ตอนที่21
ซินอี๋นางนั่งเหม่อลอยคิดถึงสามี ป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรอดเป็ห่วงไม่ได้ข่าวคราวก็ยังไม่ส่งมานี่ก็หลายวันแล้ว ต้องอยู่ห่างไกลกันขนาดนี้รู้สึกใจมันเหงาๆความอาลัยอาวรณ์อยากจะเจอหน้าก็แทบจะทำให้เธอไม่อยากจะทำอะไร ในความนึกคิดก็มีแต่ใบหน้าเขาลอยเต็มไปหมด นี่ขนาดแค่ห่างกันไปทำงานนางจะขนาดนี้ ถ้าหากต้องเลิกกันไม่ใช่นางจะชักดิ้นชักงอนอนดิ้นตายเลยเหรอ
“ไม่รู้ว่าท่านจะเป็อย่างไรบ้างจะคิดถึงข้าหรือไม่ รู้ไหมว่าข้าคิดถึงท่านมากเพียงใด” นางได้แต่ถอนหายใจหลายๆ ครั้งเมื่อนึกถึงชายคนรัก
“คุณหนูเ้าคะ ข้ารู้ว่าท่านคิดถึงนายท่าน ข้าไม่อยากจะเห็นคุณหนูมีอาการอย่างนี้เลย ข้าอดเป็ห่วงสุขภาพคุณหนูไม่ได้ถ้าหากเกิดเป็อะไรขึ้นมา ไม่ใช่ว่านายท่านจะเอาเื่กับข้าหรอกเหรอในเมื่อนายท่านกำชับข้าให้ดูแลคุณหนูให้ดี”
“โธ่หลิงเอ๋อ ก็ข้าคิดถึงสามีข้านี่ ป่านนี้แล้วก็ไม่ยอมส่งข่าวมาหาข้าเสียที ไม่รู้หรือไงว่าคนฝั่งนี้รออยู่” นางพูดอย่างน้อยใจเมื่อสามีไม่ยอมจะส่งข่าวมาสักทีนางก็เฝ้ารอไปเถอะคนรออย่างนางมันทรมานมากรู้ไหม
“นายท่านอาจจะกำลังยุ่งก็ได้เ้าค่ะก็เลยยังไม่ได้ส่งข่าวมา คุณหนูรอไปก่อน เดี๋ยวจดหมายนายท่านก็มีมาเอง”
สาวใช้ก็ได้แต่ปลอบใจนายสาวที่จิตใจนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัวชอบเหม่อลอยตลอด ก็อดเป็ห่วงไม่ได้กลัวว่าจะเป็อะไรไปแล้วงานจะยุ่งเมื่อนายท่านไม่อยู่
เมื่อสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้นอ๋องฉีก็ได้พาชานหลิงเดินเข้ามาหาที่เรือน
“คารวะเ้าค่ะพี่ซินอี๋”
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก มาๆ ข้ากำลัง้าเพื่อนคุยพอดี” นางทำความเคารพอ๋องฉีเสร็จนางก็จับมือชานหลิงพาไปนั่ง การได้มีเพื่อนพูดคุยมากขึ้นก็อาจจะทำให้นางไม่มีเวลามานึกถึงสามี
“ดูจากสีหน้าพี่ซินอี๋แล้ว น่าจะกำลังคิดถึงสามีของท่านอยู่ใช่ไหมเ้าคะ”
“เ้านี่ช่างสังเกตจริงๆ ก็ประมาณนั้น”
“ท่านฟางหรงอาจจะยังทำธุระไม่เสร็จก็เลยยังไม่มีข่าวคราวของเขาก็เป็ได้ ท่านก็รออย่างมีความหวังเถิด มาคุยเล่นกับข้าค่าเวลาไปก่อน”
“ขอบใจน้องชานหลิงมากที่เข้าใจความรู้สึกพี่”
“งั้นพวกเ้าก็คุยกันไปก่อนนะ ข้าจะเดินดูรอบๆ ตรงนี้สักหน่อย”
“เ้าค่ะ
อ๋องฉีเมื่อควรจะปล่อยให้ผู้หญิงได้อยู่ด้วยกัน ตนเองเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ตรงนี้จึงได้ขอตัว
“พี่ซินอี๋เรามาคุยเื่เย็บปักดีกว่าเ้าค่ะ ข้าลองถามหลิงเอ๋อแล้ว นางบอกว่าท่านเย็บปักได้สวยงามมากข้าอยากจะชมฝีมือและอยากให้พี่ช่วยสอนข้าหน่อย ข้ารู้สึกว่าฝีมือข้ายังไม่ดีพอ”
“ก็ได้ แต่ข้าว่าฝีมือข้าก็งั้นๆ นะ เ้าอาจจะดีกว่าข้าก็เป็ได้ถ้ายังไงเดี๋ยวให้สาวใช้เตรียมเครื่องมือก่อน เดี๋ยวข้าจะปักเย็บกับเ้าแล้วเรามาแลกเปลี่ยนกันดู พวกเรายังไม่เคยเห็นฝีมือการเย็บของกัน งั้นก็มาลองดูสิว่าฝีมือพี่กับเ้าใครจะสวยกว่ากัน”
“เ้าค่ะ แต่ข้าออกตัวก่อนนะเ้าคะ ว่าข้าปักไม่เก่ง”
“เื่อย่างนี้มันต้องพิสูจน์เก่งไม่เก่งเดี๋ยวรู้กัน”
“หลิงเอ๋อเตรียมอุปกรณ์” พอมีเื่ที่ตื่นเต้นให้ทำก็ทำให้นางลืมความทุกข์ใจไปได้สักพัก
สรุปแล้วฝีมือเย็บปักเสมอกัน ด้วยการโหวดจากสาวใช้ในจวนต่างก็สวยคนละแบบ วันนี้ทั้งวันนางได้ชานหลิงมานั่งคุยเป็เพื่อน ทำให้ไม่มีเวลาได้นึกถึงฟางหรง
วันต่อมาในระหว่างที่ซินอี๋นางกำลังเพลิดเพลินชมดอกไม้อยู่ในสวน พลันสายตานางหันไปมองที่หลิงเอ๋อยืนอยู่และรู้สึกสงสัยในพฤติกรรมสาวใช้คนสนิทที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับหลินปอเกินงาม ทั้งที่เมื่อก่อนกัดกันอย่างอะไรดี และขณะนั้นเองป้าลี่ที่เอาของว่างมาให้ นางจึงได้ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้
“ท่านป้าทำไมหลิงเอ๋อกับหลินปอดูท่าทางแปลกๆ ไม่ทะเลาะกันแล้ว กลับยิ้มหวานให้กันอีกสองคนนั้นเขากำลัง...”
เหมือนคำพูดต่อไปนางจะรู้กันว่าหมายถึงอะไร ป้าลี่ก็ได้พยักหน้าแล้วยิ้มๆ เพราะนางเห็นเหตุการณ์ที่ลูกสาวเปลี่ยนไปได้ดี เป็วันที่ฝนตกแล้วหลิงเอ๋อล้มนางลุกขึ้นไม่ได้เพราะเท้าแพลงไม่รู้อีท่าไหน หลินปอช้อนอุ้มร่างนางขึ้นไปส่งที่ห้องหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เปลี่ยนไป มองหน้ากันก็อย่างที่เห็นมีแต่รอยยิ้มหวานให้กันนั่นแหละ
เมื่อทุกอย่างเป็สีชมพูคู่กัดประจำเรือนจากที่เคยเสียงดังมาบัดนี้มีแต่ความสงบเงียบ ดูเรือนสงบร่มรื่นสบายหูสบายตายิ่งนักไม่มีเสียงอะไรให้รบกวนรำคาญใจ
“หลิงเอ๋อเ้ากำลังมีความรักใช่หรือไม่” เ้านายสาวอดที่จะหยอกล้อสาวใช้คนสนิทไม่ได้ เมื่อได้อยู่ด้วยกันสองคนในเรือน
นางหันไปมองหน้าเ้านายด้วยอาการตื่นตูม “ปะ..เปล่านี่เ้าคะ ข้าจะมีกับใครได้” นางไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่านางได้รู้สึกดีกับบ่าวของนายท่านไปแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนบอกเ้านายสาวว่าเกลียดเขานักหนา
“เบื่อจังคนปากแข็ง เื่แบบนี้ไม่รู้จะปิดบังกันทำไมกัน” เมื่อหลิงเอ๋อไม่พูดนางก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ถือว่าเป็เื่ส่วนตัวแต่ก็อดประชดสาวใช้ไม่ได้เพราะมีอะไรทั้งสองคนไม่เคยปิดบังกันแต่มาบัดนี้หลิงเอ๋อเลือกที่จะไม่พูดไม่บอกกล่าวอะไรทั้งสิ้น
“คุณหนูก็ ข้ากับคนผู้นั้นยังไม่ได้เป็อะไรกันเลยเขายังไม่ได้ขอข้าเป็คนรักสักหน่อยแล้วจะให้ข้าบอกได้ยังไงเ้าคะว่า” นางหยุดพูดแค่นั้นด้วยความคิดว่ากระดากปากเกินไปที่จะพูด
“เ้าก็ขอเองเลยสิ” นางแกล้งหยอกสาวใช้ดู ไม่คิดจะจริงจังกับคำพูดนั้น แต่ถ้าหลิงเอ๋อเก็บเอาไปคิดและทำจริงก็น่าจะมีประโยชน์กับนางอยู่นะ
นางทำหน้าใกับการยุยงของเ้านายสาว ไม่คิดว่าเ้านายจะกล้าพูดให้นางทำเื่ที่ไม่สมควร เกิดเป็สตรีก็แสนจะลำบากอยู่แล้วเื่อย่างนั้นมันน่าอายเกินงามกับสตรีเช่นนาง “คุณหนูข้าเป็หญิงนะเ้าคะจะให้ข้าขอผู้ชายเป็คนรักก่อนได้อย่างไรกันเสียชื่อข้าหมด ข้าคงไม่กล้าทำเื่ที่คุณหนูยุหรอกเ้าค่ะ”
นางมีใบหน้าสลดลงเพราะไม่มีความกล้าพอ และพลอยโมโหชายคนนั้นด้วย คิดจะเอายังไงกับนางกันแน่ ทำไมไม่พูดให้มันรู้เื่ดูสิพอคุณหนูถามก็ตอบไม่ถูกกันทีเดียว
ซินอี๋หัวเราะสาวใช้กับท่าทีของนางทีเื่อื่นนางกล้าลุยบุกฝ่าฟันแต่ทีเื่เข้าหาผู้ชายนางกลับไม่กล้านั่นทำให้ซินอี๋นึกขำกับพฤติกรรมสาวใช้คนสนิท
เมื่อหลิงเอ๋อได้เจอกับหลินปอนางงอนเขาโกรธเขาก็เลยเดินหนีไม่ยอมพูดจาด้วย
หลินปอไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้นางโกรธไม่พอใจจึงไม่พูด ทั้งที่เมื่อเช้าก็ดีๆ อยู่เลยพอตกบ่ายมาก็เป็อีกคนทำให้เขาสงสัยกับท่าทีของนางแต่ก็ยังเลือกที่จะวิ่งเข้าหาเพื่อปรับความเข้าใจกัน
หลิงเอ๋อเมื่อเห็นว่าหลินปอพยายามเข้าหาพูดคุยกับนางทุกทางตามง้อนางไปทุกที่ ด้วยที่ว่ายังไงก็หลบหนีไม่พ้นอยู่แล้ว จึงได้ถามตรงๆ ให้มันรู้เื่ไปเลย
“หลินปอเ้าคิดอย่างไรกับข้ากันแน่”
หลินปออึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มที่พอจะเข้าใจว่าหลิงเอ๋อโกรธอะไรตน “เดี๋ยวนะที่เ้าโกรธข้าไม่พูดกับข้าก็เพราะเื่นี้อย่างนั้นหรอกเหรอ”
“ก็ตอบข้ามาสิว่าเ้าคิดอะไรกับข้าหรือไม่”
หลินปออ้ำอึ้งไม่กล้าพูดความรู้สึกข้างในด้วยเขินอายในคำพูดนั้น พูดต่อหน้ามันย่อมที่จะรู้สึกเก้อเขินอยู่แล้ว “แล้ว..แล้วเ้าคิดว่าข้าคิดอย่างไรกับเ้ากันล่ะ”
“นี่ข้าถามเ้านะก็ตอบข้าดีๆ สิ ทำไมต้องย้อนถามข้าด้วย”
“ก็ข้า..เอ่อข้า...ข้าชอบเ้า” พูดเสร็จเขาก็ต้องก้มหน้างุดด้วยความอาย
พอได้ยินได้ฟังประโยคที่นางรอ ก็ทำให้นางยิ้มหน้าบานและก็อายในคำพูดนั้นของเขาไม่ต่างกัน
“แล้วเ้าล่ะหลิงเอ๋อชอบ...ชอบข้าหรือไม่” หลินปอเอ่ยถามนางบ้าง แม้ว่าจะตื่นเต้นที่เอ่ยถามออกไป
“ก็...ชอบสิ” นางพูดด้วยน้ำเสียงเบาคล้ายกระซิบด้วยที่ว่าอายคำพูดนั้น ทั้งสองคนได้แต่ยืนบิดไปบิดมาท่าทางอายเหมือนกันทั้งคู่ แต่ก็มีรอยยิ้มแสนหวานมอบให้กันตาจ้องประสานกันอย่างรับรู้เพียงสองคนว่าต่างคนต่างมีใจ