เสียงกรี๊ดและเสียงซุบซิบนินทา ดังขึ้นรอบตัวฉันตลอดเวลาที่ฉันก้าวเดินไปข้างหน้า ที่เป็แบบนี้ก็เพราะว่าตอนนี้ฉันเดินอยู่กับพี่ธามหนุ่มหล่อขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่น่ะซิ หนึ่งในสามหนุ่มเ้าเสน่ห์เป็สิ่งที่การันตีได้เป็อย่างดี ฉันปาดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นมาเต็มหน้าผาก ห้างออกจะใหญ่โต แต่ทำไมบรรยากาศมันร้อนอึดอัดจังเลย พวกผู้หญิงพวกนั้นก็มองฉันแปลกๆ
“เป็อะไรหรือเปล่าพู่ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”
“ปละ เปล่าค่ะ” ปากบอกว่าไม่เป็อะไรแต่ความจริงคือฉันเกร็งไปหมดแล้ว ยิ่งเขาเดินอยู่ข้างๆ ไม่ห่างจนตัวจะสิงกันอยู่แล้ว ใครบ้างจะไม่ประหม่า
“จะกินไรมั้ย”
“พู่ยังไม่หิวเลยค่ะ”
“งั้น ไปช่วยเลือกของกับพี่หน่อย”
“ของอะไรเหรอคะ”
“เดือนหน้าวันเกิดไอ้คิน พี่จะซื้อรองเท้าให้มัน”
“อ่อ ได้ค่ะ เดี๋ยวพู่ช่วยเลือก” ฉันเดินตามพี่ธามไป สมองก็คิดไปเรื่อยเปื่อย เดือนหน้าวันเกิดพี่คินเหรอ ฉันจะให้อะไรเขาดี แต่คงไม่จำเป็หรอก อย่างเขาคงมีคนให้เยอะแยะ ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ยืนอยู่หน้าร้านอาหารชื่อดัง เธอยืนมองป้ายประกาศรับสมัครพนักงาน แค่ฉันมองจากด้านหลังฉันก็จำได้ ว่านั่นคือเพลงขวัญเพื่อนสนิทอีกคนของฉัน พวกเราสามคน ฉัน เชอรีน เพลงขวัญ ต่างคนต่างบุคลิกกันสุดขั้ว ฉันจะลุยๆ หน่อย เชอรีนก็เปรี้ยว แซ่บ สไตล์ไฮโซโบว์ใหญ่ ส่วนเพลงขวัญก็ซื่อๆ ใสๆ ฉันยังงงเลยว่าเรามาเป็เพื่อนสนิทกันได้อย่างไร
“เพลง” ฉันไปสะกิดเพลงขวัญจากด้านหลัง พี่ธามเดินตามมายืนอยู่ข้างฉัน
“อ้าวพู่ บังเอิญจังที่เจอแกที่นี่ ฉันไลน์ไป แกก็ไม่อ่าน”
“โทษทีพอดีว่าฉันยุ่งๆอยู่ ว่าแต่แกมาหางานทำใช่มั้ย” ที่ฉันถามอย่างนั้น เพราะว่าเดิมทีฉันและเพลงขวัญเรานัดกันว่าวันนี้จะมาหางานทำระหว่างเรียนด้วยกัน เพราะเงินก้อนสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก็หมดแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็ต้องหาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วย
“อืม ส่วนใหญ่เขาก็ให้กรอกใบสมัครตั้งไว้ รอติดต่อกลับ”
“เอางี้ เดี๋ยวฉันจะเดินหางานเป็เพื่อนแก” ฉันบอกเพลงขวัญแล้วมองไปที่พี่ธามเป็เชิงว่าฉันจะขอแยกกับเขา เพราะเขาก็คงได้ยินบทสนทนาของฉันกับเพลงขวัญแล้ว
“ทำอะไรเป็บ้าง” พี่ธามพูดออกมาแล้วมองเพลงขวัญอย่างใช้ความคิด
“เอ่อ ถามเพลงเหรอคะ”
“อืม ถามน้องนั่นแหละ”
“แฟนแกเหรอพู่” เพลงขวัญมากระซิบถามข้างหูฉัน
“ไม่ใช่แฟน คนรู้จักเฉยๆ”
“ไม่ใช่ได้ไง แกไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนเลยนะ แล้วดูสายตาที่เขามองแกซิ หวานซะขนาดนั้น”
“อะแฮ่ม” เสียงไอขัดจังหวะของคนที่ยืนข้างๆ ดังขึ้น
“ตกลงว่าไง ทำอะไรเป็บ้าง”
“ทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ ซักผ้า หุงข้าว ทำกับข้าว ล้างจาน งานบริการก็ทำได้ค่ะ
“ดีเลย สนใจมาทำงานกับพี่มั้ย”
“งานอะไรเหรอคะ” ฉันเห็นเพลงขวัญตาเป็ประกายอย่างมีความหวัง
30 นาทีต่อมา
“โห ใหญ่โตหรูหรามาก” เพลงขวัญอุทานออกมาเมื่อเราสามคนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากห้างเมื่อกี้มากนัก แต่ที่ใช้เวลาเดินทางนานเพราะย่านนี้เป็ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ คนเยอะรถก็เลยติดหนัก
“พี่เป็เ้าของที่นี่เหรอคะ” ฉันเอ่ยถามพี่ธามขณะที่เรากำลังเดินเข้าไปในภัตตาคาร พนักงานต้อนรับรีบเดินมาสวัสดีพี่ธาม
“ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก ภัตตาคารนี้เป็ธุรกิจของครอบครัว พี่มีหน้าที่บริหารจัดการเฉยๆ”
“เพลงจะได้ทำงานที่นี่จริงๆ ใช่มั้ยคะ”
“อืม”
“เย้ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ” สงสัยเพลงขวัญจะดีใจมากเกินไปหน่อย เลยโผเข้าไปกอดพี่ธาม กว่าจะรู้สึกตัวก็ทำเอาพนักงานที่ยืนอยู่บริเวณหันมามองแล้วคุยซุบซิบกันใหญ่
“ขอโทษค่ะ เพลงดีใจมากไปหน่อย” เพลงขวัญยิ้มเหยๆ ฉันรีบกระชากตัวเพื่อนให้กลับมายืนอยู่ที่เดิม
“ไปตามพี่เนตรมาหน่อย”
“ครับ คุณธาม” บริกรคนนั้นเดินหายครู่หนึ่งแล้วเดินออกมาพร้อมกับหญิงวัยกลางคน แต่งตัวดูภูมิฐานกว่าพนักงานคนอื่นในร้าน
“สวัสดีค่ะ คุณธาม”
“สวัสดีครับพี่เนตร”
“นี่พี่เนตร เป็ผู้จัดการที่นี่” พี่ธามแนะนำพี่เนตรให้ฉันและเพลงขวัญรู้จัก
“สวัสดีค่ะ” ฉันและเพลงขวัญยกมือไหว้ พี่เนตรมองเราสองคนอย่างเอ็นดู กิริยาท่าทางของพี่เขาเหมาะกับตำแหน่งผุ้จัดการร้านจริงๆ
“พี่เนตรครับ นี่พู่กันกับเพลงขวัญ”
“สวยทั้งสองคนเลย แต่ถ้าให้ทายว่าคนไหนแฟนคุณธามพี่เนตรทายไม่ถูกแน่ๆ” พี่เนตรพูดแบบนั้นทั้งฉันและเพลงขวัญทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว
“ไว้ชัดเจนเมื่อไหร่ พี่เนตรได้รู้ก่อนใครแน่นอนครับ”
“พูดแล้วนะคะ พี่จะรอ”
“เอ่อ ผมฝากพี่เนตรช่วยเป็ธุระหาตำแหน่งว่างให้เพลงขวัญทำด้วยนะครับ ทำงานเฉพาะ่เย็นถึงดึก เพราะว่ากลางวันต้องไปมหาลัย”
“ได้เลยค่ะ ให้อยู่ฝ่ายต้อนรับลูกค้าก็แล้วกัน โอเคมั้ยหนูเพลงขวัญ”
“ค่ะ แต่เรียกชื่อหนูว่าเพลงเฉยๆ ก็ได้ค่ะ เรียกง่ายใช้งานคล่องค่ะ” ทุกคนหัวเราะให้กับความซื่อๆ ของยัยเพลงขวัญ
หลังจากที่ฉันและพี่ธามแวะไปส่งเพลงขวัญเรียบร้อย เราก็ขับรถกลับ พี่ธามกำลังขับรถจะไปส่งฉันที่บ้าน ระหว่างนั้นพี่คินก็โทรเข้ามาพอดี ฉันไม่รับสายเพราะเห็นว่าอีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว หนึ่งสาย สอง สาม สี่ ห้า ที่ฉันไม่รับสายเขา แต่สายที่หก เสียงมันดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ของพี่ธาม พี่ธามมองโทรศัพท์แล้วหันมามองฉัน
“จะให้พี่รับสายมั้ย”
“แล้วแต่พี่เลยค่ะ”
“งั้นพี่ไม่รับ อยากจะเห็นหน้าไอ้คินเวลาหัวร้อนเหมือนกัน” พี่ธามก็ร้ายเอาเื่เหมือนกันนะเนี่ย แต่ก็ไม่แปลกไม่งั้นพวกเขาคงจะเป็เพื่อนกันไม่ได้
รถแล่นมาจอดหน้าบ้าน ฉันลงจากรถจะเดินเข้าบ้าน พี่ธามเปิดประตูรถเดินตามมา แต่ถ้าฉันปล่อยให้พี่ธามเข้าไป ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“พี่ธามคะ พู่ว่าพี่ธามกลับไปก่อนดีกว่าค่ะ สามทุ่มค่อยมารับพู่นะคะ” พี่ธามมองฉันอย่างไม่เข้าใจ
“กลัวพี่จะมีเื่กับไอ้คินเหรอ หึ มันไม่ทำอะไรพี่หรอก อย่างมากก็…
“พู่ขอร้องค่ะ กลับไปก่อนนะคะ”
“ก็ได้ สามทุ่มพี่จะมารับ”
พี่ธามกลับไปแล้ว ฉันหันไปมองในบ้านก็เห็นป้าแมวยืนรออยู่
“หนูพู่ คุณคินรออยู่ที่ทานอาหารนะ”
“ป้าแมวไปบอกพี่คินเลยค่ะ ว่าพู่ไม่หิว”
“กินกันอิ่มแล้วซินะ” คนที่เรากำลังพูดถึงยืนพิงผนังอยู่หน้าห้องด้านหลังป้าแมว มือเขาคีบบุหรี่เอาไว้
“ป้าขอตัวก่อนนะคะ” ป้าแมวบอกฉันแล้วเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้ฉันเผชิญหน้ากับพี่คินตามลำพัง
“ไปไหนกันมาบ้าง” ประโยคเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยอารมณ์ของคนพูด
“ไปหลายที่ค่ะ พู่ขึ้นห้องก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว” พี่คินโยนบุหรี่ทิ้งไปแล้วเดินมาหาฉันช้าๆ
“พี่คินมีไรคะ”
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์”
“ตอนที่พี่คินโทรไป มันใกล้จะถึงบ้านแล้ว พู่ก็เลยไม่รับสาย” พี่คินยิ้มมุมปาก เขาพุ่งเข้ามาหาฉันจนฉันต้องถอยหลังแทบไม่ทัน เขาดันตัวฉันให้ชิดกับมุมห้อง
“ไม่ใช่ทำอย่างอื่นอยู่เหรอ”
“หมายถึงอะไรคะ”
“ไม่รู้จริง หรือแกล้งไม่รู้”
“พู่ว่าพี่คินพูดไม่รู้เื่แล้ว ค่อยคุยกันนะคะ”
พลั๊ก
“พี่จะทำอะไร ปล่อยพู่นะ”
“ก็พิสูจน์ไงล่ะ”
พี่คินอุ้มฉันขึ้นพาดกับไหล่เขา แล้วเดินขึ้นบันไดไป ฉันได้แต่ทุบหลังพี่คินให้ปล่อยฉันลง พี่คินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องเขา มือกำลังจะเปิดประตูเข้าไป แต่ก็ชะงักขึ้นมาเหมือนนึกอะไรได้บางอย่าง
แอ๊ดด
พี่คินเปลี่ยนใจไปเปิดประตูห้องข้างๆ ซึ่งป้าแมวเคยบอกว่าเป็ห้องสำหรับแขกที่มาพัก พี่คินวางฉันลงบนเตียงเบาๆ การกระทำตอนนี้ต่างจากน้ำเสียงดุดันของเขาเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง พี่คินถอดเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องแข็งแรง เขาขึ้นคร่อมฉันไว้ มือก็ปลดกระดุมเสื้อฉันออก บราลูกไม้สีขาวโชว์เด่นต่อหน้าเขา พี่คินโน้มตัวลงมา ลมหายใจของเขารดต้นคอฉัน เสี้ยววินาทีที่ฉันรู้สึกว่าพี่คินขบเม้มปากตรงจุดนั้น ฉันรู้สึกเสียวปนกับเจ็บนิดๆ ลิ้นที่เปียกชื้นของเขากดลากไปทั้วซอกคอฉันจนมาถึงหน้าอก พี่คินถอดบราลูกไม้สีขาวออก ยอดประทุมถันสีชมพูแข็งชูชัน พี่คินตวัดลิ้นดูดมันไว้ มืออีกข้างหนึ่งก็บีบเคล้นจนมันนิ่มเหลวคามือ
“ฮึ่ม หวานจัง”
“พะ พี่คิน” ฉันเด้งอกรับริมฝีปากเขา ความเสียวมันแทรกไปทุกรูขุมขนของร่างกาย พี่คินถอดกางเกงของฉันออกเหลือแต่กางเกงในลูกไม้สีขาวบาง ตรงนั้นของฉันมันเปียกแฉะจนทะลักออกมาข้างนอก มือเรียวยาวของพี่คินแหวกเข้าไป เขาลูบััเบาๆ ฉันถึงกับเผลอส่งเสียงร้องออกมา น่าอายจริงๆ ยัยพู่
“หน้าแดงนะเรา เขินพี่เหรอ” พี่คินมองฉันแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ
“พอเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
“ใครจะเห็นล่ะ ในห้องนี้ก็มีแค่เราสองคน ถึงใครจะเห็นก็ไม่เป็ไรนี่ เราเป็แฟนกันมันก็ต้องมีกันบ้าง”
“เดี๋ยวนะคะ เราไม่ได้เป็แฟนกัน เื่นี้มันไม่ได้อยู่ในข้อแลกเปลี่ยน”
“พู่เป็แฟนของพี่มานานแล้ว ตอนนั้นแค่จองไว้ ตอนนี้ได้มาแล้วและพี่จะไม่ปล่อยพู่ไปแน่นอน”
“พู่งง”
“งั้นพี่ทำให้หายงง”
ฮึ่ม ลิ้นของพี่คินสอดเข้ามาในโพรงปากของฉัน ฉันตอบรับเขาโดยการดูดชิมความหวานจากปากเขา กลิ่นบุหรี่นิดๆ ลอยมาแตะจมูกแต่มันยิ่งทำให้ฉันมีอารมณ์ตอบสนองเขามากขึ้น สิ่งปกปิดร่างกายชิ้นสุดท้ายถูกถอดออก ร่างกายเปลือยเปล่าของฉันเบียดเสียดสีกับร่างพี่คิน ฉันััได้ว่าส่วนนั้นของเขามันขยายใหญ่เต็มที่แล้ว
“พี่ขอนะ” พี่คินมองหน้าฉัน ฉันไม่พูดอะไรแต่ตอบรับเขาโดยการดึงเขามาจูบ มันเป็จูบที่ร้อนแรงกว่าเดิมทั้งพี่คินและฉันผลัดกันลิ้มรสความหวานของอีกฝ่าย มือของพี่คินกำลังจัดการกับท่อนล่างของเขา
“ฮือ จะ เจ็บ ส่วนนั้นของพี่คินกำลังแทรกเข้ามาในร่องของฉัน ถึงมันจะแฉะพร้อมรับศึกแล้ว แต่ครั้งแรกมันก็คงไม่ง่ายนักหรอก พี่คินจับขาฉันให้แยกกว้างกว่าเดิมแล้วดันแก่นกายใหญ่เข้ามาจนสุดทีเดียว ฉันรู้สึกเจ็บบนจุก เขาหยุดให้ฉันตั้งสติแป๊บนึงแล้วค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนฉันไม่รู้สึกเจ็บแล้ว แต่เปลี่ยนเป็เสียวแทน
“อ๊ะ ฮื้อ” ฉันครางออกมาไม่เป็จังหวะ พี่คินเหมือนจะชอบเลยเพิ่มความเร็วถี่กว่าเดิม
“ฮ้า”
“ตอดดีจริง”
“พี่คินยกขาฉันพาดไว้บนบ่า แล้วดันแก่นกายใหญ่เข้ามาจนลึกสุด พี่คินครางออกมาสุดเสียงเพราะร่องของฉันมันรัดของเขาแน่นกว่าเดิม ถึงอุณหภูมิในห้องจะเย็น แต่ร่างกายและอารมณ์ของเราสองคนถึงจุดเดือดสุด
“ฮื้อ พี่คิน” พี่คินพลิกตัวลงไปนอนแล้วช้อนตัวฉันขึ้นมา ให้ฉันนั่งคร่อมตัวเขาไว้ เขากดสะโพกฉันลงไป พี่คินยกตัวเป็จังหวะให้ฉันขยับขึ้นลงสะดวก มือทั้งสองข้างก็บีบเคล้นหน้าอกไปด้วย พี่คินส่งสัญญาณให้ฉันขยับขึ้นลงเร็วกว่าเดิม
“ฮ้า”
ฉันรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ฉีดเข้ามาภายในร่างกาย พี่คินดึงตัวฉันให้ซบที่อกเขา มือสองข้างโอบกอดฉันไว้แน่น สำหรับฉันไม่รู้ว่ามันเกิดจากความรักมั้ย รู้แค่ว่ามันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อยามาให้กิน” พี่คินพูดในขณะที่ฉันยังนอนซบอยู่บนอกเขา มือของเขาลูบผมฉันเบาๆ
“ยา”
“อืม หรือว่าจะไม่กินก็ได้นะ ดีเหมือนกัน ได้ทั้งเมียได้ทั้งลูก”
“ไปซื้อเลยค่ะ รีบเลย” ฉันพูดแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างตัวโดยมีพี่คินเดินตามเข้ามา
หลังจากที่ฉันกับพี่คินออกมาจากห้องนั้น พี่คินก็ออกไปซื้อยามาให้ฉัน ส่วนฉันก็มานั่งทบทวนตัวเองอยู่ในห้องว่าทำไมฉันถึงได้เผลอตัวเผลอใจมากขนาดนี้ หรือว่าฉันจะรักเขาไปแล้ว