บทที่ 5: ภายใต้แสงไฟนีออน
โรงพยาบาลในยามดึกคือสถานที่ที่ความตายและความเป็อยู่กางกั้นกันเพียงแผ่นฟิล์มบางๆ สำหรับคนทั่วไปที่นี่คือที่แห่งการเยียวยา แต่สำหรับ หมอไหม มันคือ "บุฟเฟต์" ของร่างกายมนุษย์ที่ไร้ทางสู้
ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับ V.I.P. ที่เงียบสงัด แสงไฟทางเดินสลัวลอดผ่านช่องประตูเข้ามา หมอไหมในชุดกาวน์ที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกก้าวเข้าไปหาคนไข้ชายหนุ่มที่นอนไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาชาหลังผ่าตัดขา แววตาหลังกรอบแว่นของเธอมืดสนิทขณะจ้องมองใบหน้าที่ดูดีแต่ไร้เรี่ยวแรง
"ร่างกายที่หยุดนิ่งแบบนี้... คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด" หมอไหมพึมพำพลางสวมถุงมือยาง เสียงยางที่รัดเป๊ะกับข้อมือดัง เปรี้ยะ เธอไม่ได้มาเพื่อตรวจอาการ แต่เธอมาเพื่อ "ตักตวง"
เธอเริ่มจู่โจมด้วยความนิ่งเฉียบ นิ้วมือที่ชำนาญการศัลยกรรมลูบไล้ไปตามสรีระของคนไข้ที่กึ่งหลับกึ่งตื่น ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจากการทำลายจรรยาบรรณแพทย์คือเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจของเธอ ไม่ใช่แค่คนไข้ แต่บางครั้งในห้องดับจิตที่เย็นเยียบ หมอไหมก็มักจะหาเศษหาเลยกับพนักงานเวรเปล หรือแม้แต่หมอฝึกหัดที่เธอกดดันจนต้องยอมก้มหัวให้ภายใต้โต๊ะทำงานในห้องตรวจ
ในเวลาเดียวกัน ที่คณะสังคมศาสตร์ จูน นั่งอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกที่เริ่มมืดลง เธอกำลังเปิดสมุดบันทึกเล่มเดิม แต่แล้วเสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความลังเลก็ดังขึ้น
"พี่จูนคะ... คือ... มิวมีเื่อยากปรึกษาค่ะ"
มิว รุ่นน้องปี 2 ที่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม หุ่นนุ่มนิ่มแบบเด็กสาววัยใส เธอเป็คนเก่งแต่มีปัญหาเื่ความมั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะเื่ "ร่างกาย" และความสัมพันธ์ทางเพศที่เธอมองว่าเป็เื่น่ากลัวและสกปรก
จูนเงยหน้าขึ้นมองมิว แววตาของจูนวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่งเหมือนนักล่าที่เจอเนื้อชิ้นนุ่ม "นั่งลงสิมิว... บอกพี่มาว่าความกลัวของเธอ มันรสชาติเป็ยังไง?"
มิวเล่าถึงความกังวลเื่อวัยวะเพศของตัวเองที่เธอคิดว่ามันไม่สวยงาม และเซ็กซ์ที่เธอเคยเจอมาที่มันจืดชืดจนเธอรู้สึกผิดปกติ จูนฟังอย่างตั้งใจก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนมิวััได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบ
"ความงามไม่มีอยู่จริงมิว... มีเพียง ‘ปฏิกิริยา’ เท่านั้น ถ้าเธออยากรู้ว่าร่างกายเธอมีค่าแค่ไหน เธอต้องเลิกมองว่ามันเป็ของเธอ แต่จงมองว่ามันเป็เครื่องมือทดลอง" จูนหยิบถุงมือยางสีดำขึ้นมาสวม (ของกำนัลจากหมอไหม) "อยากให้พี่ช่วย ‘ตรวจ’ ดูไหม? ว่าข้างในของเธอ... มันซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง"
มิวหน้าแดงซ่าน แต่ความเลื่อมใสในตัวรุ่นพี่ที่แสนลึกลับทำให้เธอพยักหน้าอย่างหลงใหล "ถ้าเป็พี่จูน... มิวเต็มใจค่ะ"
จูนพามิวกลับมาที่คอนโด ในห้องวิจัยที่มืดสลัว แสงไฟสีม่วงอ่อนส่องกระทบผิวกายขาวนวลของมิวที่ยอมเปลือยเปล่าต่อหน้าจูนเป็ครั้งแรก จูนใช้ความเป็ "นักวิจัย" บงการมิวอย่างช้าๆ เธอสอนให้มิวรู้จักกับความเ็ปที่แปรเปลี่ยนเป็ความสุข และทดลองใช้ััระหว่างผู้หญิงด้วยกันที่ดิบและตรงไปตรงมา

บรรยากาศในห้องพักของจูนวันนี้แตกต่างออกไป แสงไฟสีนวลตาถูกหรี่ลงจนสลัว กลิ่นเทียนหอมอ่อนๆ ที่จูนจงใจเลือกมาเพื่อกล่อมประสาทััอบอวลไปทั่วห้อง มิว นั่งตัวเกร็งอยู่บนขอบเตียง มือเรียวเล็กกำชายกระโปรงนักศึกษาไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีความประหม่าฉายชัดทำให้เธอดูเหมือนลูกกระต่ายที่หลงเข้ามาในรังหมาป่า
"พี่จูนคะ... มิวรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติจริงๆ ค่ะ" มิวพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "เวลาผู้ชายแตะตัว มิวจะรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะร้องไห้... มิวกลัวว่ามิวจะรักใครไม่ได้"
จูนขยับเข้าไปใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวมิวอย่างอ่อนโยน ััที่เย็นเชียบของจูนทำให้นิวสะดุ้งเล็กน้อยแต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
"มิวไม่ได้ผิดปกติหรอก..." จูนกระซิบ เสียงของเธอทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร "ร่างกายของมิวแค่มีความละเอียดอ่อนสูงเกินกว่าที่พวกผู้ชายหยาบๆ จะเข้าใจ... อยากให้พี่ช่วย ‘รักษา’ ไหม? พี่จะสอนให้มิวรู้ว่า ร่างกายของมิวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด"
จูนค่อยๆ เชยคางมิวขึ้นมา แววตาของจูนที่สะท้อนในแว่นตานั้นดูลึกลับและทรงอำนาจ เธอโน้มตัวลงประทับจูบที่หน้าผาก ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากนุ่มของรุ่นน้องอย่างช้าๆ มิวเบิกตากว้างด้วยความใแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี รสชาติหวานล้ำปนกลิ่นมิ้นต์อ่อนๆ จากปากของจูนทำให้มิวเริ่มเคลิ้มตาม
"ลองปล่อยวางดูนะมิว... คิดเสียว่านี่คือการวิจัยเพื่อหาทางออกให้ชีวิตเธอ"
จูนเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของมิวออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวอมชมพูที่ดูนุ่มนิ่มและบอบบาง จูนใช้ปลายนิ้วที่เรียวยาวลูบไล้ไปตามสรีระของรุ่นน้อง บันทึกทุกปฏิกิริยาผ่านประสาทััของตัวเอง
‘บันทึกการวิจัย 005: การตอบสนองต่อััระหว่างเพศเดียวกัน (Homo-erotic Subject) – ค่าความตึงเครียดของกล้ามเนื้อลดลง 30% เมื่อได้รับความอบอุ่นแบบหลอกๆ ... กลิ่นกายของมิวมีลักษณะคล้ายแป้งเด็ก ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่เกิดจากความประหม่า...’
จูนผลักนิวให้เอนกายลงบนเตียงนุ่ม เธอซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของมิวอย่างหิวกระหาย ลิ้นเรียวเล็กของจูนตวัดชิมรสชาติความหวานของผิวเนื้อนิ่มๆ สลับกับการขบเม้มจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ มิวส่งเสียงคราง "อ๊ะ... พี่จูน..." อย่างห้ามใจไม่ได้ มือของมิวขยุ้มกลุ่มผมสีดำของรุ่นพี่ไว้แน่น ร่างกายของเธอเริ่มบิดเร้าด้วยความกระสันที่เพิ่งเคยพบเจอเป็ครั้งแรก
"มิว... รู้สึกยังไงบ้าง?" จูนถามขณะที่มือของเธอเลื่อนลงไปััจุดอ่อนไหวกลางกายมิวที่บัดนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำกามใสๆ
"มิว... มิวรู้สึกดีค่ะ... พี่จูนอย่าหยุดนะ..."
จูนบรรจงใช้ลิ้นและนิ้วจัดการกับความลับภายใต้กระโปรงของมิวอย่างเชี่ยวชาญ เธอเร่งจังหวะและผ่อนหนักเบาตามเสียงหอบหายใจของรุ่นน้อง จูนจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของมิวอย่างไม่วางตา เธอวิเคราะห์ความถี่ของเสียงครางและการกระตุกของกล้ามเนื้อโคนขาเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่จ้องมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์
"อ๊าาาาาาา!" มิวกรีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อจูนนำพาเธอไปถึงฝั่งฝัน ร่างกายของมิวสั่นกระตุกถี่ๆ น้ำใสๆ ไหลนองออกมาตามง่ามนิ้วของจูน
จูนถอนมือออกมาแล้วนำนิ้วนั้นมาชิมรสชาติที่ปลายนิ้วอย่างแ่เบา ‘รสชาติหวานเปรี้ยวจางๆ ... ค่า pH น่าจะมีความเป็กรดเล็กน้อย... ข้อมูลสมบูรณ์’
มิวที่นอนหอบหายใจรวยรินดึงร่างของจูนเข้าไปกอดไว้แน่น "พี่จูนคะ... มิวรักพี่จูนที่สุดเลย มิวไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน..." มิวซุกใบหน้าลงกับอกของจูน ความจงรักภักดีที่เกิดขึ้นบัดนี้มันไม่ใช่แค่รุ่นพี่รุ่นน้อง แต่มันคือการยอมมอบทั้งชีวิตให้
จูนลูบหลังมิวเบาๆ แววตาของเธอยังคงว่างเปล่า "ดีมากมิว... ต่อไปนี้ พี่มีงานสำคัญให้มิวช่วย พี่กำลังจะไป ‘ไซด์งานก่อสร้าง’ เพื่อวิจัยขั้นสูงสุด และพี่้ามิวไปเป็พยานที่นั่นกับพี่... มิวจะยอมช่วยพี่ใช่ไหม?"
"ค่ะพี่จูน... มิวจะทำทุกอย่างที่พี่้า... แม้มันจะน่ากลัวแค่ไหน มิวก็จะทำเพื่อพี่"
