บทที่ 156 สงครามที่ถูกย้อมไปด้วยความแค้น
"ท่านชิวเหวินเจี้ยน ระวัง!" ซูเหยียนตะโกนพร้อมทั้งวิ่งไปหาร่างของชายหนุ่มที่ร่วงหล่นสู่พื้น กำแพงของเมืองปริแตกราวกับทำด้วยแก้วใส ชิวเหวินเจี้ยนพลิกตัวกลางอากาศ ใช้เท้าที่เป็นเหมือนมังกรรองรับน้ำหนักตัวก่อนจะจับดาบแนบแน่น
"ไม่เปนไร" ชิวเหวินเจี้ยนร้องบอก ก่อนที่ทุกคนจะเตรียมรับการต่อสู้ที่จะมาถึง ชายหนุ่มเป็นทัพหน้าพร้อมพรั่งด้วยผู้ถือดาบ ซูสือคงอยู่เคียงข้างเขา ส่วนหัวหน้าการค้านั้นพาคนอื่นๆ ในสำนักแพทย์หลบไปอยู่หลังม่านพลังในปราสาทแล้ว
"แย่แน่..." ซูสือคงร้องครางในลำคอ เขาเห็นควันลอยขึ้นโขมงเพราะกำแพงที่พังทลาย เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วมุมเมืองเหมือนกับกองทัพของซูหยินได้ล้อมเขาไว้หมดแล้ว ไอ้การที่ซูหยินบอกให้หยุดทัพอะไรนั่นก็เป็นเพียงกลลวง
ชิวเหวินเจี้ยนเห็นร่างของราชาถูกทับด้วยเศษหินของกำแพง ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปใช้มือเปลือยเปล่าดึงเศษหินพวกนั้นออกให้พ้นจากชายชรา เขานอนแน่นิ่ง ไร้ลมหายใจและยังมีแผลประปรายจากการตกเมื่อครู่
"ท่าน...ข้าปกป้องท่านเอาไว้ไม่ได้" ชิวเหวินเจี้ยนเปรยกับตนเอง ประคองร่างด้วยมือที่เลอะเศษฝุ่นนั้นมาไว้ข้างกาย ไม่รู้เหตุใด คราแรกชิวเหวินเจี้ยนคิดว่าจะไม่ทำร้ายเหล่าพี่น้องของคนที่ให้คำสัญญา เห็นแก่ราชาจะไม่ฆ่าลูกของเขา แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
"ท่านราชา..." ซูสือคงกัดริมฝีปาก เขาเข้าไปหาชิวเหวินเจี้ยนรั้งร่างไร้วิญญาณของราชามาไว้กับตนและให้ลูกน้องพาเข้าไปในปราสาท
ส่วนพวกที่เหลือนั้น...จะเป็นดั่งเบี้ยร่วมรบกับชิวเหวินเจี้ยน
"ในครานี้ข้าไม่คิดจะออมมืออีกต่อไปแล้ว" ชิวเหวินเจี้ยนหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง ภาพติดตาของราชาที่ถูกลูกตนเองสังหารยังคงอยู่ในความทรงจำ เขาไม่มีวันลืมและไม่มีวันให้อภัยเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าซูหยินเป็นเด็ดขาด
ซูเหยียนไม่สามารถใช้อาวุธได้เลย นางใช้ได้เพียงแต่เวทยรักษาและเวทย์คุ้มภัยธรรมดาเท่านั้น แต่นางหวังว่าตนจะเป็นกำลังให้กับเขาได้
"ท่านชิวเหวินเจี้ยน แผนแรกของเราล่มไปแล้ว ท่านจะทำอย่างไร" ซูสือคงเอ่ยถาม เห็นเงาทะมึนของกองทัพเคลื่อนมาใกล้ และใกล้ที่สุดก็เป็นแสงสีแดงจากดวงตาของซูหยิน
"ฝ่ายนั้นมิคิดจะไว้ชีวิตเรา" ชิวเหวินเจี้ยนเอ่ยเรียกเทพมาร ปีศาจสีแดงปรากฏกาย ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่เบื้องหลังชิวเหวินเจี้ยน ขวานไฟสีแดงเรืองรองในความมืด ซูสือคงเห็นสายตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เกล็ดสีดำงอกขึ้นมา มันต้องแสงจากไฟจนวาววับ "ข้าก็ไม่คิดจะไว้ชีวิตเช่นกัน"
ซูสือคงลอบกลืนน้ำลาย หัวหน้ากององครักษ์ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาฆ่าคนในเผ่าเดียวกันเอง แต่บัดนี้สถานการณ์เปลี่ยนเเปลงไปแล้ว แม้เขาจะไม่ถูกใจนักที่ให้มนุษย์มาเป็นผู้นำ แต่ตอนนี้คนที่จะเป็นราชาคนต่อไปเชื่อถือมิได้ ไม่นำพาความรุ่งโรจน์ทั้งยังบ่อนทำลายพวกเดียวกันเองเช่นนี้แล้ว
ซูหยินก็ไม่ควรค่าแก่การเคารพอีกต่อไป
ชิวเหวินเจี้ยนกำลังโกรธ เขาไม่คาดคิดเลยว่าซูหยินจักฆ่าพ่อของตนเองได้ลงคอ คนๆ นี้น่ะกลายเป็นปีศาจไปแล้ว เป็นปีศาจจริงๆ ที่ไม่สนผิดชอบชั่วดีอะไรทั้งนั้น
"ไง" เสียงเย็นเยียบเอื้อนเอ่ยใกล้หูของชิวเหวินเจี้ยน ชายหนุ่มเพ่งสายตาใช้วิชานัยน์ตามังกรทำให้สามารถมองเห็นได้ภายใต้ความมืดและหมอกควัน มือของซูหยินห่างจากเขาเพียงคืบ เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเด็กหนุ่มก็เคลื่อนที่มาหาเขาอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!!!
ร่างของชิวเหวินเจี้ยนถูกอะไรบางอย่างปะทะอย่างรุนแรง ตัวของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บทว่ากระเด็นไปไกลหลายเมตร หลังครูดกับพื้นหินของเมืองจนแตกเป็นทางยาว ทุกคนตื่นตระหนก กองทัพของซูหยินกรูเข้ามาภายใน ทหารของซูสือคงเข้าต่อต้านพวกเขาเอาไว้ ใช้อาวุธทั้งหมดที่มีโจมตีเพื่อหยุดพวกมันก่อนจะเข้าไปในปราสาท
"ท่านชิวเหวินเจี้ยน!" ซูเหยียนหวีดร้อง นางไม่อยากทำตัวไร้ค่าในตอนนี้ หญิงสาวอยู่หลังสุดของกองทัพทั้งมวล นางกุมมือภาวนา ใช้เวทย์ที่ไหลเวียนในกายตนให้เป็นรูปร่าง
วิชาม่านพลังคุ้มภัย(ระดับสวรรค์)
ม่านพลังสีม่วงที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าถูกกางออกโดยมีศูนย์กลางเป็นร่างของซูเหยียน มันแผ่ออกไปกว้าง เข้าสกัดพวกเผ่ามารไม่ให้เข้ามาภายในได้ นางใช้เวลาไม่นานในการเลื่อนขั้นมันแลกกับการที่ต้องสูญเสียพลังไปโดยมาก
"ทำดีมากซูเหยียน" ชิวเหวินเจี้ยนหยัดกายขึ้นจากพื้น หันไปมองเบื้องหน้า เห็นเผ่ามารทั้งหลายกู่ร้องคำรามตะเกียกตะกายข่วนม่านพลังของนางอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ไม่เป็นผล "ซูสือคง!"
"ขอรับท่านชิวเหวินเจี้ยน" ซูสือคงขานรับอย่างรวดเร็ว วาดมือออกไปด้านหน้า "ธนู-ยิง!!!"
ลูกศรนับร้อยจากเหล่าผู้ใช้ธนูด้านหลังถูกส่งขึ้นไปบนฟากฟ้าทะลุม่านพลังของซูเหยียนและพุ่งเข้าปักเผ่ามารที่อยู่นอกม่านพลังราวกับห่าฝน ชิวเหวินเจี้ยนเห็นว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้น เสียงของสงครามดังไปทั่ว อาวุธกระทบกันและกลิ่นเลือดคาวคลุ้ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือชาวเมืองของเขายังปลอดภัย
"ข้าจะล่อเขาไปอีกทาง" ชิวเหวินเจี้ยนว่า เขาเห็นซูหยินและพี่น้องอีกสามคนเดินทะลุม่านพลังมาอย่างง่ายดาย ผู้ใช้เวทย์ของซูเหยียนร่ายเวทย์ ส่งลูกบอลสีดำระดับต่ำออกไปด้านหน้า หวังชะลอฝีเท้าของเหล่าพี่น้องผู้นำพาความตาย
จอมมารผู้ใช้โล่เดินมาด้านหน้า ยกแผ่นหินที่ถูกตีขึ้นอย่างดีขึ้น มันถูกใช้กันการโจมตีทุกอย่าง นอกจากโล่นั้นแล้วยังมีม่านพลังแบบเดียวกันกับที่ซูเหยียนใช้อีกด้วย ทำให้การโจมตีเมื่อครู่ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง
ชิวเหวินเจี้ยนรีบวิ่งออกไปด้านหน้า เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีแดงรออยู่ก่อนแล้ว เขาไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมาแต่บอกกับเหล่าพี่น้องทั้งสามคน
"พวกเจ้าอยู่ที่นี่ เล่นสนุกกับพวกมันไปก่อน" ซูหยินยกยิ้ม เห็นเหยื่ออันโอชะวิ่งมาหาเขา พี่น้องทั้งสามรับคำสั่ง กระจายตัวไปตามจุดต่างๆ เพียงแตะนิ้วลงบนม่านพลังมันก็ดับสลาย
"ข้าไม่ยอมหรอกนะ..." ซูเหยียนกล่าวพร้อมทั้งรวบรวมพลังภาวนา สร้างม่านพลังสีม่วงขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"คุ้มกันซูเหยียนด้วยซูสือคง" ชิวเหวินเจี้ยนตะโกนบอกสุดเสียงขณะที่ใช้เวทย์ประตูมิติซึ่งเป็นของถนัดของตน แต่มันดับสลายไปในทันที ชายหนุ่มสะบัดมือของตนอย่างหงุดหงิดใจแต่ไม่ยอมหยุดทะยานไปหาซูหยิน ดาบในมือเปล่งเเสง ชายหนุ่มขว้างมันออกไปหวังใช้มันดั่งหอกทวน
'ขว้างข้าไปหาศัตรูอีกแล้ว ให้ตายสิ' เทพมารสบถด่าในใจแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ดาบสีดำนั้นร่อนเปลี่ยนทิศเป็นวงกลมรอบตัวซูหยินก่อนที่เทพมารจะโผล่ออกมาในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น เด็กหนุ่มเบิกตากว้างตอนที่เห็นร่างเทพมารในผิวสีแดงชาด เขายกขวานไฟขึ้นในตอนที่ออกมาจากดาบ ตวัดร่างของซูหยินให้ลอยบนอากาศก่อนจะใช้เท้าแข็งแรงถีบเด็กหนุ่มจนกระเด็นออกไปไกลในจังหวะนั้น
"ข้าเอง" ชิวเหวินเจี้ยนตะโกนเมื่อถึงขั้นพลังเมฆาแล้วย่อมสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เขาหายวับไปเพราะวิชาประตูมิติที่สร้างขึ้นชั่วครู่ก่อนจะปรากฎขึ้นด้านหลัง คว้าดาบที่ขว้างออกไปก่อนหน้าสะบัดเหล็กกล้าฟาดฟันแผ่นหลังที่ไร้การป้องกันของซูหยิน
"แพรวพราว งดงาม...ข้าอยากได้เจ้ามาเป็นพรรคพวกเหลือเกิน" ซูหยินพลิกตัวกลับมา และนั่นเป็นชั่ววินาทีที่สามารถเห็นอาวุธของซูหยิน
"ไพ่..." ชิวเหวินเจี้ยนเปรยจากนั้นวิชาของเขาก็สำฤทธิ์ผล นัยน์ตามังกรทำหน้าที่ และชิวเหวินเจี้ยนก็ต้องตกตะลึงที่ตั้งแต่เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาเขาก็ได้ใช้ไพ่ล่องหนทั้งหมดติดตรึงไปทั่วทุกที่จนขนาดที่ว่าเพียงขยับมันก็สามารถบั่นคอทุกคนได้ในทันที---#อีกนิดเดียวจะจบแล้วว ให้กำลังใจพี่ชิวไปด้วยกันนะคะ :)