ทันทีที่ก้าวล่วงพ้นม่านหมอกสีเทา โลกทั้งใบคล้ายถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง
สำเนียงลมจากหมู่บ้านมลายหาย ประดุจเส้นแบ่งความเป็ตายถูกขีดทับ ไอหนาวแห้งแล้งถูกแทนที่ด้วยความชื้นแฉะอับทึบ กลิ่นซากใบไม้เน่าเปื่อยเจือกลิ่นคาวสนิมลอยแฝงในอากาศคล้ายโลหิตเจือจางน้ำฝนเก่า
หลื่อวิ๋นรั้งฝีเท้า กายเนื้อหยุดนิ่ง... มิใช่เพราะหวาดกลัว ทว่า ‘ป่าแห่งนี้เงียบสงัดเกินวิสัย’
ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าหยัดยืนผิดรูปราวกระดูกั์หักสะบั้น กิ่งก้านเกี่ยวพันคล้ายกรงเล็บอสุรกาย แสงตะวันถูกกลืนกินั้แ่เรือนยอด ผืนป่าเบื้องล่างหลงเหลือเพียงความสลัวสีเขียวคล้ำ ประหนึ่งก้าวเดินในห้วงท้องมฤตยูอันหิวโหย
เด็กหนุ่มยกผ้าป่านชุบน้ำพันปิดครึ่งล่างใบหน้า บังคับจังหวะหายใจให้เชื่องช้าแ่เบา มือขวากระชับมีดพร้าสลักสนิมแน่นจนข้อกระดูกขาวซีด ชายหนุ่มสืบเท้าพลางตวัดคมมีดฝังลึกบนลำต้นไม้เป็สัญลักษณ์เชื่อมต่อมรรคาหวนคืน
สิบห้าก้าวถัดมา ความผิดปกติแรกพลันปรากฏ ไร้สำเนียงวิหคหรือแมลงขยับปีก คล้ายอาณาเขตนี้ถูกกวาดล้างปราณชีวิตจนสิ้น หลื่อวิ๋นกวาดสายตาต่ำ โคลนใต้เท้าเปียกชื้นเกินปกติ สีดำคล้ำประดุจโลหิตเก่าเก็บ สัญชาตญาณสั่งการให้เลี่ยงหลบ ทันใดนั้น สายตาพลันสะดุดกับสิ่งผิดปกติ
ร่องรอยสายหนึ่งทอดยาวจากซ้ายจรดขวา ไร้รอยประทับฝ่าเท้า ทว่าเศษตะไคร่น้ำและกิ่งไม้แห้งถูกกวาดราบเป็ร่องลึก เผยชั้นหินแกรนิตเบื้องล่าง นี่คือร่องรอยของ ‘บางสิ่งที่ถูกลากทึ้ง’
ปลายนิ้วมือสั่นสะท้านแตะผิวดิน ร่องรอยยังชื้นแฉะ สดใหม่... เกิดเหตุมิเกินครึ่งชั่วยาม!
สัญชาตญาณคนเก็บสมุนไพรรีดเร้นััระวังภัยขั้นสุด พริบตาที่เตรียมหยัดกายลุก สำเนียงประหลาดพลันแว่วกระทบโสตประสาท
แกรก...
คล้ายน้ำหนักของบางสิ่งกำลังบดขยี้ใบไม้แห้งเื้ั ระยะห่างมิเกินสิบก้าว หลื่อวิ๋นร่างกายหยุดนิ่งประดุจรูปสลักศิลา ห้วงความคิดสั่งให้หลบหนี สรีระกลับแข็งขืน ในป่ามรณะ ภัยคุกคามแท้จริงคือ ‘สิ่งเร้นกาย’ ั์ตาดำขลับเหลือบมองผ่านหางตาเพียงเสี้ยว
เงาดำทะมึน สูงชะลูด ผอมเกร็ง... รูปทรงมิใช่มนุษย์!
มันแฝงเร้นย้อนทิศทางลมเพื่อกลบกลิ่นคาว ซ่อนพรางกับเงาไม้เน่าเปื่อยหมดจด เสี้ยววินาทีถัดมา เงามรณะนั้นพลันหายวับหลอมรวมเข้ากับความมืด หลงเหลือเพียงรังสีอำมหิตกรีดผ่านหลังคอ ทว่าพื้นดินตำแหน่งเดิมกลับยุบตัวทิ้งรอยประทับใหม่
หลื่อวิ๋นขบกรามแน่น ยันกายลุกขึ้นอย่างเงียบกริบ เก็บงำความตื่นตระหนกมิให้ผู้ล่าได้ใจ ด้ามมีดพร้าถูกกระชับแน่น
“มันสกัดเส้นทางถอยของข้าสิ้นแล้ว...”
เสียงพึมพำลอดไรฟัน สายตาก้มทอดมองร่องรอยเปื้อนเื ท่ามกลางบรรยากาศหนาวสะท้าน เขากลับสังเกตเห็นริ้วไอความร้อนระเหยขึ้นจากดินที่ถูกลากผ่าน ผิวดินกลับแผ่ไออุ่นผิดวิสัย!
“รากโลหิตอุ่น...”
นามสมุนไพรธาตุหยางระดับต่ำผุดขึ้นในห้วงจำ มันเติบโตจากการสูบกลืนโลหิตและปราณหยางจากซากอสูรระดับสูงเท่านั้น แม้เงามรณะเื้ัพร้อมกระชากิญญา ทว่าร่องรอยเบื้องหน้าคือแสงสว่างเดียวต่อลมหายใจมารดา ในป่าเร้นิญญา ความตายคือปราการด่านเดียวที่หลื่อวิ๋นพร้อมบดขยี้!
เด็กหนุ่มติดตามร่องรอยโลหิตปะปนไออุ่นลึกสู่ใจกลางพงไพร ม่านหมอกเจือจางลง เผยลานดินกว้าง กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นหลากทะลักปะทะนาสิกประสาท เบื้องหน้าปรากฏซากอสูรหมูป่าเขี้ยวหินขนาดมหึมาทอดร่างจมกองเื ลำตัวสูงใหญ่เทียบโคโตเต็มวัย เขี้ยวคู่หน้ายาวกว่าครึ่ง่แขนปักทะลุศิลาแกรนิต ต้นไม้โบราณด้านหลังหักครึ่งลำต้น
บัดนี้มันกลับนอนแน่นิ่ง ั์ตาดำขลับกวาดมองาแ รอยตัดเรียบเนียนบนกระดูกต้นคอ... เฉียบขาดเกินคมเขี้ยวสัตว์ป่า นี่คือรังสีดาบของผู้ฝึกปราณ!
หลื่อวิ๋นย่อกายประชิดซาก ไออุ่นแผ่กระจาย โลหิตยังมิฝังตัวเป็ลิ่ม... เพิ่งสิ้นใจมิเกินก้านธูป สายตาพลันสะดุดกึก ท่ามกลางแอ่งเื ปรากฏพรรณไม้สีแดงฉานต้นหนึ่งส่ายไหวแ่เบา ใบสามแฉกโปร่งใสดุจหยกแดง รากสีชาดชอนไชสูบกลืนปราณชีวิตอสูรอย่างตะกละตะกลาม
‘รากโลหิตอุ่น!’
สรรพคุณขับไล่ความหนาวเหน็บ ฟื้นฟูเืลม แม้มิใช่วิเศษระดับตำนาน ทว่าล้ำค่าเหนือเศษหญ้าทั้งมวล ภาพมารดาเผือดซีดซ้อนทับขึ้นในห้วงคิด หากนำสิ่งนี้กลับไป ย่อมซื้อเวลาเสาะหามรรคารักษาที่แท้จริงได้! หลื่อวิ๋นสืบเท้าประชิด ปลายนิ้วเอื้อมออกไป เหลือระยะเพียงครึ่งคืบ...
ฟุ่บ! ฉึก!
ลูกศรเหล็กพุ่งทะลวงปักผิวดิน เฉียดปลายนิ้วไปเพียงเส้นผม! หลื่อวิ๋นดีดถอยหลังตั้งหลัก มีดพร้ากระชับแน่นทันที
สวบ... สวบ...
เงาร่างสามสายก้าวพ้นม่านหมอก ผู้เดินนำสวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาว อาภรณ์หรูหราขัดแย้งกับสภาพป่าโสมม ใบหน้าหล่อเหลาทว่ารอยยิ้มเยียบเย็นราวงูพิษ
อู๋เฟิง... บุตรชายหัวหน้าหมู่บ้าน
เื้ัคือชายฉกรรจ์สองคน แผ่กลิ่นอายปราณยุทธ์ขอบเขตชำระกายาขั้นสาม คมดาบเล่มใหญ่มีหยดเืหมูป่าร่วงหล่น ชัดเจนยิ่งว่าซากอสูรเป็ฝีมือผู้ติดตาม ส่วนคุณชายผู้นี้เพียงชมสุนทรียภาพการล่า
“ข้านึกว่าผู้ใด” อู๋เฟิงทอดสายตามองหลื่อวิ๋น “ที่แท้ก็สุนัขจนตรอกท้ายหมู่บ้าน”
หลื่อวิ๋นมิกล่าววาจา ั์ตายังจับจ้องรากโลหิตอุ่น อู๋เฟิงสังเกตเห็น รอยยิ้มพลันกว้างขึ้น รองเท้าหนังชั้นดีก้าวประชิด นิ้วชี้คีบรากโลหิตอุ่นแกว่งกลางอากาศ
“เ้า้าสิ่งนี้หรือ?”
“ข้า้าเพียงต้นนั้น” หลื่อวิ๋นบีบด้ามมีดพร้าแน่น
“เพื่อมารดาใกล้ตายของเ้ากระมัง” อู๋เฟิงแสร้งถอนใจ “น่าสงสาร ข้าเกือบใจอ่อนแล้วเชียว” ชายชุดขาวหรี่ตามองรอยแผลตกสะเก็ดบนหน้าผากเด็กหนุ่ม “ได้ข่าวว่าเมื่อสามวันก่อน เ้าคุกเข่าโขกศีรษะหน้าเรือนโอสถจนเือาบเพื่อขอเศษหญ้ามิใช่หรือ? ไฉนวันนี้มิลองคุกเข่าให้ข้าดูบ้างเล่า? เผื่อข้าจักโยนสิ่งนี้ให้สุนัขเยี่ยงเ้า”
ชายฉกรรจ์ะเิเสียงหัวเราะ หลื่อวิ๋นยืนนิ่ง กรามขบแน่นจนเส้นเืขมับปูดโปน
อู๋เฟิงแค่นเสียงหยัน ปล่อยนิ้ว รากโลหิตอุ่นร่วงหล่นบนพื้นโคลน ห่างจากปลายเท้าหลื่อวิ๋นเพียงไม่กี่ก้าว ความหวังกระตุกในใจ ร่างผอมบางพุ่งทะยานหมายคว้าสมุนไพร พริบตาที่สืบเท้า... รองเท้าหนังของอู๋เฟิงพลันกระทืบลงมาเต็มแรง!
กร๊อบ!
ใบสีแดงแหลกเละ น้ำหล่อเลี้ยงสีชาดกระเซ็นเปื้อนโคลน ไออุ่นชีวิตสลายหาย อู๋เฟิงออกแรงบดขยี้ซ้ำจนสมุนไพรล้ำค่ากลายเป็เศษซาก
“สมบัติของข้า... ต่อให้บดขยี้ทิ้ง ก็มิใช่สิ่งที่มดปลวกเยี่ยงเ้าควรแตะต้อง”
หลื่อวิ๋นทรุดฮวบ สองมือสั่นเทากอบโกยเศษโคลนปนน้ำเลี้ยงสีแดง ปลายนิ้วหยาบกร้านพยายามประกอบใบไม้แหลกเหลวอย่างน่าเวทนา ทว่าทุกสิ่งพังทลายจนกู่ไม่กลับ... ความหวังริบหรี่ถูกเหยียบแหลกละเอียดต่อหน้า!
ภาพมารดานอนรอความตายฉายซ้ำ เด็กหนุ่มแหงนหน้าขึ้นช้าๆ ั์ตาแปรเปลี่ยนเป็ความคลุ้มคลั่ง โทสะเดือดพล่านดุจเพลิงผลาญ หมายบดขยี้สับร่างตรงหน้า ทว่าสติสัมปชัญญะกรีดร้องเตือนว่าชายฉกรรจ์ด้านหลังคือยอดฝีมือ
หลื่อวิ๋นยันกายลุกขึ้น มือกำด้ามมีดพร้าจนเส้นเอ็นนูนเด่น จิตสังหารอันเยียบเย็นแผ่ซ่าน บีบคั้นบรรยากาศหนักอึ้ง
“น่าสนใจ” อู๋เฟิงเคาะคันธนูเบาๆ “เ้ากำลังคิดสังหารข้า... สุนัขข้างถนนกลับเห่าหอนใส่ผู้เป็นาย สับเอ็นร้อยหวายมันทิ้งเสีย!”
ลูกสมุนร่างั์ชักดาบ พุ่งเข้าใส่รวดเร็วดั่งหมาป่า หลื่อวิ๋นหาได้ถอย ั์ตาจ้องแอ่งเื พริบตาที่อีกฝ่ายถลำประชิด ปลายเท้าพลันตวัดสุดแรง! โคลนข้นผสมโลหิตอสูรสาดกระเซ็นเข้าดวงตาชายฉกรรจ์เต็มแรง ร่างใหญ่เซถอย เด็กหนุ่มสองเท้าถีบทะยาน พุ่งตัวเข้าหาม่านหมอกด้านหลังทันที
“สังหารมัน!” อู๋เฟิงคำรามลั่น
สำเนียงฝีเท้าหนักอึ้งไล่หลัง หลื่อวิ๋นวิ่งสุดกำลัง กิ่งไม้บาดแก้ม เืสดไหลซึม ลูกสมุนอีกคนกระโจนขึ้นเหนือรากไม้ ปราณสีขาวรวมศูนย์ที่ท่อนแขน ดาบใหญ่ฟันตวัดลงมาเหี้ยมโหด คลื่นคมดาบพุ่งทะลวงอากาศ ต้นไม้ใหญ่ขาดสะบั้น หลื่อวิ๋นเบี่ยงตัวหลบสุดชีวิต
ฉัวะ!
คลื่นลมปราณเฉือนแผ่นหลัง แรงอัดกระแทกบดขยี้กระดูกซี่โครงลั่นร้าว อวัยวะภายในบอบช้ำ ร่างผอมบางลอยละลิ่วกระแทกพื้น โลหิตสดพุ่งทะลักจากริมฝีปาก นี่คือความห่างชั้นอันสิ้นหวังระหว่างปุถุชนกับผู้ฝึกตน! ทว่าเด็กหนุ่มกัดฟันตะเกียกตะกายลุกวิ่งทะลุขีดจำกัดมนุษย์ ฝ่าทะลวงเข้าสู่ม่านหมอกสีดำมืดมิด
“คุณชาย! เขตหมอกกลืนิญญา!” ลูกสมุนเบรกฝีเท้าโก่งตัว
อู๋เฟิงหยุดฝีเท้า สีหน้าหม่นทะมึน เบื้องหน้าหมอกสีดำประดุจน้ำหมึกหมุนวน อากาศหนาวสะท้านผิดธรรมชาติ ร้างไร้สรรพสิ่ง หลื่อวิ๋นหายเข้าไปแล้ว คุณชายชุดขาวแค่นเสียงหยิ่งผยอง “ปล่อยมันไป ต่อให้ข้าละเว้น หมอกพิษนั่นย่อมละลายอวัยวะมัน... กลับ”
ลูกสมุนลอบถอนหายใจ เสียงฝีเท้าห่างออกไป เหลือเพียงความเงียบอันน่าขนลุก
...
ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวแบกขุนเขา โลหิตหลากทะลัก หมอกพิษม้วนตัวเข้าหาแผลประดุจปลิงกระหายเื ความเ็ปแสบร้อนราวเพลิงโลกันตร์ทะลวงขั้วกระดูก พิษร้ายกัดกินแผลจนดำคล้ำ กระแสปราณบิดผันสร้างภาพลวงตา
“วิ๋นเอ๋อร์... แม่หนาว...”
สำเนียงแหบพร่าดังก้อง คล้ายมารดาคลานตามเื้ั ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของบิดาเพรียกหาจากขุมนรก! เด็กหนุ่มขบกัดปลายลิ้นสุดแรง รสคาวเืกระชากสติ เมินเฉยต่อภาพลวงตาทรมานใจ รอด... ต้องรอดเพื่อหวนคืนสู่มารดา
ปลายเท้าพลันสะดุดรากไม้ ร่างล้มกลิ้งลื่นไถล มือคว้ากอหญ้าโดยสัญชาตญาณ ม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้าแหวกออก ภาพทัศน์ที่ปรากฏสะกดให้ลมหายใจหยุดชะงัก
หุบเขาลับมหึมาซ่อนตัวอยู่เบื้องหน้า หมอกพิษถูกกางกั้นด้วยพลังงานไร้สภาพ พื้นลาดด้วยศิลาโบราณ รอยอักขระนับไม่ถ้วนสลักลึกเต็มพื้น เสาหินพังทลาย ซากค่ายกลรอยแตกเปล่งแสงสีทองจางๆ
รอบลานศิลานั้น เต็มไปด้วยซากโครงกระดูกมนุษย์นับสิบ! บางร่างสวมเศษผ้าอาภรณ์ยอดฝีมือ ทุกร่างล้วนก้มหน้า คลานตะเกียกตะกายหันไปทางกึ่งกลางลานราวพยายามไขว่คว้าบางสิ่งก่อนสิ้นใจ
กึ่งกลางลาน ปรากฏไม้ตายซากต้นหนึ่ง ไร้ใบ ลำต้นแตกร้าว ทว่ากิ่งสูงสุดกลับชูช่อผลไม้ลูกหนึ่งห้อยแขวน
ผลไม้สีทองหม่นเปล่งแสงเรืองรองดุจดาราดวงจ้อย กลิ่นหอมลี้ลับลอยโชย เพียงสูดดม ห้วงสติกระจ่างแจ้ง ความหนาวเหน็บและพิษถูกกดทับชั่วคราว คล้ายกระตุ้นให้ก้าวไป ท่ามกลางหุบเขาแห่งความตาย ท่ามกลางซากศพยอดฝีมือ เขากลับพบสิ่งเร้นลับเพียงหนึ่งเดียวที่ฝืนลิขิต์ดำรงอยู่
หยาดโลหิตจากฝ่ามือเด็กหนุ่มร่วงหล่นกระทบอักขระพื้นศิลา...
วินาทีนั้น โลหิตอุ่นร้อนที่อาบย้อมข้อมือซ้าย ซึมซาบลงรอยด่างขาวจางที่กำไลหยกบิดาเคยสวมทับ บัดนี้แผ่ความร้อนลวกประดุจประทับตรา! มันสั่นะเืตอบรับคลื่นพลังสีทองจากอักขระโบราณ อักขระกะพริบเรืองแสงสว่างและหรี่ลงเป็จังหวะเดียวกับเสียงหัวใจเต้นรัวอย่างน่าอัศจรรย์
ผลไม้สีทองบนยอดไม้ทอแสงสว่างวาบขึ้นหนึ่งจังหวะ ราวกับมันตั้งตารอคอยข้ามผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี... เพียงเพื่อรับการมาเยือนของเขาโดยเฉพาะ!
- จบตอนที่ 2 -