บทที่ 3 ส่งบางส่วนเข้าไปในร่างกายเธอ Nc 20 ++
ผมผละลิ้นจากปากของนากออก และเริ่มจูบลากจากลำคอลงมาช้าๆ มาหยุดดูดและเลียอยู่ตรงเนินนมที่ชูยอดเม็ดบัวชมพูเล็กนั่น
เป็เวลานานหลายปีแล้วที่ปากของผมไม่ได้ััความนุ่มละมุนของหัวนมผู้หญิงที่งดงามเช่นนนี้ มันช่างเป็อาหารที่วิเศษเหลือเกิน
“จุ๊ฟ..จร๊วฟ..อ่า..”
ร่างอรชรนั้นเมื่อถูกความสากเสียวของลิ้นและหนวดที่หยาบกร้านกระหน่ำถูไถส่วนเนินสงวนที่เอิบอิ่ม ประจุความเสียวซ่านก็ค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่ว ทำให้นางบิดตัวส่ายไปมา ผมไม่รอช้าจับยกร่างของนางขึ้นไปนั่งพิงไว้กับเก้าอี้ที่ปูด้วยผ้าขนสัตว์ผืนใหญ่ และเริ่มแหวกเรียวขาทั้งสองออกเปิดเผยสวนรอยแยกร่องน้ำกลีบชบาแดงอมชมพูที่กำลังปริ่มนองไปด้วยน้ำลื่นรักสีใส รอให้ใครสักคนมาดื่มกิน แน่นอนคนๆ นั้นก็คือผม
สายตาของผมจ้องมองพินิจพิจารณาร่องเนื้อแดงปริ่มน้ำนั้นอยู่ครู่หนึ่ง นางเป็สัตตรีสูงศักดิ์ที่คอยให้ความบันเทิงกับฮ้องเต้ ส่วนเนินเนื้อนี้ของนางจึงถูกดูแลอย่างดีเป็พิเศษถึงแม้จะผ่านคาวราคีมามากแต่ก็ยังอวบอิ่มสมบูรณ์ด้วยประกายผิวเนียนเปล่งปลั่งอมชมพู
ผิวของมันเรียบเนียนไร้ขนโค้งนูนได้รูป สวยสดงดงามราวกับประติมากรรมโยนีที่สมบูรณ์แบบของเหล่าทวยเทพบน์สรรสร้าง
และทันทีที่ผมได้ก้มลงไปเชยชมดูดดมมันใกล้ๆ ความนุ่มนวลและกรุ่นกลิ่นละมุนของน้ำรักสีใสนั้นก็รดชโลมริมฝีปาก และแผ่นลิ้นของผมไปทั่ว แม้ว่าตัวผมเองจะเคยทำแบบนี้กับสาวงามมามากมายหลายคน แต่ก็เทียบไม่ได้เลยเมื่อได้ลองทำแบบนี้กับผู้หญิงที่ผมรู้สึกรักนางขึ้นมาจริงๆ
“จุ๊ฟ..ซูด...จ๊วฟ..”
“อร๊าย..ซี๊ดด..ท่านขุนผล..ท่านขุนผล..ข้าเสียว...ซี๊ดด..เสียวเหลือเกิน..ซี๊ดด..อร๊าย”
เสียงเสียดสั่นกระสันเสียวของแผ่นลิ้นที่ตวัดขึ้นลง และกระแสดูดจากริมฝีปากรุนแรง ส่งนางให้เปล่งเสียงแผดดังผ่านสายลมออกมาอย่างชัดเจนลั่นไปทั่วกระโจมห้อง
แต่ผมก็หาได้สนใจไม่ ยังคงกระทำการเช่นนนั้นจนนางถึงแก่ความใคร่อันสูงสุด ปลดปล่อยน้ำอุ่นรักออกมาจำนวนหนึ่งจนความฉ่ำแฉะที่ร่องเนินเนื้อเนียนนั้นเอ่อล้นลงมาถึงแก้มก้นด้านล่าง
ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนขึ้นจับประคองส่งแท่งทวนเนื้อหัวแดงจ่อไปยังริมฝีปากเรียบเนียนของนางอย่างช้าๆ ดูเหมือนหลิวเฟยเองก็เครื่องร้อนพร้อมรออยู่แล้ว นางไม่รอช้ายื่นมือมาสาวชักถลกหนังของมันลงจนสุด ก่อนจะเริ่มกระบวนการดูดกลืนและใช้ลิ้นเลียสันแท่งทวนเนื้อนั้นไปจนสุดทั่วถึงพวงองุ่นขนดำสองลูกด้านล่าง
“อ่า..ซี๊ด” ผมครวญครางออกมาด้วยความเสียว สุดยอดเหลือเกิน สุดยอดเหลือเกิน นางช่างใช้ลิ้นและปากได้วิเศษเลิศเลอนัก สมกับเป็คนโปรดของฮ่องเต้
ทุกครั้งที่หัวของนางเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเข้าออก เ้าแท่งเนื้อของผมก็จะถูกเสียดสีด้วยััเนื้อในกระพุ้งแก้มที่นุ่มละมุน ประกอบกับความสากเสียวของแผ่นลิ้นที่ตวัดพาดเลียผิวเรียบของหัวเห็ดแดง มันช่างวิเศษเหลือเกินวิเศษล้ำเหนือคำบรรยาย
นางเล่นกับแท่งทวนของผมอยู่นานโข จนทำให้ผมเกือบเสร็จไปหลายครั้ง แต่ด้วยเคล็ดวิชาศิวลึงตรึงจักรวาลทำให้ผมสามารถทนทานและประคองสมาธิยืดเวลาความถึกออกไปได้อีกหลายเท่า จนเมื่อนางเริ่มอิ่มเอมกับััที่นุ่มแน่นลื่นไหลของมันแล้วนางก็หยุด
“จุ๊ฟ..อร๊วกๆ อ่า..ซี๊ดด” นางผละปากออกจากแท่งทวนหัวแดงของผม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองผมด้วยสีหน้าท่าทีพึงพอใจ ก่อนจะเอนกายขยับหลังพิงกับเก้าอี้พร้อมกับแหวกขาทั้งสองเปิดเผิดร่องประตู์ที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำลื่นรักอีกครา
เมื่อเห็นดังนั้น ผมก็ไม่รอช้า เดินขยับกายเข้าประชิดด้านหน้าของนางและจับประคองเ้าแท่งทวนเนื้อถูไถทักทายประตูร่องกลีบชบาสีแดงของนางอย่างอ่อนโยนก่อนจะเริ่มส่งแรงโยกดันส่งมันมุดเข้าไปในร่องแห่งความเสียวสายนั้นที่แหวกขาเปิดทางไว้รออยู่
ผมเริ่มส่งแรกกระเด้าจากสะโพกอย่างเชื่องช้าและเริ่มรวดเร็วขึ้น เรื่อยๆ
เหลือเชื่อว่าในช่องนั้นของนางยังฟิตแน่นอยู่ มันกระทำการบีบรัดกระตุกตอดส่งความลื่นเสียวให้แก่แท่งทวนเนื้อของผมเป็ระยะๆ
ผมสอดส่งสร้างแรงเสียดสีกับร่องของนางอยู่ราวสิบนาทีเห็นจะได้ ความเสียวซ่านก็เริ่มจะไม่สามารถกักเก็บไว้เพราะมันกำลังเดินมาถึงจุดสูงสุด
“ปึก..อร๊าย...ซี๊ดดด..อร๊ายๆๆๆ” นางเกร็กตัวและจิกมือใส่ท่อนแขนผมอย่างแรง ก่อนจะร้องลั่นด้วยความเสียวซ่าน พร้อมกับร่างที่กระตุกเกร็งเป็ระยะๆ
ในที่สุดน้ำอุ่นๆ ของเราก็ถูกปลดปล่อยให้มาผสมพร้อมกันอีกครา ในร่างขาวนวลของหญิงสาวงดงามผู้นี้นามหลิวเฟย
ผมปล่อยแท่งทวนแช่ไว้ให้ปล่อยน้ำใส่ช่องคลอดอุ่นๆ ของนางอยู่นานจนมันเริ่มปรับหดเล็กลง จึงถอดออกปล่อยน้ำสีขาวขุ่นให้ไหลออกมาเป็สายยาวย้อยลงไปเปรอะผ้าขนสัตว์สีน้ำตาลที่ปูรองก้นของนางไว้อยู่
เป็ครั้งแรกที่ผมรู้สึกรักผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจริงๆ และเป็ครั้งแรกที่ผมไม่อยากจะเสียัันี้ไปอีกเลย ผมรู้สึก...รู้สึก...อยากจะใช้ชีีวิตร่วมกับเธอไปตลอดชีวิต...
“หลิวเฟย..” ผมก้มลงไปโอบกอดร่างที่เปลือยเปล่าวของนางไว้ก่อนจะกระซิบบอกและจูบนางอีกครั้งด้วยความอ่อนโยน
“หนีไปอยู่บ้านนอกกับข้านะ” ผมพูดให้ดูอบอุ่นที่สุดเท่าที่จำสามารถทำได้ “ทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ แล้วไปเริ่มต้นใหม่ด้วยบกัน”
เธอจ้องหน้าผมนิ่งโดยไม่กล่าวตอบอะไรเพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วในสายตาเปล่งประกายของเธอที่มองมา
“ท่านไม่อยากเป็ยอดขุนพลอันดับหนึ่งของแผ่นดินแล้วเหรอ” นางกล่าวพลางยื่นปลายนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของผมเบาๆ
“ค่ะ..ต่อจากนี้ไปหลิวเฟยจะเป็ของท่านแต่เพียงผู้เดียว...เพี๊ย!...”
“โอ๊ยเจ็บ..นี่เ้าตบข้าทำไมหลิวเฟย”
“เพี๊ยๆๆๆๆ..”
“ตืนได้แล้วไอ้ผู้กองขี้เซา..คืนนี้แกมีงานต้องทำนะ” เสียงผู้พันแก่ในชุดทหารสีเขียวกล่าวตะหวาดกรอกหูเข้ามาดังลั่น
“โอ๊ย..ซี๊ด..” ผมแทบจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีจนร่างที่นอนถอดเสื้ออยู่แทบจะตกลงจากเตียงสนามสีขาว พร้อมกับภาพความอุ่นของกายเนื้อนางนวลน้อยที่กลายเป็ความเย็นเฉียบของพื้นซีเมนสีเทาแทน
“.ผู้พัน..ไม่เห็นต้องปลุกผมแบบนี้เลยนิครับ” ผมลูบแก้มที่ถูกตบจนเป็รอยแดงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะ เอนตัวลุกขึ้นพร้อมกับยกมือมาถอดเอาปุปกรณ์คล้ายหมวกว่ายน้ำที่สวมอยู่ออก มันคืออุปกรณ์ของเล่นใหม่ที่ผมพึ่งซื้อมา ชื่อว่าหมวกแห่งความฝันจะฝันไปที่ไหนก็แล้วแต่โปรแกรมที่เราเลือกซื้อคล้ายๆ กับดูหนังนั่นแหละแต่ตัวเราจะหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเลย
“ไม่ให้ฉันปลุกนายแบบนี้ แล้วจะให้เอาน้ำมาสาดใส่หรือไง ห๊ะ!”
“บะแบบนั้นกะก็ไม่เอาครับ..ตะแต่วันนี้ผมขอลาหยุดงานไปแล้วนิครับ..” ผมพยายามพูดให้เหตุผลกับเขาด้วยสีหน้าขุ่นเขืองเล็กน้อย
“งานด่วน...จะทำหรือลาออกก็เลือกเอา ฉันจะไปรอที่ห้องให้เวลาอีกสามนาทีในการใส่เครื่องแบบ” พูดเสร็จผู้พันผมสั้นหัวหงอกคนนั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมนั่งถอดหายใจนึกเสียดายความฝันที่พึ่งแตกสลายไปอยู่เพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมน้อยๆ ที่มีห้องน้ำในตัว
“…” เห่อ..คงต้องไปแล้วสินะ...ทั้งๆ ที่วันนี้เป็วันเกิดของตัวเองแท้ๆ อุส่านอนเก็บแรงไว้ั้แ่่บ่ายแล้ว กะว่าจะไปปาตี้โต้รุ่งใช้เวลาทั้งวันในฝันกับสาวๆ ซะหน่อย
“...” หมดกัน..ชีวิตของเราทำไมบัดซบเช่นนี้