เพราะถึงจะอยากถาม ถึงจะอยากรู้ว่า “ทำไม?” ใจเขากลับไม่กล้าพอจะตั้งคำถามนั้น ในค่ำคืนนี้ คำตอบเดียวที่เขาได้รับคือการที่เธอเดินเข้ามาในห้องน้ำ ยื่นริมฝีปากมาหาเขา และพาเขาไปในเส้นทางที่เขาไม่เคยคิดว่าจะกล้าก้าวข้ามตอนนี้ เขาเดินออกจากห้องน้ำ ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำที่เธอวางไว้ให้บนราวแขวนราวกับรู้ว่าเขาจะต้องได้ใช้ ทุกอย่าง...เหมือนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า
แม้จะไม่มีบท ไม่มีคำพูด แต่บทบาทของเขาก็ถูกกำหนดไว้แล้ว เขาเดินไปนั่งที่ปลายเตียงมองออกไปทางหน้าต่าง แสงไฟจากห้องพักด้านนอกยังส่องลอดเข้ามาใต้ผ้าม่าน ชายหนุ่มคิดถึงพีชเพื่อนร่วมงานที่หลับอยู่ห้องชั้นล่าง คิดถึงปพนต์ ผู้ชายที่ไว้ใจเขาและรักมารตีอย่างไม่มีข้อแม้และคิดถึงมารตี...ที่ตอนนี้คงกลับไปนอนเคียงข้างสามีของเธอแล้ว
ความรู้สึกผิดปะทะกับความสุขรุนแรงในใจเขา มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเพศไม่ใช่เพียงแค่การสัมผัส
มันคือความรู้สึกที่เหมือนการเปิดประตูบานใหม่ที่ไม่ควรจะถูกเปิด...ประตูแห่งความลับ ประตูแห่งความหวั่นไหว และประตูที่อีกฝั่งคือผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่เขาไม่อาจหยุดรักได้
แม้ไม่ควร แม้ผิด แม้ต้องเจ็บในวันข้างหน้า แต่ในค่ำคืนนี้ เขายอม...เขานอนลงทั้งที่ยังไม่ได้เช็ดผมที่เปียกชื้นบนศีรษะมือกำชายเสื้อคลุมแน่นราวกับมันคือสิ่งสุดท้ายที่ยังยึดไว้กับความเป็นจริง ก่อนหลับตาเขาได้กลิ่นน้ำหอมของเธอที่ยังติดอยู่บนตัวเขา อ่อนหวาน อบอุ่นและเย้ายวน...จนเหมือนฝัน...ฝันที่เขายังไม่อยากตื่น
แสงเช้าส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในห้อง ลมหายใจของนัทพงษ์ยังอุ่นอยู่กับหมอนที่เขาแทบไม่ขยับจากมันทั้งคืนแม้จะหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ความฝันก็วนเวียนไม่จบ ฝันที่เต็มไปด้วยสัมผัสหยาดน้ำ และริมฝีปากของมารตี
เขาสะบัดหัวเบาๆ หวังจะไล่ภาพเหล่านั้นออกไป แต่กลับกลายเป็นว่ามันชัดเจนขึ้นเสียยิ่งกว่าเดิม
ทุกวินาทีในห้องน้ำเมื่อคืนถูกจารึกไว้ในความทรงจำของเขาอย่างแม่นยำแม้ไม่อยากจำ...แต่หัวใจกลับโหยหา
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เสียงพีชจะตามมา “น้องนัทพงษ์ตื่นหรือยัง? พี่รตีกับพี่ปพนต์จะลงไปทานข้าวแล้วนะ”
“อะ…อือ ตื่นแล้ว” เขาขานตอบในลำคอรีบลุกจากเตียงทั้งที่หัวใจยังหนักอึ้ง หน้ากระจกสะท้อนภาพชายหนุ่มผมยุ่งและใต้ตาหมองคล้ำ
“อย่าทำหน้าแบบนี้ตอนเจอพี่ปพนต์ล่ะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ก็รู้ดีว่าการแสดงออกมันไม่ได้ง่ายเหมือนคำพูด
แต่เมื่อเขาก้าวออกจากห้อง ภาพแรกที่เห็นคือมารตีในชุดเดรสสีขาวบางเบาที่มองแทบทะลุได้ตลอดเรือนร่าง เหมือนทั้งตัวเธอมีเพียงชุดเดรสเท่านั้น เธอกำลังหัวเราะเบาๆกับพีช ขณะรออยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก
เธอดูสดใส…เกินกว่าที่เขาคิดไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน เหมือนเธอไม่ได้เดินเข้าหาเขาในยามดึกด้วยชุดคลุมผ้าบางเบาเหมือนไม่เคยเปลือยเปล่าภายใต้สายน้ำอุ่นและแววตาร้อนแรงคู่นั้น
เขาหลบตาเธอทันทีที่เธอหันมาสบสายตา แต่สิ่งที่หนีไม่ได้คือน้ำเสียงใสราวสายลมยามเช้าของเธอ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะนัทพงษ์ หลับสบายมั้ยเมื่อคืน?”
“อะ…ครับ สบายดีครับ” เขาตอบพลางก้มหน้า เสียงหัวใจของเขาดังขึ้นทุกทีที่เธออยู่ใกล้โดยเฉพาะเมื่อปพนต์เดินออกมาจากห้องนอนด้านใน และส่งยิ้มมาให้เขาอย่างเป็นมิตร
“ตื่นเร็วแฮะ วันนี้ไม่ต้องประชุมด้วยซ้ำยังไงก็ลงไปทานข้าวด้วยกันนะ” ปพนต์ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเดินนำออกไป
นัทพงษ์พยักหน้าช้าๆ รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทัน ความรู้สึกผิดท่วมท้นในอกจนเขาแทบไม่กล้ามองหน้าผู้ชายคนนั้นผู้ชายที่ไว้ใจเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ผู้ชายที่เคยคุยเล่น หัวเราะ และชักชวนให้เขาค้างคืนอย่างใจดี
มารตีเดินเคียงข้างนัทพงษ์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอลอยมาแตะจมูกมันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนตัวเขาตลอดทั้งคืน กลิ่นที่เขาพยายามลบ…แต่ไม่อาจลืม
ระหว่างที่พีชเดินนำไปข้างหน้า มารตีก็เอียงหน้ามาพูดเบา ๆ ใกล้หูหนุ่มรุ่นน้อง“ดูสิ…เช้านี้ทุกคนก็ปกติกันดีนี่นา” น้ำเสียงเธอนุ่มนวลแฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่นัทพงษ์ไม่กล้าแปลความหมาย
เขาหันหน้าหนีอีกครั้ง พยายามไม่ตอบโต้ แต่ในขณะที่เดินเคียงกัน เธอก็แตะที่ต้นแขนเขาเบาๆเพียงแค่ปลายนิ้ว แตะผ่านเสื้อผ้าบางๆ เขาก็รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกไฟลวก ใจเขาสั่นเหมือนเหตุการณ์ เมื่อคืนที่แล้วยังไม่จบ เหมือนสายน้ำยังไหลผ่านผิวกาย และเหมือนสายตาคู่นั้น…ยังจ้องลึกเข้ามาในใจเขา
เขารีบเดินเร็วขึ้นไปข้างหน้า แล้วหันหน้าหนีทันทีที่ถึงโต๊ะอาหาร พยายามทำตัวเป็นปกติพยายามมองแค่จานข้าวตรงหน้า แม้ใจอยากเงยหน้ามองมารตีว่าเธอจะมีท่าทีอะไรออกมาหรือเปล่าแต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยง
ปพนต์นั่งข้างๆ มารตี ขณะพีชนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องสัพเพเหระแผนเที่ยวชายหาดในช่วงบ่าย ร้านอาหารทะเลที่น่าสนใจ และไวน์ที่อยากชิมคืนนี้
“เมื่อคืนนี้มีใครฝันดีบ้างคะ?” พีชถามขึ้นยิ้มๆ
นัทพงษ์สะดุ้งเล็กน้อยในใจ แต่ตอบออกไปว่า “ฝัน…แต่จำไม่ได้เลยครับ”
“อ้าวเหรอ? หน้าดูง่วงๆ แปลกๆ นะนัทพงษ์” พีชหัวเราะ
ปพนต์เสริมขึ้นบ้าง “สงสัยจะนอนดึก”
“อืม…บางทีอาจจะฝันดีจนไม่อยากตื่นก็ได้” มารตีเสริมขึ้นเบาๆพร้อมรอยยิ้มที่นัทพงษ์ไม่กล้ามองตรงๆ
เขาก้มหน้ารับประทานอาหารอย่างจริงจังทันที เส้นหมี่ขาวในจานถูกม้วนด้วยส้อมมือสั่นๆข้าวต้มในถ้วยอุ่นร้อน แต่เขากลับรู้สึกหนาวจนต้องยกแก้วน้ำมาดื่มแก้เก้อ
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเมื่อคืน ไม่มีใครรู้หรืออย่างน้อยก็ทำเหมือนไม่รู้ แต่ภายใต้เช้านี้ที่ดูสดใสเหมือนฝัน…กลับเต็มไปด้วยความลับที่ที่อึมคลึมและสำหรับนัทพงษ์ ความลับนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาต้องเก็บไว้จากปพนต์ แต่เป็นความลับที่เขาต้องซ่อน…จากหัวใจของตัวเองเพราะเขารู้ดีว่า เช้านี้…อาจดูปกติ แต่ทุกอย่าง…ไม่มีวันเหมือนเดิม
แสงแดดอ่อนส่องผ่านใบไม้เขียวขจีของต้นหูกวางใหญ่ที่ยืนเด่นอยู่กลางสวนของวิลล่าเสียงคลื่นจากทะเลด้านหลังแว่วมาเบาๆ คล้ายเสียงลมหายใจของธรรมชาติ
บ่ายวันนั้น ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัยหลังมื้อเที่ยง พีชขอตัวกลับขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำส่วนปพนต์ก็ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นแถวหน้าหาด มารตีเลือกถือหนังสือเล่มบางออกมานั่งเล่นใต้ร่มไม้เธอสวมเดรสสายเดี่ยวผ้าฝ้ายลายดอกเล็กๆ ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเรืองๆ เส้นผมดำยาวของเธอถูกรวบหลวมๆอยู่ข้างลำคอระหง หยดเหงื่อเล็กๆ ผุดขึ้นบนไรผม และรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปากก็ปรากฏทันทีเมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินผ่านมา
“นัทพงษ์…” เธอเรียกเขาแผ่วเบา
นัทพงษ์หันขวับไปตามเสียงเรียกสั้นๆ นั้น เสียงเธอเหมือนแรงกระตุกหัวใจเขากำลังจะเดินกลับห้องพัก แต่เมื่อเห็นสายตานั้นของเธอ เขาหยุดฝีเท้า ไม่ใช่เพราะคำเรียกแต่เป็นเพราะอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้น…ที่เขาไม่สามารถหันหลังให้ได้
“มานั่งด้วยกันสิ” เธอพยักพเยิดไปยังผืนผ้าใบเล็กๆ ที่เธอปูไว้ใต้ต้นไม้
เขาลังเล มากกว่าที่เคยเป็น ภาพเมื่อคืนกับความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่ในอกยังอุ่นชัดแต่ขากลับทรยศหัวใจ เพราะในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ โดยไม่ได้พูดอะไร
“หนังสือเล่มนี้ดีมากเลยนะ” เธอพูดเหมือนทุกอย่างปกติพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ ลมพัดปลิวผ่านปลายผ้าเบาๆ ทำให้ชายเดรสเลิกขึ้นนิดหน่อยเห็นเรียวขาขาวละเอียดที่เขาไม่กล้ามองตรงๆ
เขานั่งนิ่ง มือวางบนเข่า พยายามไม่หายใจดัง แต่เธอกลับทำให้ทุกอย่างยากขึ้นด้วยการเลื่อนมือมาวางบนเข่าเขาอย่างแผ่วเบา เหมือนเมื่อคืนไม่มีผลอะไรกับเธอเลย เหมือนเธอเคยทำอย่างนี้กับเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
นัทพงษ์สะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองหน้าเธอ แต่เธอยังยิ้ม และยังคงส่งเสียงหวานกระซิบออดอ้อนอย่างที่เธอถนัด “พี่...อยากให้คืนนี้…เป็นของเราอีกครั้งจะได้ไหม๊คะ”