ้งเทียนหู่ท่าเดียวขณะนั้นเจิ้งสยากำลังอุ้มกะละมังเสื้อผ้าเตรียมไปซักที่ทางเข้าหมู่บ้านเมื่อก่อนเธอจะไปซักที่บ้านของเจิ้งหยวนตลอดแต่ช่วงนี้เธอร้อนตัวเพราะเรื่องงานแต่งงาน เลยไม่กล้าไปอีกจำต้องยกกะละมังไปซักข้างบ่อน้ำสำหรับใช้ร่วมกันตรงทางเข้าแทนทั้งสองบังเอิญเดินมาเจอกันพอดี แม้เจิ้งสยาจะรีบหลบแล้วแต่ยังโดนป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งที่เดินจ้ำอ้าวไม่ดูตาม้าตาเรือชนเล็กน้อย
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งไม่มีที่ระบายความโกรธพอดีจึงถลึงตาใส่เจิ้งสยาอย่างเอาเรื่อง “แกไม่มีตาหรือไง!”
เจิ้งสยาตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วรีบก้มหน้างุดพร้อมเอ่ยตะกุกตะกัก“ฉัน ฉันจะไป ซักเสื้อผ้า…”
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งพลิกเสื้อหลายตัวในกะละมังของเธอดูพริบตาเดียวก็หน้าดำคล้ำ “นี่แกไม่ซักเสื้อผ้าให้พี่เขาอีกเหรอ? เอาแต่ซักของตัวเอง! แกไม่เห็นหรือว่าเสื้อผ้าที่พี่แกใส่เมื่อวานมันสกปรกแล้ว?”
แต่วันนี้พี่ชายยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรกนั่นออกเลย! เธอขอให้เขาเปลี่ยนแล้ว เขาก็บอกปัดไม่ยอมเปลี่ยนอย่างรำคาญ ซึ่งเธอจนปัญญาเกินกว่าจะบอกแม่เรื่องนี้ เพราะไม่ว่าจะพูดหรือไม่ แม่ก็ตำหนิเธออยู่ดี มันเป็นเช่นนี้มาหลายปีจนเธอชินชาแล้ว อีกอย่างเธอมองออกว่าแม่โมโหจากบ้านเจิ้งหยวนมา เลยไม่กล้าบอกยิ่งกว่าเดิม เพียงแต่ใจกลับร้อนรนอย่างยิ่ง ไม่รู้เรื่องนั้นสำเร็จหรือเปล่า…
เห็นเธอก้มหน้าไม่พูดไม่จา ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งก็ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิมลูกสาวเธอคนนี้ช่างเงียบเป็นเป่าสากเสียจริง! ขืนเป็นแบบนี้ ต่อให้แต่งเข้าสกุลเฝิงไปก็ไม่รู้จะควบคุมผู้ชายของตัวเองได้ไหม โชคดีที่เฝิงเจี้ยนเหวินเป็นทหาร ไม่ค่อยอยู่บ้าน มิเช่นนั้นที่เธอเปลืองแรงเปลืองสมองทะเลาะตอแยกับเจิ้งหยวนเพื่อให้เสี่ยวสยาได้แต่งเข้าสกุลเฝิงแทนนี้คงได้ขาดทุนย่อยยับ!
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งคร้านจะด่าทอลูกสาวต่อ จึงเดินตรงเข้าไปในห้องแล้วเงื้อมือฟาดเจิ้งเทียนหู่ที่เอาแต่นอนอยู่บนเตียงแล้วเอ่ย “แกถอดเสื้อผ้าออกมาเปลี่ยนเป็นผ้าสะอาดซะ น้องแกจะไปซักผ้าแล้ว”
เจี้งเทียนหู่กำลังนอนหลับสบายใจเฉิบ อยู่ๆ โดนตีปลุกกะทันหันเลยไม่พอใจอย่างยิ่ง ตะคอกใส่แม่ของเขาทันที “ทำอะไรของแม่เนี่ย!”
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งไม่สนใจ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าหาเสื้อผ้าสะอาดให้เขา“เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”
เจิ้งเทียนหู่พลิกตัวไปอีกฝั่ง “ผมบอกไปแล้วว่าไม่เปลี่ยนพรุ่งนี้ค่อยเปลี่ยน โคตรน่ารำคาญ”
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งโอ๋ลูกชายมาตลอด เจิ้งเทียนหู่บอกไม่เปลี่ยนเธอก็ไม่บังคับ จึงนั่งลงข้างเตียงแล้วถามไถ่แทน “แกบอกฉันมาคนรักที่โรงงานเครื่องจักรของเจิ้งหยวนเป็นใคร เขาชื่ออะไร? นังเด็กเวรนั่นมันยังไม่ยอมรับ!” เธออารมณ์ขึ้นทันทีที่พูดถึงเจิ้งหยวน ตนเองทำเรื่องไร้ยางอางกลับไม่ประหวั่นสักนิด แถมยังกล้าตะคอกใส่เธอ นังเด็กนั่นเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน! ในเมื่อเจ้าตัวไม่กล้าเสียหน้าก็ไม่ต้องไว้หน้ากันแล้ว สู้ป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปให้ทั่วหมู่บ้านเลยดีกว่าดูซิ ยังจะแต่งงานได้อยู่ไหม! ไม่ยอมรับนักใช่ไหม เหอะ ถึงตอนนั้นเอาตัวคนรักที่โรงงานเครื่องจักรออกมาประจันหน้า เธอจะกล้าหยิ่งยโสอีกหรือเปล่า!
เจิ้งเทียนหู่เปิดเปลือกตาอย่างเฉื่อยชาแล้วบอก “ผมไม่รู้”
“ฮะ?”
เจิ้งเทียนหูเอ่ยด้วยสีหน้าเหลือทน “ผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาชื่ออะไรผมแค่มองพวกเขาสองคนคุยกันสักพักอยู่ไกลๆ หน้าประตูโรงงานเท่านั้นเอง”