“โอ๊ย!” หลงไป๋ร้องขึ้นเมื่อจู่ๆ จางเยว่ก็โถมเข้ามากอดโดยที่เขาไม่ได้ตั้งตัว ก่อนที่จางเยว่จะรีบถอยออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำเพราะรู้ตัวแล้วว่าตนเพิ่งทำเื่น่าอายลงไป
“ข้าขอโทษ... เ้าเจ็บมากไหม” เสียงอ่อนนุ่มนั้นเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“ก็ไม่มากเท่าไหร่ อีกไม่กี่วันก็คงหายดีแล้ว แผลของข้ามักหายเร็วเสมอ” หลงไป๋พูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับมิได้รับาเ็ เป็ความจริงที่าแภายในของเขานั้นหายดีแล้ว คงเหลือเพียงาแภายนอกที่ยังต้องใช้เวลารักษาอยู่อีกสักพัก
“ข้านึกว่าเ้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาแล้วซะอีก ก็เ้าเล่นนอนนิ่งไปตั้งสามวันสามคืน ใครๆ ก็บอกว่าเ้าต้องตายแน่ๆ!” จางเยว่พูดออกมาปนอารมณ์ขัน นางดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นชายหนุ่มฟื้นขึ้นมา วันนี้นางจึงอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“ข้าสลบไปนานขนาดนั้นเลยหรอ” หลงไป๋ใมากที่เขาหลับไปนานถึงขนาดนั้น เดิมเดินึกว่าตัวเขานั้นหลับไปเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง
“ตั้งสามวัน! หากไม่ใช่ข้าคอยดูแล เ้าคงตายไปแล้ว รู้ไว้ซะด้วย” จางเยว่พูดออกมาพลางยิ้ม จมูกเล็กน่ารักเชิดขึ้นเล็กน้อย ทำให้ใบหน้ากลมเกลี้ยงพลันดูน่ามองขึ้นมิใช่น้อย
“ข้าไม่ขอบใจเ้าหรอกรู้ไว้ซะด้วย ข้าช่วยเ้าไว้ตั้งเยอะ ทั้งยังเกือบเอาชีวิตไปทิ้งด้วย ข้านี่แหละที่ขาดทุน” หลงไป๋ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน เห็นท่าทางของหญิงสาวที่กอดอกทั้งเชิดจมูกน้อยๆ ขึ้นนั้นทำให้เขาอดแกล้งหล่อนไม่ได้
“นี่เ้า!”
“จะทำไมมิทราบ”
“เ้ามันคนหน้าด้านไร้ยางอาย”
“แล้วจะทำไมมมมมม” หลงไป๋ลากเสียงยาวก่อนจะทำหน้าตาล้อเลียนนาง ทำให้จางเยว่ถึงกับควันออกหู สองเท้าน้อยๆ กระทืบลงกับพื้นห้องอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องไป
“ข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว เชิญดูแลตัวเองไปเลยยย!” หล่อนลากสิ่งยาวก่อนจะวางถ้วยข้าวต้มลงกับโต๊ะที่ทำจากหินเสียงดังปัง
ร่างของหญิงสาวพลิ้วตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วคำถามของหลงไป๋ก็ต้องทำให้ร่างของนางต้องชะงักงัน
“แล้วพี่ชายของเ้าล่ะ ทำไมถึงมาดูแลข้าเช่นนี้กัน” หลงไป๋เอ่ยถามออกไปตามปกติ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเมื่อร่างของหญิงสาวนั้นก้มหน้าเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน ทิ้งให้หลงไป๋งุนงงด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะตัดสินใจทิ้งคำถามเ่าั้ไป เพราะไม่อยากจะเก็บมาใส่ใจ จากนั้นเขาหันไปหยิบถ้วยข้าวต้มที่ถือว่าไว้ที่โต๊ะศิลาข้างเตียง
มือที่เย็นเฉียบเมื่อได้ัักับความอบอุ่นจากถ้วยข้าวต้มใบน้อย กลับทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ นานเพียงใดแล้วนะ ที่มิได้กินอาหารจากฝีมือผู้อื่นเช่นนี้ ครั้งสุดท้ายคงก่อนเกิดเื่เลวร้ายภายในตระกูล
ไม่รู้ว่าเพราะความอบอุ่นจากถ้วยข้าวต้มหรือภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งยังเด็กมากมายที่วนเวียนไปมาภายในหัวของเขากันแน่ น้ำตาที่เคยกลั้นสะกดไว้ก็ไหลอาบสองแก้ม มือทั้งสองสองยังคงตักข้าวต้มใส่ปากมิขาด ความอบอุ่นจากข้าวต้มที่ค่อยไหลผ่านลำคอลงไปนั้นคล้ายกับมีกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ค่อยๆ เยียวยาหัวใจให้กับเขาทีละนิดทีละนิด
ใช้เวลาไม่นานข้าวต้มที่เคยเต็มถ้วยก็เกลี้ยงฉาด เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของหญิงสาวร่างบอบบางปรากฏให้เห็นในความคิด ยามจ้องมองไปยังถ้วยข้าวต้มใบเล็ก หากแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ
“ฮ่าๆๆๆ นี่ข้าเป็อะไรไป ถึงได้เพ้อเจ้อแบบนี้” หลงไป๋ส่ายหัวก่อนจะใช้จิตสำนึกเพ่งเข้าไปในร่างกายของตน
ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนที่เขาจะหมดสติไปก็คือ ตอนที่ร่ายรำเพลงกระบี่บรรพชน ตอนนั้นเป็เขาที่ตัดสินใจใช้หัวไหล่ค้ำยัน จนเบี่ยงฝ่ามือนั้นออกไปได้ ก่อนจะบั่นศีรษะเหล่ากุยให้หลุดจากบ่า เป็ตอนนั้นเองที่สติของเขาได้ดับไป
หลงไป๋ต้องใอีกครั้งเมื่อเขาพบว่า ตอนนี้เส้นลมปราณภายในร่างกายของเขานั้นเติบโตมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็อย่างมาก ทั้งกระแสพลังแปลกๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาตอนนี้อีก มันคือสิ่งใดกัน!
ภาพเบื้องหน้าของหลงไป๋บริเวณจุดตันเถียนตรงท้องน้อยปรากฏลูกแก้วเล็กๆ ลูกหนึ่งขึ้นมา มันมีลักษณะเป็ลูกกลมๆ สีขาว คอยดูดซับกระแสพลังภายในร่างของเขาก่อนที่จะปลดปล่อยออกมาตามเส้นลมปราณภายในร่างของเขาอีกครั้ง
“นี่มัน...หรือว่า!!”