ตอนที่ 1 เทพแห่งดาบจุติ
[คำเตือนจากผู้แต่ง] (ตอนนี้มีฉาก 18+ แนะให้นักเรียนจิตใจบริสุทธิ์ทั้งหลายเลื่อนผ่าน) (ตอนนี้ไม่ได้ทิ้งปมอะไรไว้และไม่สลักสำคัญ เป็แค่การปูเื่เท่านั้นสามารถข้ามผ่านได้)
ภายในห้วงความคิดของโคลอส ทันทีที่แสงสว่างวาบผ่านร่างพลันััได้ถึงความอบอุ่นที่ยากจะบรรยายราวกับรู้สึกผาสุกอย่างที่สุด ไม่จำเป็ต้องพึ่งผัสสะอันกอปรไปด้วยััทั้งห้า เป็ความสุขจิตที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ โลกเบื้องหน้านั้นเป็ความว่างโดยแท้จริง
ใน่เวลานั้นเองราวกับศีรษะจะเกิดการะเิ อาการปวดหัวอย่างยิ่งยวดพลันเกิดขึ้นกะทันหัน การตัดผ่านครั้งนี้เต็มไปด้วยความฉงน แท้จริงแล้ว เวลาตัดผ่านสู่โลกถัดไปด้วยเจตจำนงแห่ง์ นอกจากทัณฑ์์เก้าสายที่ไม่ปรากฏขึ้นแล้ว กลับปรากฏแสงสีทองอร่ามฟ้าขึ้นมาแทน ใครจะไปคาดคิดกันละว่าหลังัักับความผาสุกดุจเกิดใหม่ได้ไม่นาน ในทันทีทันใด ความเ็ปพลันระดมเข้าหาดั่งร่างจะฉีกขาดเป็เสี่ยงๆ หลังจากนั้นสติของโคลอสก็วูบดับไป
…..
ณ มหาแผ่นดินเทอร์ลาเลีย
โลกแห่งนี้ผู้คนต่างกล่าวขานในนาม “โลกแห่งเวทมนตร์” หรือ “มหาแผ่นดินเทอร์ลาเลีย” มหาแผ่นดินเทอร์ลาเลียซึ่งประกอบไปด้วยสามมหาทวีปใหญ่ๆ ได้แก่ มหาทวีป ทวีปศักดิ์สิทธิ์ ทวีปมายา โลกแห่งนี้ดำรงอยู่ไว้ซึ่งหลากหลายเผ่าพันธุ์มากมายเกินคณานับหากแต่เผ่าพันธุ์ที่ดำรงไว้ซึ่งการคงอยู่และมีอารยธรรมนั้น ถูกจัดเป็เผ่าพันธุ์เลิศปัญญาหรืออีกนาม “สัตว์ประเสริฐ”
ความแตกต่างระหว่างสัตว์เดรัจฉานกับสัตว์ประเสริฐมีความต่างอยู่มาก พวกเดรัจฉานมิอาจรับรู้ถึงพลังแห่งโลก(มานา) พวกมันอาศัยการดูดซับผ่านพลังฟ้าดินเพียงเท่านั้น ส่วนสัตว์ประเสริฐนั้นถึงจะสามารถััได้ถึงพลังแห่งโลก ทว่า มันมีข้อยกเว้นอยู่ เผ่าพันธุ์บางเผ่าสามารถรับรู้ถึงพลังแห่งโลกได้ั้แ่กำเนิด ในขณะที่บางเผ่าพันธุ์กลับรับรู้ได้ยามผ่านวัยแรกเริ่ม
นอกเหนือจากนั้น ยังมีกรณีของเผ่าพันธุ์ที่ไม่สามารถรับรู้ได้เลยตลอดชีวิต กล่าวได้ว่า คนในเผ่าพันธุ์บางคนสามารถรับรู้ได้ั้แ่เกิด ในขณะที่ อีกบางคนเพิ่งมารับรู้ได้ตอนเติบใหญ่แม้กระทั่งบางคนกลับไม่สามารถรับรู้ได้เลยตลอดชีวิต หนึ่งในนั้นคือเผ่าพันธุ์ที่เรียกกันว่า “มนุษย์” หากให้เทียบในสายตาของเหล่าสัตว์ประเสริฐตัวอื่นๆ มนุษย์ถือเป็สิ่งที่สลับซับซ้อนเป็อย่างมาก พวกมันมีจิตใจที่ไม่มั่นคงและมากด้วยกิเลศ
ราวกับ์กลั่นแกล้ง มนุษย์บางกลุ่มกับน่ากลัวและทรงพลังอย่างสุดแสนจะบรรยาย กิเลศและจิตที่ไร้ความมั่นคงกลับนำมาซึ่งหายนะทั้งปวง ด้วยปัญญาที่ยากแท้จะหยั่งถึงและการเพิ่มประชากรที่พุ่งขึ้นอย่างเร็วไว เพียงการไม่นาน สมดุลโลกก็เริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งมนุษย์ ในขณะที่พวกมันทรงอำนาจสูงสุดดุจพรจาก์ พวกมันเกิดการขัดแย้งและฆ่าฟันกันเอง หนำซ้ำ ยังแบ่งดินแดนแยกพี่น้องเผ่าพันธุ์ตนและเกิดาตลอดเวลา
ในจิตใต้สำนึกของโคลอสพลันปรากฏถ้อยคำ “มนุษย์นั้นเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ? ที่แห่งนี้คือแดนนิพพาน? เหตุใดถึงได้มืดมิดเช่นนี้?” ในสายตาของโคลอสแล้ว ภาพเบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดสนิท ทว่า เื่ราวที่ได้ยินกลับชัดถ้อยชัดคำอย่างน่าประหลาด
โคลอสรู้สึกประหลาดใจอย่างสุดแสน ชายชราผู้นี้เป็บุคคลประเภทที่สาม ผู้ตัดผ่านโลกแล้วโลกเล่า อาจกล่าวได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็มนุษย์หากแต่ตอนนี้ไม่เป็เช่นนั้นแล้ว ตัวตนของเขานั้นทัดเทียมกับเทพ ั้แ่ร่างกายได้ผลัดเปลี่ยนลมปราณ เขาก็ได้กลายเป็เทพโดยสมบูรณ์ไร้ซึ่งเืเนื้อเชื้อไขของมนุษย์อีก
โคลอสที่พยายามเปิดเปลือกตาขึ้นกลับพบว่ามันหนักอึ้งราวกับถูกเหล็กกล้ากดทับ
ใน่เวลานั้นเองที่ทัศนียภาพเริ่มปรากฏ แม้ภาพเบื้องหน้าจะเลือนลางหากยังบอกได้ว่าเบื้องหน้าของเขามีบุคคลผู้หนึ่ง เผ้าผมสีน้ำตาลเข้มไว้ยาวละเอว ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มอย่างอบอุ่น ทันทีที่ทัศนียภาพกลายเป็เด่นชัดกลับพบว่าหญิงสาวเบื้องหน้ากำลังตื่นตะลึงจนตาค้าง ดวงตาคู่นั้นเริ่มปรากฏหยาดน้ำตาพร่างพรม
“ทะ---ท่านดยุก! ท่านดยุก! คุณหนูลืมตาแล้วค่ะ!” น้ำเสียงปรีดาสุดแสน แทบจะในทันที หญิงสาวคนนั้นก็วิ่งพล่านออกไปจากห้อง
ในความยินดีนั้นเอง ในสายตาของชายน้อย แววตานั้นตรึกเต็มไปด้วยความตะลึงลาน หัวใจที่เต้นเร็วกว่าปกติของทารกกลับเต้นถี่ระรัวรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แขนสั้นอ้วนท่วมสมบูรณ์เหยียดตรง สีหน้ายิ่งมายิ่งทะมึน หากไม่ใช่ว่าเรือนร่างนี้เป็ทารกหน้าตาดีผู้หนึ่ง ใบหน้าปกติของโคลอสคงบิดเบี้ยวจนยากจะบรรยาย เป็ผลกระทบที่มิอาจทานรับไว้
“เกิดอะไรขึ้น…” ถ้อยคำราวกับติดค้างที่ลำคอ เนื่องด้วยร่างกายทารกสุ้มเสียงที่จุกแน่นไปด้วยความผิดหวังอันสุดระงับกลับไม่ดังออก ทั่วร่างพลันกึกเกร็งไปหมด ทันใดนั้นเองปากของทารกก็ได้อ้ากว้างจนสุดกราม
อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้
เสียงร่ำไห้ของทารกน้อยกลับดังสะท้านก้อง คนใช้บางคนที่อยู่ห่างออกไปกว่าหลายร้อยเมตรยังขนลุกชู่ เสียงร่ำร้องนั้นหาได้ให้ความรู้สึกยินดีไม่ มันเป็ความผิดหวังที่ยากจะบรรยาย
ในห้วงความคิดของโคลอส จิตใจของผู้ชราที่ดำรงมานานจนลืมอายุของตัวเอง ภายใต้ผลกระทบอันสุดระงับ การระบายผ่านการร้องไห้กลับกลายเป็วิธีที่ดีที่สุด “เกิดอะไรขึ้น! นี่ไม่ใช่แดนนิพพานเป็แน่! ไม่ใช่เป็แน่!!”
“แล้วเหตุใดร่างกายข้าถึงได้หดเล็กถึงเพียงนี้!!”
โคลอสที่ตื่นตะลึงถึงขีดสุด พยายามระงับอารมณ์กลับล้วนใช้เวลาอยู่นานโข แม้กระทั่งชายชราที่ละซึ่งจากทางโลกยังมิอาจทานรับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ความรู้สึกทรมานที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกเ็ปที่ทรมานเสียยิ่งกว่าถูกมีดนับล้านทิ่มแทง
“พลังของข้าเหือดหายเสียหมด!! ร่างกายข้ากลับกลายเป็ทารกงั้นรึ!! นี่มันเื่อะไรกัน!!”
แม้่เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งค่อนวัน เสียงร่ำร้องของทารกกลับยังไม่สงบลง ผู้คนในคฤหาสน์เริ่มรู้สึกทรมานเสียแทนแล้ว ในขณะนี้เองที่คนใช้จำนวนมากก็ได้ไปรวมตัวอยู่ ณ ห้องของนายของตน เหลือเพียงแค่มาเรียเท่านั้นที่ยังคงอยู่เฝ้าข้างกายทารกน้อยไม่เหินห่างไปไกลอีก
ใน่เวลานี้เองที่แรงกดดันพลันถาโถมเข้าใส่คนในห้อง ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสนี้กลับประดับประดาไปด้วยของหรูหรามากมาย รอบบริเวณดูสะอาดตาน่าเชยชม บังเกิดเสียงทุบโต๊ะดัง ปัง!
“บังอาจเสียจริง! กระทั่งมายืนออกันอยู่หน้าห้องของข้า พวกเ้าไม่มีงานการจะทำแล้วรึ!! แค่เสียงเด็กนั่นข้าก็ปวดหัวจะแย่แล้ว!!” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยกล่าวอย่างเดือดดาล ถึงประตูไม้หรูหรานั้นจะปิดสนิทหากแต่คนใช้ข้างนอกกลับได้ยินน้ำเสียงโทสะของนายชัดเจนพลันสลายวงในทันที
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาและดูสง่าราศี เป็กลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์ ปุถุชนธรรมดาไม่สามารถแผ่กลิ่นอายเช่นนี้ได้ ข้างกายของชายวัยกลางคนเป็สตรีผู้หนึ่ง เผ้าผมสีทองอร่ามดั่งทองคำพริ้วตามสายลมอย่างเบาบาง ใบหน้าเลอโฉมปรากฏรอยยิ้มบาง “ดยุกเซอร์ไทน์ ท่านควรจะพักงานบ้างนะถึงอย่างน้อยก็ควรสนใจบุตรชายตัวเองบ้าง”
ชายวัยกลางคนกระแอมเสียงหนัก “เป็บุตรชายของข้าจริงหากแต่ตระกูลเซอร์ไทน์ต้องแปดเปื้อนเพราะมันแล้ว ตระกูลข้าทุกคนต่างเกิดมาพร้อมพร์ที่ยิ่งใหญ่ นอกจากจะไม่พบพลังเวทย์ในตัวมันแล้ว พลังกายก็ยังน่าหัวเราะ”
“ถึงยังไงคุณชายน้อยก็ยังเป็ลูกของท่าน” หญิงสาววัยกลางคนกล่าวเสียงแข็ง
ดยุกเซอร์ไทน์ที่ได้ยินดังนั้นก็ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง มุ่งตรงไปยังห้องของทารกที่ส่งเสียงดังโหวกเหวก ทันทีที่ดยุกเซอร์ไทน์เปิดประตูออกมา เหล่าคนใช้ที่บังเอิญสบตาต่างพากันเบือนหน้าหลบ ั้แ่ท่านหญิงเสียไป อารมณ์ของท่านดยุกก็กลายเป็ฉุนเฉียวอย่างรุนแรง เพียงเสียงสิ่งของตกก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดได้แล้ว
ปัง!
เสียงประตูไม้ถูกผลักเต็มแรง ใบหน้าของมาเรียปรากฏอาการตื่นตะลึง ท่วงท่าที่พยายามปลอบคุณหนูนั้นบ่งบอกว่าเธอใส่ใจทารกคนนี้เพียงใด ทันทีที่สบตาเข้ากับท่านดยุก ร่างกายที่กึ่งนั่งกึ่งยืนพลันลุกพรวดขึ้นในฉับพลันก่อนโน้มตัวลงด้วยความเคารพ หญิงสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ท่านดยุก ข้าดูแลคุณหนูไม่ดีเอง โปรดลงโทษข้าอย่าได้ทำร้ายคุณหนูเลย”
แววตาเย็นะเืเปรยมองสาวใช้เบื้องหน้า เธอมีชื่อว่ามาเรีย อายุของเธอราวสิบเก้าปี เป็คนรับใช้ส่วนตัวของรามาเซียหรือก็คือมารดาของทารกเบื้องหน้า สาวใช้ผู้นี้ทำงานรับใช้อย่างซื่อสัตย์ตลอดมา ทุกการทำงานล้วนเอาใส่ใจและพิถีพิถันเสมอ นับเป็ข้ารับใช้ที่ดีเยี่ยม หลังจากรามาเซียสิ้นชีพลง สาวรับใช้ผู้นี้ก็ได้รับหน้าที่มาดูแลบุตรชายของท่านหญิงต่อทันที
ดยุกเซอร์ไทน์ไม่กล่าวคำ เขารู้แก่ใจว่าสาวใช้เบื้องหน้านั้นมีจิติญญาที่แน่วแน่เพียงใด ต่อให้เขาลงไม้ลงมือกับทารกผู้นี้ เธอคงเอากายเข้ามาบังเพื่อปกป้องทารกผู้คนนี้อย่างไม่ลังเล สายตาเย็นเยียบเคลื่อนออกจากตัวมาเรีย กวาดมองทารกเบื้องหน้าที่ยังส่งเสียงร่ำร้องไม่หยุดหย่อน ใบหน้าพลันบิดกระตุก
“เงียบซะ”
ถ้อยคำประหนึ่งคำพิพากษา ทารกที่ร่ำไห้พลันเงียบงันในทันใด ใบหน้าน่าเอ็นดูของทารกน้อยกลับไม่ได้ทำให้ดยุกเซอร์ไทน์หัวใจสั่นไหว กลับกัน ล้ำลึกลงไปในแววตาของเขา มันเต็มไปด้วยแรงอาฆาตและความปรารถนาอันร้ายกาจ
โคลอสพลันสั่นวาบทั่วทั้งร่าง มีหรือที่เขาจะจับััถึงมันไม่ได้ เป็จิตสังหาร มันปรารถนาฉีกเขาออกเป็พันๆชิ้น!! เนื่องด้วยสภาพน่าอเนจอนาถในตอนนี้ คงตอบโต้ได้เพียงแค่การกรีดร้องเท่านั้น ทว่า หลังจากดยุกเซอร์ไทน์ปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมา ทารกน้อยก็ไม่ร่ำไห้อีกเลยตลอดคืน
หลังจากพบว่าทารกนั้นหยุดร้องแล้ว ดยุกเซอร์ไทน์ปราดตามองทั่วร่างด้วยแววตาอาฆาตล้ำลึกราวกับเด็กน้อยเบื้องหน้าไม่ใช่บุตรชายของตนเป็เพียงสิ่งแปลกปลอม
การจากไปของดยุกเซอร์ไทน์ มาเรียพลันล้มพับลงกับพื้นอย่างอ่อนระทวย แรงกดดันของท่านดยุกนั้นเป็สิ่งที่ข้ารับใช้เยี่ยงเธอมิอาจทานรับได้ไหว หากแต่ สิ่งนั้นหาได้สลักสำคัญอีกต่อไป มาเรียพลันโอบอุ้มร่างของโคลอสพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยเสียงอันไพเราะของเธอ
“อย่ากลัวไปเลยนะคะคุณหนู ั้แ่ท่านหญิงเสียไป ท่านดยุกก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย” มาเรียกล่าวสีหน้าโศกเศร้าพลางเผยรอยยิ้มบาง “คุณหนูดูท่าจะหิวแล้ว”
ใน่เวลานั้นเองที่เธอพยายามลากเสื้อเมดด้านซ้ายลงขณะที่อุ้มโคลอสไปด้วย เรือนร่างขาวผ่องราวหิมะเผยออกเต็มสองตา ปรากฏลูกกลมทรงโตได้รูปทะลักล้นออก จุกสีชมพูชวนเย้ายวนชวนให้บุรุษผงาดขึ้นด้วยกามตัณหา
“หลังจากท่านหญิงคลอดคุณหนูเสร็จ ท่านหญิงก็จากไปโดยที่ข้าไม่ทันอำลาหรือจะกล่าวขอบคุณสักคำ” ในขณะเดียวกันหยดน้ำตาบนใบหน้างามหยดก็พร่างพรมหยดใส่ร่างของทารกน้อยราวกับห่าฝน ั้แ่ท่านหญิงจากไป เธอก็ต้องเป็แม่น้ำนมอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงกระนั้นสาวรับใช้ผู้นี้กลับเต็มใจอย่างยิ่งยวด
ทารกน้อยนั้นนิ่งงันอยู่นาน แม้ร่างกายจะเป็ทารกหากแต่สภาพจิตใจกลับเป็ตาเฒ่าหมื่นปี! หลังจากไม่ได้เห็นเรือนร่างสตรีมาเนิ่นนาน ด้วยจิติญญาที่ถูกขัดเกลามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ต่อหน้าภาพลูกกลมโตที่ใหญ่กว่าหัวตนเบื้องหน้า จิติญญาของมันกลับเรียกร้องถึงกามตัณหาอันรุนแรง เรือนร่างเบื้องหน้านั้นเลอโฉมโดยแท้จริงกระทั่งผิวพรรณยังละเอียดละออน่าเชยชม เนื่องด้วยเรือนร่างทารกทำให้ความรู้สึกในกามยังไม่มากเท่าที่ควรถึงกระนั้นมันยังมากพอที่จะทำให้เขาอยากทำให้สตรีเบื้องหน้านั้นมีมลทิน
สองมืออ้วนท่วมสมบูรณ์พยายามคว้าจับก้อนกลมโตได้รูปทรงสะสวยเบื้องหน้าหากแต่มันยังอยู่ไกลเกินไป มาเรียพลันเลิกคิ้วสูงขึ้น เธอคิดว่าอาจต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะให้ทารกน้อยในอ้อมอกอยากอาหาร สาวใช้ผู้เยาว์คนนี้เผยยิ้มบางอย่างเปี่ยมสุขพลางอุ้มร่างของทารกน้อยไว้ใกล้ตัวยิ่งขึ้น
ใน่เวลานั้นเองที่มาเรียรู้สึกราวกับห้วงความคิดนั้นขาวโพลนไปหมด ลิ้นของทารกน้อยเริ่มดูดดื่มผ่านบุปผาชมพูงามด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขยิ่ง ใครไหนจะรู้กันว่า จิตของทารกน้อยยามนี้กลับปรารถนาในกามขึ้นมา มาเรียที่ขบคิดไปเองว่าทารกน้อยเบื้องหน้าเห็นทีจะเป็มารราคะ ลิ้นที่สมควรจะััไปมาอย่างเบาบางกลับเลียริมอย่างเร็วยิ่งราวกับไม่ได้ปรารถนาจะดื่มนม สองแขนสมบูรณ์ท้วมยิ่งมายิ่งบีบก้อนกลมโตเบื้องหน้าแรงขึ้น
ใบหน้าของมาเรียกลายเป็แดงก่ำ ลมหายใจยิ่งมายิ่งเร้าร้อน สาวใช้ที่ยืนมั่นคงเมื่อครู่พลันทรุดนั่งลงกับเก้าอี้ที่อยู่ข้างหลังอย่างพอดิบพอดี คู่ขาเรียวงามดิ้นพล่านหวังจะสลัดอารมณ์นี้ให้หลุดออก ริมฝีปากที่กัดแน่นมิอาจทานรับไว้ได้อีกต่อไป อ่าห์---อ๊าาาา เสียงครวญครางเล็ดลอยออกมาอย่างเบาบาง มาเรียพยายามกดข่มเสียงของตนไว้อย่างสุดกำลัง
ในเสี้ยวอึดใจราวกับความเสียวซ่านพุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง ห้วงความคิดพลันขาวโพลนไปหมด ลิ้นยิ่งมายิ่งััจุดอ่อนไหวได้อย่างแม่นยำราวกับช่ำชองดั่งปรมาจารย์ มาเรียที่ข่มกั้นสุ้มเสียงเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปพลันครวญครางออกมา
อ่าห์ อ๊าาาาา อ๊าาาาาา
ใน่เวลาที่เสียงครางเล็ดลอดออกไป มาเรียกลับไม่สนใจแล้วว่าจะถูกพบตัว เธอกลับกลายเป็ความปรารถนาในราคะอย่างแรงกล้า หวังทะยานสู่จุดสูงสุด
เพียงสามลมหายใจ ในที่สุดทารกน้อยเบื้องหน้าก็หยุดลงราวกับได้ดื่มหนำอย่างพึงพอใจ มาเรียที่รู้สึก่ล่างต่างชุ่มแฉะเปียกปอน “ขะ ข้าเสร็จ---จากการให้คุณหนูดื่มนมเนี่ยนะ…” สายตาในความเอ็นดูแปรเปลี่ยนเป็ลึกล้ำ เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าทารกน้อยในอ้อมกอดครานี้เป็ทารกน้อยหรือเป็มารราคะกันแน่
นับว่าชะตาฟ้าเข้าข้าง เหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่มีข้ารับใช้หรือผู้คนในคฤหาสน์คนใดที่รับรู้เื่ราวนี้เลย นอกเสียจากตัวของเธอและทารกน้อยเบื้องหน้า