
ตอนที่22 เอาเจ้าแมวน่ากลัวตัวนั้นออกไปห่างๆ ฉันนะ
[แจสเปอร์ TALKS]
“วันนี้นายทำงานเหนื่อยไหม ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนสิ”
ผมนั่งขัดตะหมาดอยู่บนโซฟาหรี่ตามองยัยมินนี่ เธอดูมีท่าทีพิรุธจนผมสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้อง พอเธอวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าผมเรียบร้อยก็นั่งพับเพียบมองผมตาแป๋ว ราวกับสาวใช้ในละครหลังข่าว
“เธอไม่ได้แอบวางยาฉันใช่ไหม”
“เปล่านะ” เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นโบก
“ฉันแค่อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ไง เห็นนายทำงานมาเหนื่อยๆ”
ผมจับแก้วน้ำเย็นยกขึ้นดม ก่อนจะจิบมันไปเล็กน้อย
“วันนี้หลังเลิกเรียนฉันไปหาสมัครงานมาด้วยนะ ฉันไม่อยากจะเป็นภาระของนายนานหรอก คิดว่าพอหางานได้เก็บเงินได้สักก้อนก็จะออกไปหาที่อยู่ใหม่ แต่วันนี้ฉันก็ยังหางานไม่ได้เลย แย่จัง”
น้ำเสียงของมินนี่ฟังดูอ่อนล้า
“อือ”
ผมกางแขนทั้งสองข้างวางบนพนักโซฟา
“ฉันคิดว่าจริงๆ แล้วนายเป็นคนจิตใจดีมากๆ คนเลยล่ะ ดูอย่างที่นายช่วยเหลือฉันสิ ไม่งั้นฉันคงต้องไปนอนใต้สะพานลอยเหมือนคนเร่ร่อนแน่ หน้าตาก็ดี หุ่นก็ดี แถมยังใจดีอีก”
คำพูดยกยอปอปั้นที่รัวมาเป็นชุดของยัยมินนี่มันฟังดูเหมือนมีอะไรแอบแฝงเอาไว้ จนผมคิดว่าต้องมีอะไรไม่น่าไว้วางใจแน่
“เธอจะขอ… กู้เงินฉันเหรอ?”
ผมพูดในสิ่งที่พอจะนึกได้ ตอนนี้เธอตกงานและโดนไล่ออกจากห้อง หากมีเงินเธอคงออกไปหาห้องใหม่อยู่แล้วแทนที่จะอยู่ห้องเดียวกับผมแบบนี้
“จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบต่อเดือน”
ยัยมินนี่ทำตาโต
O_O
“ไม่ใช่นะ”
เธอกลอกตาไปมา
“อันที่จริงก็คิดอยู่เหมือนกันแหละ แต่ตอนนี้ฉันยังพอมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อยเอาไว้ขัดสนจริงๆ ก่อน” เธอเม้มปาก
“ถ้างั้นมีเรื่องอะไร”
ผมหลับตาถอนหายใจเบาๆ เริ่มหงุดหงิดกับท่าทางมีลับลมคมนัยของเธอ
“คือว่าตอนกลับจากไปสมัครงานน่ะพอดีว่าฉันไปเจออะไรน่ารักๆ มา” เธอยิ้มกว้างตาโตเป็นประกายวิบวับ
“แล้ว”
ผมต้องหันหน้ามองไปทางอื่น ด้วยความที่ไม่อยากเห็นแววตาน่ารักชวนใจละลายแบบนั้นนานเกินไป ระยะหลังมารู้สึกว่าตัวเองอ่อนไหวพิกล
“มันน่ารักมากเลยนะ ฉันก็เลยคิดว่านายน่าจะชอบ ก็เลยเอามาฝากนายด้วยแหละ อือ นายอยากเห็นเหรอยัง” มินนี่พยักหน้าชวนเชื่อ
เราสองคนจ้องตากัน ห้องทั้งห้องเงียบกริบในทันที
อะไรกันวะ ยัยมินนี่นับวันยิ่งดูเพี้ยนหนักขึ้นเรื่อยๆ
“รอแพ็บนะเดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้”
มินนี่ลุกขึ้นแล้วเธอก็เดินหายไปทางห้องครัวซึ่งติดกับระเบียงด้านหลัง ผมยกแก้วน้ำขึ้นดื่มผ่านไปไม่ถึงนาทีมินนี่ก็ส่งเสียงมาก่อนที่เธอจะโผล่ออกมาจากมุมห้องครัว
“มาแล้ว แถ่น แทน แท้น น่ารักใช่ไหม”
มินนี่ยิ้มแฉ่ง เธอโผล่ออกมาพร้อมลูกแมวขนฟูตัวหนึ่งในอ้อมกอดของเธอ
“นี่มัน… แมว!”
ผมหัวใจเต้นแรง ยกไม้ยกมือชี้นิ้วไปยังยัยมินนี่ตัวป่วนและเจ้าสิ่งมีชีวิตในอ้อมกอดของเธอ ใช่! สำหรับใครหลายคนเจ้าสัตว์ขนฟูชนิดนี้มันอาจจะดูน่ารักน่าชัง แต่ไม่ใช่กับผมแน่นอน
“เอามันออกไปจากห้องของฉัน เดี๋ยวนี้!”
ผมส่งเสียงดังจนเกือบกลายเป็นตวาด
เมี๊ยวววว
“ทะไมใจร้าย”
มินนี่หน้าเจื่อน
“นี่มันเป็นแค่ลูกแมวตัวเล็กๆ เองนะ ฉันเจอมันเดินหลงทางอยู่กลัวว่ามันจะถูกรถทับตายก็เลยพามากลับมาด้วย นายไม่สงสารมันเลยเหรอดูหน้ามันสิ”
มินนี่เดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับทำท่าจะยื่นเจ้าแมวตัวนั้นเข้ามาให้ผมชื่นชมในความน่ารักของมัน
“เฮ้ย! เอามันออกไปห่างๆ ฉันเลยนะ ไป ชิ้ว”
ผมขนลุกซู่ เผลอกระเถิบตัวถอยห่างจนยัยมินนี่มองผมด้วยสายตาสงสัย
“จริงดิ นี่นายกลัวแมวงั้นเหรอ”
เมี๊ยววว เหมียวว
เออสิ! ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มันคงฟังเป็นเรื่องตลกหากผมจะสารภาพกับเธอออกไปว่าตอนเด็กๆ ผมเคยมีประสบการณ์เลวร้ายสุดๆ กับเจ้าสัตว์ขนฟูที่พยายามจะหาทางยึดครองโลกใบนี้ พวกมันมีเขี้ยวที่แหลมคม แถมยังซ่อนเล็บได้อีกตะหาก
“ก็ไม่เชิง ฉันแค่ไม่ชอบมัน และเธอก็อย่าเอามันเข้ามาใกล้ฉันอีก”
ผมยังรักษาฟอร์มเอาไว้สุดชีวิต