“ใช่น่ะสิ!!!!... คราวนี้ล่ะเธอกับพี่ชายของเธอ จะได้รู้ถึงรสชาติความเ็ปสักที”
นายหัวจิรทิปต์พูดด้วยน้ำเสียงซะใจ เขารู้ว่าปวราศจะต้องเจ็บมาก ที่น้องสาวสุดที่รักของมันโดนย่ำยี ด้วยน้ำมือของเขา เหมือนอย่างเช่นที่ปวราศเคยทำกับน้องสาวของเขา และไม่เพียงปวราศหรอกที่ต้องเ็ปแสนสาหัส ผู้หญิงตรงหน้านี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะเธอสมรู้ร่วมคิดกับพี่ชายเธอนั้นไง
“.........”
ปวริศาไม่มีอะไรจะพูด ไม่มีอะไรจะแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น รู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ ซึ่งตัวเธอเองรู้ดีว่าที่ชายเธอผิดตามที่เขาพูดจริงๆ แต่เธอไม่ได้เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับพี่ชายของเธอ อย่างที่เขาเคยกล่าวหามาแต่ไหนแต่ไร และหากเธอพูดไป ก็เหมือนกับเป็การแก้ตัวไง นั่นล่ะเธอจึงไม่มีอะไรจะพูด
“หึ!!... ไม่แก้ตัวเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะสินะ แสดงว่ายอมรับแล้วว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับการกระทำของพี่ชายเธอ”
“ที่น้ำค้างไม่พูด เพราะรู้ว่ายังไงนายหัวก็ไม่เชื่อคำพูดของน้ำค้างอยู่ดี ถ้าหากนายหัวอยากจะแก้แค้นนักล่ะก็ โปรดจงแก้แค้นกับน้ำค้าง ให้สาสมใจนายหัวเถอะ ความแค้นของนายหัวมันจะได้จบลงไปสักที”
นายหัวจิรทิปต์บีบแขนเรียวแรงขึ้น ทำให้ใบหน้าสวยหวานเยเกด้วยความเ็ปขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ปวริศาไม่ได้อุทธรณ์ความเจ็บใดๆ ออกมา เธออยากให้เื่ราวความแค้นมันจบไปได้ไหมสักที เธอจึงขอเป็ที่ระบายความแค้นให้เขา
“เธอคิดว่าเธอยอมง่ายๆ อย่างนี้ แล้วฉันจะเห็นใจและสงสารเธอเหรอ หึ! ฉันไม่มีทางเห็นใจและสงสาร เธอกับพี่ชายเธออย่างเด็ดขาด พวกเธอจะต้องชดใช้!!!!”
นายหัวจิรทิปต์เค้นเสียงพูดคำราม ตะคอกใส่หน้าสวยหวาน ซึ่งหญิงสาวตัวเล็กก็ทำได้เพียงแค่เบี่ยงหลบ หลับตา และภายในใจก็ทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเธอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะกระทำอันเป็การแก้แค้นต่อเธออย่างไรบ้าง
“วันนี้ฉันจะไม่ทำอะไร จะปล่อยเธอไปก่อน!!... แล้วอย่าได้คิดหนีล่ะ เพราะที่นี่เป็เกาะส่วนตัวของฉัน ถึงหนียังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี”
นายหัวจิรทิปต์ปล่อยมือใหญ่จากแขนเรียว ถอยห่างออกจากร่างบาง เพื่อจะเดินลงบันไดไปจากกระท่อม แต่ก่อนจะลงบันไดไป นายหัวจิรทิปต์หันมาพูดกับหญิงสาวตัวเล็กอีกครั้ง แล้วจึงค่อยหันกลับไปก้าวเท้าลงบันได และเดินไปทางด้านหลังกระท่อม หายไปไหนหญิงสาวตัวเล็กไม่อาจรู้ได้เลย
ปวริศาลูบแขนเรียวที่มือใหญ่จับจนขึ้นสีแดง ทั้งดวงตากลมโตคู่สวยก็มีน้ำใสๆ เอ่อล้นขึ้นมาคลอจนเต็ม และค่อยๆ ไหลรินออกมาอาบสองข้างแก้มนวลเนียนใสเป็ทาง และพลางคิดไปถึงความทรงจำอันแสนเ็ป
“พี่ราศทำไมทำอย่างนี้กับหนูนิด นั้นมันเพื่อนของน้ำค้างนะ และแถมยังเป็น้องสาวเพื่อนพี่ด้วยนะ”
ปวริศาต่อว่าพี่ชายสุดที่รักของตัวเอง เมื่อได้ไปรู้ในสิ่งที่พี่ชายตัวดีทำกับเพื่อนของตัวเอง โดยการทำให้รัก แล้วอยู่ๆ ก็สลัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ไปมีผู้หญิงคนอื่น
“ก็พี่ไม่ได้รักหนูนิด พี่ก็บอกเราหลายครั้งหลายหนแล้วว่าพี่ไม่ได้รักหนูนิดเลย และยิ่งหนูนิดมาแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของพี่ พี่ยิ่งรู้แน่แก่ใจว่าไม่ได้รักเขา”
“ไม่ได้รักเขา แล้วทำกับเขาอย่างนี้นี่นะ”
ปวริศากล่าวแย้งคำพูดของพี่ชายสุดที่รักทันที เมื่อพี่ชายกล่าวจบ เพราะสิ่งที่พี่ชายเธอทำกับเพื่อนเธอในครั้งนี้ เธอไม่เห็นด้วยเลยสักนิด นี่เพื่อนเธอเลยนะ แต่ถึงจะไม่ใช่เพื่อน เป็ผู้หญิงคนอื่นก็ตามทีเถอะ เธอก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีนั่นแหละ ซึ่งจริงๆ เธอก็รู้นะว่าพี่ชายของเธอเ้าชู้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเ้าชู้ถึงขนาดนี้
“ไม่เอาแล้ว!!... หยุดพูดเื่นี้กันได้แล้ว พี่ี้เีจะเถียงกับเราแล้ว”
ปวราศกล่าวตัดบทจบลง ก็เดินหนีห่างจากปวริศา เพราะไม่อยากจะฟังเสียงพร่ำบ่นใดๆ จากน้องสาวสุดที่รักของตัวเองอีก เื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างปวราศกับจิรนันท์ มันก็เกิดขึ้นจากทั้งตัวของปวราศเองและจิรนันท์ ยังไงเสียหากฝ่ายหญิงไม่ยอมเล่นด้วย ก็คงไม่มีวันนี้ อย่างสำนวนที่พูดว่า ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
นี่ยังไงล่ะผลมันก็เลยมาตกที่ปวริศาอยู่ในตอนนี้ นี่ยังไงล่ะ เธอรู้ว่านายหัวจิรทิปต์โกรธพี่ชายเธอมาก และพาลมาโกรธเธอด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะโกรธและแค้นเธอมากขนาดนี้ มากจนถึงขนาดจับตัวเธอมากักขังหน่วงเหนี่ยวในที่ที่ไหนก็ไม่รู้ เธอไม่เคยมาสถานที่แห่งนี้มาก่อนเลย
“เราจะต้องอยู่ให้เขาแก้แค้นไปนานเท่าไรกันนะ เขาถึงจะหายแค้น”
ปวริศากล่าวพึมพำกับตัวเอง พร้อมกันนั้นก็ใช้สายตามองสำรวจไปรอบๆ กระท่อม และพลางคิดเป็ห่วงพ่อกับแม่ และพี่ชาย ที่ตอนนี้คงจะเป็ห่วงเป็กังวลเธอน่าดู ที่อยู่ๆ เธอหายไปไหนก็ไม่รู้อย่างนี้
คิดมาถึงตรงนี้ก็ล้วงมือเรียวเล็กเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เธอจำได้ว่าโทรศัพท์มือถืออยู่ในนั้น แต่มันก็ว่างเปล่า ซึ่งก็แสดงว่านายหัวจิรทิปต์ได้ยึดมันไปแล้ว จิตใจจึงกลับมาเป็กังวลอีกครั้ง
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗