เช้าในวันที่อากาศสดใสดวงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องแสงอย่างอบอุ่นไปทั่วทุกทิศในวันนี้บรรยากาศของโรงเรียนมอเทรีย มีเหล่าผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามามากกว่าปกติเหล่านักเรียนเองต่างก็เดินไปมากันวุ่นวาย ก่อนเสียงประกาศจะดังขึ้นประกาศให้นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันประลองเวทย์มนต์มารวมตัวกันที่ห้องพักของแต่ละคลาสซึ่งโรงเรียนได้จัดไว้ซึ่งเมื่อไฮด์กับเพื่อน ๆ ในห้องของเขาเข้ามายังห้องพักกันหมดทุกคนแล้วอาจารย์เอิร์นก็เริ่มชี้แจงการแข่งขันในแต่ละรอบให้ฟัง
“ถ้ามากันครบแล้วอาจารย์จะเริ่มบอกรายละเอียดการแข่งขันในแต่ละรอบให้ฟังแต่ละรอบ”อาจารย์เอิร์นเริ่มพูด
“ในรอบแรกการแข่งกันจะเป็การวัดพลังกายและพลังเวทย์ซึ่งในปีนี้ทางคณะอาจารย์ได้ตกลงกันแล้วว่าจะใช้การแข่งกรีฑาเพื่อทดสอบพลังกายและในส่วนของพลังเวทย์จะใช้เครื่องวัดพลังเวทย์ทดสอบพวกเธอโดยให้พวกเธอปล่อยพลังเวทย์เข้าไปในเครื่องวัดเพื่อวัดสเกลพลังเวทย์ของพวกเธอโดยคนที่จะผ่านรอบแรกไปได้ในแต่ละคลาสจะมีอยู่ด้วยกัน สองคนเท่านั้นซึ่งเป็คนที่มีคะแนนสูงที่สุด และคะแนนรองลงมา” อาจารย์เอิร์นพูดต่อ
“อาจารย์ค่ะหนูนึกว่าจะต้องแข่งประลองเวทย์มนต์กันทั้งห้องอีก” แซนดี้ถามขึ้น
“ถ้าให้พวกเธอทุกคนแข่งประลองเวทย์แบบนั้นกันทั้งห้องทางโรงเรียนเห็นว่าเป็การเสียเวลาและสิ้นเปลืองทรัพยากรจึงจัดให้รอบแรกเป็รอบคัดคนออกจ๊ะแซนดี้”อาจารย์เอิร์นอธิบายแซนดี้ ก่อนจะมาอธิบายการแข่งในรอบถัดไปให้ฟัง
“สำหรับการแข่งขันในรอบสองจะเป็การประชันเวทย์มนต์คาถากันโดยจะมีด้วยกันทั้งหมดแปดคนที่ผ่านเข้ารอบ เข้ามาประลองกันโดยจะประลองกับใครนั้นจะใช้การจับคู่กันดังนั้นพวกเธอทุกคนก็เตรียมตัวกันเอาไว้ให้ดี ๆ ละเพราะพวกเธอทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะผ่านเข้ารอบกันได้ทุกคน” อาจารย์เอิร์นพูดจบก็เสียงประกาศให้เหล่านักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันออกไปรวมกันที่สนามแข่งแล้วอาจารย์เอิร์นจึงบอกให้เหล่านักเรียนของเธอออกไปสนามแข่งขันได้แล้วก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“ขอให้โชคดีนะทุกคน” เธอพูดแล้วส่งยิ้มให้หล่านักเรียนของเธอ
ณ สนามแข่งขันที่มีลักษณะเป็วงกลมขนาดกว้างมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ห้าร้อยเมตร มีผู้ชมมากมายนั่งอยู่บนอัศจรรย์ รวมทั้งเหล่านักเรียนในชั้นปีต่างๆ เองก็เข้ามาร่วมรับชมด้วย พร้อมในสนามตอนนี้เสียงอึกทรึกครึกโครมดังก้องไป ทั่วทั่งสนามเป็เสียง ต้อนรับเหล่านักเรียนปีหนึ่งทุกคนที่กำลังทยอยเดินเข้ามาในสนาม
“สวัสดีครับ กระผม พันผู้ดำเนินรายการในงานประลองเวทย์มนต์ในครั้งนี้นะครับ” ชายผิวขาว ผมม่วง ลูกนัยต์ตาดำประกาศขึ้น
“ในวันนี้เป็วันดีที่เราจะได้เห็นเหล่านักเรียนน้องใหม่ได้โชว์ฝีไม้ลายมือ วาดลวดลายในงานแข่งขันประลองเวทย์มนต์ในวันนี้” พันพูดต่อ ก่อนที่จะอธิบายการแข่งขันในแต่ละรอบให้เหล่าผู้ชมได้รับทราบ
“ซึ่งในตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันลงสนามครบหมดแล้วทุกท่านถ้าอย่างนั้นจะกระผมจะขอเริ่มการแข่งขันในรอบแรกกันเลยนะครับ” พันกล่าวมาด้วยเสียงสดใสอย่างสนุกสนาน
แล้วเหล่านักเรียนในสนามก็ถูกกรรมการที่ยืนอยู่ในสนามนำทางไปยังเส้นสตาร์ทเพื่อเริ่มแข่งขัน ส่วนไฮด์ที่เดินไปกับเพื่อน ๆ ของเขาก่อนจะหยุดอยู่หลังเส้นสตาร์ทร่วมกับนักเรียนจากคลาสอื่นๆ หัวใจของไฮด์เต้นตึกตักอย่างแรงทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจอยู่ภายในอกของเขาจะทะลุออกมาแต่ไฮด์ก็ได้แต่ข่มใจกดความรู้สึกตื่นเต้นไว้เพราะตอนนี้เขาต้องเตรียมพร้อมที่จะเริ่มแข่งขันในอีกไม่ช้า แล้วทันใดนั้นเสียงสัญญาณก็ดังขึ้นเหล่านักเรียนทุกคนเริ่มออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อจะทิ้งห่างคู่แข่งไว้ให้ได้
‘เราจะต้องชนะงานประลองเวทย์มนต์ให้ได้’ ไฮด์คิดในใจแล้วออกตัววิ่งไปจากเส้นสตาร์ท
เหล่านักเรียนต่างวิ่งออกตัวกันมาเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้เสียงเชียร์ในสนามดังมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งหลังจากวิ่งไปได้ไม่นาน เหล่านักเรียนที่เร่งความเร็วั้แ่่แรกของการวิ่งก็เริ่มลดความเร็วในการวิ่งลงด้วยผลจากความเหนื่อยล้าบางคนก็พยายามรักษาความเร็วไว้ให้คงที่ ทำให้เคลื่อนตัวไปได้อย่างสม่ำเสมอบางคนก็ออมแรงไว้เพื่อเก็บไว้ใน่ท้ายของการแข่งขันเพื่อเร่งความเร็วเข้าเส้นชัยในครั้งเดียวแต่นั้นไม่ใช่ปัญหาของไฮด์และเพื่อน ๆ ในกลุ่มสามที่ฝึกวิ่งกันตลอดใน่ที่ฝึกอยู่ที่ทุ่งแห่งชีวิตทำให้การวิ่งของพวกเขาไหลลื่นสม่ำเสมอ แถมยังวิ่งด้วยความเร็วที่คงที่จนสามารถวิ่งแซงขึ้นมาอยู่หัวแถวได้อีกด้วย
“เฮ้ย ไฮด์ แคลน มาตัดสินกันใครจะเข้าเส้นชัยก่อน”บิลที่วิ่งมาเคียงแคลนและบิลร้องทักขึ้นมาซึ่งทั้งสามคนในตอนนี้อยู่ในกลุ่มหัวแถวที่ใกล้ถึงเส้นชัยที่สุด
“ได้เลย” ไฮด์พูดตอบ
“แพ้แล้วอย่าแอบร้องละบิล” แคลนพูดไปบ้างก่อนทั้งสามคนจะเร่งความเร็วสูงสุดที่พวกเขาทำได้พุ่งทะยานไปยังเส้นชัยบนอัศจรรย์ตอนนี้เสียงเชียร์ก็เริ่มดังขึ้นเมื่อเห็นสามคนที่วิ่งสูสีกันทุกคนต่างลุ้นกันว่าใครจะเป็ฝ่ายเขาเส้นชัยไปก่อนกัน เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆจนกลบเสียงพากย์ของพิธีกรไปหมดทำให้ในสนามตอนนี้ได้ยินเสียงของเหล่าก่อนเสียงที่ดังกระหึ่มไปทั่วก่อนที่เสียงสัญญาณสิ้นสุดการแข่งขันจะดังขึ้น
“ในที่สุดหลังจากการแข่งวิ่งกรีฑาเราก็ได้ตัวผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็คนแรกจากคลาสดินแล้ว นั้นคือ ไฮด์ ซิมม่อนส่วนตำแหน่งรองลงมา คือ บิล อา บักเคิล และลำดับสาม แคลน ซินแค” พิธีกรประกาศออกไป ก่อนจะเริ่มการแข่งขันกรีฑาของคลาสอื่นๆ ต่อไปจนเสร็จสิ้นการแข่งขันกรีฑา
“และเมื่อการแข่งขันทดสอบพลังกายจบลงแล้วลำดับต่อไปการทดสอบพลังเวทย์จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า เตรียมรับชดกันได้เลยครับผม”พันพูดขึ้นผ่านไมโครโฟน
สิ้นเสียงประกาศ กรรมการในสนามได้ยกเครื่องทดสอบพลังเวทย์ออกมาตั้งไว้กลางสนามโดยหลักการทำของเครื่อง คือการให้ผู้ทดสอบปล่อยพลังเวทย์ของตัวเองเข้าไปในเครื่องแล้วเครื่องวัดพลังเวทย์จะแสดงค่าพลังออกมาเป็ตัวเลข
“และเพื่อไม่เป็การเสียเวลาเราจะขอเริ่มการทดสอบพลังเวทย์กันเลยนะครับ”พันประกาศต่อ
แล้วนักเรียนก็เริ่มทดสอบกันโดยห้องธาตุดินคนที่ออกมาเป็คนแรก คือ เจนเธอก้าวออกมาก่อนที่จะเอามือไปแตะที่เครื่องแล้วปล่อยพลังเวทย์ของเธอออกไปซึ่งผลที่ออกมา คือ หกสิบสอง แต้ม ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในกลุ่มระดับกางเมื่อวัดตามค่าปกติของเหล่านักเรียนแล้วนักเรียนคนอื่น ๆ ก็ทยอยออกมาทดสอบกันเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ถึงคิวของไฮด์ไฮด์ปล่อยพลังเวทย์เข้าไปในเครื่องวัดพลังเวทย์ซึ่งจากการทดสอบผลที่ได้ก็ปรากฏค่าตัวเลข หนึ่งร้อยสอง แต้มซึ่งถือว่าสูงมากในกลุ่มนักเรียน ซึ่งทำเอาอาจารย์เอิร์นและเพื่อน ๆในห้องอึ้งกันไปตาม ๆ กันเพราะไม่คิดว่าคนที่ควบคุมพลังเวทย์ของตัวเองไม่ได้ในตอนแรกตอนนี้จะสามารถเก่งขึ้นได้ขนาดนี้แล้วแม้แต่เหล่าเพื่อนสนิทเองถึงจะรู้ว่าไฮด์ฝึกหนักมากขนาดไหน ต่างก็ใกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ดี ซึ่งเมื่อทดสอบเสร็จแล้วพิธีกรก็ประกาศรายชื่อคนที่จะได้เข้าร่วมงานประลองเวทย์มนต์จากห้องคลาสดินนั้นคือ ไฮด์ และอดัม
“ไม่เสียแรงที่ไฮด์มันตั้งใจฝึกขนาดนั้น” บิลพูดกับแคลน
“รอบนี้คงต้องให้ไฮด์มันเข้ารอบไปก่อนละนะ”แคลนตอบ
“เราก็ต้องไปเตรียมตัวเชียร์ไฮด์ในรอบประลองเวทย์มนต์กันเถอะ”แซนดี้ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
“ทำป้ายชื่อใหญ่ ๆดีไหมเอาให้ไฮด์เห็นได้จากที่ไกล ๆ ไปเลย” เจนที่มาพร้อมแซนดี้ก็เสริมขึ้น
“อย่าทำบ้า ๆ ไปหน่อยเลย” บิลแย้งขึ้น ก่อนทุกคนจะรอไฮด์มาแล้วเข้าไปเตรียมตัวที่ห้องพักด้วยกัน