พวกเขาเก็บร้าน แวะไปร้านตีเหล็กก่อนกลับซื้อซาลาเปาไส้เนื้อฝากหานถง
“ต้องกลับไปสอนเ้าอ้วนทำเตาดินเผาแล้วซิ”
...วันถัดมา...
หานอี้กับพี่เดินทางไปรับเปลือกหอยที่เมืองเฉงจิ๋วใช้เวลาครึ่งวันไปกลับ
มาถึงบ้านก็มีเปลือกหอยที่แม่ไปรับจากเมืองปักไฮตั้งอยู่บนม้านั่งหน้าบ้าน
ปริมาณน้อยกว่าของเมืองเฉงจิ๋วแต่ก็มากพอที่จะได้สบู่ร้อยกว่าก้อน
แต่ถ้าเอามารวมของสองเมือง สบู่รอบนี้น่าจะได้ถึงสี่ร้อยกว่าก้อน
่เวลาที่เหลือของวันพวกเขาใช้หมดไปกับการทุบเปลือกหอย
ตื่นมาเช้ามืดเปิดประตูจะไปแปรงฟัน
“( ! ) ผี....
หานอี้ใมีเงาดำนอนอยู่บนม้านั่งไม้ไผ่
แล้วมันก็ลุกยืน ดูจากเงาใหญ่ๆตัวอ้วนๆเหมือนใครคนหนึ่ง
“น้องอี้พี่ใหญ่ต้องขออภัยด้วยที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าว”
“ทำข้าใแล้วยังแทนตัวเองว่าพี่ใหญ่อีก ไอ้อ้วนนี้มัน.....”
หานอี้คิดที่จะไล่เคาทูออกจากบ้านเพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์
เปลี่ยน และไม่อยากเผยความลับทางธุรกิจให้คนนอกรับรู้
“น้องอี้วันนี้พี่ใหญ่พาวัวมาให้สองตัวเป็ตัวผู้ตัวเมีย”
หลังจากถามให้ชัดเจนว่าให้อย่างไรก็ได้คำตอบว่า ยกให้ฟรี
หานอี้จึงเปลี่ยนใจให้เคาทูอยู่ต่อได้กินข้าวเช้าด้วยกัน
หลังอาหารเช้าก็มีเื่ที่น่าใกว่าอีกเคาทูได้กล่าวว่าจะพาผู้ใหญ่
มาขอหานซีเื่นี้เล่นเอาหานอี้อึ้งไปครึ่งวันโดยทำอะไรไม่ถูก
พึ่งมาบ้านแค่วันเดียวแล้วไปจีบกันตอนไหนแล้วพี่สาวจอมพลังของตน
ก็เหมือนจะยินดี รักครั้งแรกของพี่ แล้วไปรักกันตอนไหน?
คนยุคนี้เค้าจัดการเื่รักกันง่ายๆเลยรึชอบก็มาขอได้เลยหรอ
พ่อกับแม่ไม่ได้คัดค้านพี่ก็นั่งก้มหน้าอายอยู่ พ่อกับแม่ตอบรับคำขอเคาทู
นัดวันจะมาสู่ขอเรียบร้อยจึงแยกย้ายหานอี้มาทำสบู่โดยมีแม่กับพี่
มาช่วย และว่าที่สมาชิกใหม่ของครอบครัวมาช่วยอีกแรง
ทั้งสามคนตั้งใจฟังหานอี้อธิบายขั้นตอนการทำในขั้นตอนการเผาเปลือกหอย
ให้ทุกคนนำผ้ามาทำเป็หน้ากากเพราะการเผาแคลเซียมคาร์บอเนตจะกลายเป็คาร์บอน ถ้าสูดดมในปริมาณมากจะเป็อันตราย
................................................................................
และด้วยการช่วยเหลือของทุกคน เลยใช้เวลาทำไม่นาน
เสร็จก่อนอาหารเที่ยงพอดี ่บ่ายหานอี้ได้สอนหานถงทำเตาดินเผา
โดยมีเคาทูมายืนฟังและได้ช่วยหานถงทำงานด้วย
่เย็นก็ช่วยกันทำคอกวัวก่อนนอนหานอี้ว่างแผนการธุรกิจใหม่
เพราะมีวัวสองตัวมาเป็สินทรัพย์ใหม่และมีโอกาสได้เพิ่มจากการสู่ขอพี่
่เช้าหานอี้ห่อสบู่ก้อนบางส่วนด้วยกระดาษและขนเตาดินเผามาวาง
บนรถเข็น หานถงมัดถ่านไม้นำมาวางบนรถวันนี้แม่ไปช่วยขายของ
ทั้งสามออกเดินไปเมืองปักไฮ มาถึงตลาดยังเช้าอยู่จัดวางสินค้าเสร็จ
หานอี้ทำการย่างปลาอีกรอบสลับกับย่างกุ้งทำให้ขายดีกว่าวันแรก
เตาดินเผาสินค้าใหม่ของพวกเค้าเที่ยงวันก็เหลือสองใบสุดท้ายแล้ว
ยี่สิบใบใช้เวลาขาย แค่หนึ่งชั่วยามถ่านไม้เหลือมัดสุดท้าย
มีเพียงสบู่ที่ขายได้แค่สามก้อน ปักไฮแม้จะได้ชื่อว่าเมือง
แต่จำนวนประชากรยังถือว่าน้อยถ้าเทียบกับเมืองอื่น
“เถ้าแก่ ข้าเอาทั้งหมด เตาเผา ถ่านไม้และที่เ้าเรียกว่าสบู่นั้นด้วย”
( ! ) หานอี้คาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาเหมาสินค้าทั้งหมดของเค้า
สบู่ยังมีเก้าก้อน ราคาก้อนละสี่สิบอีแปะเค้าจึงมองหน้าคนที่มาซื้อ
เผลอจ้องด้วยไม่ได้ตั้งใจ สักพักระบบทำงาน
Search………. เตียวก๊ก เป็ตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์
เื่สามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เป็ผู้ก่อตั้งและผู้นำกลุ่มฏโพกผ้าเหลือง ใน่ปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของประเทศจีน
( !!! ) “เห้ยย.....ไม่นะ...”
เตียวก๊กจ้องหน้าหานอี้ และกล่าว
“เ้าว่าอย่างไรนะข้าไม่เข้าใจ ดูเหมือนว่าเ้าจะใ”
หานอี้รีบแก้ตัวอธิบายว่าตนใและดีใจในเวลาเดียวกันที่สามารถ
ขายสบู่หมดเร็วอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ซื้อเสร็จแล้วจากไป
แต่ก่อนที่ชายอ้วนและพรรคพวกจะเดินพ้นสายตาหานอี้เขาได้หยุดเดิน
แล้วหันหลังมามองหานอี้พร้อมรอยยิ้มทั้งสองจ้องตากันอีกครั้ง
เล่นเอาหานอี้เข่าอ่อนหมดแรงในทันที
“เก็บของๆเราจะกลับบ้านเลย ไม่แวะซื้ออะไรแล้ว”
แม่พยายามถามหานอี้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะนางตั้งใจมาซื้อของใช้ในครัว
หานอี้ไม่สนใจคำถามแม่พูดแค่ว่าตนรีบกลับ ให้เก็บของเร็วๆ
ของใช้ในครัวเดี่ยวจะมาซื้อให้พรุ่งนี้ทั้งสามคนรีบเดินออกจากเมือง
ระหว่างทางกลับหานอี้อยู่ไม่เป็สุขเค้ามีความรู้สึกว่ามีคนเดินตาม
พวกเค้าตลอดหันหลังดูก็ไม่เห็นใคร แม่ก็พยายามถามตลอดว่าเกิดอะไร
หานอี้ได้แต่ตอบว่ารีบกลับอย่างเดียว เพราะเค้ากลัวมีคนตามหลังมา
ภายในใจของเค้านั้นกลัวกลัวอดีตที่เคยเป็ฏผ้าเหลือง
แล้ววันนี้ตนดันมาเจอกับหัวหน้าใหญ่ของพวกฏที่น่าแปลกใจอีกอย่าง
ทำไมเตียวก๊กถึงทำตัวเป็ลูกน้องชายอีกคน หรือว่าเตียวก๊กจะปลอมตัว
เวลาเดินตลาดเพราะตามประวัติศาสตร์เค้าไม่ใช่คนตัวอ้วน
สังเกตได้จากนิ้วมือของเค้าบางเล็กไม่อวบกลมเหมือนคนอ้วนปกติ
เหมือนจะได้ยินเสียงม้ามาจากด้านหลัง หานอี้รีบหลบเข้าป่าด้านข้าง
“เถ้าแก่เจอกันอีกแล้วนะฮ่าฮ่า”
“เสียงนี้ใช่เลย....เตียวก๊ก ตูไม่อยากเจอมันนนนนนน..”
ได้ยินแค่เสียงก็รู้ทันทีความเครียดมาเยือนหานอี้ในฉับพลัน
“พบเจอด้วยบังเอิญอีกครั้งสงสัยฟ้ามีประสงค์ให้พวกเราได้เป็เพื่อนกัน”
เตียวก๊กร่างอ้วนพูดไปยิ้มไปวางมาดเป็คนอารมณ์ดี
“สัส” หานอี้หลุดปาดโดยไม่ได้ตั้งใจ
แอบตามมาตลอดพอเข้าเขตป่าหางไกลจากผู้คน รีบแสดงตัวทันที
เตียวก๊กและผู้ติดตามอีกหกคน
“ถ้าต้องสู้โอกาสชนะของพวกเราไม่มีเลย”