การกระทำที่เหวินจงเป็อยู่ในตอนนี้ อยู่ในสายตาของเจียวจิงหมดทุกอย่าง ความตื่นกลัวเข้ามาเกาะกุมใจดวงน้อยแทบทันที
ถ้าคุณชายเหวินจงเปิดประตูห้องนอนออกไปตอนนี้จริง มีหวังบ่าวที่ได้พบเห็นคุณชายเหวินจงในยามเช้าวันนี้ ได้นำเื่ที่เกิดขึ้นไปรายงานกับฮูหยินจินและอนุทั้งสองอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วเจียวจิงก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เ้าตัวไม่อยากให้เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้รู้ถึงหูภรรยาทั้งสามของคุณชายเหวินจง เ้าตัวจึงรีบลงจากเตียงนอนไม้ตัวเก่าด้วยท่าทางรีบร้อน เพื่อเร่งรีบเดินตรงไปยังประตูห้องนอนอย่างที่ใจนึกคิดเอาไว้
ขณะที่เจียวจิงเร่งเดินจวนจะถึงร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตูอีกเพียงไม่กี่ก้าว ขาข้างหนึ่งเกิดพลาดท่าสะดุดสิ่งของบางอย่างเข้าเสียก่อน จึงทำให้ร่างบอบบางเกิดอาการเซ่เสียหลักจะล้มลงไปยังพื้นห้องนอน
"โอ๊ย!!!" เจียวจิงร้องออกมาอย่างใ เมื่อร่างกายเสียหลักจากการทรงตัว ไม่ต่างจากใบหน้าของเ้าตัวที่เวลานี้ซีดเซียวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
"!!!" เหวินจงหันไปยังเสียงร้องที่ตนได้ยิน มือแกร่งนิ่งค้างกลางอากาศ ความคิดที่เขาจะเปิดประตูห้องนอนออกไปก่อนหน้า เวลานี้มันได้หมดหายออกไปจากใจจนหมดสิ้นแล้ว เมื่อสายแหลมคมได้เห็นว่าร่างบอบบางที่ตนเองร่วมรักมาทั้งค่ำคืน มีอาการเป็เช่นไรในเวลานี้
"..."
เขารีบเร่งเอาร่างสูงใหญ่ของตนเข้าไปโอบกอดรับร่างบอบบางเจียวจิงไว้ เพื่อใช้ร่างกายตัวเองเป็เบาะรองรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น เขาเป็ห่วงเจียวจิงอยู่ไม่น้อยและนึกตำหนิคนในอ้อมอกตัวเองไปด้วย
เหวินจงอยากจะต่อว่าเจียวจิงออกไปเสียเต็มประดา และอยากใช้มือของตัวเองตีก้นงอนๆ ของคนที่ดื้อดึงยิ่งนัก แต่เขาเองกลับทำไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของเจียวจิงแสดงออกมาให้เห็น เหวินจงจึงพูดสิ่งใดไม่ออกเขาทำได้เพียงประคองกอดร่างบอบบางเอาไว้อย่างเป็ห่วงเป็ใยเท่านั้น
"..." เจียวจิงลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อเ้าตัวรับรู้ได้ว่าร่างกายตัวเองไม่ได้รับแรงกระแทกอย่างที่นึกคิดเอาไว้
สิ่งแรกที่ดวงตาคู่งามได้พบเห็นนั่นก็คือ อกแกร่งของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ตนเองเร่งรีบเข้าไปหาในทีแรก ดวงหน้างดงามจึงซับสีแดงระเรื่ออย่างคนไม่รู้เนื้อรู้ตัว หัวใจดวงน้อยๆ ก็เช่นกัน ที่มันเกิดอาการเต้นแรงไม่เป็จังหวะมากขึ้น เมื่อพบเห็นสายตาคู่คมจ้องมองอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของตัวเอง
เหวินจงขำออกมาเบาๆ เขาขำกลับท่าทางที่ได้เห็น ก่อนจะพูดเย้าแหย่ออกมาอย่างไม่จริงจังมากนัก "เ้ากลัวว่าใครจะพบเห็นข้าอย่างนั้นหรือเจียวจิง" ไม่ว่าเปล่าเหวินจงยังเพื่มแรงกอดของตนมากขึ้นไปด้วย
"คุณ คุณชายขอรับ บ่าว บ่าว" เจียวจิงเอ่ยพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะหลบหลีกสายตาที่จ้องมองอยู่ไม่ห่าง ภายในใจก็คิดหาคำตอบไปด้วยว่าตนควรเอ่ยคำพูดเช่นไรออกไปดี เพื่อไม่ให้คุณชายเหวินเกิดความไม่พอใจในคำพูดของตนหลังจากนี้
"..."
ใช้ว่าเหวินจงเองจะไม่เข้าใจความหมายที่เจียวจิงจะเอ่ยออกมาเสียเมื่อไหร่กัน เขาเข้าใจความหมายนั้นเป็อย่างดี ทั้งที่จริงแล้วเหวินจงไม่ได้จะประประตูห้องนอนอย่างที่เจียวจิงคิด เขาเพียง้าเดินไปแอบหลังบานประตูห้องนอนเท่านั้น
เขาไม่คิดว่าเจียวจิงจะมีอาการตื่นกลัวให้เห็นมากมายถึงเพียงนี้ ยิ่งเห็นเหวินจงก็ยิ่งอยากแกล้งเจียวจิงมากขึ้นไปอีก เขาจึงขยับใบหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ใบหน้าเจียวจิงมากขึ้นเรื่อยๆ
กว่าเจียวจิงจะรู้ตัวและหลุดออกจากภวังค์ความคิดที่มีอยู่ ก็ตอนได้ยินเสียงของเหวินจงเอ่ยถามข้างๆ หู "ทำไมนะเจียวจิง เ้าถึงได้เป็คนที่ดื้อดึงเช่นนี้" เหวินจงต่อว่าคนในอ้อมอกอย่างไม่จริงจังมากนัก ก่อนจะถามในสิ่งที่ตัวเอง้ารับรู้ออกไปอีกครั้ง "การเป็อนุของข้ามันไม่ดีอย่างไรกันเจียวจิง เ้าช่วยบอกให้ข้าหายสงสัยจะได้หรือไม่ แต่ถ้าเ้าไม่ยอมตอบคำถามของข้าแล้วล่ะก็ ข้าจะเปิดประตูห้องนอนของเ้าออกไปตอนนี้เลยดีหรือไม่"
"!!!" ใบหน้าที่แนบชิดกับอกแกร่งเงยขึ้นสบสายตาคู่คมอย่างใ พร้อมกลับตอบออกมาอย่างไม่คิดให้มากความ "ไม่ได้นะขอรับคุณชาย"
เมื่อเหวินจงได้ยินเช่นนี้แล้ว เขาจึงขยับใบหน้าเขาไปใกล้มากว่าเดิน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นแล้ว เ้าก็ตอบคำถามของข้ามาเถอะเจียวจิง"
"..."