วันนี้จินฮวาอยู่ในอาภรณ์สีม่วงอ่อน สวมเครื่องประดับน้อยชิ้น ให้เหมาะสมสำหรับออกไปนอกวังหลวง
เมื่อนางอยู่ในหอครบสามวันแล้ว โดยธรรมเนียมแคว้นอันเหลียนจะต้องกลับไปเยี่ยมครอบครัว
ใน่สามวันที่ผ่านมา นางต้องคอยรับพระสนมที่มาถวายพระพรนาง ก็ทำเอานางเบื่อหน่ายและเหนื่อยไม่น้อย
และใน่สองวันหลัง ไม่ทราบด้วยเหตุใดฮ่องเต้ลู่เหรินจวินจึงไม่กลั่นแกล้งนางแล้ว
ทันทีที่ร่างสูงสง่าเดินออกจากตำหนักเขาก็ตรงขึ้นไปบนหลังม้าทันที
“หวงตี้ท่านไม่นั่งรถม้าไปด้วยกันหรือ”
“ไม่”
จากนั้นหญิงสาวก็เดินขึ้นรถม้าเงียบๆ นางรู้สึกว่าเขากำลังมีเื่บางอย่างในใจ หรือเขากำลังโกรธนางแต่นางจำไม่ได้ว่าตนเองไปทำอะไรให้เขาโกรธ นางไม่ถูกรังแกซึ่งโดยปกติแล้วนางควรจะชอบ แต่ไม่ทราบเหตุใดเมื่อเขาไม่รังแกนาง นางจึงไม่ชอบ หรือนางวิปลาสไปแล้ว
ในระหว่างที่รถม้าเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ หญิงสาวก็มองภูมิทัศน์พร้อมกับคิดเื่ราวต่างๆ ไปด้วย
ตูม!!!!
เกิดเสียงดังสนั่นรถม้าหยุดชะงักอย่างแรงจนนางหน้าคะมำ
นางลูบหัวปอยๆ ด้วยความเจ็บ ในตอนนั้นนางได้ยินเสียงว่าเกิดบางอย่างขึ้นนอกรถม้า เมื่อนางเปิดม่านออกก็ได้พบกับร่างใครบางคนกระแทกเข้ากับรถม้า
ด้านนอกกำลังเกิดการต่อสู้ กลุ่มคนในชุดสีดำแบบเดียวกับที่เคยทำร้ายนางในวันที่เข้าวังกำลังเข้าปะทะกับทหารรักษาพระองค์ นอกจากเหล่าทหารรักษาพระองค์กำลังปะทะกับศัตรูแล้ว ฮ่องเต้ลู่เหรินจวินเองก็กำลังต่อสู้อยู่เช่นกัน
ใบหน้าของเขานิ่งสงบ ในมือของเขากุมกระบี่ยาวเล่มหนึ่งอยู่
ใบหน้าของเขาสงบนิ่งแต่ทว่าทุกกระบวนท่าของกระบี่ทั้งการรับและรุก แม้แต่คนที่รู้เห็นโลกมาน้อยอย่างจินฮวายังรู้สึกว่ามั่นคงและเฉียบขาด
ก่อนหน้านี้นางคิดเสมอว่าเขาเป็คุณชายสำรวยที่เก่งแต่ตำรา เขียนอักษร ไม่คิดว่าเวลาเช่นนี้เขาก็มีท่วงท่าเช่นนี้เช่นกัน ทั้งองอาจสง่างามและมั่นคง
สถานการณ์การสู้ด้านนอกเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนั้นเองนางรู้สึกว่าร่างของนางถูกกระชากจากทางด้านหลัง
“ได้ตัวฮองเฮาแล้ว”
ร่างนางถูกกระชากออกจากรถม้า ในตอนที่ร่างนางถูกกระชากออกมาจิงจิงรีบตรงเข้ามาดึงมือคนร้าย หวังจะช่วยจินฮวา แต่คนร้ายกับตบเข้าที่หน้านางจนนางล้ม
ก่อนจะแบกจินฮวาขึ้นหลังม้าไปนางพยายามจะดิ้นรนหนี เสียงการต่อสู้เริ่มเบาลงนั่นหมายความว่าโอกาสรอดของนางก็ยิ่งน้อยลง
ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ม้าก็หยุดลงกลางป่า ร่างนางถูกผลักลงพื้น ก่อนที่ร่างชายหลายสิบคนจะเดินออกมา
“ไม่มีใครตามมา” คนร้ายที่จับตัวหญิงสาวมากล่าวกับพรรคพวกของตน ที่ดักซุ่มอยู่ ในกรณีที่จับตัวจินฮวามาแล้ว มีคนตามมาช่วยนาง “งดงามสมกับเป็สตรีวังหลัง ผิวพรรณก็ผุดผ่อง”
“หยุดความคิดไว้แค่นั้น หากพวกวังหลวงตามมาทันจะเสียการใหญ่ รีบฆ่าทิ้งเสีย”
จินฮวาได้ยินคำว่า ‘ฆ่า’ นางก็ยิ่งหวาดกลัว และคำเดียวที่ปรากฏขึ้นในใจของนางคือ ‘หนี’ เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็รีบลุกแล้ววิ่งสุดฝีเท้า
นางจะตายอีกแล้วหรือ นางไม่อยากตายเช่นนี้ ด้านหน้าของนางมีเพียงพงไพรอันมืดสลัว และความว่างเปล่า นางรู้ว่าไม่มีใครมาช่วยนาง หากนางจะรอดนางคงต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง เงาที่ไล่หลังนางมาเข้าใกล้นางมากขึ้นทุกที นางเจ็บใจตัวเองนักที่มีกำลังแค่นี้
เส้นผมสีดำสลวยถูกกระตุกอย่างแรง แต่เพียงชั่วอึดใจฝึกใจเดียวเท่านั้นแรงกระตุกนั่นก็คลาย ก่อนนางจะได้ยินเสียงดัง ตุบ นางรู้สึกว่าต้นแขนของนางมีบางอย่างเปียกอุ่นๆ กระเด็นมาโดน
“ฮ่องเต้ตามมา”
จินฮวาหันกลับมามอง และได้พบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางคือเหรินจวิน นางเห็นว่าเขามีอาการหอบเล็กน้อย
ในตอนนั้นขอบตานางร้อนผ่าว เมื่อเห็นว่าเขาปรากฏตัว นางรู้สึกว่าที่ตนเองร้องไห้ เพราะแค่เขามาช่วยนาง มันเป็เื่งี่เง่ามาก
“าเ็ที่ใดหรือไม่”
จินฮวาไม่ได้ตอบคำถามเขา นางมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นคนอื่น “ท่านมาคนเดียวหรือ เหตุใดท่านจึงมาคนเดียว”
“ทางนั้นกำลังรับมือกับศัตรูอยู่ ไม่มีใครทันได้เห็นว่าเ้าถูกจับตัวมา”
จินฮวาชะงัก หากเขากล่าวเช่นนี้หมายความว่าในระหว่างที่ต่อสู้ เขาก็คอยมองนางด้วยอย่างนั้นหรือ
ในตอนนั้นคนร้ายนับสิบดึงดาบออกมา เหรินจวินกำกระบี่ในมือแน่นขึ้น พร้อมกับดันร่างนางให้ไปหลบหลังตนเอง
จากนั้นคนร้ายก็พุ่งเข้ามา เหรินจวินก้าวไปด้านหน้า ก่อนจะใช้กระบี่ปัดดาบและสวนกลับการโจมตีนั่นได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทุกการวาดกระบี่ของเขายังคงเฉียบคมดุดันดังเดิม
วิชากระบี่ของเหรินจวินล้ำเลิศมาั้แ่ยังเยาว์ แต่ด้วยจำนวนของคนร้ายที่มากเกินไป อีกทั้งเขายังเหนื่อยล้าที่รีบตามมาช่วยนาง จึงบั่นทอนกำลังเขาลงไปมาก
ในตอนที่เขากำลังรับมือกับศัตรูด้านหน้า ทางด้านหลังจึงเห็นโอกาส ใบดาบคมกริบปาดเข้าที่ไหล่เขา
เหรินจวินรู้ตัวทันจึงเบี่ยงหลบจุดตาย
“หวงตี้!!!” จินฮวากรีดร้องเรียกเขาลั่น ทันทีที่เห็นเืสีแดงทะลักออกมาจากปากแผลเขา
คนร้ายยกดาบขึ้นอีกครั้ง หมายปลิดชีพเขาให้ได้ ในตอนนั้นสัญชาตญาณของนางสั่งการเร็วกว่าปัญญา เท้าของนางขยับขวางหน้าเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเวทสีขาวนวล ในลำแสงสีขาวมีละอองแสงนวลดังกลีบบุปผาร่องรอยอยู่ ก่อนที่พฤกษาบริเวณรอบกายนางจะไหวสะท้าน คลื่นเวทนั่นซัดใส่คนร้ายจนเกิดาแฉกรรจ์ เืสีสดกระจายไปทั่ว และมีจำนวนหนึ่งสาดกระจายมาถูกตัวนาง ดวงตาสีดำสนิทกวาดสายตามองไปรอบๆ คนร้ายหลายคนอยู่ในสภาพสยดสยอง
ฝีมือนางหรือ นางเป็คนทำหรือ เมื่อคิดได้ดังนั้นมือเท้าของนางก็เย็นขึ้นมา
คนร้ายที่ยังเหลืออยู่มองนางอย่างหวาดกลัว ราวกับนางเป็อสุรกาย
ในตอนนั้นเองมืออุ่นหนึ่งปิดตานางไว้ “หากเ้ากลัวก็หลับตาเสีย เมื่อเ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทุกอย่างก็จบสิ้นแล้ว”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งดังเคย แต่ไม่ทราบเหตุใดเมื่อนางฟังแล้ว กลับทำให้นางสงบใจลงอย่างประหลาด ก่อนนางจะพยักหน้าแล้วปิดเปลือกตาลง
ในหัวของนางได้ยินเสียงการต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง และจบสิ้นลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคนร้ายเหลือเพียงไม่กี่คนแล้ว
หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลง นางรู้สึกว่าเรี่ยวแรงของนางหดหายจนประคองตัวไม่อยู่ ในตอนที่ร่างบางจะล้มลงพื้น อ้อมแขนมั่นคงของเหรินจวินก็ประคองร่างนางเอาไว้ก่อน
เผื่อว่าบางคนแยกไม่ค่อยออกระหว่างกระบี่กับดาบต่างกันยังไง
กระบี่จะมีสองคมค่ะ กระบี่จะมีความบางและเบามากกว่า เน้นการโจมตีแบบรวดเร็วว่องไวเป็หลัก
ส่วนดาบจะมีคมเดียวค่ะ เน้นความหนักหน่วง แบบทีเดียวหัวแบะไปเลย