อีกสองวันต่อมา ที่รักที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนได้กระโดดโลดเต้นเข้าบ้านอย่างมีความสุข วันนี้นอกจากได้กล่องนมจากโรงเรียนมาถึงสองกระสอบใหญ่แล้ว เธอยังกินขนมที่โรงเรียนน้อยจนเหลือเงินกลับมาบ้านตั้งห้าสิบบาท เมื่อเข้าบ้านมาเธอไม่ยอมทักทายใครทั้งสิ้น อย่างแรกที่ตั้งใจทำคือตรงดิ่งไปยังหีบสมบัติส่วนตัวเพื่อเอาเงินค่าขนมห้าสิบบาทที่เหลือในวันนี้ใส่ลงหีบ
เมื่อยกหีบออกจากตู้ เด็กหญิงก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
“เอ๋...กำลังจิ๊ดริดเพิ่มขึ้นเหรอ ทำไมหีบเบา” เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างข้องใจก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝาหีบขึ้น และเมื่อเห็นด้านในหีบ ที่รักก็เอาแต่จ้องมันนิ่งก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นสาย
“แงงง...สมบัติของจิ๊ดริดไม่อยู่แล้ว” ที่รักตะเบ็งเสียงร้องออกมาลั่นบ้าน
วรรณารีที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกเป็นคนแรก เธอรีบวางทัพพีในมือและวิ่งไปหาลูกในห้อง
“เป็นอะไรลูก”
ที่รักที่ร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่หน้าหีบสมบัติของตัวเองได้เงยหน้ามองแม่ด้วยดวงตาบวมบูด “แม่จ๋า...สมบัติ...สมบัติจิ๊ดริดหาย ไม่มีเหลือเลยสักบาท” เด็กหญิงเอ่ยบอกเสียงกระท่อนกระแท่น
“อะไรนะ?” วรรณารีตกใจไม่น้อยเช่นกัน เธอรีบเดินไปมองที่หีบ ตอนนี้ในหีบสมบัติของที่รักมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น “มันเกิดอะไรขึ้น ใครกล้าทำแบบนี้”
ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นของบ้าน สมาชิกทุกคนในบ้านรวมถึงพีรายุ นุดี และกระแตต่างนั่งทำหน้าไม่สู้ดีกันอยู่
“ถึงไหนแล้ววรรณ มีอะไรผิดสังเกตไหม” สายถามเสียงเครียดโดยมีที่รักนั่งทำตาแดงอยู่ในอ้อมกอด
วรรณารีกำลังเลื่อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ โดยเน้นภาพเหตุการณ์ในวันนี้เป็นหลัก
“ยังเลยค่ะป้า ตอนนี้ดูถึงช่วงเที่ยงแล้ว ในบ้านไม่มีอะไรผิดปกติเลย ไม่มีใครแปลกหน้าที่ไหนเข้ามา”
“เอ๊ะ?” วรรณารีอุทานออกมาพร้อมคิ้วที่ขมวดมุ่น เธอเหลียวไปมองนุดีอย่างไม่เชื่อสายตา
“เธอเห็นอะไร” สายไม่รีรอ เดินตรงเข้ามาดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ จากนั้น สีหน้าของสายก็เครียดลงไปอีก
“ตอนนี้เจี๊ยบอยู่ที่ไหน” สายหันไปถามนุดีด้วยแววตาคมกริบ
นุดีทำหน้าตื่น เธอมองไปทางสายที วรรณารีทีอย่างงุนงง “พี่เจี๊ยบออกไปหาเพื่อนค่ะ ค่ำ ๆ กลับ”
“ฉันว่าคงไม่กลับมาแล้วล่ะ” สายสันนิษฐาน
“มีอะไรครับคุณป้า” พีรายุที่นั่งอยู่ตรงหน้าเอ่ยถามขึ้น
“เจี๊ยบเป็นคนเอาเงินจิ๊ดริดไป แอบเข้ามาในห้องช่วงบ่าย ขาออกมาได้หอบถุงผ้าใบโตออกมาด้วย”
“อะไรนะ” นุดีใบหน้าซีดเผือดลงทันตา เธอมองไปยังผู้ใหญ่ทั้งสามคนในห้องอย่างวิตก
ที่รักก็นั่งสะดุ้งด้วยเช่นกันก่อนจะเบะปากและปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง “พี่เจี๊ยบนิสัยไม่ดี เอาตังค์จิ๊ดริดไป พี่เจี๊ยบเป็นขโมย พี่เจี๊ยบใจร้าย นี่แน่ะ นี่แน่ะ” เด็กหญิงวิ่งตรงไปหานุดีแล้วใช้กำปั้นทุบไปตรงบ่าและแขนของนุดีที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นอย่างโมโห
“บอกพี่เจี๊ยบคืนตังค์จิ๊ดริดมาเดี๋ยวนี้นะ พี่เจี๊ยบไม่ดี พี่นกก็ไม่ดี นี่ ๆ” เธอรัวกำปั้นทุบไปที่แขนของนุดีไม่ยั้งโดยที่นุดีไม่คิดจะปัดป้อง เธอได้แต่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้นและปล่อยให้ที่รักทำร้ายแต่โดยดี
“จิ๊ดริด หยุดนะลูก อย่ารังแกใครแบบนี้” วรรณารีที่ตั้งสติได้รีบวิ่งไปแยกลูกออกมา
นุดีร้องไห้สะอื้นออกมาเสียงดังและยกมือไหว้ “นกขอโทษค่ะ นกไม่รู้ว่าทำไมพี่เจี๊ยบทำแบบนี้ นกขอโทษแทนพี่เจี๊ยบด้วยนะคะ” เธอก้มลงกราบกับพื้นโดยไม่รู้สึกสักนิดว่าตรงหน้าเธอคือที่รักซึ่งเป็นเด็กกว่าหลายปี
“นกอย่าทำแบบนี้ ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ” วรรณารีพูดปรามเสียงดุก่อนหันมาปลอบลูกสาวที่อยู่ในอารมณ์โมโหสุดขีดให้สงบลง “จิ๊ดริดเองก็เหมือนกัน อย่าพาลคนไปทั่วแบบนี้ นกกับเจี๊ยบเป็นคนละคนกัน หนูเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ยังไงก็เป็นพี่น้องกัน” พีรายุลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าถมึงทึง “ฉันคงอุปการะเธอไม่ได้อีกแล้ว”
นุดีหลบสายตาพีรายุวูบ เธอได้แต่ก้มหน้าสะอื้นและไม่คิดเอ่ยแก้ตัวเลยสักคำ
“หยุดเดี๋ยวนี้” วรรณารีปรามออกมาเสียงดุ “จิ๊ดริด มาคุยกับแม่ในห้อง” คนเป็นแม่รั้งตัวลูกสาวที่กำลังพยายามขืนตัวหนีอย่างดื้อดึงเข้าไปในห้องนอนด้วยกันโดยมีสายตาทุกคู่ที่อยู่ในนั้นมองตาม
“แม่ปล่อย หนูจะออกไปตีคนไม่ดี” ที่รักพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุม
“เที่ยวตีคนไปทั่วแบบนี้จิ๊ดริดก็จะกลายเป็นคนไม่ดีเหมือนกันนะลูก” วรรณารีใช้น้ำเย็นเข้าลูบ
“พี่นกไม่ดี จิ๊ดริดตีได้ จิ๊ดริดเป็นคนดี”
“พี่นกทำอะไรถึงบอกว่าพี่นกไม่ดี”
“พี่นกเป็นน้องพี่เจี๊ยบ พี่เจี๊ยบขโมยเงินจิ๊ดริดไป พี่นกต้องเป็นคนไม่ดี” เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างดื้อรั้น
“ถ้าแม่ทำเรื่องไม่ดี แล้วมีคนมาด่าว่าจิ๊ดริดเป็นคนไม่ดีด้วย จิ๊ดริดจะยอมไหม” วรรณารีตั้งคำถาม
ที่รักมีสีหน้าลังเล “แม่วรรณเป็นคนดี แม่วรรณไม่ทำเรื่องไม่ดี”
“แล้วถ้าแม่เผลอเป็นคนไม่ดีขึ้นมา จิ๊ดริดจะยอมถูกว่าว่าเป็นคนไม่ดีตามแม่ไหม”
คราวนี้ที่รักทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง “จิ๊ดริดไม่ใช่คนไม่ดี” แค่นึกไปว่ามีคนมาชี้หน้าว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เด็กหญิงก็ใจแป้วแล้ว