ทางด้านตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปั่นป่วนของทั่วทั้งอาณาจักรหรืออาจจะทั่วทั้งทวีปตอนนี้กำลังนั่งบ่มเพาะพลัง ด้วยความสบายใจ โดยไม่ได้รับรู้เื่ราวในโลกภายนอกที่ตนเป็ต้นเหตุเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ลี่หงทำการบ่มเพาะอยู่นั้นเฮยหลงก็ได้สติกลับคืนมาเมื่อพื้นคืนสติกลับมาแล้วเ้าตัวก็ได้แต่นั่งมองสตรีแปลกประหลาดตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า‘ตกลงนางเป็ตัวอะไรกันแน่ นางใช่มนุษย์จริงๆรึ?’
เมื่อเห็นัหนุ่มได้สติกลับคืนมาลี่หงก็ลืมตาจากการบ่มเพาะแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ตื่นแล้วหรอเฮยหลง เ้าจะว่าอะไรไหมถ้าข้าขอลงไปสำรวจป่าด้านล่างน่ะ”
“หืม! ตามสบายเลยแต่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะแม้ข้างล่างจะไม่มีสัตว์อสูรแต่ก็เต็มไปด้วยพืชพิษมากมาย”ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ไม่รอช้ารีบะโลงจากหน้าผาไปทันที
เมื่อลงมาด้านล่างลี่หงก็ตื่นเต้นกับสภาพป่าเป็อย่างมากนอกจากจะเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดแล้วผืนป่าด้านล่างนี้ล้วนเต็มไปด้วยพืชพรรณหาง่ายหายากหรือแม้แต่พืชพรรณที่สูญพันธุ์ไปแล้วนับหมื่นนับแสนปีพืชพรรณแต่ละต้นล้วนใหญ่โตและสมบูรณ์ยิ่ง ที่สำคัญก็คือต้นไม้ทุกต้นล้วนมีลมปราณที่บริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่มันสุดยอดไปเลยเฮยหลงดูสิมีทั้งโสมพันปี โสมหมื่นปี โสมร้อยปี นะ นั่นมันโสมแสนปีแล้วก็นั่นโสมล้านปีสินะถึงได้มีลมปราณหนาแน่นขนาดนั้นแถมยังมีหญ้าโลหิตล้านปี หญ้าัฟ้าล้านปี หญ้าหมอกม่วงล้านปีต้นใหญ่ๆทั้งนั้นเลย อ๊ะ!! นั่นมันเถาวัลย์ปีศาจหนิมันน่าจะสูญพันธุ์ไปได้นับล้านปีแล้วนะ แต่เ้าก็ยังมีมันอยู่ด้วยสุดยอดจริงๆแล้วก็นั่นด้วย…” เฮยหลงที่ได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำของลี่หง
ตอนนี้ัหนุ่มทั้งใทั้งแปลกใจและตื่นตะลึงเพราะพืชพรรณที่ตนรวบรวมมาไว้ในป่าแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงพืชพรรณในดินแดงแห่งนี้เท่านั้นแต่คนตรงหน้ากลับสามารถระบุชื่อได้อย่างชัดเจนทุกชนิด แถมบางชนิดที่ตนไม่รู้จักแต่คนตรงหน้ากลับรู้จักได้เพียงแค่ปรายตามองเท่านั้นเห็นดังนั้นัหนุ่มก็ยิ่งสงสัยถึงที่มาที่ไปของสหายคนใหม่ไม่น้อย
‘นี่นางเป็มนุษย์จริงงั้นรึ?นางรู้จักพืชเหล่านี้ได้ยังไง?พืชพวกนี้บางอย่างมันสูญหายจากโลกนี้นานนับหมื่นนับแสนปีแล้วนะ แถมบางต้นข้ายังได้มาจากดินแดนอื่นด้วยความรู้ของมนุษย์ในดินแดนนี้ไม่น่าจะมีมากขนาดนี้ เ้าเป็ใครกันแน่ลี่หง?’
ในขณะที่ัหนุ่มอยู่ในภวังค์ของตนเองอยู่นั้นลี่หงก็นึกอยากขอแบ่งต้นไม้พวกนี้ไปปลูกในมิติที่แสนจะว่างเปล่าของตนบ้าง
“นี่เฮยหลงข้าขอแบ่งพืชพวกนี้ไปปลูกได้รึเปล่า” ได้ยินดังนั้นเฮยหลงก็มองหน้าลี่หงด้วยความแปลกใจแต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังแล้วัหนุ่มก็พูดขึ้น
“ตอนนี้ทุกอย่างในมิติก็เหมือนเป็ของเ้าแล้วจะทำอะไรกับพวกมันก็แล้วแต่เ้าเลย แต่ก่อนอื่นตามข้ามาข้าจะพาเ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง”พูดจบเฮยหลงก็เดินนำลี่หงไปใจกลางป่า
ไม่นานทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ลี่หงจ้องมองไปยังผืนน้ำตรงหน้าด้วยความชื่นชมเพราะมองใกล้ๆแบบนี้แล้ว ผืนน้ำสีเขียวมรกตในทะเลสาบช่างงดงามกว่าตอนมองจาก้าหน้าผาเสียอีก
เมื่อทั้งคู่มาถึงทะเลสาบเฮยหลงก็พูดขึ้นพร้อมกับสะบัดมือไปทางทะเลสาบ
“รวมถึงพวกนี้ด้วย” จากนั้นไม่นานก็มีบางสิ่งลอยขึ้นมาจากทะเลสาบเมื่อเห็นสิ่งที่ลอยขึ้นมาจากทะเลสาบลี่หงก็เบิกตากว้าง
“นะ นั่นมันผลึกิญญาทะเลสาบของเ้าให้กำเนิดผลึกิญญาได้มากขนาดนี้เลยงั้นรึ!”เมื่อได้ยินคำพูดของลี่หง เฮยหลงต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ลี่หงเ้ารู้ได้ยังไงว่าทะเลสาบแห่งนี้ให้กำเนิดผลึกิญญาได้”
“ไม่รู้สิแปลก! ก็น้ำในทะเลสาบของเ้าเป็น้ำทิพย์โอสถนี่นาหนึ่งในน้ำทิพย์ที่สามารถให้กำเนิดผลึกิญญาและยังเหมาะสมสำหรับการนำไปหลอมโอสถ ถึงจะยังด้อยกว่าน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ก็เถอะเอ๊ะ!” ลี่หงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติไม่มีความตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อยแต่เ้าตัวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกถึงน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ในมิติของตน
ทางด้านเฮยหลงก็ต้องแปลกใจอีกครั้งกับความรอบรู้ของลี่หง‘นี่นางใเพียงแค่ผลึกิญญารึ! แล้วนางยังรู้จักน้ำทิพย์โอสถไหนจะยังมีน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์อีก ข้าพึ่งรู้จักกับนางได้ไม่นานนางก็ทำให้ข้าแปลกใจได้มากมายเพียงนี้แล้วอนาคตข้างหน้ายังอีกยาวไกลไม่รู้ว่าข้าจะหัวใจวายตายเพราะนางรึเปล่า เฮ้อ!!!’
ทางด้านลี่หงเมื่อพูดถึงผลึกิญญาและน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ก็นึกขึ้นมาได้ในเื่ที่ทะเลสาบวารีพิสุทธิ์ของเธอก็สามารถให้กำเนิดผลึกิญญาได้เช่นกันจากนั้นลี่หงก็หันไปพูดกับเฮยหลง
“นี่เฮยหลงเ้าออกไปจากมิตินี้ได้รึเปล่า”
“เดิมทีข้าผนึกพลังและกักขังตัวเองไว้ทำให้ไม่สามารถออกจากถ้ำรัตติกาลทมิฬได้แต่เมื่อข้าได้ทำพันธสัญญากับเ้าทำให้ข้าสามารถไปไหนมาไหนได้ตามปกติ” เมื่อได้ยินดังนั้นลี่หงก็ดีใจเป็อย่างมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในเมื่อเ้าบอกว่าทุกอย่างในนี้เป็ของข้าถ้าอย่างนั้นข้าก็จะเอามิติของเ้าไปผสานรวมเข้ากับมิติของข้าเ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ขอบใจเ้ามากเลยนะ คิก คิก” ได้ยินดังนั้นเฮยหลงก็ได้แต่ครุ่นคิด‘นี่เ้าพูดเองเออเองทั้งหมดเลยสินะ…..’ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของลี่หงเฮยหลงก็ต้องเบิกตากว้าง
“ลี่หงเ้าบอกว่าเ้ามีมิติพิเศษงั้นรึ”
“อื้ม! ทำไมมันแปลกนักรึไงถึงได้ทำหน้าแบบนั้น”
“แปลกสิ!!!การที่มนุษย์อย่างเ้ามิติน่ะไม่แปลกมากนักหรอก แต่ที่แปลกคือการที่เ้าพูดถึงสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ต่างหากการผสานรวมมิติน่ะมันเป็ไปไม่ได้หรอกเพราะแต่ละมิติล้วนแต่คงอยู่อย่างเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกันแล้วก็ไม่มีทางที่จะผสานกันได้” ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ได้แต่แย้มยิ้มออกมา
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะเ้าเอาแกนมิติออกมาสิเดี๋ยวข้าจะทำให้ดู” ได้ยินดังนั้นเฮยหลงก็ไม่ชักช้ารีบนำแกนมิติออกมาทันทีเมื่อได้รับแกนมิติมาแล้วลี่หงก็พูดขึ้น
“ออกไปข้างนอกกันเถอะ อ้อ! ก่อนอื่นเ้าช่วยลดระดับพลังลงหน่อยได้ไหมและลบกลิ่นอายัด้วยนะเดี๋ยวสัตว์เลี้ยงของข้าจะแตกตื่น” ลี่หงพูดขึ้นก่อนที่จะให้เฮยหลงพาออกไปจากมิติ
เมื่อออกมาแล้วทั้งสองก็มาโผล่ในโถงถ้ำที่ลี่หงอยู่ก่อนหน้าหลังจากออกมาแล้วลี่หงก็ส่งเสียงผ่านลมปราณเข้าไปยังมิติของตน สั่งให้บรรดาสัตว์อสูรที่อยู่ในมิติลดขนาดตัวเองลงให้เทียบเท่าสัตว์ป่าปกติแล้วนำทั้งห้าออกมาจากมิติ
“หืม! พวกเ้าสองตัวบรรลุระดับจักรพรรดิแล้วงั้นรึ”ได้ยินดังนั้นทั้งสองก็เดินเข้ามาคลอเคลียกับลี่หง
“ที่พวกข้ามีวันนี้ได้ต้องขอบคุณเ้านายขอรับ”เสี่ยวหลางพูดขึ้นด้วยความซาบซึ้ง ได้ยินดังนั้นลี่หงก็แย้มยิ้มออกมา
“ไว้ค่อยคุยกันต่อทีหลังนะอ้อลืมไป!นี่คือสมาชิกใหม่ชื่อเฮยหลง เป็คู่พันธสัญญาของข้าเอง” ได้ยินดังนั้นร่างของทั้งห้าก็แข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวด้วยสัญชาตญาณสัตว์อสูรทำให้ทั้งห้าสามารถรับรู้ได้ว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้าพวกตนนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เห็นมาก
หลังจากที่ให้ทั้งหกทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้วลี่หงก็พูดขึ้น
“ข้าอาจจะใช้เวลาในการหลอมรวมมิตินานหน่อยฝากพวกเ้าเฝ้าระวังด้วยนะ หากจะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็อย่าไปไกลนัก”ได้ยินดังนั้นเหล่าสัตว์อสูรก็รับคำด้วยความยินดี
“เ้านายไม่ต้องห่วง พวกเราจะคอยคุ้มกันท่านเองเ้าค่ะ”หั่วหงพูดขึ้นด้วยความยินดีที่เ้านายสาวไว้วางใจพวกตน จากนั้นเ้าตัวก็นำทีมสี่หมาป่าวายุออกไปเฝ้าระวังด้านหน้าถ้ำส่วนเฮยหลงยังคงรั้งรอดูการผสานมิติของลี่หง
เมื่อเห็นดังนั้นลี่หงก็นำแกนมิติสีดำทมิฬขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากนั้นจึงกรีดกรายนิ้วเรียวเขียนอักขระสีทองออกมาหลายสิบตัวแล้วจึงนำแกนมิติไปผสานรวมเข้ากับอักขระพร้อมกับกรีดเืบนนิ้วมือหยดเืลงบนแกนมิติ
ทันทีที่เืสีแดงชาดัักับแกนมิติแสงสีทองสว่างไสวพลันสาดส่องออกมาทำให้ทั่วทั้งโถงถ้ำสว่างไสวจนแสงสีทองเล็ดลอดออกไปภายนอกถ้ำ
จากนั้นลี่หงจึงส่งลมปราณไปยังอักขระเมื่อได้รับลมปราณอักขระพลันหมุนวนจนรอบแกนมิติทำให้เกิดแสงสว่างสีทองเจิดจ้ากว่าก่อนหน้าสาดส่องออกมาไม่นานแกนมิติก็แปรเปลี่ยนจากลูกแก้วแกนมิติสีดำทมิฬเรืองแสงสีทองกลับกลายเป็ลำแสงสีดำที่มีแสงสีทองห่อหุ้มไว้พุ่งเข้าสู่กลางอกของลี่หง
อึก!!! ทันทีที่แกนมิติเข้าสู่กลางอกพลันความเ็ปมากมายก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนลี่หงต้องรีบโคจรลมปราณและเริ่มทำการผสานมิติทั้งสองเข้าด้วยกันแม้การผสานแกนมิติกับร่างกายของตนเองจะสร้างความเ็ปให้แก่ร่างบางมากแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับการหลอมรวมเข้ากับชิ้นส่วนของัคราม
การหลอมรวมมิตินั้นใช่ว่าจะสามารถทำกันได้โดยง่ายหากลี่หงไม่ได้รับพลังมาจากท่านมหาเทพย่อมไม่สามารถหลอมรวมมิติเข้ากับมิติที่ตนเองมีแน่นอนทั้งเ้าตัวยังไม่สามารถถ่ายทอดเคล็ดการหลอมรวมนี้ให้ใครได้ทำให้โลกใบนี้มีเพียงลี่หงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถหลอมรวมมิติเข้าด้วยกันได้ ทั้งยังเป็ผู้ที่เชี่ยวชาญมิติธาตุที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง
ทุกการกระทำของลี่หง ล้วนปรากฏอยู่ในสายตาของัหนุ่มที่ตอนนี้ได้แต่อ้าปากค้างแม้จะมองเห็นการกระทำทุกอย่างด้วยตาตนเอง แต่ในใจนั้นกลับตีกันจนวุ่นวาย ‘ไม่จริงมันเป็ไปได้ยังไง นะ นาง นางทำได้จริงงั้นรึ นี่นางยังเป็มนุษย์อยู่อีกงั้นรึ!’
ในขณะที่ลี่หงทำการหลอมรวมมิติอยู่นั้นในป่าหมอกก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นหมู่เมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผืนป่าพลันแปรเปลี่ยนเป็ดำคล้ำสายลมที่สงบนิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็เกรี้ยวกราดพัดพาไปทั่วทั้งป่าหมอก หอบเอาหมอกหนาที่ปกคลุมมานานนับหมื่นนับแสนปีกระจัดกระจายทั้งยังหอบเอาหมอกทั้งหมดทั้งมวลขึ้นฟ้าก่อนจะจางหายไป
เหล่าสัตว์อสูรต่างก็แตกตื่นพากันวิ่งหนีออกจากป่าจนวุ่นวายเสียงกู่ร้องคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นสอดประสานกับเสียงคำรามของสายฟ้าที่พาดผ่านไปทั่วทั้งหมู่เมฆสีดำทมิฬทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้กับป่าหมอกในรัศมีห้าร้อยลี้แตกตื่นเป็อย่างมาก
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับป่าหมอกอีกเนี่ย”จอมยุทธคนหนึ่งพูดขึ้น เมื่อจู่ๆก็เกิดกมกระโชกแรงและหมอกที่ปกคลุมป่าหมอกมาหลายหมื่นหลายแสนปีสลายหายไป
“พึ่งผ่านเื่คราวก่อนได้เดือนเดียวคราวนี้เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ยข้าว่าพวกเรารีบออกจากที่นี่ก่อนเถอะฝูงสัตว์อสูรกำลังมาทางนี้แล้ว”
“ข้าเห็นด้วย รีบไปกันเถอะ” เมื่อจอมยุทธกลุ่มนี้จากไปได้ไม่นานก็ปรากฏฝูงสัตว์อสูรนับพันหลบหนีออกมาจากส่วนลึกของป่าหมอก
จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เหล่าสำนักน้อยใหญ่และขั้วอำนาจต่างๆทั้งในอาณาจักรแห่งนี้และอาณาจักรอื่นๆทั่วทั้งทวีปปราณฟ้าต่างก็มุ่งหน้ามาค้นหาคำตอบที่ป่าหมอกกันอย่างเนืองแน่น
ทางด้านตัวการที่ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายะเืไปทั่วทั้งทวีปถึงสองครั้งสองครากลับไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยแถมเ้าตัวยังนั่งหลับตายิ้มแย้มอยู่ในถ้ำอย่างมีความสุข
ใช่แล้วตอนนี้ลี่หงกำลังมีความสุขเป็อย่างมากแม้ระดับพลังของเ้าตัวจะอยู่เพียงปราณฟ้าขั้นหนึ่งเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถขยับขยายพื้นที่ในมิติได้แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะมิติพิเศษของเฮยหลงนั้นมีพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งในสิบของมิติพิเศษของตนเท่านั้น
ทำให้เ้าตัวสามารถปรับเปลี่ยนมิติพิเศษของเฮยหลงได้อย่างไม่ยากเย็นโดยสร้างให้มิติพิเศษของเฮยหลงนั้นเปลี่ยนสภาพเป็เกาะลอยฟ้า ให้ลอยอยู่เหนือเทือกเขาด้านทิศตะวันออกที่ตอนนี้กลายเป็หุบเขาที่เว้าแหว่งจากฝีมือของตน
ส่วนทิศทางในมิตินั้นลี่หงกำหนดให้ทิศที่น้ำตกวารีพิสุทธิ์ตั้งอยู่คือทิศเหนือทิศที่ตั้งป่าสนหมื่นปีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นคือทิศใต้และทิศที่ตั้งของเกาะลอยฟ้าคือทิศตะวันออก แม้จะบอกทิศทางแบบนั้น แต่แสงสว่างที่เกิดขึ้นในมิติพิเศษล้วนเกิดจากอำนาจอักขระของท่านมหาเทพทั้งสิ้น
เมื่อมิติพิเศษทั้งสองผสานรวมกัน คุณสมบัติต่างๆรวมไปถึงความหนาแน่นของลมปราณก็หลอมรวมเป็หนึ่งทำให้ตอนนี้เกาะลอยฟ้าแห่งใหม่นั้นอบอวลไปด้วยลมปราณมหาศาล ส่งผลให้น้ำตกน้ำทิพย์โอสถให้กำเนิดน้ำทิพย์มากขึ้นจนทะเลสาบกลางเกาะไม่สามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด
ลี่หงจึงต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่อีกครั้งโดยสร้างทางน้ำทิพย์ตรงมายังชายขอบของเกาะลอยฟ้านับสิบสายเกิดเป็ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ไหลบ่าลงมาจากฟากฟ้าแต่ด้วยด้านล่างเกาะลอยฟ้านั้นเป็หลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทำลายล้างของเ้าตัวในตอนที่ใช้พลังของัครามาครั้งแรกทำให้หลุมั์แห่งนี้กลายเป็ทะเลสาบน้ำทิพย์โอสถแห่งที่สองที่มีขนาดใหญ่กว่าทะเลสาบที่อยู่บนเกาะลอยฟ้าถึงสามเท่า
เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ลี่หงก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเรียกหาเหล่าสัตว์เลี้ยงให้กลับมารวมกันในโถงถ้ำ
“ทุกคนพร้อมที่จะเข้าไปเจอบ้านใหม่รึยัง”ได้ยินดังนั้นเหล่าสัตว์เลี้ยงต่างก็ตื่นเต้นเป็อย่างมากโดยเฉพาะเฮยหลงที่อยากดูชมผลลัพธ์ของการผสานมิติทั้งสองมากกว่าผู้ใด
“รีบไปกันเถอะ รู้สึกว่าจะมีมนุษย์เข้ามาในป่านี้มากขึ้นจนผิดปกติ”ได้ยินดังนั้นลี่หงก็แปลกใจไม่น้อย จึงหันไปเอ่ยถามเสี่ยวหลาง
“ข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้นงั้นรึเสี่ยวหลาง”
“ตอนนี้หมอกในป่าหมอกหายไปหมดแล้วขอรับ”เสี่ยวหลางพูดขึ้นด้วยความกังวลถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกตน
“งั้นรึ! เมื่อมันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราพวกเ้าก็ไม่ต้องใส่ใจหรอกไปดูบ้านใหม่กันดีกว่า” ได้ยินดังนั้นทุกตัวก็แทบจะกระอักเืออกมา
เห็นอยู่กับตาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดูยังไงก็ล้วนเกิดจากฝีมือของนายพวกตนทั้งสิ้นแล้วอย่างนี้ยังบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนได้อย่างไร
แต่ไม่ทันได้มีใครคัดค้านลี่หงก็นำพาทุกคนเข้าไปในมิติเรียบร้อยแล้ว