หลังจากปลายฟ้ารับประทานอาหารและดูการแสดงที่ชาวเผ่าอารายันจัดมาต้อนรับจบเธอก็รีบเข้านอนทันทีเพราะรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเดินทางบวกกับความไม่คุ้นเคยในสภาพอากาศของทะเลทรายซึ่งร้อนระอุในตอนกลางวันแต่กลับหนาวเย็นยิ่งนักในตอนกลางคืนซึ่งเป็สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดพายุในทะเลทราย
“อื้มมกี่โมงแล้วนะ ทำไมเมื่อยจังเรา ใครเอาหมอนหนักๆมาทับฉันเนี่ย” ปลายฟ้างัวเงียขึ้นมากลางดึกแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพรมหนานุ่มปูด้วยผ้าขนสัตว์ผืนใหญ่ขนอ่อนนุ่มมีกองหมอนรายล้อมเต็มไปหมดในห้องมีเพียงแสงตะเกียงสลัวๆที่ส่องมาจากด้านนอกของกระโจมทำให้มองอะไรได้ไม่ชัดนักทำได้เพียงแค่ัั‘แต่เอ๊ะ นี่อะไรอ่ะทำไมรู้สึกหยุ่นๆหมอนข้างเหรอทำไมหนักจังเอ๊ะแปลกแฮะััเหมือนน’
“เฮ้ยยยอะไรกันนายชารีฟ นายๆๆๆเข้ามานอนที่นี่ได้ยังไงกัน แล้วทำไมนายไม่ใส่เสื้อไอ้บ้าออกไปนะ” สายตาปลายฟ้าเริ่มปรับได้ชัดเจนขึ้นท่ามกลางแสงสลัว ชารีฟนอนเหยียดยาวอยู่ข้างกายสวมเพียงกางเกงผ้าป่านเนื้อนุ่มบาง ถ้ามีแสงมากกว่านี้คงเห็นไปถึงไหนแล้วปลายฟ้าไม่อยากจินตนาการ
“เอะอ่ะอะไรกันจ้ะที่รัก นี่มันดึกแล้วนะ ผมเพิ่งล้มตัวลงนอนได้ไม่เท่าไหร่ คุณก็ปลุกผมแล้วเหรอนี่ยังไม่เช้าเลยนอนต่อเถอะ มา” ว่าแล้วชารีฟก็คว้าเอวคอดกิ่วของปลายฟ้าพร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอด ปลายฟ้าได้แต่ใ หลังจากได้สติ เธอก็ออกแรงดิ้นทันที
“นี่ตาบ้าปล่อยนะนายมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้ ปล่อย” ปลายฟ้าเริ่มโวยวายพร้อมกับใช้แขน ขา มือทั้งเตะทั้งต่อย ฟาดลงไปบนตัวชายหนุ่ม แต่มีเหรอที่ชารีฟจะสะทกสะท้านนอกจากหน้าหนาแล้ว เนื้อหนังเขายังทนมือทนเท้า โดยเฉพาะ รูปร่างบอบบางผอมแห้งแรงน้อยอย่างปลายฟ้า มีหรือจะทำอะไรเขาได้
“นี่คุณเงียบๆหน่อยสิคนอื่นเขาเหนื่อยกันมาทั้งวัน เพราะต้องทำงานหนักั้แ่เช้าเพื่อเตรียมต้อนรับคุณนะถ้ายังไม่หยุดโวยวายผมจะทำโทษคุณเดี๋ยวนี้” ชารีฟพูด พร้อมกับรวบมือทั้งสองข้างของหญิงสาวด้วยมือข้างเดียวของเขาและขยับตัวขึ้นคร่อมอยู่้าของปลายฟ้า ไม่ต้องบอกก็รู้เลยละ ว่าสภาพตอนนี้ล่อแหลมมากแค่ไหน
“นี่ๆๆนายจะทำบ้าอะไรน่ะ ฉันเงียบก็ได้ แต่นายต้องออกไปจากกระโจมนี่เดี๋ยวนี้นะ” ปลายฟ้าต่อรอง
“ทำไมผมต้องออกไปด้วยในเมื่อที่นี่มันเป็กระโจมของผม” ชารีฟยังคงอยู่ในท่าเดิม พร้อมกับก้มหน้าต่ำลงมากระซิบข้างหูปลายฟ้า‘ตัวคุณเอง ก็เป็ของผม’ทำเอาปลายฟ้าหน้าร้อนผ่าว ราวกับมะเขือเทศสุก ชารีฟยิ่งมอง ก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจกับสภาพของหญิงสาวตรงหน้า
“นี่นายหยุดทำบ้าๆได้แล้ว โอเคถ้านี่เป็กระโจมของนายฉันจะเป็ฝ่ายออกไปเอง ลุกออกไปสิ”ปลายฟ้าเลี่ยงที่จะพูดถึงประโยคหลังที่เขากระซิบแ่ให้ฟังข้างหูพลันเธอก็ยกมือเล็กๆที่หลุดจากการเกาะกุมของชารีฟได้ในที่สุด เอาขึ้นมาดันหน้าอกของเขาซึ่งไม่ต่างอะไรกับการพยายามดันแผ่นหินหนาๆก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเพราะมันไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
“คุณไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนทั้งนั้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างในกระโจมนี้ รวมถึงตัวคุณเองก็เป็ของผม” ชารีฟพูดย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นหญิงสาวพยายามหลีกเลี่ยงในสิ่งที่เขาบอกให้ฟังเขาจึงจงใจพูดย้ำมันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมา จนจมูกชนเข้ากับแก้มของปลายฟ้าที่หันหน้าหลบพอดี
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ฉันเป็เสรีชนตอนนี้ก็ถือว่าเป็นายจ้างของนาย นายนั่นแหละมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้”ปลายฟ้าเริ่มส่งเสียงแข็งตอบโต้
“ฮึๆๆ ฮ่าๆๆๆ”ชารีฟหัวเราะเสียงดังลั่น
“นายหัวเราะบ้าอะไรของนายกันออกไปจากตัวฉันนะ” ปลายฟ้าเริ่มจะเืขึ้นหน้าจากอาการเขินอาย กลายเป็ความโมโห เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมผู่ชายคนนี้ถึงทำตัวบ้าอำนาจได้ขนาดนี้
“ก็หัวเราะลูกแกะน่ะสิตกอยู่ในอุ้งมือราชสีห์แล้วยังไม่รู้ตัวอีก”ชารีฟพูดพลางจ้องมองตาลูกแกะตัวน้อย ผู้เป็เหยื่อไม่กะพริบ
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”ปลายฟ้าเริ่มรู้สึกเอะใจ เริ่มสงสัยว่าผู้ชายคนนี้แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่เพราะั้แ่ที่เจอหน้ากันครั้งแรก รัศมีที่แผ่ออกมารอบตัวเขา ดูไม่ธรรมดาเลยจริงๆไม่น่าจะเป็แค่ลูกจ้างหรือไกด์นำเที่ยวธรรมดาทั่วไปแต่กลับดูเหมือนนักรบทะเลทรายที่เธอเคยจินตนาการและตั้งใจจะนำมาเขียนในนิยายเื่ใหม่ของเธอมากกว่าอีกทั้งท่าทีที่เขามีต่อฮาเซ็ม หรือแม้กระทั่งท่าทางของฮาเซ็ม รวมทั้งคนอื่นๆที่นี่ล้วนปฏิบัติต่อเขา ราวกับผู้ชายคนนี้เป็เ้านาย เป็หัวหน้าคนสำคัญ หรือจะพูดให้ถูกคือดูราวกับเป็เ้าชีวิตของพวกเขาด้วยซ้ำ
“ฮึๆมาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะคุณปลายฟ้า เอ๊ะหรือจะเรียกว่าคุณฟาริดา อัลลียาด บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านราชิดอัลลียาด สหายสนิทของท่านชีคคาซาฮาล ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นดีนะ”
“นายพูดอะไรกันแล้วนายรู้จักชื่อพ่อของฉันได้ยังไง ปล่อยนะนายลงไปจากตัวฉันได้แล้ว” ปลายฟ้าเริ่มดิ้นอีกครั้ง เธอรู้สึกใจคอไม่ดี ที่ผู้ชายซึ่งอยู่ตรงหน้า ดูเหมือนจะรู้จักเธอดีมากกว่าที่คิด‘นี่มันเื่อะไรกัน ผู้ชายคนนี้เป็ใครกันแน่แล้วพ่อไปรู้จักกับผู้นำแคว้นได้ยังไง’ สีหน้าตื่นตระหนกและสับสนของปลายฟ้าทำให้ชารีฟเกิดรู้สึกสงสาร เขาจึงยอมปล่อยหญิงสาว และลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับปลายฟ้าให้ลุกขึ้นตามแล้วหันหน้าเธอให้มาเผชิญหน้ากัน
“จะบอกให้ว่าั้แ่วันนี้ไปชีวิตของคุณ ขึ้นอยู่กับผม การเดินทางกลางทะเลทรายจะเป็ไปตามกำหนดการเดิมมีเพียงจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนไป ต่อไปนี้คุณจะอยู่ในฐานะเชลยหรือผู้หญิงของผมนายชารีฟที่คุณเกลียดนักเกลียดหนาคนนี้”ชารีฟพูดพร้อมกับจ้องเข้าไปที่ั์ตาอันตื่นตระหนกของหญิงสาว
“นี่มันเื่บ้าอะไรกันนายเป็ใคร และทำอย่างนี้เพื่ออะไร ฉันไม่รู้จักนาย แต่นายกลับรู้จักชื่อพ่อของฉันแล้วนายรู้ชื่อภาษาท้องถิ่นของฉันได้ยังกัน” ปลายฟ้าตั้งคำถามทันที
“ฮึๆ ผมเป็ใคร รู้จักคุณและพ่อของคุณได้ยังไงนะเหรอคุณหนู จะบอกให้เอาบุญก็ได้ เมื่ออาทิตย์ก่อนมีข่าววงในว่าชีคคาซาฮาลมีคำสั่งให้ชีคชารีฟารัชทายาทเพียงองค์เดียวออกไปตามหาพระคู่หมั้น บุตรสาวอันเป็ที่รัก ของสหายสนิทซึ่งหายไปอยู่เมืองไทยเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน แล้วบุตรสาวท่านราชิด อัลลียาดหรือว่าที่พระคู่หมั้นในองค์รัชทายาทก็คือคุณไงคุณปลายฟ้า หรือฟาริดา อัลลียาดผมมันโชคดีที่มีแหล่งข่าวในวังช่วยแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเื่มงคลนี้ก่อนใคร เลยไปชิงรับตัวว่าที่พระคู่หมั้นซึ่งคงมีค่าตัวมากมายมหาศาลมาดูแลอารักขาก่อน”ชารีฟยิ้มอย่างเป็ต่อ
“อะไรกัน ฉันว่านายต้องเข้าใจอะไรผิดแล้วละพ่อของฉันจะไปเป็สหายสนิทของท่านชีคผู้ครองแคว้นได้ยังไง ที่สำคัญฉันไปหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทที่ไม่เคยรู้จักั้แ่เมื่อไหร่กันนายต้องเข้าใจผิดแน่ๆ” ปลายฟ้ารีบปฏิเสธเพราะเท่าที่จำได้พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าตัวเองและต้นตระกูลเป็พ่อค้าเก่าแก่อยู่ที่รัฐจามาลต่อมาได้บังเอิญพบกับแม่ของปลายฟ้าในขณะเดินทางมาเจรจาการค้าที่ประเทศไทย จึงตกหลุมรักซึ่งกันและกันหลังจากนั้นพ่อของเธอก็อพยพย้ายถิ่นฐานมาที่เมืองไทย เพราะแม่ของเธอรักบ้านเกิดรวมทั้งคุณตาคุณยายมากไม่สามารถทิ้งบ้านเกิดไปอยู่กับพ่อเธอได้ ส่วนปู่กับย่าก็เสียไปนานแล้วสิ่งที่ปลายฟ้ารับรู้มามีแค่นั้น
เมื่อชารีฟได้รับฟังในสิ่งที่เธอบอกกล่าวก็รู้สึกแปลกใจนัก ‘ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่รู้เื่อะไรเลยล่ะตอนนั้นถึงจะยังเด็ก แต่ก็พอจะรู้ความแล้วแต่นี่กลับพูดจาราวกับว่าตัวเองไม่รู้เื่อะไรเลย ทำไมกัน จะว่าฮัดซันทำงานบกพร่องก็ไม่น่าจะใช่เพราะผู้หญิงคนนี้เป็ลูกสาวของท่านอาราชิดอัลลียาดจริงๆ ถึงแม้ท่านและภรรยาจะเสียชีวิตไปแล้วก็เถอะ’
“นี่คุณแกล้งทำเป็จำไม่ได้หรือจำไม่ได้จริงๆกันแน่ อย่าทำเป็มีลูกเล่นกับผมนะ จริงๆแล้วที่คุณเดินทางมาที่นี่เพราะ้ามาประกาศตัวแสดงตนเป็พระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทล่ะสิ” ชารีฟแม้จะสับสนแต่อดมีอคติกับผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ ผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความเสียใจที่เข้าใจผิดว่าตัวเองเป็สาเหตุ ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งต้องตายไปทำให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกผิด เศร้าเสียใจมานานถึงสิบกว่าปี
โดยพื้นฐานแล้วชีคชารีฟานั้นได้รับการปลูกฝังให้เป็ผู้นำรัฐมาั้แ่ยังเล็กต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนนับหมื่นนับแสน ชีวิตของผู้อื่นย่อมสำคัญกว่าชีวิตของตัวเองประชาชนคือรากฐาน การกระทำของตนเองจะมีผลยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของผู้อื่น เพราะฉะนั้นต้องดำเนินชีวิตอยู่ในความระมัดระวังและรอบคอบแต่สุดท้ายแล้วชีคชารีฟากลับทำผิดพลาดั้แ่ยังเด็ก เป็สาเหตุให้เด็กคนหนึ่งต้องตายทำให้ท่านพ่อสูญเสียสหายสนิท ซึ่งเป็ตราบาปของเขาจวบจนทุกวันนี้ แต่แล้วอยู่ๆชีคชารีฟาก็เหมือนโดนตบหน้าเมื่อบิดาเรียกเข้าไปพบและบอกเขาว่าเด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ เท่านั้นยังไม่พอ ตัวเองเขาเองได้หมั้นหมายกับเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นั้แ่ยังไม่รู้ความในใจของเขาทั้งดีใจและแค้นใจที่ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความเข้าใจผิดมาโดยตลอดสุดท้ายจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมา เพื่อเอาคืนเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น ในใจก็แอบหวังว่าพอได้เจอเด็กคนนั้นแล้วเธอจะจดจำเื่ราวต่างๆได้ พร้อมกับกล่าวขอโทษที่จากไปโดยไม่ล่ำลา จากนั้นก็จะถามความสมัครใจในการหมั้นหมายแล้วยอมปล่อยตัวเธอไปถ้าเธอไม่้าใช้คู่ชีวิตกับตนแต่ตอนนี้เด็กคนนั้นกลับทำเหมือนไม่รับรู้เื่อะไรเลยไม่รู้เป็เพราะกลัวว่าจะโดนจับไปเรียกค่าไถ่หรือเพราะอะไรกันแน่
“คุณไม่ต้องมาปฏิเสธเลยนะว่าไม่เคยรู้เื่อะไรมาก่อนจริงๆแล้วคุณรู้จักท่านชีคคาซาฮาลดีใช่ไหม ไม่ต้องมาตบตาเลย มันสายไปแล้วละถึงคุณจะไม่ใช่ฟาริดาว่าที่พระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทแต่ตอนนี้คุณเป็ผู้หญิงของผมแล้วยังไงๆ คุณก็ต้องเดินทางไปกับผมแล้วผมจะหาทางพิสูจน์เองว่า คุณใช่คนที่เรา้าหรือเปล่า หลังจากที่ผมเล่นสนุกกับคุณแล้ว”ชารีฟส่งสายตา ราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ ทั้งหวานและอันตรายไปที่ปลายฟ้าพลางขยับตัวเข้าไปใกล้
“นี่นายอย่ามาทำบ้าๆนะถ้าฉันเป็ว่าที่พระคู่หมั้นจริง นายก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้” ปลายฟ้าหาข้ออ้าง
“อ้าววไหงทีนี้มายอมรับเป็ว่าที่พระคู่หมั้นซะแล้วล่ะ คุณนี่เปลี่ยนใจเร็วจริงๆจะบอกให้นะถ้าองค์รัชทายาชรู้ว่า ว่าที่พระคู่หมั้นมาอยู่กับชายอื่นเป็อาทิตย์ๆหรือแม้แต่แค่คืนเดียว ท่านก็คงไม่มีทางทำใจยอมรับผู้หญิงอย่างคุณได้หรอกอย่าว่าแต่จะให้เป็นางในฮาเร็มเลย แม้แต่จะให้เหยียบย่างเข้าไปในวังก็ไม่มีทางไหนๆก็ไหนๆแล้วคุณก็ยอมมาเป็เมียผมซะก็หมดเื่ ถ้าคุณไม่เบื่อชีวิตทะเลทราย ผมจะเลี้ยงดูคุณเองยังไงๆคนเผ่านี้ก็เข้าใจว่าคุณเป็เมียผมกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็ยอมรับและมาทำหน้าที่เมียซะดีๆดีกว่ามามะ” ชารีฟยิ้มยั่วพร้อมกับผลักปลายฟ้าลงบนที่นอนหนานุ่ม
“นี่นายอย่าบ้านะฉันยอมตายดีกว่าจะเป็เมียโจรลักพาตัว บ้ากาม อย่างนาย” ปลายฟ้าหันตัวจะหนีแต่ถูกชารีฟคว้าตัวไว้ทัน
“เฮอะๆโจรบ้ากามงั้นเหรอ ได้ งั้นผมขอทำหน้าที่ตามที่คุณบอกหน่อยก็แล้วกัน มามะมาให้ชื่นใจหน่อย” ชารีฟเอาหน้าและจมูกซุกไซร้ไปตามซอกคอหญิงสาวพร้อมกับมือไม้ที่ปะป่ายไปทั่วปลายฟ้าเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เธอมีเพียงผ้าชุดคลุมแบบอาหรับผืนบางกับชั้นในตัวจิ๋วเท่านั้นปิดป้องกายเปิดโอกาสให้ชารีฟจับต้องผิวเนื้อของเธอได้ง่ายขึ้นคิดได้ดังนั้นเธอก็หน้าแดงขึ้นมาทันที แต่แปลก ทำไมเธอถึงไม่นึกต่อต้านััของผู้ชายคนนี้นะทั้งๆที่คิดว่าเกลียดแสนเกลียด แต่ทำไมกลับรู้สึกดีอย่างประหลาดรู้สึกคุ้นเคยอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ‘ไม่ได้ๆนะปลายฟ้าเธอจะรู้สึกแบบนี้กับเ้าโจรบ้ากามนี่ได้ยังไง อื้ออ’ คิดได้แค่นั้น ยังไม่ทันขยับปากก็โดนปิดทับด้วยริมฝีปากเร่าร้อนของชายแปลกหน้าที่คุ้นเคยเข้าซะก่อนทำให้สมองของปลายฟ้ามึนงงไปหมด เพราะมันเป็จูบที่เร่าร้อนเรียกร้องแล้วก็เอาแต่ใจเหลือเกิน
เพล้ง!! เสียงจานตกแตก พร้อมเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกทำให้ปลายฟ้าได้สติ รีบผลักไสและลุกขึ้นมาจากการถูกรังแกของคนใจร้ายบ้ากาม ซึ่งกำลังส่งสายตาหวานฉ่ำมาที่เธอในขณะนี้
“เกิดอะไรขึ้นด้านนอกน่ะนี่นายไม่คิดจะออกไปดูหน่อยหรือไง” ปลายฟ้าเสียงเขียวขึ้นมาทันที‘ตาบ้านี่ เผลอไม่ได้เชียว เอาแต่รังแกได้รังแกดี ที่สำคัญเราไปยอมเขาง่ายๆได้ยังไงเนี่ย เกือบได้โล้สำเภากลางทะเลทรายแล้วไหมล่ะขอยืมคำศัพท์ ในเื่บุพเพสันนิวาส มาใช้หน่อยนะคะ เพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไป’ คิดในใจ พลางฟังเสียงหัวใจตัวเอง ซึ่งกำลังส่งเสียงดังไม่หยุด
“ไม่ต้องสนใจหรอกที่รักนอนลงมาเถอะมา เรายังทำหน้าที่สามีภรรยากันไม่เสร็จนะจ๊ะ แค่เริ่มเองปล่อยคนข้างนอกเขาจัดการกันไปเถอะ” ชารีฟบอกปัดพร้อมกับคว้าตัวปลายฟ้าลงมาแนบกายอีกครั้ง
“ตาบ้า ใครเขายอมเป็เมียนายกันฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่เจอผู้ชายแค่วันเดียวก็นอนกับเขาได้นะ ถ้านายอยากได้ตัวฉันจริงนายต้องอดทนสิ”ปลายฟ้าเริ่มคิดแผนการต่อรองกับชารีฟ ‘เื่อะไรเราจะยอมเสียตัวให้นายนี่ง่ายๆล่ะถึงจะรู้สึกเคลิ้มไปบ้างก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ไหม เฮ้อบ้าจริง ยัยปลายฟ้าคิดแบบนี้ได้ไงกันถึงดูๆไปตานี่จะหน้าตาดีระดับดารา หุ่นดีอย่างกับนายแบบ กล้ามท้องกล้ามแขนแบบคนรักษาหุ่นกับเล่นกีฬาเป็ประจำจนน่าฟัดอย่างที่เพื่อนๆเราชอบเม๊าท์กันก็เถอะ แต่นี่มันง่ายไปนะ เพิ่งเจอกันยังไม่ทันข้ามวันดีแท้ๆอีกอย่าง เื่ว่าที่พระคู่หมั้นอะไรนั่น มันเป็มายังไงก็ไม่รู้ เราจะปล่อยให้อะไรๆเป็แบบนี้ไม่ได้อดทนไว้นะยายปลายฟ้า อย่าหวั่นไหวเพราะรูปร่างหน้าตาเป็อันขาด เขาเป็ใครจริงๆแล้ว เป็คนยังไงกันแน่ เรายังไม่รู้จักเขาดีพอด้วยซ้ำชีวิตเราทั้งชีวิตเลยนะ’
“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณยอมรับที่จะเป็เมียผมงั้นสิ” ชารีฟยิ้มกริ่ม
“ใครบอกล่ะ ฉันจะยอมเป็เมียนายก็ต่อเมื่อนายแสดงให้เห็นว่านายรักฉันจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ถึงฉันจะดูเป็ผู้หญิงสมัยใหม่เดินทางคนเดียวพ่อแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ฉันก็รักในศักดิ์ศรีของตัวเองนะ ถึงฉันจะไม่ถือเื่การอยู่ก่อนแต่งแต่ฉันจะไม่ยอมมีอะไรกับคนที่ฉันไม่แน่ใจว่าจะฝากชีวิตไว้กับเขาได้แน่นอนเพราะฉะนั้นถ้านายอยากได้ตัวฉัน นายก็ต้องทำตามกฎของฉัน” ปลายฟ้าเริ่มร่ายยาว
“นี่แม่คุณอยู่ในสภาพนี้ยังกล้าต่อรองอีกเหรอ”ชารีฟขำผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงอะไรอยู่ในกำมือเขาแท้ๆ ยังคิดเสนอกฎเกณฑ์แปลกๆแบบนี้ขึ้นมาได้ชารีฟนึกทึ่งเล็กๆ จริงๆเขาก็ไม่ได้คิดจะเอาตัวเธอมาเป็ภรรยาั้แ่ตอนนี้หรอกเพราะมันผิดธรรมเนียม อีกอย่างถ้าท่านพ่อของเขารู้เข้า คงเป็เื่แน่แต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่เข้าใกล้ปลายฟ้า ชารีฟรู้สึกอยากปกป้องคุ้มครองพร้อมกับอยากเป็เ้าของเธอในเวลาเดียวกัน