ความลับ อันเป็นนิรันดร์

    บทที่ 2 เจ้าเป็นใครกัน

    หลังจากชนะ องค์ชายที่ 4 ก็ได้รับเงินรางวัลมามากมาย เเต่ด้วยความที่เงินเยอะเกินจะพกไปไหนมาไหนก็ต้องขอย่อยเงินหน่อยละกัน(ไม่ได้หมายถึงจำนวนเยอะ แต่ หมายถึง ราคา) ข้าก็ลองมอง ดูท้องฟ้า ท้องฟ้าเวลาพระอาทตย์ กำลังตกลงเหลือเพียง แสงดวงดาว อ้าวนี้มันจะค่ำแล้วสิ ไปหาที่พักก่อนดีกว่า ระหว่างทางก็เจอ อาหาร ของใช้ดีๆ ที่ตลอดในอาณาจักรนี้มากมาย ผม ก็ ถาม คนขายของร้านขาย งูย่าง ว่า "โรงเตี๊ยม จันทรา ไปทางไหนหรอครับ" เจ้าของร้านก็บอกทางไปจนข้าไปถึง โรงเตี๊ยมจันทรา
    หลังจาก เช่าห้องเสร็จ เก็บของไว้ห้องพัก เสร็จ ข้าก็ออกจากห้องพักแล้วมาหาไรกินสักหน่อย โดยสั่งอาหารที่โรงเตี๊ยม "เออ เอา เนื้อวัวผัดเผ็ด สลัด ผัก ส่วน เมนู เครื่องดื่ม ก็ น้ำผึ่งผสมแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นต่ำ ปลาซาวิสคาน่า เเค่นี้พอ" ก็กินทุกอย่างเสร็จหมดก็เข้าห้องพัก
    ไปนอนวันรุ่งขึ้น ตอนที่ข้ากำลังจะออกเดินทางด้วยความสุข ที่ได้กินของดีๆแต่แล้วข้าก็จับจิตสังหารของคนๆนึงได้ ข้าได้รับจิตสังหารจากชายคนนึง แล้วข้าก็เดินไปที่ลับตาคน แล้วจู่ๆ ชายคนนั้นก็ได้พุ่งเข้ามาพร้อมยก ดาบซามูไรมาหวังจะฆ่าข้าในคมดาบเดียว เจ้านั้นคงคิดว่า "ข้ากระจอกมาสินะ" ข้าก็หันกลับมาพร้อมเอาโรงศพ ที่ข้าแบกมาตลอด ฟาดเข้าให้อย่างสุดเเรงจนเจ้านั้นกระเด็นไปชนถังผลไม้จนถังเเตก
    เเล้วข้าก็ถามชายคนนั้นว่า "เจ้าเป็นใคร ทำไหมถึงหมายเอาชีวิตของข้า" เจ้านั้นก็กัดฟันจนทำให้ยาที่ซ่อนอยู่ใต้ฟัน เเตกออกเเล้วชายคนนั้นก็ถึงแก่ความตาย
    จนทำให้ยาที่ซ่อนอยู่ใต้ฟัน เเตกออกเเล้วชายคนนั้นก็ถึงแก่ความตายข้าก็หงุดหงิดสิ ที่ชายคนนั้น ไม่เห็นชีวิตของตนเองสำคัญกับตนเองมากแค่ไหนเเล้วทำไหมข้าต้องห่วงชีวิตมันด้วย มันฆ่าตัวตายสุดท้ายวิญญาณมันก็อยู่ที่ข้ารอให้ข้าอนุญาตก่อนนี้หว่า
    ข้าก็ดึงวิญญาณมันขึ้นมาเเล้วถามว่า "เจ้าจงตอบคำถามข้ามาเเล้วข้าจะนำวิญญาณของเจ้าไปที่ ที่ว่านั้น อย่างปลอดภัย วิญญาณชายคนนั้นก็ต้องบอกข้าเพราะไม่มีไรเสียอีกแล้ว แล้วชายคนนั้นก็ได้บอกว่า ข้าได้รับงานให้มาสังหารคนเเบกโรงศพ ส่วนคนที่ให้งานมาข้าไม่รู้จักชื่อเเละทั้งหน้าตา กรุณาให้ข้าได้ไปสูคติเถอะ ข้าจะตอบไปว่า "ได้ข้าจะให้เจ้าไปสูคติ เพราะ เจ้า ตอบคำถาม ได้ ครบ"
    ข้าก็ได้จับดาบคาตานะ มาฟันวิญญาณตนนั้นจนหายไป ก่อน หายไป วิญญาณ ชายคนนั้นก็ทำหน้ามีความสุข เพราะเขาจะไม่ได้มีความทุกข์ในชาตินี้อีกแล้ว
    เห้อเกิดเรื่องให้ข้าต้องลำบากอีกละเวรจริงๆเลย เเละ ข้าก็ได้ทำการเดินออกจาก อาณาจักรนี้ เเละออกเดินตามหาคนที่จะบอกข้าเรื่องความสงจำของข้าได้
    "วันนี้มันช่างเหนื่อยจริงๆ ข้าเชื่อว่า ต้องมีเรื่องเหนื่อยกว่านี้มาอีกเป็นแน่เเท้"
    ข้าจะไป ทำไรกับ โชคชะตาได้ละ เห้อ บ่นไปก็เท่านั้นละ เดินทางต่อเถอะ อย่าไปคิดเลย ระหว่างทางที่กำลังเดินทางก็ได้เดินไปเจอป่าไม้สวยงามมีบ่อน้ำไม่ใหญ่มาก เเละด้วยความเย็นสบายของที่นี้พร้อมความเหนื่อยที่เดินทางมาก็เผลอหลับไป
    พอข้าตื่น ข้าก็พบว่า เงินก็ได้หายไปเกือบหมดเหลือเเค่ 20 เหรียญทอง ข้าว่ามันต้องมีโจรผ่านมา เเถวนี้เป็นอันแน่
    โจรพวกนั้น เห็นข้า นอนอยู่ เลยขโมยไปเป็นแน่ ข้าเลยหยิบขลุ่ย มาเป่าให้สบายใจ เพราะถ้าข้าโมโหขึ้นมาอาณาจักรที่อยู่ใกล้ๆจะเดือดร้อนได้ เเละก่อนออกเดินทางต่อ ข้าได้พบเด็กกินอาหารของข้าอยู่ ข้าเลยถามไปว่า "โจรพวกนั้น เห็นข้า นอนอยู่ เลยขโมยไปเป็นแน่ ข้าเลยหยิบขลุ่ย มาเป่าให้สบายใจ เพราะถ้าข้าโมโหขึ้นมาอาณาจักรที่อยู่ใกล้ๆจะเดือดร้อนได้ เเละก่อนออกเดินทางต่อ ข้าได้พบเด็กกินอาหารของข้าอยู่ ข้าเลยถามไปว่า"
    เเล้วข้าก็บอกกับ เจนา ว่างั้นเจ้ากินตามสบาย เเต่เหลือให้ข้าด้วยครึ่งนึง เจนาก็ได้บอกกับข้าว่า
    "เจ้านี้มันคนดีจริงๆ ข้าจะขอติดตามเป็นคู่หูเจ้าละกัน"
    "เเล้วเจ้าเลเวลเท่าไรละ"
    ข้าก็ได้ถามกับ เจนา เช่นนั้น เจนาทำหน้ายิ่งใหญ่มากเหมือน รู้อยู่เเล้วว่าต้องมีการถามอย่างนี้เกิดขึ้น เจนาก็ได้บอกเลเวลให้ข้ารู้
    "ข้าเลเวล 52 ไงละ ฮา ฮา อึ้งเลยสิ"
    เเล้วก็ถึงตาที่ข้าต้องบอกเลเวล ให้เจนา รู้
    "ข้ามีเลเวล ที่ 53 ข้ามากกว่าเจ้าตั้ง 1 เลเวลเลยนะ"
    เเล้วก็พูดคุยกัน ไปนาน ถึง 1 ชั่วยาม เเล้ว เจนา ก็พึ่งนึงขี้นได้ว่า ยังไม่รู้ชื่อ ของข้าเลยนี้สิ เจนาเลย ถามชื่อของข้าเพื่อให้ เรียกง่ายขึ้น ข้าก็ได้บอกชื่อของข้าไป เเล้ว ก็ฝากตัวกันเป็น คู่หู กันเดินทางกันหลาย หลี่ เพื่อเป็นเพื่อนเเท้ให้ได้
    เเล้วระหว่างเดิน ทางอยู่ดีๆ ข้าก็เหนื่อย ข้าก็บอกกับ เจนา ว่าเราจะพักกันตรงนี้นะ เจนาก็ขอทำอาหารในมื้อนี้ เเล้วข้าก็เดินสำรวจ พื้นที่นิดหน่อย จนไปพบ กับ กลุ่มโจร ที่เคยขโมย น้ำของข้าไป เเล้วทำให้ข้าเกือบขาดน้ำตาย ข้าก็เกิดอาการ หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ข้าได้ หยิบดาบ คาตานะ เเล้ววิ่งเข้าไปฆ่า พวกมัน
    "พวกข้าไปทำอะไรให้ เจ้า กันทำไหมต้องมาฆ่าล้างบานพวกข้า"
    ข้าก็ได้บอกกลับไปว่า "พวกเจ้าขโมยน้ำของข้าจนหมด เเล้วทำให้ข้าเกือบขาดน้ำตาย โทษของพวกเจ้าถึงเเก่ความตายไงละ"
    "ได้โปรด ไว้ชีวิตพวกข้า เถอะ ได้โปรด หรือไม่ก็ ไว้ชีวิตข้าคนเดียวก็ได้"
    ข้าก็ได้ไม่ฟังไรทั้งนั้นละ พวกมันเห็นชีวิตตนเองสำคัญกว่าคนอื่น เพราะ สัญชาตญาณเอาตัวรอด ได้ควบคุมการกระทำของพวกมัน
    "เห้อ สบายใจขึ้นเยอะ เลย" เเล้วข้าก็เก็บ ดาบคาตานะ เเล้วอีกไม่นาน เจนาก็ มาเห็นข้า เเล้วคำถามเเรก เลยที่ เจนา ถามข้าว่า
    "เจ้าฆ่าพวกนั้นหรอ" เเล้วข้าก็ตอบไทันทีเลยว่า "เปล่าข้าไม่ได้ฆ่าพวกนั้นหรอก ระหว่างที่ข้า สำรวจ อยู่ดีๆ ข้าก็เห็นคนๆนึง ฆ่า พวกนั้นตายหมด" เจนาก็ทำหน้า โล่งอก "ดีเเล้วที่ไม่ใช่ เจ้าที่ฆ่าพวกนั้น" ข้าก็ได้หัวเราะออกมา พร้อมกับพูดว่า"หรือเข้าอยากให้ฆ่าพวกมันละ" เจนา ก็ทำหน้าเเบบ เห้อ คุโร ฆ่าพวกนั้นหรอ เเล้วก่อนที่ เจนาจะพูด ข้าก็ชิงพูดตัดเลยว่า "หยอกๆ เจ้าอย่าคิดมากสิ สหาย" เจนาก็พูดกับข้าด้วยหน้าตา งอนๆ ว่า "อย่าเเกล้งข้าเล่นสิ ไอบ้า" เเล้วพวกเราก็เดินทางต่อไป ที่จุดหมาย อาณาจักร นาคาเส
    [คำพูดของนักเขียน]ถ้าชอบ ก็ บอกๆก็หน่อยสิ เขียนเหนื่อยนะเนี้ย เเต่ถ้าไม่ชอบก็บอกได้นะว่าไม่ชอบตรงไหน จะได้ปปรับปรุง ได้ไงละครับ ไม่ใช่ว่าเงียบเเล้วผมจะรู้นะว่าคุณชอบหรือไม่ชอบอะ ถ้าคุณ ชอบ หรือไม่ชอบตรงไหนบอกผมได้เต็มที่เลย จาก คุณ CBLM