เซียวซูเหวินตื่นขึ้นมายามเหม่า เขาค่อยๆลุกออกจากที่นอน เพราะเห็นว่าภรรยายังหลับอยู่จึงไม่อยากทำให้นางตื่น วันนี้เป็วันที่เขานัดกับนายช่างไว้ว่าจะมาดูที่ดินที่จะสร้างกำแพง ซูเหวินจึงต้องตื่นแต่เช้าเพราะเขาอยากจะไปจับปลาเพื่อนำไปขายให้กับร้านอาหารเตียจิงฮ้งก่อนแต่เช้า แล้วจะได้รีบกลับบ้านมารอนายช่างเพื่อคุยเื่สร้างกำแพงบ้านต่อ
"อื้มมม..ท่านพี่..ท่านตื่นนานแล้วหรือเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนที่พึ่งรู้สึกตัวตื่นถามสามี
"พึ่งตื่นเมื่อครู่เช่นกัน ฟ้ายังไม่สว่างดีเลย เ้านอนต่ออีกสักหน่อยเถิด" เซียวซูเหวินบอกกับภรรยา
"ข้าคงนอนต่อก็ไม่หลับแล้วล่ะเ้าค่ะ แล้วนี่ท่านพี่จะไปไหนหรือเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถามขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นสามีของนางกำลังแต่งตัว
"ข้าว่าจะไปจับปลาไปขายแต่เช้า วันนี้นัดนายช่างมาดูที่ดินเพื่อสร้างกำแพงบ้านไว้ เลยว่าจะรีบเอาปลาไปขายแต่เช้า จะได้รีบกลับบ้านมารอคุยเื่สร้างกำแพงกับนายช่าง"
"อ่อ..เช่นนั้นข้าจะไปช่วยท่านพี่จับปลาเองเ้าค่ะ ตอนนี้ดูท่าเหว่ยเถียนกับเทียนิคงจะยังไม่ตื่นหรอกเ้าค่ะ"
"ให้ข้าไปคนเดียวก็ได้ เ้าจะได้พักผ่อนมากๆหน่อย"
"ข้าพักผ่อนมาทั้งคืนแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่รอข้าสักครู่นะเ้าค่ะ ข้าขอตัวไปล้างหน้าก่อน" พูดจบหลินฟางเซียนก็เดินออกจากห้อง ตรงไปที่โอ่งน้ำข้างบ้านทันที 'เอ๊ะ!! เรามีแปรงสีฟันกับยาสีฟันอยู่ในมิติตั้งเยอะนี่นา โอ้ยยย..แล้วฉันโง่มานั่งอมเกลือเค็มๆแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย เฮ้อออ' เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินฟางเซียนก็เอาแปรงกับยาสีฟันออกจากกำไลมิติมาแปรง และยังเอาสบู่ออกมาล้างหน้าอีกด้วย เมื่อใช้เสร็จแล้วก็เก็บไว้ในกำไลมิติเหมือนเดิม ก่อนจะเดินมาหาสามีที่เตรียมถังยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"เสร็จแล้วเ้าค่ะท่านพี่ เราไปกันเถอะ" หลินฟางเซียนบอกกับสามี ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินไปที่ลำธาร
"เซียนเออร์ เมื่อครู่เ้าเอาอะไรมาถูฟัน แล้วยังเอาไปถูที่หน้าเ้าด้วยรึ" ระหว่างที่กำลังเดินไปที่ลำธาร เซียวซูเหวินก็ถามขึ้นมา
"ท่านพี่..สิ่งที่ท่านเห็นข้าใช้ถูฟันนั้นมันคือแปรงสีฟันกับยาสีฟันเ้าค่ะ ใช้แปรงทำความสะอาดฟันจะช่วยทำให้ฟันเราสะอาดอีกทั้งยังช่วยให้ปากของเราหอมสดชื่นด้วยนะเ้าค่ะ ส่วนอีกอันที่ข้าใช้ล้างหน้านั้นมันคือสบู่เ้าค่ะ ใช้ล้างทำความสะอาดหน้า เวลาล้างแล้วมันจะช่วยทำให้ผิวหน้าของเราสะอาดแล้วก็ช่วยให้ผิวหน้าของเราขาวใสด้วยนะเ้าค่ะ แล้วข้ายังมีสบู่ที่ใช้ถูทำความสะอาดตัวด้วยนะเ้าค่ะ มีทั้งแบบก้อนแล้วก็แบบน้ำเลยล่ะเ้าค่ะ เอาไว้เดี๋ยวข้าจะเอามาให้ท่านพี่ลองใช้ดูนะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอกกับสามี
"อืมมม ข้าเข้าใจแล้ว สิ่งนี้เ้าก็ได้มาจากที่นั่นใช่หรือไม่"
"ใช่เ้าค่ะ ข้ายังมีสมบัติอย่างอื่นด้วยนะเ้าค่ะ หากมีโอกาสข้าจะเอาออกมาให้ท่านดูแน่นอนเลยเ้าค่ะ" พูดเสร็จก็ส่งยิ้มให้กับสามี ซึ่งคราวนี้เซียวซูเหวินก็ส่งยิ้มกลับไปให้ภรรยาบ้างเช่นกัน
"ตอนนี้ยังเช้าอยู่ น้ำยังเย็นอยู่มาก เ้าคอยถือถังให้ข้าก็พอ เดี๋ยวข้าจะลงน้ำไปจับปลาเอง" เซียวซูเหวินบอกกับภรรยาเมื่อเดินมาถึงที่ลำธารแล้ว
"เอาเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบสามีพร้อมรอยยิ้ม
พอพูดคุยกันเข้าใจแล้ว เซียวซูเหวินก็ลงไปจับปลาโดยมีหลินฟางเซียนคอยถือถังเดินตามเขาไป ทั้งสองจับปลาอยู่ประมาณครึ่งชั่วยามกว่าๆก็ได้ปลามาจนเต็มทั้งสองถัง เมื่อเห็นว่าได้ปลามาเยอะแล้ว เซียวซูเหวินก็ล้างเนื้อล้างตัวที่ลำธารก่อนจะพากันเดินกลับบ้านกัน
"ท่านพี่..เอาสบู่นี่ไปถูตัวด้วยสิเ้าค่ะ" เมือเห็นว่าสามีกำลังล้างตัวอยู่ หลินฟางเซียนก็เอาสบู่ออกมาจากกำไลมิติ ก่อนจะยื่นก้อนสบู่ส่งไปให้กับสามีของนาง
"เซียนเออร์...สบู่นี่มันใช้ยังไงรึ ข้าไม่เคยใช้มาก่อนเลย" เซียวซูเหวินถามภรรยาด้วยความสงสัย
"ท่านพี่เอาน้ำมาใส่สบู่ให้สบู่เปียกๆเช่นนี้ แล้วก็เอาฝ่ามือถูๆที่ก้อนสบู่ให้เกิดฟองขาวๆแบบนี้นะเ้าค่ะ เสร็จแล้วท่านพี่ก็เอาไปถูให้ทั่วทั้งตัวเลยนะเ้าค่ะ พอถูจนทั่วตัวแล้วท่านพี่ก็ล้างฟองสบู่ออก แค่นี้ก็เสร็จแล้วเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอกวิธีใช้สบู่กับสามี
"อ่อ..ข้าเข้าใจแล้ว เ้าไปนั่งพักเหนื่อยรอที่ใต้ต้นไม้นั่นก่อนเถิด ข้าขอล้างตัวสักครู่"
"เ้าค่ะ" พูดจบหลินฟางเซียนก็เดินไปนั่งรอที่ใต้ต้นไม้ ที่สามียกถังปลาไปวางไว้ก่อนอยู่แล้วทันที นางนั่งรอไม่นานเซียวซูเหวินก็อาบน้ำเสร็จ
"ข้าเสร็จแล้ว เราไปกันเถิด" เซียวซูเหวิน
"เ้าค่ะ" จากนั้นทั้งสองคนสามีภรรยาก็พากันถือถังปลาเดินกลับบ้านกันไป
"เซียนเออร์ ข้าชอบสบู่ที่เ้าให้มาก สบู่นี่กลิ่นหอมมาก ใช้ถูตัวแล้วรู้สึกว่าเนื้อตัวสะอาดขึ้นมาก อีกทั้งกลิ่นก็ยังหอมติดตัวข้าด้วย" เซียวซูเหวินพูดขึ้นระหว่างเดินกลับบ้าน
"ท่านพี่ชอบข้าก็ดีใจแล้วเ้าค่ะ ว่าแต่..ท่านพี่ชอบแค่สบู่ แล้วไม่ชอบข้าบ้างหรือเ้าค่ะ?" หลินฟางเซียนพูดออกไปก่อนจะเขิลเอง จากนั้นก็ก้มหน้ากลบเกลื่อนความอาย พร้อมกับหลบสายตาสามีที่กำลังมองมาที่นาง
"สบู่ข้าก็ชอบ แต่กับเ้าแล้ว..ข้าชอบมากกว่าสบู่อยู่แล้ว" เมื่อเห็นว่าหลินฟางเซียนกำลังเขิลอายเช่นนั้น เซียวซูเหวินก็ตอบกลับพร้อมกับมองไปที่นางแล้วยังส่งสายตาและรอยยิ้มบางๆส่งไปให้นางอีกด้วย
หลินฟางเซียนเมื่อได้ยินที่สามีตอบกลับมาเช่นนั้น ก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง จึงเงยหน้าขึ้นมาและบังเอิญไปสบตากับเซียวซูเหวินเข้าพอดี ทั้งสองต่างมองตากันจนกลายเป็หลินฟางเซียนที่ทนไม่ไหวหลบสายตาสามีของนางก่อน
"เอ่อออ..เรารีบกลับกันเถิดเ้าค่ะ ตอนนี้น้องๆคงจะตื่นนอนกันแล้ว" หลินฟางเซียนหลบสายตาสามีก่อนจะพูดขึ้นด้วยความร้อนรนแบบคนทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที
"อืมม ไปกันเถิด" เซียวซูเหวินตอบกลับภรรยา ก่อนจะเดินถือถังปลาตามภรรยาที่เดินออกห่างเขาไปพร้อมกับรอยยิ้มอย่างพอใจ
ทั้งสองคนเมื่อเดินมาถึงบ้าน หลินฟางเซียนก็ขอตัวไปเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อเช้าก่อนทันที ส่วนเซียวซูเหวินก็ถือถังปลาไปวางไว้ที่โอ่งน้ำข้างบ้านก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องตัวเอง
หลินฟางเซียนเมื่อเข้ามาในครัวก็เห็นว่าน้องๆหุงข้าวรอไว้ก่อนแล้ว 'อืมมม..ข้าวก็หุงแล้ว ทำอะไรกินดีนร้าาา ในกำไลมิติน่าจะมีหมูสามชั้นอีกเยอะอยู่ ทำหมูหวานสูตรโบราณของคุณยายในชาติที่แล้วดีมั้ยนะ คิดๆแล้วก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ลองทำกินดีกว่า..จะอร่อยเหมือนเดิมมั้ยนะ'
หลังจากนั่งคิดอยู่ไม่นาน หลินฟางเซียนก็เอาหมูสามชั้นออกมาจากกำไลมิติ นางใช้หมูเยอะพอสมควรเพราะกลัวสามีและน้องๆจะกินไม่อิ่ม เมื่อได้หมูแล้วก็ลงมือหั่นหมูเป็ชิ้นค่อนข้างใหญ่หน่อย เพราะเวลาทำเสร็จแล้วหมูก็จะหดตัวลงอีก พอหั่นหมูเสร็จแล้ว หลินฟางเซียนก็นำหม้อขึ้นตั้งบนเตาไฟแล้วนำหมูที่หั่นไว้ลงไป จากนั้นก็เทน้ำเปล่าตามลงไปแค่พอให้ท่วมหมูที่เราใส่ลงในหม้อเท่านั้น สาเหตุที่ต้มหมูก่อนเพราะจะทำให้หมูนุ่มและเวลาทำน้ำตาลก็จะไม่เกาะอยู่ที่เนื้อหมูจนเป็ก้อนแข็ง ระหว่างที่ต้มหมูอยู่ นางก็หันไปเตรียมเครื่องปรุงอย่างอื่นรอไว้ก่อน หลิงฟางเซียนนำกระเทียม พริกไทย และรากผักชีออกมาจากกำไล เสร็จแล้วก็นำไปตำให้ละเอียดแล้วพักรอไว้ก่อน พอหมูสุกจนนุ่มได้ที่ดีแล้ว นางก็ยกหม้อต้มหมูออกจากเตา แล้วนำกระทะใบใหญ่ลงไปตั้งบนเตาแทน จากนั้นก็เทน้ำมันลงไปเล็กน้อยแล้วนำเครื่องที่เราตำรอไว้ก่อนหน้าใส่ลงไปในน้ำมันที่กำลังร้อนผัดให้กลิ่นหอม เมื่อผัดเสร็จแล้วก็ตักขึ้นมาใส่ถ้วยพักรอไว้ก่อน เสร็จแล้วก็ใส่น้ำตาลโตนดลงไปในกระทะแล้วผัดจนกว่าน้ำตาลจะเป็สีเข้มหรือผัดจนน้ำตาลเกือบไหม้ พอผัดน้ำตาลได้ที่แล้ว หลินฟางเซียนก็เอาฟืนออกจากเตาเพื่อเบาไฟ จากนั้นก็ใส่น้ำปลาลงไปแล้วคนต่อเร็วๆเพื่อให้น้ำตาลกับน้ำปลาเข้ากัน เสร็จแล้วก็ใส่หมูที่ต้มไว้แล้วลงไปตามด้วยสามเกลอที่ผัดรอไว้ก่อนหน้า เมื่อใส่ทุกอย่างแล้วก็ผัดต่อให้ทุกอย่างเข้ากัน พอผัดจนน้ำซึมเข้าเนื้อหมูแล้วนางก็ตักน้ำขึ้นมาชิมรสชาติ 'อื้อหืออออ หวานนำเค็มตามแบบนี้แหละใช่เลย รสชาตินี้ที่คิดถึง คนสวยทำมักจะอร่อยเสมอเลยสิน่า ฮ่าๆๆๆ' เมื่อเสร็จแล้วหลินฟางเซียนก็ตักใส่จานใบใหญ่ จากนั้นจึงยกออกไปตั้งรอไว้ที่โต๊ะกินข้าว ก่อนจะเดินกลับมายกหม้อข้าว ถ้วยชามและตะเกียบออกไปจัดวางรอที่โต๊ะกินข้าว เสร็จแล้วก็เดินไปเรียกทุกคนมากินข้าวกัน
"ท่านพี่ เหว่ยเถียน เทียนิ มากินข้าวกันเถิดเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนออกมาตามสามีและน้องๆไปกินข้าว
"อืม / ขอรับ / ขอรับ" ทั้งสามคนตอบพร้อมกัน
"พี่สะใภ้ นี่คืออะไรหรือขอรับ กลิ่นหอมออกไปถึงข้างนอกบ้านเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"นี่คือหมูหวาน วันนี้เวลามีน้อยข้าเลยทำอาหารแค่อย่างเดียวไปก่อน" หลินฟางเซียนตอบเทียนิ ก่อนจะหันไปพูดกับสามี
"แค่นี้ก็พอแล้ว เ้าเหนื่อยหรือไม่" เซียวซูเหวินตอบภรรยา
"ไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ กินข้าวกันเถอะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนพูดกับสามี ก่อนจะตักอาหารไปใส่ถ้วยให้สามี
"ขอบใจเ้ามาก เ้าก็กินให้มากหน่อย" เซียวซูเหวินพูดจบก็ตักอาหารมาใส่ถ้วยให้ภรรยาบ้างเช่นกัน
"โอ้ววว!! อร่อยอีกแล้ว อร่อยมากๆอีกแล้วขอรับ" เซียวเทียนิที่ตักกินแค่คำแรกก็เอ่ยปากชมรสชาติของหมูหวานทันที
"เ้าตัวตะกละ พูดเบาๆก็ได้เ้าจะร้องเสียงดังไปทำไมกัน" เซียวซูเหวินเตือนน้องชายของเขา
"ขอโทษขอรับ แต่พี่ใหญ่ขอรับ..ข้าแค่ดีใจที่ได้กินอาหารอร่อยๆเช่นนี้อีกแล้ว" เซียวเทียนิ
"อืมมม กินต่อเถิด" เซียวซูเหวิน
จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันนั่งกินข้าวไปคุยกันไป โดยมีเซียวเทียนิเ้าประจำที่คอยชมรสชาติของอาหารไม่ยอมหยุดสักที หลังจากกินข้าวกันเสร็จเซียวซูเหวินก็นำปลาไปขายทันที ส่วนหลินฟางเซียนก็รออยู่ที่บ้านกับเซียวเหว่ยเถียนและเซียวเทียนิ
ขณะที่ครอบครัวของหลินฟางเซียนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข กลับมีคนบางคนที่กำลังคิดไม่ดีกับครอบครัวนางอยู่หลังจากที่มีข่าวว่าเซียวซูเหวินและหลินฟางเซียนไปซื้อที่ดินเพิ่มอีกหลายหมู่กับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนต่างก็พากันนินทาต่างๆนาๆ จนไปเข้าหูของคนบ้านหลินเข้า
"ท่านพี่ ข้าได้ยินพวกชาวบ้านพูดกันว่าเ้าซูเหวินกับนังฟางเซียนไปซื้อที่ดินมาตั้งหลายหมู่ ข้าว่ามันต้องมีเงินมากแน่ๆ ท่านพี่..ท่านลองไปขอแบ่งเงินนังฟางเซียนมาบ้างดีหรือไม" นางเจียวซิ่นพูดกับหลินลู่เสียนสามีของนาง
"เ้าจะไปรบกวนนางได้เช่นไรกัน ฟางเซียนแต่งให้กับบ้านเซียวไปแล้ว ตอนนี้นางก็คือคนของบ้านเซียว เ้าเป็คนบังคับให้นางแต่งออกไปเอง ในเมื่อนางแต่งออกไปแล้วเ้าก็เลิกไปกวนใจนางและครอบครัวได้แล้ว" หลินลู่เสียนบอกกับภรรยาด้วยความรำคาญ
"หึ!!..แต่ที่มันได้แต่งให้กับบ้านเซียวจนได้ดีเช่นนี้ก็เพราะอ้ายฉิงของเรายอมเสียสละให้มันได้แต่งแทนนะเ้าค่ะ เช่นนั้นนังฟางเซียนก็ควรจะตอบแทนพวกเราบ้างสิ ไม่ใช่ทำตัวอกตัญญูเช่นนี้" นางเจียวซิ่นยังพูดต่อไม่ยอมหยุด
"พอได้แล้ว เ้าไม่รู้จักอายบ้างหรืออย่างไรกัน มีใครบ้างที่ไม่รู้ ว่าที่ฟางเซียนได้แต่งงานออกไปเช่นนี้เพราะถูกเ้าบังคับให้แต่ง แล้วนี่เ้ายังจะหน้าหนา แบกหน้าไปขอเงินจากนางอีกเช่นนั้นรึ" หลินลู่เสียน
"ท่านพี่!! นี่ข้าทำเพื่อครอบครัวของเรานะเ้าค่ะ ท่านกล้าพูดเช่นนี้กับข้าได้เช่นไรกัน" นางเจียวซิ่นที่โดนสามีต่อว่าเช่นนั้นก็โมโหขึ้นมา
"เ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าขอสั่งเ้าไว้เลยนะ ต่อไปห้ามเ้าและลูกๆไปยุ่งกับฟางเซียนอีกเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเ้ากับข้าได้เห็นดีกันแน่" หลินลู่เสียนพูดจบก็เดินออกไปทันที ส่วนนางเจียวซิ่นก็ทำได้แค่นั่งโมโหอยู่ตรงนั้นเพราะไม่สามารถทำอะไรได้
เซียวซูเหวินหลังจากกลับมาจากในเมืองก็มานั่งพักเหนื่อยกับภรรยาและน้องๆที่แคร่ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่
"เซียนเออร์ นี่เงินที่ขายปลามาได้วันนี้" เซียวซูเหวิน
"ขอบคุณเ้าค่ะ แล้วท่านพี่ไม่แบ่งเก็บไว้ที่ท่านบ้างหรือเ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ได้ใช้อะไรอยู่แล้วเ้าเก็บไว้เถิด" เ้าค่ะ
"พี่ใหญ่ วันนี้พวกเราขึ้นเขาไปหาของป่ากันอีกดีหรือไม่ขอรับ ข้าอยากไปหาเก็บลูกฟักทองอีกขอรับ มันอร่อย ข้าชอบมันมาก" เซียวเหว่ยเถียน
"อืมมม เช่นนั้นวันนี้หลังจากคุยกับนายช่างแล้วเราค่อยขึ้นเขาก็แล้วกัน" เซียวซูเหวิน
"มีใครอยู่มั้ย นี่ใช่บ้านของเซียวซูเหวินหรือไม่" เซียวซูเหวินนั่งคุยกับภรรยาและน้องๆอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงคนมาะโเรียกอยู่หน้าบ้าน
"ข้าอยู่นี่ขอรับนายช่าง เชิญท่านเข้ามานั่งพักเหนื่อยก่อนขอรับ" เซียวซูเหวิน
"ขอบคุณ" นายช่างพูดก่อนจะเดินตามเซียวซูเหวินเข้าไปในบริเวณบ้าน
"เชิญนายช่างนั่งก่อนขอรับ เหว่ยเถียนไปเอาน้ำมาให้นายช่างดื่มหน่อยเถิด" เซียวซูเหวินบอกนายช่างก่อนจะหันไปพูดกับน้องชาย
"ขอรับพี่ใหญ่" เซียวเหว่ยเถียนรับคำก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้าน
"เซียนเออร์ เทียนิ นี่คือนายช่างที่จะมาดูที่ดินเพื่อสร้างกำแพงบ้านให้กับเรา นายช่างขอรับ นี่คือภรรยาและน้องชายของข้าเองขอรับ" เซียวซูเหวินบอกภรรยาและน้องชาย
"คารวะนายช่างเ้าค่ะ / ขอรับ"
"อืม ไม่ต้องมากพิธีหรอก แล้วที่ดินที่เ้า้าสร้างกำแพงคือที่ดินตรงนี้รึ" นายช่าง
"ใช่ขอรับ แต่เมื่อวันก่อนข้ากับภรรยาพึ่งไปซื้อที่ดินมาเพิ่มอีกสิบเจ็ดหมู่ รวมกับที่ดินเก่าอีกหนึ่งหมู่ก็เป็สิบแปดหมู่พอดีขอรับ" เซียวซูเหวิน
"น้ำขอรับท่านนายช่าง" เซียวเหว่ยเถียน
"อืมมม ขอบใจเ้ามากนะ" นายช่างกล่าวขอบคุณก่อนจะรับน้ำมาดื่มทันที
"ต้องขอโทษนายช่างด้วยขอรับที่บ้านข้าไม่มีน้ำชาดีๆมาต้อนรับท่าน มีแค่น้ำเปล่าเช่นนี้ หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสานะขอรับ" เซียวซูเหวิน
"ไม่เป็ไรๆ น้ำบ้านเ้านี่หวานเย็นชื่นใจจริงๆ กินแล้วรู้สึกสบายตัวหายเหนื่อยทันทีเลย น่าแปลกใจมาก" นายช่างบอกออกไปตามความรู้สึก ก่อนจะยกน้ำที่เหลือในขันขึ้นมาดื่มอีกครั้งจนหมด
"ว่าแต่..เ้าจะสร้างกำแพงล้อมรอบที่ดินทั้งสิบแปดหมู่เลยหรือไม่" นายช่างถามกับเซียวซูเหวิน
"ใช่ขอรับ ข้า้ากำแพงที่สูงสักห้าจั้ง นายช่างจะคิดราคาเท่าไรหรือขอรับ" เซียวซูเหวิน
"ห้าจั้งเชียวรึ เช่นนั้นที่ดินเ้าเริ่มจากตรงนั้นใช่หรือไม่ แล้วยาวไปถึงตรงไหนเล่า" นายช่างถามเซียวซูเหวินอีกครั้ง
จากนั้นเซียวซูเหวินและหลินฟางเซียนก็พานายช่างเดินไปดูที่ดินจนทั่ว เพื่อให้นายช่างได้คำนวณราคาค่าก่อสร้าง
"ที่ดินมีถึงตรงนี้ล่ะขอรับ" เซียวซูเหวิน
"อืม ที่ดินกว้างมากอีกทั้งยังเป็ที่รกร้างอีกด้วย เ้าสองคน้าให้ข้าสร้างแค่กำแพงหรือว่าให้ถางหญ้ารอบๆที่ดินของพวกเ้าด้วยเล่า" นายช่าง
"ทั้งสร้างกำแพงแล้วก็ถางหญ้าด้วยเลยขอรับ ไม่ทราบว่าต้องใช้ระยะเวลาสร้างกี่วันหรือขอรับ แล้วค่าก่อสร้างนี่นายช่างจะคิดราคาเท่าไรขอรับ" เซียวซูเหวิน
"อืมมม..หากสร้างให้เสร็จทั้งหมดเลยข้าใช้เวลาเจ็ดวันเป็อย่างต่ำ ส่วนราคาข้าคิดราคาที่สิบสามตำลึงทองสี่สิบสองตำลึงเงิน ราคานี้เหมารวมค่าช่างและค่าวัสดุรวมทั้งค่าอาหารของคนงานด้วย เ้าคิดเห็นเช่นไร" นายช่าง
"หากข้าอยากให้เสร็จเร็วกว่านั้น นายช่างพอจะเร่งมือให้ข้าได้หรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถามขึ้นบ้าง
"หากเ้าอย่างให้เสร็จเร็วขึ้น ก็ต้องจ้างคนงานเพิ่มอีก ตรงส่วนนี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะ เ้าจะตกลงหรือไม่เล่า" นายช่าง
"ข้าตกลงเ้าค่ะ นายช่างคิดราคาเพิ่มมาได้เลย อีกอย่างท่านจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"เช่นนั้นข้าคิดค่าแรงคนงานเพิ่มอีกห้าตำลึงเงินก็แล้วกัน ส่วนระยะเวลาในการก่อสร้างกำแพงนั้น ข้าขอเวลาสักสามวัน หากจะเริ่มงานพรุ่งนี้เลยเ้าสองคนตกลงหรือไม่" นายช่าง
"ตกลงขอรับ / ตกลงเ้าค่ะ"
หลังจากตกลงเื่ราคากันได้แล้ว เซียวซูเหวินก็จ่ายเงินมัดจำครึ่งหนึ่งและทำสัญญาว่าจ้างทันที เมื่อเสร็จธุระแล้วนายช่างก็ขอตัวกลับทันที ส่วนหลิงฟางเซียนก็ขอตัวไปทำอาหารมื้อกลางวันและบอกให้สามีและน้องๆไปเตรียมของเพื่อขึ้นเขารอนางก่อน