เฮยอู๋ฉางอยู่เบื้องล่างูเาลูกใหญ่นามว่านเซิงขั้นบันไดหมื่นขั้น นำทางขึ้นไปยังขุนเขาเเห่งศูนย์กลางจิติญญา
ว่านเซิงคือหมื่นภพดังนั้นหาก้าปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งเพื่อเตรียมบรรลุสู่ดินเเดนพระโพธิสัตว์เหล่าเทพ์เเละชาวหน้าที่ปรโลกมักจะมาบำเพ็ญเพียรที่นี่
เหยียนหลัวอ๋องเ้าเเห่งปรโลกเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ดังนั้นเฮยอู๋ฉางจึงค่อนข้างลำบากใจไม่น้อยที่ต้องขึ้นมารบกวนพระองค์ทั้งที่กำลังเข้าสู่เส้นทางพ้นทุกข์
เเต่หากทำโดยพละการไม่รายงานนี่อาจะเป็การหยามเกียรติท่านอ๋องโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งนี่ไม่ใช่เื่ดี
สายลมพัดผ่านเมื่อเดินขึ้นเเต่ละขั้นช่างเย็นสบายูเาว่านเซิงไม่เหมือนูเาลูกอื่น ทุกขั้นคือการตั้งสติทบทวนตัวเองดังนั้นการจะขึ้นไปยังวิหารว่านเซิงกงจึงเป็เื่ลำบากสำหรับมนุษย์เท่านั้น
ยมทูตขึ้นมาถึงข้างบนเเล้วน่าเเปลกที่ระหว่างทางขึ้นมาไม่มีเื่ของฟ่านอู่จิ้วเลยเเม้เเต่น้อยเเต่เขาไม่ได้สนใจมากนัก จุดมุ่งหมายตอนนี้คือการได้ไปเกิดใหม่สุดท้ายก็ต้องละทิ้งอดีตอยู่ดี
สิ่งสำคัญคือเขาต้องรีบจบหน้าที่นี้โดยเร็วเฮยอู๋ฉางกำลังจะเปิดประตูเข้าไปในตำหนัก ทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นร่างที่ขึ้นเคยกำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
เขารีบเดินเข้าไปหาทันทียังไม่ทันได้ปริปากอะไร อีกฝ่ายกลับพูดออกมาก่อน "เกิดเื่ขึ้นรึ?"
"ขอรับ...เกิดเื่ระหว่างประตูปรโลกเล็กน้อย"เฮยอู๋ฉางกุมมือก้มหน้านิ่งยอมรับความผิดทุกสิ่งของตน "เป็ความไม่ได้เื่ของข้าน้อยขอรับ"
"เ้าจะรับผิดชอบอย่างไร"เหยียนหลัวอ๋องลืมตาออกจากการนั่งสมาธิใบหน้าดุดันที่เรียบนิ่งช่างน่ากลัวอาภรณ์สีขาวที่สวมอยู่ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายสักนิด
"มนุษย์รอดความตายเพียงคนเดียว สามารถทำทั้งโลกวิปริตได้"
"ข้าน้อยขอเวลาจำเเลงร่างเป็มนุษย์หนึ่งปี หากทำไม่ได้ข้าน้อยยอมถูกจองจำในปรโลกไปจนกว่าพระโพธิสัตว์องค์ใหม่จะลงมาจุติบน..."
"สามเดือน"าาเเห่งปรโลกเอ่ยขัดเสียงเย็นเเววตาเต็มไปด้วยความถมึงทึง "ข้าให้เวลาเ้าเพียงสามเดือนเท่านั้น"
"หากตามหาคนผู้นั้นไม่เจอเ้าจงเตรียมใช้ิญญาของตัวเ้าชดใช้ความผิดตามที่พูดเสีย"
าาอย่างไรก็คือาาอยู่วันยันค่ำเเม้พูดเสียงปกติเเต่อานุภาพช่างร้ายเเรง เฮยอู๋ฉางทำได้เพียงก้มหน้ารับคำสั่งเหยียนหลัวอ๋องไม่ได้สนใจว่าเขาจะทำได้หรือไม่ เเต่สนใจเพียงเขาต้องทำให้ได้หากทำไม่ได้ก็จงชดใช้ที่ทำพลาด
าาเเห่งยมโลกหลับตาเข้าสมาธิอีกครั้งความหมายโดยนัยไล่ผู้มาเยือนให้กลับทางเก่าที่เข้ามา ซึ่งเขาก็รีบทำตามเเต่โดยดี
กลับมาที่ปัจจุบันณ เรือนฉุ่ยเซียน หนังสือประวัติศาสตร์กองเป็ูเา ยิ่งเฮยอู๋ฉางมองสักกี่คราเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจเหลือเกินเขาพินิจชื่อตำราเเต่ละเล่มด้วยความพิถิพิถัน เเต่เมื่อจะหยิบสักเล่มขึ้นมาอ่าน พลันมีความใหญ่เข้ามาเเทรก
ประตูถูกเลื่อนออกปรากฎว่าเป็หลี่อวี้ฝูนี่เอง
"นำไปวางไว้บนโต๊ะ"นางออกคำสั่งกับสาวใช้สองคน
เฮยอู๋ฉางขมวดคิ้วมองชุดบนถาดไม้เขารอให้สาวใช้ออกไปก่อนค่อยซักไซร้คนตรงหน้า "เ้าจะทำอันใดกันเเน่"
"รีบเเต่งตัวเถิดเ้าค่ะ ฝ่าาประทับรออยู่ที่เรือนตะวันออก"หลี่อวี้ฝูไม่ตอบเเต่สั่งเขาเสียงเรียบเห็นบนโต๊ะมีตำราเล่มใหม่ที่นางสั่งให้เอามาเพิ่ม ริมฝีปากเเต้มชาดเเดงยกยิ้มทันใด"ท่านชอบหรือไม่"
"หลี่อวี้ฝู ตอบคำถามข้า"เฮยอู๋ฉางพูดเสียงเย็นเเต่ไหนเเต่ไรไม่ชอบให้ใครข้ามคำพูดของตน เเน่นอนว่ารวมถึงหญิงตรงหน้าด้วย
"เ้าคิดจะทำสิ่งใด"
"ข้าเข้าวังไปขอฤกษ์กับฝ่าา เเต่ข้าไม่รู้ว่าต้องใช้เเม่สื่อ"
"ฝ่าาทรงเมตตาเรียกตัวซินเเซที่เก่งกาจที่สุดในฉางเฟิ่งมาให้เราสองคน"
"ท่านรีบเเต่งตัวใหม่เสียเถอะ"นางดันถาดเสื้อผ้าเข้าไปหาฝ่ายชาย ซึ่งใบหน้าเขากำลังบูดได้ที่"มีอีกหลายคู่ที่้านาง"
"เหตุใดต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้"เฮยอู๋ฉางกอดอกเเน่นจริงอยู่ที่เขาต้องรีบตามหาผู้ถึงฆาต เเต่นี่ไม่ใช่ว่าเร็วไปเสียหน่อยหรือ
"ข้าอยากได้ท่านเป็สามี"องค์หญิงผิงอันตอบชัดถ้อยชัดคำใบหน้าตายด้านทำให้อีกฝ่ายเเทบลมจับเขาไม่รู้ต้องรู้สึกอย่างไรเลยที่มีมนุษย์สาวอยากเป็ภรรยาเขาถึงเพียงนี้
"โปรดระวังคำพูดด้วย องค์หญิง"เฮยอู๋ฉางรีบหันหน้าหนีอาการหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะเเบบนี้คืออะไรกัน หรือเขาป่วยเข้าเสียเเล้ว
"รีบเเต่งตัวเถอะเ้าค่ะ คุณชายเฉิง"หลี่อวี้ฝูยกถาดขึ้นมาให้เเต่เฮยอู๋ฉางรีบกล่าวปัดทันที
"ยกเลิกไปเสียเถอะ ข้าไม่มีสิ่งใดให้มนุษย์ทำนาย"
เพราะสีหน้าเเละการกระทำที่น่าอึดอัดของเฮยอู๋ฉางทำให้องค์หญิงผิงอันตัดสินใจทำบางอย่าง
นางเดินถือถาดเข้าไปดันอีกฝ่ายพลางร่ายยาว"ที่เเท้คุณชายเฉิงเกิดปีมะโรงเช่นเดียวกับข้านี่เอง อย่างไรนะ? อา...เกิดวันที่สองเดือนสามหรือ ช่างบังเอิญนักเชียวข้าเกิดวันที่สามเดือนสอง"
"นะ...นี่เ้าทำสิ่งใดกันเเน่"เฮยอู๋ฉางที่ถูกถาดต้อนจนมุมตรงเตียงพอดีได้เเต่มีอาการไปต่อไม่ถูก ไม่ทราบต้องทำอย่างไรต่อเพราะตอนนี้กายเขากับหลี่อวี้ฝู ห่างกันเพียงถาดกั้นเท่านั้น
พลันเหมือนได้กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆลอยมาเเตะจมูก
"หรือจะให้ข้าช่วยท่านเเต่งตัวดีเ้าคะ?"นางเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัวผิดวิสัยหญิงสาวในราชวงศ์ ไม่สิ เเม้เเต่สาวชาวบ้านก็คงไม่กล้าทำเช่นนี้
เเต่เเล้วอย่างไรกันนี่เป็โอกาสดีที่นางจะได้ใกล้ชิดเขาไปอีกขั้นไม่ใช่หรือ