"เจอใครหรือไม่?"หลงไท่หยางถามองครักษ์ทั้งสองขณะที่เขาหิ้วไก่ป่าเข้ามา ถามแบบส่งๆไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องถามแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น
"ไม่เจอขอรับ"องครักษ์อี้จงตอบ ปนสงสัยกับคำถาม พร้อมลอบมองอีกฝ่าย
'ต้องเจอใครด้วยหรือ'องครักษ์ทั้งสองมองหน้ากันไม่กล้าเอ่ยถามผู้เป็นายได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้
'คงไปคนละทาง' หลงไท่หยางพรางครุ่นคิดพร้อมคิ้วขมวดย่นขึ้นเล็กน้อยหลังได้คำตอบจากอี้จง
" "เขาไม่พูดไรต่อ
ทั้งสามขึ้นม้าของตัวเองพร้อมกลับมายังกระโจมที่พัก ที่มีองครักษ์เงาเฝ้าไว้ห้านายด้วยกันซึ่งเป็พื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าแห่งนี้ สำหรับตั้งเป็กระโจมที่พัก ของเหล่าราชวงศ์และขุนนางทั้งหลาย ที่จะเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ในอีก 2สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจัดขึ้นเป็ประจำทุกปี
ประมาณ1เค่อ(15นาที) ก็มาถึงที่พัก โดยผูกม้าไว้กับต้นไม้ด้านนอกเป็พื้นที่เฉพาะ แล้วเดินมายังบริเวณกระโจมที่พัก
"พรึบ! ถวายพระพรท่านอ๋องพะยะค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีสิ่งใดเกิดผิดปกติพะยะค่ะ" หนึ่งในองครักษ์เงา แสดงตัวพร้อมกล่าวรายงาน
"อืม"พร้อมยกมือ ให้องครักษ์เงาไปได้
"ฟิ้ว" เสียงลมพัดกระทบชุดพริ้วของแม่ทัพหลงไท่หยางขณะะโขึ้นนั่งบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กับกระโจมที่พักด้านล่าง
รอให้พวกองครักษ์จัดการกับไก่ป่าเพื่อเป็อาหารสำหรับมื้อค่ำนี้
นั่งบนกิ่งไม้ใหญ่ที่อยู่ต่ำสุดของต้นไม้ พิงหลังกับลำต้น ยกแขนทั้ง2ข้างขึ้นไขว้กอดอกไว้ โดยขาข้างซ้ายวางราบไปตามความยาวของกิ่งไม้ ส่วนอีกข้างทิ้งปล่อยอิสระให้เท้าชี้ลงด้านล่าง เอียงหน้าไปด้านขวาเล็กน้อยพร้อมมองไปยังองครักษ์ ที่ง่วนอยู่กับการย่างไก่ด้านล่าง ส่งกลิ่นหอมอบอวนทั่วบริเวณ
ตามองด้านล่างแต่ใจกลับครุ่นคิด บางอย่าง เขาได้รับอาสาจากฮ่องเต้ เพื่อมาสำรวจป่าแห่งนี้เนื่องจากจะมีเทศกาลล่าสัตว์ประจำปีขึ้นในอีก2อาทิตย์ข้างหน้า
เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เขาตั้งใจมาสำรวจพื้นที่เพียง1วันเท่านั้น เพื่อรีบกลับวังหลวง ถ้าเจอโจรป่าด้วยกำลังเขาเองกวาดล้างย่อมง่ายดาย เขาสำรวจมาทั้งวัน แต่ก้อไม่เจอร่องรอยของโจรป่า
เขาเริ่มขบคิดบางอย่าง ซึ่งความคิดในหัวเขาตอนนี้กำลังขัดแย้งกันอยู่ ในเื่เด็กผู้หญิงคนนั้น เขาด่วนตัดสินใจเร็วไปหรือเปล่าว่าเป็ขอทานเนื่องจากประเมินจากสภาพภายนอกมันไม่ได้แตกต่างจากขอทานเลย แต่จะเป็ไปได้ยังไงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆจะเข้ามาขอทานหรือขโมยของถึงในป่าลึกเพียงลำพัง ก่อนตัดสินใจจะอยู่ต่อสัก2-3วัน
หลังทานอาหารมื้อค่ำมีการพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อนยังกระโจมของตนเอง
"เราจะอยู่ที่เมืองนี้ต่อสัก2-3วัน ค่อยกลับเมืองหลวง" เหวินฉิงกับอี้จง ทำหน้าแบบงงเงย มองหน้ากันเลิ่ก-ลัก (เนื่องจากไม่มีในแผนมาก่อน)
"แน่ใจหรือขอรับ?"เหวินฉิงเอ่ยถาม
" " เขาไม่ตอบ เอียงหน้าไปทางด้านตรงที่เหวินฉิงยืนอยู่ เชิดหน้ามองนิ่งตาไม่กระพริบ เหมือนจะบอกมีปัญหาหรือ...
"ค้างที่ป่าหรือในตัวเมืองขอรับ" อี้จงรีบถามตอบกลับ เป็การขานรับพร้อมทำตามคำสั่ง
"อยู่ตัวเมือง2คืน แล้วกลับมาที่นี่อีก1คืน แล้วกลับวังหลวง" เขาสั่งการเสร็จไม่รอการตอบรับ เดินเข้ากระโจมไป
เข้าสู่วันใหม่
"แฮ่ก ๆ " ฟางหลิน(ข้าวฟ่าง) หอบหายใจแรง พร้อมใช้มือปาดเหงื่อบริเวณ กรอบหน้าตัวเอง นี่คือภารกิจแรกฟื้นฟูร่างกาย
ฟางหลิน วิ่ง ออกกำลังกายตอนเช้า บริเวณป่าใกล้กระท่อม
เวลาต่อมา
ฟางหลินนั่งบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนๆใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลำธารริมน้ำเพื่อวางแผนสำหรับวันนี้โดยมีน้องๆนั่งอยู่ด้วย เกี่ยวกับชีวิตหลังจากนี้ เงินที่ได้มากะจะเอาไปคืนเ้าของพอมองไปรอบๆ ที่พัก มองหน้าน้องๆ
'ยืมใช้ก่อนแล้วกัน คงไม่เจอกันอีกละ' พลางคิดเองเออเอง แล้วยกยิ้มน้อยๆอย่างเ้าเล่ห์
"เฮ้..อ ! เฮ้อ!!" ถอดถอนหายใจดังๆเพื่อยอมรับชะตากรรมหลังจากนี้
"เป็อะไรหรือขอรับ/เ้าค่ะ"น้องๆถามด้วยความเป็ห่วงเพราะที่ผ่านมา มีแต่น้องๆเป็ที่พึ่ง
'วันนี้เข้าตัวเมืองกัน' ฟางหลินเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ้าไปสำรวจในตลาดก่อนซื้อของจำเป็บางอย่าง
ตัวเมืองเจียงเป่ย
ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งกลางใจเมือง ชั้น3ถือว่าเป็ชั้นพิเศษและราคาแพงสุด มีชายสามคนนั่งอยู่ แบ่งเป็2โต๊ะ มองทอดกวาดสายตาสำรวจความเป็อยู่รอบๆด้านล่างที่มีคนพลุกพ่านจับจ่ายใช้สอยกัน หนึ่งในชายบนนั้นพลันเห็น...เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากด้านหลังคุ้นๆ
"พรวด! ไม่ต้องตามรออยู่นี่" หลงไท่หยางลุกขึ้นพร้อมพร้อมเดินจากมาอย่างรวดเร็ว จะใช้วิชาตัวเบาเหาะลงมากลัวคนแตกตื่น
"อ๊ะ!"
"หมับ"
--------------------------------------------------------