“เป็นไงบ้าง? สมัครงาน” เฟลิกซ์ถามขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ห้องนั่งเล่น
“ยังไม่มีคนติดต่อกลับมาเลย”ยี่โถตอบเสียงอ่อน ไหล่บางยักขึ้นเล็กน้อย ช่วงนี้งานใหม่หายากเหลือเกินร้านอาหารหลายแห่งก็อยู่ไกลเกินไป หรือไม่ก็กดค่าแรง แถมสวัสดิการไม่ค่อยดีอีก
“ไม่สนใจข้อเสนอของผมแน่นะ?”คำพูดของเขาทำให้เธอนึกย้อนไปถึงก่อนหน้านี้ที่คุยกัน จริงๆแล้วเฟลิกซ์ไม่อยากให้เธอทำงานด้วยซ้ำไป แต่แน่นอนว่า ใครจะไปยอมงอมืองอเท้าเขาจึงต่อรองด้วยข้อเสนอที่ทำให้เธอแทบพูดไม่ออก
“ฉันสร้างเรื่องที่นั่นไว้เยอะ...เสียจน...ไม่กล้าสู้หน้าพวกเขาอีก”ยี่โถตอบเสียงแผ่ว เธอได้แต่ก้มมองมือตัวเองความเหน็บหนาวเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจหญิงสาวเมื่อนึกถึงภาพของสายตาหลายคู่ที่มองมายังเธอด้วยความสมเพชและเย็นชาภาพนี้ยังคงติดตรึงอยู่ในใจ ไม่อาจลบเลือนออกไปได้
“จะเก็บไว้เป็นแผลในใจ...แบบนี้เหรอ?”คำถามจากเขาพาให้เธอนิ่งงันไป
“ใช้โอกาสนี้พิสูจน์ตัวเองใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ” มือหนายกขึ้นมาประคองใบหน้าเธอให้หันไปสบตากันใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มให้กำลังใจดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสุกสว่างส่งประกายมาถึงเธอมือเล็กยกขึ้นมากุมมือหนาไว้ เธอส่งยิ้มบางๆ ให้เขาเป็นคำตอบ...
*****
กริ๊ง! เสียงสัญญาณรับอาหารดังขึ้นยี่โถเดินเข้าไปยกถาดอาหารขึ้นจากเคาน์เตอร์แล้วนำไปเสิร์ฟที่โต๊ะลูกค้าอย่างกระฉับกระเฉงซึ่งตลอดเวลาของการทำงาน หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่จากเหล่าพนักงานที่คอยจับจ้องมาสีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถามทว่ากลับไม่มีใครเข้ามาสนทนากับเธอแม้แต่คำเดียวยกเว้นเรื่องงานเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ก็เข้าสู่วันที่ 5 ของการทำงานแล้ว
เพล้ง! เสียงของจานแตกกระจัดกระจายที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้ยี่โถหันขวับไปตามต้นเสียงนั้นทันทีแล้วก็ได้เห็นพี่มาอิที่กำลังค้อมตัวเอ่ยขอโทษลูกค้าด้วยสีหน้าซีดเผือด
ยี่โถก้าวเท้ายาวๆไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดก่อนจะเดินตรงไปหารุ่นพี่ที่กำลังก้มเก็บเศษจานที่กระจัดกระจายบนพื้นเธอก้มลงเก็บช่วยรุ่นพี่โดยที่ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาหลังจากแน่ใจว่าเก็บกวาดเศษจานกระเบื้องหมดแล้วยี่โถจัดการถูพื้นทำความสะอาดด้วยความคล่องแคล่วภายในเวลาไม่นานโซนนั้นก็กลับมาปกติ
“ขอบใจนะยีสต์” คำพูดของรุ่นพี่ทำให้หญิงสาวหยุดชะงักทันใดยี่โถไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอกำลังฉีกยิ้มกว้างขนาดไหน ไม่น่าเชื่อว่า คำพูดสั้นๆของรุ่นพี่จะนำพาให้รู้สึกอบอุ่นในหัวใจขนาดนี้ พี่มาอิส่งยิ้มให้เธอเช่นกันก่อนที่จะแยกย้ายกันทำหน้าที่ตนเองต่อ
ก่อนเลิกงานวันนี้เหล่าพนักงานทุกคนนั่งอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพราะเป็นวันนัดประชุมประจำสัปดาห์ที่ทุกคนรู้กันดี
“เราได้รับข้อร้องเรียนมาว่าโซนบันไดได้รับบริการช้าบ่อยครั้ง” คุณโอลิเวอร์เปิดประเด็นการประชุมข้อร้องเรียนนี้พาให้ใครหลายคนต่างถอนหายใจกันออกมา ยี่โถรู้ดีว่านี่เป็นปัญหาที่สะสมมานานตั้งแต่ก่อนเธอถูกไล่ออกเสียด้วยซ้ำ
“โซนนี้มีเพียง2 โต๊ะเท่านั้น คิดว่าปัญหาเกิดจากบริเวณนั้นอยู่ลับสายตาก็เลยทำให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร” เอลลี่แสดงความคิดเห็นออกมาพนักงานหลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
“ผมว่าเรื่องนี้มีทางออกอยู่นะครับ” อองเดรเอ่ยขึ้นมาเสียงนิ่งและดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าใจขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพราะทันทีที่เขาพูดจบทุกคนต่างก็หันมามองยี่โถเป็นสายตาเดียวกัน สีหน้าของยี่โถยังคงซึ่งความเยือกเย็นสงบนิ่งเธอรู้ดีว่า เขาหมายถึงอะไร เธอนี่แหละคือส่วนหนึ่งของปัญหาคาราคาซังนี้
“ฉันช่วยดูให้เองค่ะโซนบันไดอยู่ติดกับโซนระเบียงของฉันอยู่แล้ว อีกอย่างคือ โซนฉันมีตั้ง 2 คนงานก็ไม่ได้หนักมากเมื่อเทียบกับโซนอื่นๆ...” ยี่โถพูดขึ้นมาอย่างฉะฉานข้อเสนอของเธอทำให้ใครหลายคนต่างก็มองมาด้วยสีหน้าตกตะลึงอาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นดูจะเหนือความคาดหมายของพวกเขาต้นเหตุเกิดจากในอดีตนั้น ยี่โถเคยปฏิเสธจนมีปากเสียงกันไปแล้ว
ยี่โถยกยิ้มบางๆเมื่อรู้สึกถึงความโล่งสบายเมื่อได้เอ่ยคำพูดเหล่านั้นเหมือนแผลในใจของเธอได้รับการเยียวยาจนหายไปแล้วหนึ่งแผล
“ขอบคุณยี่โถมากเลยนะเธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” คุณโอลิเวอร์ยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นนั่นทำให้ยี่โถน้ำตารื้นออกมาจนได้
“เก่งมากยี่โถ” เฟลิกซ์ยกมือขึ้นมาแตะไหล่เธอเบาๆ เขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้แต่นั่นก็ทำให้พนักงานทั้งหลายตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม
“ได้ข้อสรุปกันแล้วงั้นแยกย้ายกันเถอะ” คุณโอลิเวอร์ส่งยิ้มมาทางเฟลิกซ์อย่างสุภาพแล้วทุกคนก็ได้แยกย้ายกันกลับ แต่ดูจากสีหน้าของเพื่อนร่วมงานแต่ละคนแล้วเหมือนว่าพวกเขาจะพกความตกตะลึงปนสงสัยกันกลับไปด้วย
*****
ยี่โถนั่งยืดเส้นยืดสายในช่วงพักบ่ายเหล่าเพื่อนร่วมงานก็พักผ่อนตามอิริยาบถตนเองเช่นกัน
“ขอนั่งด้วยได้หรือเปล่า?”เป็นคำถามจากเอลลี่ ยี่โถพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้ ท่าทีที่แปลกไปจากเอลลี่พาให้หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“ฉันมีเรื่องสงสัยน่ะ”เอลลี่ยิงคำถามต่อทันที ดูจากสีหน้าของสาวชาวจีนคนนี้แล้ว คงสงสัยจนอึดอัดน่าดู
“หืม?”ยี่โถเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มบางยังไม่ได้จางหายไปหญิงสาวพอจะเดาออกอยู่ว่าเป็นเรื่องอะไร
“ทำไมเธอกับเฟลิกซ์ถึง...”เอลลี่ยังไม่ทันได้ถามจบกลับมีเสียงดังแทรกขึ้นมาเสียก่อนมันคือเสียงของผู้หญิงที่กำลังเอะอะโวยวายอยู่หน้าร้านคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว ไวเท่าความคิดของยี่โถเธอรีบเดินตรงไปยังหน้าร้านทันที โดยที่มีคนอื่นๆ เดินตามหลังมา
“พวกแกหูหนวกหรือไง! ฉันต้องการพบเฟลิกซ์! เดี๋ยวนี้!!” ผู้หญิงคนนี้ยังคงตะโกนโหวกเหวกโวยวายโดยไม่ได้สนใจคำพูดห้ามปรามอย่างสุภาพของคุณโอลิเวอร์แม้แต่น้อยยี่โถขมวดคิ้วมุ่น เสียงนี้ยิ่งได้ฟังใกล้ๆ ยิ่งให้ความรู้สึกคุ้นหูหญิงสาวจึงรีบเร่งฝีก้าวแหวกขอทางคนอื่นๆ จนได้เผชิญหน้ากับผู้หญิงคนดังกล่าว
“...เอวา” ยี่โถอุทานออกมาเสียงแผ่วดวงตาจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เอวาเปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อยเธอดูซูบผอมลงมาก ใบหน้าที่เคยประทินโฉมจนสวยคมโฉบเฉี่ยวบัดนี้กลับไร้ซึ่งเครื่องสำอางแต่งแต้ม ดวงตาลึกโหลดูอิดโรยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นตลอดเวลาจนเกิดรอยย่นลึก สองแก้มตอบลงไม่มีชีวิตชีวาริมฝีปากบางนั้นถูกปล่อยให้ซีดเซียวและแห้งแตก ผมเผ้ายุ่งเหยิงไร้การดูแล
เสียงของยี่โถได้เบี่ยงเบนความสนใจของเอวาให้หันมามองทันทีที่เอวาได้สบตากับเธอ ดวงตาลึกโหลคู่นั้นดูแข็งกระด้างขึ้นริมฝีปากแห้งแสยะยิ้มออกมา
“ทำไมแกยังไม่ตาย?”นี่คือคำทักทายแรกจากเอวาตามมาด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันคำพูดของหญิงสาวพาให้ใครหลายคนตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกไปตามๆกัน
ส่วนทางด้านยี่โถนั้นยังคงมองคนตรงหน้านิ่งภาพของเหตุการณ์ที่ผับได้ตามมาหลอกหลอนยี่โถอีกแล้วแผลลึกใหญ่ภายในใจถูกสะกิดอีกครั้งร่างกายของเธอแสดงปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาอัตโนมัติ เหงื่อผุดซึมตามหน้าผากมือเล็กเริ่มสั่นเทาขึ้นจนเธอต้องกำไว้แน่น ยี่โถต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในควบคุมจังหวะการหายใจให้กลับมาช้าลง
“จะเล่าเรื่องตลกให้ทุกคนฟัง...โรคจิต2 คนได้มาเจอกัน คนหนึ่งคลุ้มคลั่งถือมีดขู่อย่างกับหมาบ้า ส่วนอีกคนก็คือ ยัยนี่! ที่หลอนว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์ทำทีเป็นพูดเกลี้ยกล่อมสวยหรู คงอยากได้คะแนนจากเฟลิกซ์ เหอะ! แต่ลองนึกสภาพดูนะ คนบ้า 2 คนคุยกันใครมันจะไปซึ้งลง น่าขำเสียมากกว่า! ฮ่าๆ!” เอวายกมือชี้หน้ายี่โถพร้อมกับหัวเราะสะใจคำกล่าวหาเหล่านั้นได้บีบหัวใจของยี่โถจนเจ็บปวดไปหมดใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ความอุ่นชื้นเริ่มก่อตัวขึ้นตามขอบตาริมฝีปากของเธอสั่นระริกจนต้องขบเม้มเข้าหากันเอาไว้
“สุดท้ายก็คุยกันไม่รู้เรื่องยัยนี่ก็เลยเล่นใหญ่ไปแย่งมีดจากมือเขา...แล้วเป็นไงล่ะ! ก็เพราะหล่อนโง่ด้วยไง! เลยโดนสวนกลับจนเลือดอาบแต่ก็ยังอุตส่าห์รอดชีวิตมาได้เนอะ”คำพูดอันแสนเจ็บปวดจากเอวาไม่ต่างอะไรกับฝ่ามือที่ฟาดเข้ามาอย่างจังน้ำตาของยี่โถรินไหลออกมาเป็นทาง เธอได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเอง พลางภาวนาในใจซ้ำๆ หยุดเถอะนะหยุดพูดเสียที!
“แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันเกิดขึ้นเพราะเธอไม่ใช่เหรอ...เอวา!”น้ำเสียงทุ้มลึกของเฟลิกซ์ดังมาจากข้างหลังบรรยากาศโดยรอบเริ่มเย็นยะเยือกขึ้นมาทันใดเสียงฝีเท้าหนักแน่นเด่นชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เสียงนั้นหยุดลงยี่โถเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างราวกับกำแพงเหล็กกล้าตรงหน้าคงมีเธอเพียงคนเดียวที่รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงนี้
“เฟลิกซ์!” เสียงของเอวาอ่อนลงปุบปับแววตาของหล่อนเป็นประกายระริกทันทีที่ได้เห็นหน้าเขา
“เฟลิกซ์ช่วยเอวาด้วยค่ะ ฮึก! ฉัน...ฉันกำลังถูกตามล่า พวกนั้นจะเอาชีวิตฉันไป ช่วยฉันด้วยนะขอร้องล่ะ” เอวาเอ่ยออกมาน้ำเสียงสะอึกสะอื้น เธอโผเข้ามากุมมือเฟลิกซ์ไว้ริมฝีปากซีดเซียวสั่นระริก ดวงตาลึกโหลดูแดงก่ำน่าขนลุก
“เกิดอะไรขึ้น”ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งพร้อมกับถามกลับเสียงเรียบ
“คือ...เอ่อ...ฉันไปยืมบัตรเครดิตของเขามาแต่ฉันไม่รู้ว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นมาเฟีย เขาโกรธมาก ก็เลยส่งลูกน้องมาตามล่า ฮึก! ฉันไม่มีกระทั่งที่ซุกหัวนอนตอนนี้ฉันเหลือเพียงคุณคนเดียว เฟลิกซ์!” เสียงของเอวาแผ่วลง ดวงตาของเธอดูลอกแลกไปมาไม่กล้าสบตาชายหนุ่มตรงหน้าแต่จากการสังเกตสีหน้าของเฟลิกซ์แล้ว ยี่โถคิดว่าเอวาคงจะประเมินชายหนุ่มคนนี้ต่ำไป หรือไม่ก็ลืมแล้วว่าตนได้ทำเรื่องเจ็บแสบอะไรทิ้งไว้ให้เขา
“แน่ใจนะว่ายืม?บัตรเครดิตของผม คุณก็จะอ้างว่ายืมเหมือนกันใช่ไหม?” เฟลิกซ์ยกยิ้มมุมปากน้อยๆดวงตาสีฟ้าจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา
“เอ่อ...คือ”เอวากระอึกกระอักไปกับคำถามแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวท่าทางของเธอทำให้เฟลิกซ์ถอนหายใจออกมายาวๆก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันแสนเย็นชาว่า
“ผมช่วยคุณได้นะ...”และนี่ก็น่าจะเป็นคำตอบที่หญิงสาวเฝ้ารอ เอวาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
“ขอบคุ...”แต่ทว่าเอวายังไม่ทันได้พูดจบดี เฟลิกซ์กลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้คือ...มอบตัวกับตำรวจ”สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม เอวาตัวแข็งทื่อไปทันทีหยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาลึกโหลคู่นั้น
“ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวยังมีเหยื่ออีกหลายคนที่กำลังรอความเป็นธรรมอยู่” ความจริงจากปากเขาได้สร้างความตกตะลึงให้คนหลายคนที่อยู่ตรงนั้นรวมถึงยี่โถ
“คุณพูดถูกเฟลิกซ์ การอยู่ในคุกคงดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...” เวลาแห่งความเงียบงันได้ล่วงเลยผ่านไปสักพักเอวาพยักหน้าช้าๆ เสียงของเธอกลับมาสงบนิ่งหญิงสาวปล่อยมือเฟลิกซ์ให้เป็นอิสระก่อนจะทรุดตัวนั่งลงกับพื้นร่างซูบผอมของเอวาสั่นเทิ้ม เสียงสะอึกสะอื้นของเธอดังออกมาไม่ขาดสาย...
“ยีสต์...”เสียงเรียกจากเหล่าเพื่อนร่วมงานมาพร้อมกับอ้อมกอดให้กำลังใจจากพวกเขามิตรภาพอันแสนอบอุ่นได้เรียกรอยยิ้มผุดพรายขึ้นมาแต่งแต้มบนใบหน้ายี่โถน้ำตาแห่งความปิติเอ่อไหลออกมาไม่ขาดสาย
เฟลิกซ์เข้ามาสวมกอดเธอแล้วมอบจุมพิตอันอ่อนโยนฝากไว้บนหน้าผากนวลยี่โถได้แต่เอียงอายไปกับเสียงแซวของเหล่าเพื่อนร่วมงานเธอได้ก้าวออกมาสู่แสงสว่างได้เต็มตัวแล้ว นี่สินะ บรรยากาศแห่งความสุขที่แท้จริง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ก็จบไปแล้วสำหรับเรื่องราวของเฟลิกซ์กับยี่โถ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย? หวังว่า จะฟินและสนุกจนน้ำตาไหลกันนะคะ อิๆ^_>> จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายี่โถได้เจอกับป้าแช่มอีกครั้ง) ได้โปรดเข้าไปอุดหนุนกันเยอะๆ นะคะ
ข่าวถัดไปคือ นิยายใหม่มาแล้วนะคะ ชื่อเรื่อง 'No More Toxicity! ถึงเวลาไล่ล่ารัก' ใครชอบเสพแนวดราม่า หน่วงๆ เชิญได้เลยค่า
อีกข่าวสุดท้ายคือ พิศสราญ มีเพจเฟซบุ๊คแล้วนะเธอ แบบว่า พึ่งเปิดสดๆ ร้อนๆ เลย55555 นี่จะเป็นช่องทางหลักสำหรับการแจ้งข่าวสารค่ะ อย่าลืมไปกดติดตามกันไว้น้า
