เพี๊ยะ!!
ฝ่ามือร้อนประทับลงอีกครั้งซ้ำรอยเดิม แรงตบทำให้ใบหน้าทิวากรเหวี่ยงหันไปตามฝ่ามือ คราวนี้ความเ็ปรุนแรงทวีคูณยิ่งกว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเ็ปรวดร้าวลามไปถึงส่วนลึกของหัวใจ
ลึกๆแล้วเขาแค่น้อยใจและไม่เข้าใจการกระทำของผู้ใหญ่ อีกอย่างคือเขาเกลียดแสงจันทร์ เกลียดผู้หญิงอย่างเธอ!
"ฮึ..." ทิวากรอยากปล่อยวางกับชีวิตอยู่หรอก เขาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ราวว่าตกลงมาบนกองเงินกองทอง ชีวิตที่ใครต่างพากันอิจฉาตาร้อน แต่ความจริงแล้วชีวิตนี้มันน่าบัดซบเหลือเกิน เขาเลือกสิ่งที่้าที่สุดด้วยตัวเองไม่เคยได้
ทำไมกัน แสงจันทร์มีดีอะไรนักหนา ผู้ใหญ่ส่วนมากถึงเห็นดีเห็นงามกับเธอแทบทั้งหมด ทุกคนชอบพอและพากันเข้าข้างผู้หญิงไร้น้ำยาคนนั้น แม้กระทั่งครอบครัวของเขาเอง กุลศิริบริรักษ์เห็นผู้หญิงคนนั้นดีกว่าลูกของตัวเอง
“เพราะผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ลูกควงออกมาจากคลับบาร์แทบทุกคืน คนพวกนั้นไม่มีค่าพอกับตำแหน่งภรรยาหมายเลขหนึ่งต่อจากแม่ไง!” ฉัตรตรีก็พูดตามสิ่งที่เห็น
ลูกชายตัวดีมักทำตัวเป็เพลย์บอยในคาบคุณหมอ เขาควงหญิงสาวไม่ซ้ำหน้าจนเกิดเป็กระแสข่าวในทางไม่ดีในแวดวงไฮโซ รวมถึงข่าวฉาวกลุ่มผู้ดี กุลศิริบริรักษ์ถูกตำหนิติเตือนจากหลายฝ่ายมาโดยตลอด ั้แ่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก จะทำอย่างไรดีไม่ให้ลูกชายคนเดียวของตระกูลไม่เหลวไหลเหมือนพ่อ
พ่อที่เป็ถึงผู้อำนวยการใหญ่แห่งโรงพยาบาลกุลศิริ....
จริงแล้วเธอก็อยากมอบอิสระให้แก่ลูกเหมือนกัน แต่เพราะกลัว กลัวว่าวันใดวันหนึ่งลูกจะเลือกสิ่งที่ผิด อนาคตของลูกอาจจะพังลงในสักวัน ฉัตรตรีจึงจัดการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ทิวากร
“แล้วแม่เคยคิดถึงความรู้สึกของผมบ้างไหม...ผมต้องบอกกี่ครั้งว่าไม่เคยชอบผู้หญิงคนนั้น แล้วก็จะไม่โง่ไปหลงรักยัยแสงจันทร์ไม่ว่าจะวันไหน!” ทิวากรพูดย้ำเสียงแข็ง
"ผมขอเลือกด้วยตัวเองได้ไหมว่าจะรักใคร" เขาไม่เคยชอบพอสิ่งที่ครอบครัวเลือกสรรให้ การถูกตีกรอบมาั้แ่จำความได้ ก่อให้ลูกชายคนนี้กระทำสิ่งซึ่งอยู่นอกกรอบเมื่อโตขึ้น แต่สุดท้ายแล้วก็มักจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่กุลศิริบริรักษ์ชี้นำไม่เคยได้
แต่เื่นี้มันสำคัญสำหรับเขา ขอเขาเลือกมันด้วยตัวเองไม่ได้หรือ...ผู้หญิงที่จะเป็คู่ชีวิต
“เชื่อแม่สิ อยู่ไปเดี๋ยวก็รักกัน” ประโยคที่มักจะได้ยินมาเสมอั้แ่เยาว์วัย เรียกว่าเป็คำฮิตติดเทรนในหลายๆครอบครัวของกลุ่มผู้ดีก็ว่าได้
“ปัจจุบันผมยังไม่เห็นว่าพ่อกับแม่จะรักกันเลยนี่ครับ” ทิวากรสวนกลับเสียงเบา ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่รอบตัว ทว่าผู้ใหญ่ที่เขาเคารพกลับยังสืบทอดความน่าอึดอัดมาจนถึงปัจจุบัน
นี่มันยุคไหนปีไหนเข้าไปแล้ว เมื่อไรวิธีอย่างนี้ของกลุ่มผู้ดีตระกูลต่างๆ จะหมดสิ้นไปเสียสักที
แต่เขาก็ไม่ควรพูดขยี้ปมในหัวใจของผู้เป็แม่อย่างนี้สิ แม่ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะรักเขามากอย่างไรล่ะ
“กร!!”
ฉัตรตรียกฝ่ามือสั่นคลอนขึ้นอีกครั้ง หมายจะประทับลงบนใบหน้าของลูกชาย
แต่เมื่อเธอเห็นแววตาข้างในของทิวากร เห็นดวงสั่นไหวของลูกชาย เธอกลับหยุดการกระทำแล้วค่อยๆ ลดระดับฝ่ามือลง พยายามสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงกว่านี้
เธอจะโกรธเพียงเพราะลูกชายพูดตรงไปตรงมาเกินกว่าเหตุไม่ได้เด็ดขาด แม้จะเจ็บอย่างไร ผู้เป็แม่ก็ต้องอดทนเท่านั้น
“ลูกจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ผู้หญิงที่จะแต่งเข้าตระกูลเราคนต่อไปต้องเป็น้องจันทร์เท่านั้น แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะรักน้อง น้องเป็คนดี แล้วน้องก็รักลูกจากใจจริงไม่ใช่เงินทอง น้องจันทร์ไม่ได้หวังสมบัติเงินตราหรือชอบแค่รูปลักษณ์ภายนอก เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่เข้าหาลูก น้องบอกกับแม่มาตลอดว่ารักลูกที่หัวใจ”
ฉัตรตรีมีความจำเป็ที่ต้องทำถึงขั้นนี้ เธอเป็สะใภ้หมายเลขหนึ่งของตระกูล ผู้ใหญ่ฝากฝังและกำชับให้รับผิดชอบเื่เช่นนี้สืบต่อมา แล้วอีกอย่างเธอกำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกชาย เธอรู้ดีว่าผู้หญิงส่วนมากเข้าหาทิวากรเพราะอะไร หากวันใดวันหนึ่งมีผู้หญิงดีๆที่รักลูกจริงๆเข้ามาเธอก็พร้อมยอมรับ แต่ตอนนี้มันไม่มีเลยไง
“...” ทิวากรหมดวาจาจะว่าความ
เขาก้มศีรษะลงรับชะตา เถียงไปก็เท่านั้น เขาไม่เคยชนะหรือได้ในสิ่งที่้า ยิ่งแต่จะสร้างบาปกรรมให้เพิ่มขึ้น จริงแล้วไม่เคยอยากปฏิบัติตัวอย่างนี้กับแม่เลยสักนิด แต่ทุกอย่างรอบตัวก่อให้เขากลายเป็ลูกที่แย่
ทิวากรยกมือเท้าสะเอวแสดงสีหน้าตึงเครียด เขาหมดทางเลือกถึงได้มีความคิดชั่วร้ายบางอย่างแล่นออกมา
“เมื่อไหร่ก็ได้แต่ต้องให้เร็วที่สุด ลูกต้องไปหา ไปปรับความเข้าใจกับน้องจันทร์ให้เร็วที่สุด”
“ฮึ...” ทิวากรขำขันในลำคอ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาสบตาฉัตรตรีและตัดพ้อความน้อยใจผ่านสายตา
“เร็วที่สุดใช่ไหมครับ”
“...” ใช่ ฉัตรตรีหมายถึงให้รีบไปปรับความเข้าใจกับคู่หมั้นซะ
“งั้นผมคงต้องไปเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย”
"กร!" ใครจะคิดว่าลูกชายจะพูดประชดประชันเก่งอย่างนี้ ทว่าฉัตรตรีก็มีความกังวลอยู่เล็กน้อย
เธอมองแผ่นหลังลูกชาย ที่เพิ่งเดินออกจากบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวในทันทีหลังทิ้งประโยคน่ากังวลเอาไว้ ลูกชายคงไม่ทำจริงหรอกใช่ไหม เธอไม่เคยเห็นทิวากรอารมณ์ร้อนอย่างวันนี้เลย
“ตากรจะไปจริงหรือเปล่า แล้วไปทั้งเมาแอ๋แบบนั้นคนที่บ้านหนูจันทร์จะว่ายังไง โทรไปแจ้งข่าวเวลานี้ก็เกรงจะเสียมารยาท”
“คุณหญิงไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ คุณหมอกรคงไม่ไปหาคุณหนูจันทร์ตอนตีหนึ่งอย่างนี้ น่าจะกลับไปนอนค้างที่คอนโดเหมือนทุกครั้ง ปกติคุณหญิงบอกล่วงหน้าตั้งเดือนสองเดือนคุณหมอกรถึงจะไปบ้านนั้น แม้แต่จะรับคุณหนูจันทร์เป็ผู้ป่วยในความดูแลยังปฏิเสธมาตลอด ดิฉันมั่นใจว่าคุณหมอกรไม่ไปแน่นอนค่ะ” สาวใช้คนสนิทของฉัตรตรีก็แค่คาดคะเนตามนิสัยที่แล้วมาของทิวากร
“นั่นน่ะสิ คืนนี้ตากรคงไม่บ้าคลั่งเพราะแอลกอฮอล์หรอกล่ะมั้ง”
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าหากความบ้าระห่ำเข้าครอบงำแล้วเขาจะทำอะไรได้บ้าง
ฝ่ายทิวากรกำลังเดินออกจากคฤหาสน์ด้วยท่าทางใจร้อน เขาโกรธเคืองที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย ต้องทำตามแผนที่ผู้ใหญ่วางไว้เสมอ
ในเมื่อเลือกไม่ได้ดีนัก เขาตั้งใจแล้วว่าจะสนองให้เดี๋ยวนี้เลย เอาให้เสื่อมกันไปทั้งโคตร
“เสือผู้หญิงอย่างไอ้กรนี่แหละ จะทำให้ทั้งกุลศิริบริรักษ์รวมถึงภัควิมล เสื่อมเสียยิ่งกว่าที่เป็อยู่เลยครับแม่” เขาจะกระทำสิ่งสิ้นคิดอันใด