บทที่9
"เชี่ย!! โฟร์ โธ่เว้ย!พวกมันเป็ใครวะ!"
ผมวิ่งตามรถตู้ไปแต่ไม่ทันครับ คงทันหรอก ขาคนกับเครื่องยนต์เชียวนะครับ มันเป็พวกไหนผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่มันไม่ได้เอาน้องซิกไปด้วย น้องซิกร้องไห้ลั่นหน้าคณะสถาปัตย์เลยครับเมื่อน้องเล็กของผมโดนอุ้มไป อิงกับครีมเพื่อนของไอโฟร์ก็วิ่งหน้าตื่นมาเลยครับ
"พี่ไอเกิดอะไรขึ้นครับแล้วโฟร์อ่ะพี่ มันไปไหนแล้ว ผมกับครีมไปซื้อน้ำแปปเดียวเองนะ"อิงฟ้าพูดอย่างตื่นๆ
"อิง ครีมพี่ฝากน้องซิกหน่อยนะ พี่จะโทรหาพ่อพี่ให้ตามทะเบียนรถตู้"
ผมรอสายอยู่แปบนึงพ่อผมก็รับสาย
"พ่อช่วยผมหน่อย ไอ้โฟร์ถูกอุ้มตัวไปแล้วครับ ช่วยเช็คทะเบียนรถให้ผมทีแล้วก็ให้ลูกน้องพ่อคอยดูไอ้โชคไว้ด้วย"
(แกหมายความว่าไงไอ้ไอ น้องโฟร์ถูกจับตัวไปงั้นหรอวะ แม่งเอ้ยพวกมันหาเจอได้ไงวะ เออๆ แกรีบกลับมาที่บ้านด่วนเลย)
ใครอะไรยังไงวะเนี่ยผมงงไปหมดแล้วครับดูเหมือนไอ้โฟร์จะไปเกี่ยวข้องกับเื่แปลกๆเข้าซะแล้วสิ ผมรีบขับรถกลับบ้านทันทีเลยครับ พอไปถึงบ้านก็เจอผู้ชายนั่งรถเข็นกับน้าสาที่มีสีหน้าดูไม่ค่อยดีนั่งตาแดงๆ อยู่ที่โซฟา
"พี่สินี สาจะทำไงดีพี่พวกมันหาตัวลูกสาเจอแล้วไม่รู้ป่านนี้ลูกสาจะเป็ไงบ้างฮือๆ ๆ "น้าสาที่นั่งกอดแม่ผมร้องไห้ตาแดงเลยครับ
"สาใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดเดี๋ยวพวกมันต้องติดต่อกลับมาแน่เชื่อพี่สิ"แม่ผมปลอบน้าสา
"เพราะคุณเลยเคอิชิ เพราะถ้าคุณไม่รับเขียนพิมพ์เขียวพวกนั้นเราคงได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกไปนานแล้วฮือๆ ๆ ๆ เพราะคุณเพราะคุณคนเดียวฮือๆ ๆ ๆ "
นี่มันเื่บ้าอะไรกันครับเนี่ยกลับมาถึงก็ต้องงงว่าน้องเล็กของผมไปเกี่ยวอะไรด้วยแถมสามีของน้าก็ยังไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่เข้าใจอีกด้วย
"นี่มันเื่อะไรกันพ่อแล้วน้องเล็กไปเกี่ยวอะไรด้วยใครช่วยบอกผมที"
"อาจะเล่าให้เราฟังเองนะ เื่มันเกิดขึ้นสมัยที่อายังรับงานเขียนออกแบบแปลนตึก อารับงานมาจากชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งเขาให้เงินดีมาก ข้อแม้ในการรับงานก็คือห้ามให้ใครเห็นแบบ อาคิดว่ามันคืองานง่ายๆ แต่เปล่าเลยยิ่งอาเขียนแบบเพิ่มมากขึ้นเท่าไรความซับซ้อนของแบบและความอันตรายของตัวแบบตึกก็เริ่มมากขึ้นและทุกครั้งที่อาเขียนแบบน้องโฟร์ก็จะมาอยู่กับอาเสมอและนั่นเป็สิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะน้องโฟร์จำรายละเอียดของแปลนนั้นได้หมดทุกซอกมุมของตึก น้องโฟร์ถือเป็เด็กที่มีความจำดีเป็เลิศเลยล่ะ"
"แล้วมันคือแบบแปลนของตึกอะไรครับ"
"แบบแปลนของตึกวิจัยยาน่ะ"อาเคอิชิตอบผม
เพื่อนผมกับเพื่อนไอ้โฟร์มาถึงบ้านผมพอดีเลยครับพวกมันเลยมานั่งฟังด้วย
"มันก็ไม่น่าจะอันตรายอะไรนี่คะคุณอา แล้วทำไมพวกเขาต้องจับเพื่อนหนูไปด้วยคะ"น้องครีมมันถามขึ้น
"มันก็แค่ฉากหน้าแต่ความจริงแล้วตึกนั้นมันคือตึกวิจัยอาวุธชีวภาพที่สามารถฆ่าคนได้ทั้งโลกไงหละ อาผิดเองฮือๆ อามารู้ความจริงก็เมื่ออาเขียนแปลนเสร็จแล้วและมีอีกพวกที่มันอยากได้แปลนที่อาเขียน มันตามล่าอาส่วนคนที่จ้างอา เขาเผาแปลนทิ้งไปแล้วและถูกเก็บไปแล้วด้วยมันเลยมาล่าอาแทน แต่สุดท้ายเราก็หนีไม่พ้นน้องโฟร์ที่อายุแค่หกขวบดันไปพูดเื่แบบแปลนให้มันฟัง เพราะไม่อยากให้อาถูกซ้อม น้องโฟร์ถูกกรอกยากระตุ้นความทรงจำเป็จำนวนมากจนสภาพร่างกายไม่ทำงานส่วนอาก็ถูกซ้อมเราอยู่ที่นั่นเป็เวลา7วัน วันที่7น้องโฟร์หมดสติ อาที่ถูกซ้อมก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่างจนพ่อของไอมาช่วยอาและน้องโฟร์ไว้ น้องโฟร์ต้องรักษาตัวอยู่2ปีเต็มกว่าสภาพภายในจะกลับมาทำงานปกติและที่น่าเศร้าที่สุดก็คือน้องโฟร์ความจำเสื่อมถาวร จำอะไรไม่ได้ซักอย่างอาและน้าสาจึงตัดสินใจส่งลูกไปอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าของเพื่อนน้าสาเพื่อความปลอดภัยของโฟร์ แต่อาไม่คิดว่ามันจะยังตามล่าน้องโฟร์อยู่เพราะอาก็ปล่อยข่าวการตายของตัวเองและลูกไปแล้ว"
"ทำไมมันยัง้าตัวโฟร์อีกหละคะในเมื่อมันน่าจะได้ครบไปแล้วแถมโฟร์ก็ความจำเสื่อม"ครีมถามขึ้นอย่างสงสัย
"ยังหรอกนะมันเหลือระบบความปลอดภัยส่วนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ไปเพราะลุงช่วยเขาสองคนมาได้ก่อนและอีกอย่างมันไม่รู้นี่ว่าโฟร์ความจำเสื่อมแค่พวกมันกรอกยากระตุ้นความจำเข้าไปก็อาจได้ผลก็ได้"พ่อของั์พูดขึ้น
"แล้วไอ้ตึกที่ว่ามันอยู่ไหนครับคุณลุง"ไอ้เกมมันถามพ่อผมซึ่งผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน
"อยู่รัสเซีย ระบบความปลอดภัยชั้นอื่น ๆ ถูกจัดการหมดแล้วเหลือแต่ส่วนห้องที่เก็บอาวุธชีวภาพยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่และมีความซับซ้อนมาก อาจำไม่ค่อยได้แล้วแต่อาไม่แน่ใจว่าน้องโฟร์จะจำมันได้ไหมเพราะนี่ก็ผ่านมาสิบปีแล้ว"เคอิชิตอบคำถามของเพื่อนลูกชาย
"น่าจะยังจำได้ครับอา"
ผมตอบออกไปแบบนั้นเพราะผมเคยเห็นไอ้เฉิ่มของผมมันวาดตึกอะไรซักอย่างในสมุดไดอารี่ของมันเหมือนเป็จิตใต้สำนึกลึกๆของไอ้โฟร์เอง ผมลองวาดตัวตึกให้อาเคอิชิกับพ่อผมดูทันที อาเคอิชิน้ำตาร่วงเลยครับส่วนพ่อผมกุมขมับทันที น้าสาร้องไห้จนสลบไปเลยครับ
"แบบนี้จะทำไงดีวะไอ้เค เผลอๆ ลูกมึงแม่งจำได้ทุกอย่างแล้วด้วยซ้ำมั้งเนี่ย"พ่อผมว่าขึ้น
"ผมไม่รู้ครับพี่ แต่ผมอยากไปรับลูก พี่พาผมไปด้วยนะ ผมขอร้อง"
"เออๆ ๆ "
"นายครับทางไอ้โชคมีการเคลื่อนไหวครับ มันจองไฟล์บินไปรัสเซียครับนายและไปกับลูกชายของคุณสมพงษ์เพื่อนนายด้วยครับ"
"เชี่ยโชคเนี่ยนะจองไฟล์บินไปรัสเซียตอนนี้ มันจะไปทำอะไรที่รัสเซียกัน มันคงไม่บังเอิญเกินไปหรอกมั้ง"พ่อของผมพูดขึ้น
"สวัสดีสา"แล้วก็มีหญิงวัย30ปลายๆเดินเข้ามาในบ้านของพ่อผม
"ฝ้ายเธอมาได้ไง แล้วนั่นหน้าเธอไปทำอะไรมา"สาถามเพื่อนอย่างใ
"สา ฝ้ายขอโทษ"
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านผมแล้วร้องห่มร้องไห้กอดขาน้าสาเอาแต่ขอโทษน้าสาอย่างเดียวเลยครับ
"เื่อะไรฝ้าย ฝ้ายขอโทษเราเื่อะไร"
"ฝ้ายกลัวตาย ฝ้ายเลยบอกพวกมันไปว่าโฟร์คือเด็กที่มันตามหา ฮือๆ ๆ ๆ สา ฝ้ายขอโทษ ขอโทษจริงๆ "
น้าสาสติหลุดไปแล้วครับยืนนิ่งไม่ไหวติ่งเลยครับ
"โฟร์ลูกแม่ ฮือๆ ๆ คุณคะลูกเราจะเป็อะไรไหม"สาปล่อยโฮทันทีที่รู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวกำลังจะไม่ปลอดภัย
"สวัสดีครับทุกคน"แล้วสายตาทุกคนก็จ้องไปยังผู้มาใหม่
"พีมมาที่นี่ได้ไงไม่ได้ไปรัสเซียหรอ"ั์ถามออกไปอย่างสงสัย
"ไอพูดอะไรน่ะ พ่อเราตายทั้งคนนะเราจะไปต่างประเทศได้ไง"
ผมช๊อคจนทำอะไรไม่ถูกแล้วครับ แล้วไอ้โชคมันจะพาใครถ้าไม่ใช่ไอ้โฟร์ของผม แล้วเฉิ่มของผมหละจะเป็ตายร้ายดียังไง
ประเทศรัสเซีย
ซ่า
"แค่กๆ ที่นี่คือที่ไหนกัน อื้อปวดหัว"
"ตื่นแล้วหรอครับเด็กน้อย ไม่เจอกันนานเลยนะครับยังจำกันได้ไหม"
ผมลืมตาขึ้นมาก็เจอคุณโชค ผมจำได้ว่าตัวเองถูกหิ้วขึ้นรถตู้นี่ แล้วนี่ผมอยู่ไหนวะแล้วน้องซิกลูกผมหละ
"คุณลูกผมหละแล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันคุณจับผมมาทำไม"ผมถามหาน้องซิกอย่างร้อนรน
"หึ จริงตามข้อมูลสินะที่บอกว่าเธอความจำเสื่อม แต่ไม่เป็ไรเด็กน้อยฉันจะกระตุ้นความจำของเธอเอง เอายามา เธอรู้ไหมว่ากว่าฉันจะตามหาเธอเจอต้องใช้เวลาเป็สิบปีเชียวนะ พ่อเธอมันฉลาดปล่อยข่าวว่าตัวเองกับลูกตายแล้ว แต่กูฉลาดกว่าเว้ย ฝ้ายที่มันรับเลี้ยงเธอมันกลัวตายเลยยอมบอกฉันทุกอย่างเลยหละหึหึ ป่านนี้พ่อแม่แกคงเนื้อเต้นกันใหญ่แล้วมั้งฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ "คุณโชคมันพูดเื่อะไรกันผมงงไปหมดแล้ว
"คุณบ้ารึเปล่าเนี่ยหัวเราะอยู่ได้ ผมถามว่าคุณพาผมมาที่ไหน"ผมตวาดถามอีกครั้งอย่างเหลืออด
"ลองมองรอบ ๆ สิเธอคุ้นตามันไหม"ไอ้คุณโชคมันพูดขึ้น
ผมมองไปรอบ ๆ ตามที่คนตรงหน้าบอกก็เจอแต่เสามันเหมือนสำนักงานร้างที่ไม่ได้ใช้งานมานานเลยหละครับผมมองไปเรื่อย ๆ อยู่ ๆ ไอ้คุณโชคมันก็ทิ่มเข็มฉีดยาเข้าที่แขนผมผ่านไปซักพักในหัวผมก็เต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เหมือนว่าผมจะลืมมันไปแล้ว
"อ๊ากกกก!!! ปวดหัว หยุดมันทีหยุดเื่พวกนี้ที อ๊ากกก!!ไม่ไหวแล้วหยุดมันทีผมปวดหัวอือ พี่ั์ช่วยผมด้วย"หัวผมมันปวดจนแทบจะะเิแล้วมันฉีดยาอะไรให้ผมวะ
"หึหึ ครั้งนี้เธอต้องพาฉันผ่านระบบรักษาความปลอดภัยสุดท้ายไปให้ได้ และเมื่อฉันได้มันมาฉันก็จะควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ฮ่าๆ ๆ ๆ "ไอ้คุณโชคมันพูดเหมือนคนสติแตกไปแล้ว
"คุณมันบ้า อ๊ากกก!! พี่ั์ช่วยผมด้วยปวดหัวเหลือเกิน"
โฟร์สลบไปเพราะทนอาการปวดหัวไม่ไหว โชคจึงอุ้มร่างของโฟร์ลงใต้ดินที่เป็เป้าหมายของโชคทันที โชคหรืออีกชื่อก็คือสตีเว่นที่ผ่าตัดใบหน้าใหม่เพื่อคอยตามหาเด็กที่มีความจำเกี่ยวกับแปลนตึกลับที่ผลิตอาวุธชีวภาพร้ายแรงแต่เพราะตึกนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่อันตรายเขาถึงต้องมีไกด์นำทาง และไกด์นำทางของเขาก็คือโฟร์ เด็กหนุ่มที่รู้ระบบรักษาความปลอดภัยของตึก ถ้าไม่ใช่เพราะสิบปีก่อนมีคนมาขวาง โชคหรือสตีเว่นคงได้อาวุธชีวภาพไปแล้ว
"เฝ้าเอาไว้มันตื่นเมื่อไหร่เค้นเอาคำตอบได้เลย"
"ครับนาย"
กลับมาทางด้านั์เองก็มาถึงรัสเซียแล้วด้วยเครื่องบินเจทของพ่อตัวเอง
"พ่อรีบไปได้ไหมผมห่วงน้องเล็กของผม"ั์เมื่อมาถึงสถานที่ที่เคอิชิบอกก็เตรียมตัวจะพุ่งออกไปแต่ก็ถูกพ่อตัวเองดึงรั้งเอาไว้
"เออๆ มึงนี่นะไอ้ลูกบ้ารีบร้อนจริง ๆ มึงจะไปเป็เป้าให้มันยิงรึไงวะ วางแผนก่อนสิเว้ยเห้ย"พ่อของั์ตบหัวลูกชายพร้อมบ่นออกมา
"ครับๆ "
"นายครับตรงรอบตึกมีคนเฝ้าประมาณยี่สิบคนได้ครับ"ลูกน้องที่ออกไปเดินตรวจก็กลับมารายงาน
"ดีถล่มแม่งให้ราบไปเลย"
พ่อผมเรียกตำรวจของที่นี่มาด้วยครับเพราะไอ้โชคมันมีหมายจับติดตัวอยู่ แถมหน้าที่มันใช้ก็ไม่ใช่หน้าของมันอีกต่างหากผมก็พึ่งรู้นะเนี่ย ส่วนเื่พีม ผมให้แม่ผมจัดการแทนครับเพราะเื่โฟร์สำคัญกว่า ส่วนเื่น้องซิกผมบอกแม่ผมไปแล้วว่าอย่าคืนเด็กให้ไอ้ฝรั่งเด็ดขาด ผมเล่าเื่ที่ไปสืบมาให้แม่ผมฟังแม่ผมโมโหใหญ่เลยครับและบอกว่าถ้ามันมาแม่จะแจ้งตำรวจจับมันด้วย
เอาหละครับกลับมาสถานการณ์ปัจจุบันกันก่อนครับตอนนี้ทั้งผมและทางตำรวจและหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านอาวุธชีวภาพก็มากันครบแล้วครับพวกเราบุกจัดการมันกันทันทีเลยครับ อาเคอิชิที่รู้พื้นที่ก็นำทางพวกเราไปยังชั้นใต้ดินด้านล่างที่ลึกลงไป60ชั้น ด้วยลิฟต์ที่มีความซับซ้อนคือถ้าคนไม่เคยมาก็คงคิดว่าลิฟต์มันจะลงตรง ๆ แต่ตึกนี้ไม่ใช่ครับมันสามารถไปได้ทั้งซ้ายขวาด้วยคือลงมามันกระชากไปซ้ายทีขวาทีทำเอาเกือบอ้วกเลยครับ
แล้วลิฟต์ขนาดใหญ่ก็หยุดลงพวกผมตั้งโล่กันะุเจาะเกราะไว้รอก่อนเลยครับ พอตัวลิฟต์เปิดออกะุก็สาดใส่โล่แบบไม่มีช่องว่างให้หายใจเลยครับ พอได้โอกาสพวกผมก็สาดะุกลับไปเช่นกันและได้ยินเสียงไอ้โชคที่เดินหน้าทะมึนตวาดลูกน้องมันลั่นเลยครับ
"พวกมึงทำอะไรกันอยู่ยิงพวกมันสิวะ"
ไอ้โชคมันสั่งลูกน้องเสร็จมันเผ่นเข้าประตูไปแล้วครับอาเคอิชิบอกว่าห้องที่ไอ้โชคเข้าไปคือทางเดียวที่เราจะลงไปยังชั้นใต้ดินได้ แต่ห้องมันพิเศษมันคือห้องเลเซอร์ ผมอยากจะถามเ้าของคนคิดระบบความปลอดภัยว่ามันไปลอกเลียนแบบระบบมาจากหนังเื่ผีชีวะเปล่าวะ แม่งมีห้องเลเซอร์ด้วย แต่อาเคอิชิบอกว่าต้องใช้กระจกเบี่ยงเบนแสงเลเซอร์พวกนั้นซะก็สามารถผ่านไปได้แล้ว กากจริง ๆ ครับเลเซอร์หรือของเด็กเล่นกันแน่
ทางเ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็เตรียมพร้อมครับกระจกบานใหญ่ถูกนำออกมาตั้งวางเรียงกันกว่าสิบแผ่น แผ่นหนึ่งก็สูงสองเมตรกว้างครึ่งเมตร พอจัดการตัวลูกน้องหมดเราก็เข้าห้องเลเซอร์เลยครับเราผ่านห้องเลเซอร์มาได้ง่ายๆ เลยครับเหมือนของเด็กเล่นอย่างที่ผมบอกจริงครับพอออกจากห้องมาก็เจอเป็สำนักงานร้างๆ ข้าวของเกลื่อนเต็มพื้นพอผ่านห้องสำนักงานมาก็เจอทางเดินแคบ ๆ มืดๆ ที่มีห้องอยู่เต็มไปหมด
พวกผมเดินมาจนสุดทางก็เจอบันไดวนลงไป อาบอกเวลาเดินอย่าแตะผนังเด็ดขาดเพราะมีกลไกเยอะมากก็คงจะมากจริง ๆ เพราะั้แ่เดินลงมาก็เจอโครงกระดูกเป็สิบแล้วครับเราเดินกันมายี่สิบนาทีกว่าๆ ก็เจอประตูั์ที่มีไอ้เหี้ยโชคยืนถือปืนจ่อหัวของไอ้โฟร์อยู่
"มึงอย่าเข้ามาไม่งั้นไอ้เด็กนี่หัวกระจุยแน่มึง"
ปัง!
มีคนยิงปืนออกไปครับและคนนั้นก็คืออาเคอิชิ ยิงโคตรแม่นเลยครับเจาะกลางกบาลไอ้โชคเต็มๆ เลยครับหลังจากอึ้งกันไปพักหนึ่งผมที่ได้สติก่อนใคร ก็รีบวิ่งเข้าไปดูไอ้โฟร์ว่ามันเป็ไงมั้งพอถึงตัวมันผมก็เช็คาแตามตัวแต่ก็ไม่มีแต่ตามันลอยมากเลยครับปากก็พึมพำชื่อผมตลอด
"พี่ั์ช่วยผมด้วยผมปวดหัว พี่ั์ช่วยผมด้วย"
"โฟร์มึงมองหน้ากูนี่กูมาช่วยมึงแล้วนะโฟร์ดูสินี่กูเองพี่ั์ของมึงไง โฟร์น้องเล็กของพี่ั์อย่าเป็อะไรนะครับ"
เพี๊ยะ!
สติมันเหมือนจะกลับเข้าร่างแล้วครับหลังจากผมเรียกสติมันผมแก้มัดเชือกให้มันเสร็จมันก็โผเข้ากอดผมเต็มรักแล้วร้องไห้ใหญ่เลยครับ
"พี่ั์ ผมแม่งโคตรกลัวเลยพี่ มันฉีดยาอะไรให้ผมก็ไม่รู้พอมันฉีดภาพคนถูกซ้อม ภาพคนมากมายที่ตายก็ฉายอยู่ในหัวผมตลอดเวลาเลยพี่มันน่ากลัวมาก ๆ เลยพี่ โฮ~~~~"
มันร้องจนเสื้อผมบิดออกมามีแต่น้ำตามันเต็มเลยครับ อาเคอิชิมองลูกชายของเขาด้วยสายตาคิดถึง แต่ก็ยังไม่กล้าเข้าหาลูกชายตัวเอง
"โฟร์มึงจำได้ไหมว่าเราจะเข้าประตูบานนี้ได้ไง"
"เปิดไม่ได้ครับนอกจากว่าคนข้างในจะเปิดให้เท่านั้น"
"อะไรนะมึงจะบอกว่าในนั้นมีคนอยู่รึไง เป็ไปไม่ได้หรอกมึงนอกจากว่ามึงจะมีอาหารตุนไว้ถึงสิบปีนะไอ้เฉิ่ม จากที่กูเค้นถามลูกน้องไอ้โชคมันบอกว่ามีคนเฝ้าที่นี่ตลอด24ชั่วโมง กูว่าถ้ามีคนอยู่ข้างในคงซี้แหง่แก๋ไปแล้วแหละมึง"
"ไม่ตายหรอกผมจำที่ลุงคนหนึ่งบอกได้ว่าข้างในมีลิฟต์ต่างหากข้างในด้วยและถ้าจะเรียกคนด้านในมาเปิดประตูต้องกดปุ่มสีแดงตรงนี้ ลุงเขาให้เหตุผลว่าคนส่วนใหญ่มักคิดว่าสีแดงคือสีอันตรายจึงไม่ค่อยมีคนกดกัน ส่วนสีเขียวคือปุ่มแจ้งเตือนการบุกรุก"
พวกตำรวจพอฟังจากล่ามที่แปลสิ่งที่ไอ้โฟร์พูดก็กดปุ่มสีแดงทันทีและประตูห้องก็เปิดออกพร้อมนักวิทยาศาสตร์ร่วมสิบชีวิตที่หายไปจากวงการวิจัยเดินออกมาจากห้องพร้อมกับยาเม็ดสีแดงหนึ่งโหลใหญ่
นักวิทยาศาสตร์คนนั้นพูดอะไรบางอย่างกับตำรวจพร้อมยื่นขวดโหลให้ตำรวจ
หลังจากพวกเราออกจากตัวตึกมาได้พ่อผมก็บอกว่าสิ่งที่อยู่ในขวดโหลมันคือยาต้านมะเร็งที่พวกเขาวิจัยมากว่าสิบปีที่อยู่ในห้องนั้น และข่าวที่ว่าตึกนี้คือตึกวิจัยอาวุธชีวภาพมันก็แค่ความเข้าใจผิดเพราะการสื่อสารที่ไม่ดีและเื่ระบบความปลอดภัยระดับเด็กน้อยที่เอาไปลือว่าอันตรายระดับสิบนั่นอีกทำให้เกิดการนองเืขึ้น พวกนักวิจัยบอกว่าด้านในห้องมีลิฟต์แยกต่างหากทำให้พวกเขาไปไหนมาไหนได้สะดวก
ที่เ้าของตึกออกแบบลิฟต์แบบนี้ก็เพราะเลียนแบบหนังเื่ชาลีกับโรงงานช็อคโกแล็ตครับ ส่วนระบบความปลอดภัยมันเป็อย่างที่ผมคิดครับเลียนแบบมาจากหนังเื่ผีชีวะจริง ๆ นั่นแหละครับ ส่วนโครงกระดูกที่เห็นก็จากศพที่มันมายิงกันตายในนี้แหละครับทำคนอื่นเขาเดือดร้อนกันไปหมดเลยครับ
เ้าของตึกโดนให้จ่ายค่าเสียหายไปเยอะเลยครับ แต่ก็คงเล็กน้อยแหละครับเพราะเดี๋ยวก็ได้เงินจากการขายยาอยู่ดีคิดดูสิครับยาต้านมะเร็งนะครับใครบ้างไม่อยากซื้อมารักษาตัวเองกัน
เื่บ้าๆ จบไปแล้วครับ พ่อผมเลยพาไอ้โฟร์เที่ยวคลายความกลัวที่รัสเซียสองวันแล้วกลับไทย พอกลับมาก็เจอปัญหาโลกแตกที่บ้านผมและตัวปัญหาครั้งนี้ก็คือไอ้พีม
>>>>>>>>>>>><<<<<<<<<<>>