“มันไม่เป็อะไรเลย ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี!”
นัทเริ่มลนลานขึ้นมาแล้ว หากไม่สามารถกำจัดมันได้พวกเขาอาจจะต้องตกอยู่ในอันตรายเป็แน่
ภัทรขมวดคิ้วอย่างเสียมิได้ เขาได้อ่านคู่มือการใช้งานเบื่องต้นแล้ว พลั่วยุทธวิธีนี้เป็อุปกรณ์ระดับมาตฐานขั้นต่ำทำให้เ้าหน้าที่ทุกคนสามารถใช้งานมันได้ รูปแบบพลั่วเป็รูปแบบการใช้งานเริ่มต้น มันสามารถทุบ และขุดได้ดีโดยไม่ต้องใช้พลังเวทใดๆ แต่เหมือนการเจาะของแข็งมันจะยังทำไม่ดีพอ แต่ว่าตัวมันเองก็ไม่ได้ไม่แค่รูปแบบเดียวนี่
"ใช้แล้ว เปลี่ยนรูปแบบ"
ภัทรตาป็นประกายพูดกับตัวเอง ในคู่มือยังมีบอกต่อไปว่ามันสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบแม้จะใช้พลังเวทมนตร์ประกอบด้วยแต่ในรูปแบบที่สองนั้นแม้แต่ผู้วิเศษระดับศูนย์ก็ยังสามารถใช้งานได้ มันคือ 'รูปแบบอีเต้อ' รูปแบบอีเตอร์อีเต้อนั้นมีพลังเจาะทะลวงของที่แข็ง ทำให้สามารถขุดเจาะก้อนหินหรือของอแข็งได้ง่ายกว่ารูปแบบแรก
ภัทรไม่รอช้ากดปุ่มด้านข้างด้ามจับพลั่วเพื่อส่งพลังเวทเข้าไปจนเพียงพอต่อการเปลี่ยนรูปแบบ จากนั่นปรับหมุนกลไกในพลั่วอย่างไม่เร็วไม่ช้าเพราะนี้คือครั้งแรกที่เขาลองทำดู ในที่สุดพลั่วนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ อีเต้อสีดำ เขาไม่รอช้าแล้วรีบพุ่งเข้าไปเจาะที่ดวงตาของตัวประหลาดนั่นเต็มแรงอีกครั้ง
โพละ!!
คราวนี้ไม่ต้องทำการทุบซ้ำถึงสองครั้ง เสียงแตกดังขึ้นหลังจากโดนเจาะด้วยอีเต้อ แกนสีเหลืองของมันถูกเจอจนเป็รู ตัวประหลาดหลังจากถูกทำลายดวงตามันก็หยุดการเคลื่อนไหว ร่างกายเริ่มแตกกระจายกลายเป็กองสิ่งสกปรกที่มีเมือกเหนียวเหนอะสีเหลืองไหลออกมา ภัทรดึงอีเต้อออกมา ที่ปลายแหลมมีเศษซากดวงตาสีเหลืองเรืองแสงที่ตอนนี้กลายเป็สีเหลืองหม่นติดอยู่ เขาแกะมันออกมาดูใกล้ๆมันคล้ายกับแกนกลางของเซลล์ เมื่อลองคิดๆดูแล้วมันเหมือนกับสไลม์ในการ์ตูน หรือเกมส์ที่เขาเคยเห็นอย่างมากอย่างมาก 'มันจะขายได้รึเปล่านะ' ภัทรคิดๆเพื่อไว้ก่อนจึงยัดดวงตาหรือแกนกางลงไปในกระเป๋าขยายพื้นที่ของเขา แล้วปรับพลั่วกลับเป็รูปแบบเดิม
“ทีนี้ไม่เป็ไรแล้วล่ะ” ภัทรพูดขึ้น
“นายสุดยอดเลยสู้กับตัวแบบนั้นได้ด้วย ว่าแต่นายจะเอาไอ้นั่นไปด้วยเหรอ ของน่าขยะแขยงนั่นน่ะ” นัทถามหน้าเหยเก
“เอาไปสิเผื่อมันจะขายได้ ของจากตัวอะไรก็ไม่รู้เชียวนะ”
“จริงของนาย แล้วไอ้ของในมือนายไปเอามาจากไหน เท่ชะมัด” นัททำตาเปล่งประกายมองมาที่พลั่ยุทธวิธีในมือของเขา
“นี่น่ะเหรอ” ภัทรชูพลั่วให้ดู “มันก็เป็ของประจำหน่วยพวกเราไง นายไม่ได้รับมันมาหรอ”
“ได้รับสิมันแจกทุกคนนี่ แต่ลูกพี่บอกว่าของไร้สาระเอามาทำไมให้เกะกะ ฉันก็เลยไม่ได้ไปเอามาด้วย แล้วฉันเองก็ไม่คิดว่ามันจะเจ๋งขนาดนี้ สมัยก่อนฉันเคยเห็นตาพกไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลยก็กว่ามันเป็แค่อุปกรณ์ระบุความเป็เ้าหน้าที่เฉยๆน่ะ”
“คราวหน้านายต้องไปเอามาแล้วล่ะ พวกเราไปกันเถอะ”
“ดีเลย” นัทเห็นด้วย
พวกเขาเดินลุยน้ำกันไปก็คุยกันไป เมื่อเจอตัวประหลาดนี้อีกภัทรไม่จำเป็ต้องให้นัดช่วยแล้ว เขาสามารถหลบการโจมตีของพวกมันได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากรูปแบบการโจมตีของมันมีแบบเดียวแถมมันยังเชื่องช้ามากๆ ภัทรที่เก็บดวงตาที่สองใส่กระเป๋าก็นึงเื่ที่นัทพูดได้ถึงได้ถามต่อ
"นายบอกว่ามันสามารถระบุความเป็เ้าหน้าที่ด้วยหรอ"
"ใช่ เ้าหน้าที่ทุกคนเมื่อออกงานภาคสนามต้องพกมันไว้ชาวบ้านจะได้รู้ว่าเราคือเ้าหน้าที่ปราบปราม แต่ฉันใช้ไม่เป็แถมมันก็หนักมากเลยไม่อยากพกมันเท่าไหร่
"จริงสิ สีของมันก็บอกระดับของเ้าหน้าที่ด้วยนะ แต่ส่วนใหญ่เลือกจะเคลือบสีดำไว้เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่าง แต่วัตถุในการสร้างต่างกัน อย่างของตาฉันก็ทำจากแร่เงินเวทมนตร์ทั้งอัน แต่ไม่รู้จะเอาไปเคลือบสีดำทำไม ไม่สวยเลย" นัทส่ายหัว
อย่างนี้เอง ภัทรพยักหน้าตอบ
กรี๊ดดดดดดด!
เสียงร้องของเด็กผู้หญิงดังขึ้นมาอย่างดังจากอุโมงค์แยกสายหนึ่ง
“นั่น... นั่นเสียงนกนี่! ภัทรเราต้องไปช่วยเธอนะ”
นัทที่นั่งพิงผนังถ้ำลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งหน้าตั้งหน้านำหน้าไป ซึ่งดูแปลกมาก ปกตินัทจะขี้กลัว และไม่แม้แต่จะกล้าเดินไปไไหนไกลด้วยซ้ำ
“หรือว่า...” ภัทรยิ้มมุมปาก เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะวิ่งลุยน้ำตามนัทไป
จ๋อมแจ๋มๆ
เด็กสาววิ่งลุยน้ำไปด้วย หันหลังกลับไปร่ายคาถาใส่สิ่งมีชีวิตดวงตาสีเหลืองไปด้วย เธอไม่เคยตัวอะไรแบบนี้มาก่อน มันกำลังเคลื่อนที่ตามเธอมาอย่างเชื่องช้า แต่เพราะในท่อระบายน้ำมีขยะ และน้ำท่วมขัง ทำให้เธอก็เคลื่อนที่ได้ช้าเช่นกัน เธอจึงพยายามขัดขวางมันด้วยคาถาที่เธอเรียนรู้มา
“อิมเพลโล (Impello)”
“สคาลเพลโล (Scalpello)”
ลำแสงสีขาวของเธอพุ่งใส่ลำตัวสิ่งมีชีวิตนั้นสองครั้ง
แผละๆ
ดินโคลน และขยะแตกกระจายในบริเวณที่โดนคาถา แต่ดูจะไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เลย เธอเดินหันไปจึงมองไม่เห็นกองขยะที่ขวางทางเดินอยู่ ทำให้เธอสะดุดเข้ากับกองขยะเสียหลักล้มลง
"โอ้ย"เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่รู้สึกเจ็บทีาข้อเท้า เมื่อจับดูก็พบว่าข้อเท้าแพลงจนเจ็บแปลบ ตัวประหลาดก็เข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ
กรี๊ดดดดด!
เธอปิดตากรีดร้องด้วยความกลัว ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“นกน้อย ฉันมาช่วยเธอแล้ว!” เสียงของเด็กชายตัวอ้วนที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมการร่ายคาถา
“ลูตัม อิลลาต้า! (Lutum Illata)”
กลุ่มก้อนโคลน และเศษขยะถูกรวบรวมกันเป็ก้อนขนาดเท่าลูกฟุตบอล พุ่งไปกระแทกตัวประหลาดนั้นอย่างแรงจนมันถอยหลังไปหลายก้าว แต่แล้วเศษโคลน เศษขยะที่แตกกระจายอยู่บนตัวมันกลับรวมเข้าไปในร่างกายของตัวประหลาดนั้นอย่างช้าๆ ทำให้มันตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
“เอ๋!” เสียงของเด็กชายดังขึ้นด้วยความสับสน สีหน้าเด็กสาวก็ดูมึนงง
ภัทรตามมาทันด้วยความเหนื่อยหอบ เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแทบจะกุมขมับ นัทคงจะลืมไปว่าร่างกายของตัวประหลาดนั้นประกอบไปด้วยดินโคลนมากกว่าครึ่ง การโจมตีด้วยดินจึงเหมือนเพิ่มขนาดตัวให้มัน ภัทรสังเกตเห็นว่าตอนที่นัทใช้กำแพงดินก่อนหน้านี้ ร่างกายมันเสียสมดุลเพราะดึงเศษขยะใต้ตัวมันไปรวมกับกำแพง
“ภัทรทำยังไงดีต่อ” นัททำหน้าเบะจะร้องไห้ ตัวประหลาดหลังจากปรับตัวเข้ากับก้อนดินใหม่ได้ก็เคลื่อนที่มาและสร้างรยางค์พุ่งใส่หญิงสาว
ภัทรกัดฟันพุ่งเอาพลั่วเข้าไปขวางด้านหน้าแล้วใช้พลั่วฟันฉับที่รยางค์นั้นจนขาดสะบั้น จากนั้นหมุนตัวอาศัยแรงเหวี่ยงฟาดไปที่ส่วนล่างของตัวประหลาดอย่างแรง ส่วนล่างของมันแตกกระจายเป็โคลนและเมือกเหนียว การโจมตีนี้ทำให้มันเสียสมดุลเอียงลงไปด้านข้าง เขาปรับตัวพลั่วเป็อีเต้ออย่างรวดเร็ว และจามเข้าไปที่ดวงตาอย่างแม่นยำ
โพละ!
มันหยุดเคลื่อนไหว และร่างเริ่มแตกสลายกลายเป็แอ่งโคลนที่มีดวงแสงสีเหลืองหม่นลอยอยู่
ภัทรที่โดนโคลนที่แตกกระจายเทใส่ตัวเขาเต็มไปหมด ทรุดเข่านั่งหอบอยู่ข้างซากอสูรนั้นก่อนจะหยิบดวงตาเก็บเข้าไปในกระเป๋า
นัท และหญิงสาวรีบเดินมาหาภัทร
“เอ่อ ฉันขอโทษ ฉันลืมคิดไปว่ามันจะเป็แบบนี้” นัทหน้าจ๋อย
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ” ภัทรตอบ
“ขอโทษจริงๆ นะคะ” หญิงสาวรีบมาก้มตัวขอโทษภัทรเช่นกัน เธอดูหน้าแดงก่ำ สายตาใต้แว่นหนาเหมือนจะวิตกกังวลอะไรสักอย่างทำให้
ภัทรนึกได้บางอย่าง “ไม่ต้องกลัวไป ฉันเป็แค่ชาวสามัญ ไม่ใช่ผู้วิเศษจากตระกูลอะไรหรอก”
“เอ่อ... ยังไงก็ขอบคุณมากๆ อยู่ดีค่ะ” เธอก้มหัวขอบคุณอยู่อย่างนั้น
“งั่นเธอพอจะเป็คาถาทำความสะอาดมั้ย ช่วยทำความสะอาด หรือล้างให้ฉันหน่อยได้รึเปล่า”
“ดะ... ได้ค่ะ” เธอหยิบไม้กายสิทธิ์สีเขียวที่ดูบิดงอไม่เป็ทรงร่ายคาถาที่ภัทร
“มุนด้า (Munda)” ลำแสงสีขาวอ่อนพุ่งไปที่ภัทร และทำให้คราบโคลนหลุดออกจากผิวของเขาอย่างง่ายดาย
“ขอบใจ”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบขอบคุณค่ะ ฉันชื่อ ธัญชนก ค่ะ จะเรียกฉันว่า นกน้อย ก็ได้ค่ะ”
นัทขัดการสนทนาทันที “ลูกพี่ชื่อ คณาภัทร หรือภัทรก็ได้”
ภัทรลุกขึ้นถามอย่างแปลกใจ “ฉันไปเป็ลูกพี่นายตอนไหน”
“ตอนนี้เลย” นัทเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
ภัทร และนกน้อยหัวเราะพร้อมกัน
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปเหรอคะ” นกน้อยถาม
“ฉันว่าเราจะต้องรีบขึ้นไป้า ด้านล่างนี่อันตรายเกินไป พวกเราสู้ไม่ไหวหรอก ว่าแต่พวกนายหัวแดงนั่นล่ะไปไหนกันแล้ว”
“คือพวกเขาหลังจากลองร่ายคาถาหลายครั้งแล้วไม่เป็ผลก็เลยสั่งให้ฉันถ่วงเวลาไว้แล้วเขาจะตามคนมาช่วย...”
“แย่มาก ทำไมหัวหน้าทำแบบนั้น ถ้าเกิดนกน้อยเป็อันตรายนะ” นัทพูดอย่างโกรธเคือง
“เธอขัดคำสั่งเขาไม่ได้เหรอ”
“ทำไม่ได้ค่ะ เราต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าขัดคำสั่งเราจะเ็ปค่ะ” เธอทำหน้าหดหู่ นกน้อยเผลอเหลือบมองไปยังข้อมือสีเงินที่เธอสวมอยู่แล้วรีบกลับมาท่าเดิมแบบไม่ให้เป็ที่สังเกต แต่ไม่พ้นสายตาของภัทร
‘กำไลนั่นมันคืออะไรกันแน่’ภัทรคิดในใจแต่ไม่พูดออกมา แล้วเริ่มออกไอเดีย
“ตรงนี้ดูจะปลอดภัยแล้ว งั้นเราจะพักก่อนสักสิบนาที ให้เธอกับนัทฟื้นพลังเวท แล้วค่อยออกไป ไม่งั้นให้ฉันดูแลพวกเธอสองคนคงไม่ไหว เห็นด้วยมั้ย”
“ค่ะ/ได้เลย”
พวกเขาสองคนหยุดพักกันครู่หนึ่ง นัทหยิบยาเม็ดฟื้นมานาส่งให้เขากับนกน้อย บอกว่ากินไปเถอะมันจะทำให้สดชื่นนะ ซึ่งก็จริง เขารู้สึกเหมือนอมลูกอมเมนทอลที่เย็นสดชื่นไปทั้งร่างกาย