ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนูเาเขียวขจี ที่ซ่อนเร้นจากผู้คน และยุทธภพอันวุ่นวาย ครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่ายมาหลายขวบปี บิดารูปร่าง กำยำ เต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าคมเข้ม อายุราว ๆ สี่สิบต้น ๆ เห็นจะได้หากดูจากรูปกายภายนอกคนผู้นี้ก็เป็เพียงชาวบ้านล่าสัตว์ ตัดฝืนธรรมดา แต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าในอดีตชายผู้นี้ เคยเป็ถึงยอดฝีมือของสำนักใหญ่มาก่อน นามเขาคือ เว่ยถัง ฉายา ดาบัคำราม บัดนี้เขาล่ะทิ้งเส้นทางแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น หมดสิ้นแล้ว ก่อนจะหันมาใช้ชีวิตอยู่กับ ภรรยาสาวผู้งดงาม และลูกชายที่กำลังเติบใหญ่ วัย 14 ปี นามว่า เว่ยเซี่ย…
เว่ยเซี่ย เป็เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แม้นอายุยังไม่มาก ใบหน้าฉายแววหล่อเหลาไม่ต่างจากผู้เป็บิดาในวัยหนุ่ม นิสัยใจคอในด้านดีไม่ว่าจะเป็ ความกล้าหาญ ความมีคุณธรรม ได้รับการสืบถอดมาจากผู้เป็บิดาโดยตรง แต่หาใช่เว่ยเซี่ยจะได้มาแต่ด้านดี ๆ ด้านบ้าบอ ๆ บวกทะลึ่งทะเล้น และเ้าชู้ไก่แจ้ก็ได้รับมาไม่แพ้กัน
ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้มีหญิงสาวแรกรุ่นอยู่ไม่มากนัก แต่ทุกนางก็มีรูปโฉมงดงามหมดจด ไร้ไฝฝ้า เรียกว่าสวยแบบสาวชาวบ้าน ไร้เครื่องประทินโฉมแบบสตรีในเมืองหลวง เว่ยเซี่ย พอเริ่มโตเป็หนุ่มวัยกำดัดเขาก็เริ่มฉายแววเ้าชู้ ออกมาอย่าชัดเจน โดยมีผู้เป็บิดาคอยสอนสั่งนิด ๆ หน่อย (แอบสอนตรง ๆ โจ่งแจ้งมิได้เนื่องจากจะโดนผู้เป็เมีย ดึงหู และพาลโกรธเอา)
สิ่งที่เว่ยเซี่ยนิยมชมชอบมากที่สุดก็คือ การลักลอบแอบดู สาว ๆ ในหมู่บ้าน มาเปลื้องผ้าเล่นน้ำ ที่น้ำตกกลางป่า พอดูก็เกิดความกำหนัด ตามประสาชายหนุ่มที่กำลังเติบใหญ่ เว่ยเซี่ยจึงถอด กางเกงก่อนจะ ใช้ฝ่ามือคว้าจับไปที่ เ้าัตาเดียวขนาดใหญ่ตรงบริเวณหว่างขา ซึ่งขนาดของมัน ตัวเว่ยเซี่ยเองก็ได้รับการสืบทอดมาจาก เว่ยถัง ผู้เป็บิดามิผิดแน่นอน ดูจากขนาด และวัยของเด็กหนุ่ม เมื่อเติบใหญ่ในอนาคต เ้าัตาเดียวของเว่ยเซี่ยจะต้องมีขนาดใหญ่โตกว่าผู้เป็บิดาหลายเท่าเป็แน่..
“อ้าาาาา…อูวววววว…ซี้ดดดด…พี่เหม่ยลี่ พี่ฉิงฮั่ว พี่ซูเจียว พวกท่านช่างงดงามหมดจดทั่วร่างยิ่งนัก ทั้งผิวพรรณ ทั้งปทุมถัน ทั้งสะโพก ขอข้าดูรูปกายของพวกท่านหน่อยเถอะนะพี่สาวทั้งหลาย อูยยยยย…..” เว่ย่เซี่ยจับจ้องเรือนร่างของพี่สาวสามคนที่กำลังเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด และกำลังเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน ส่วนอุ้งมือก็กำลังรูดถอกหนังหุ้มของเ้าัตาเดียวอยู่อย่างว่องไว และยังมิมีท่าทีว่ามันจะพ่นพิษสีขาวออกมาแต่อย่างใด เนื่องจากนี่หาใช่การใช้มือสำเร็จความใคร่แบบปุถุชนทั่วไป
หากแต่เป็วิชา ฝ่ามือ คว้าจับัตาเดียว แห่งสำนักมารราคะ ซึ่งวิชานี้ เว่ยถังเคยได้ฝึกมาจากสหายคนหนึ่งเมื่อครั้งออกท่องยุทธภพ เขาจึงได้นำมาแอบถ่ายทอดให้บุตรชาย
วิชานี้เมื่อผู้ใช้ถ่ายทอดลมปราณไปที่ฝ่ามือ และ เครื่องเพศ ก็จะทำให้การหลั่งน้ำกามราคะ ช้าลงไม่สำเร็จเสร็จกิจโดยง่าย เว่ยเซี่ยนำวิชานี้มาใช่อยู่บ่อยครั้ง ยามมาแอบดูเหล่าสาวงามในหมู่บ้านอาบน้ำ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ทว่า…สิ่งที่เว่ยเซี่ยไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น..!
มีสตรีนางหนึ่งได้เดินตรงมาหาสามสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ ใบหน้านางดูเยาว์วัย มองผิวเผินอายุนางน่าจะประมาณ 20 ต้น ๆ นางสวมใส่ในชุดขาวอมชมพู เดินเยื้องย่างมาด้วยท่าทางสง่างาม ชุดอันรัดกุมเผยให้เห็นส่วนสัดอันสวยงามน่าทะนุถนอม ผิวอันขาวผุดผ่องเปล่งประกายยามต้องแสงแดด เอวบอบบาง สะโพกผายสวยงอนงามเต่งตึง ผมยาวสลวยดำขลับ ดวงตากลมโตหวานหยาดเยิ้ม ขณะเดินทรวงอกสวย อวบอิ่มเต่งตึงขยับขึ้นลงนิดๆ ดึงดูดสายตาของผู้คนที่พบเห็นยิ่งนัก..
นางมีนามว่า..ฟางเหนียง (สตรีผู้มีกลิ่นหอม) และนางก็มิได้มีอายุเพียงแค่ยี่สิบต้น ๆ แท้จริงนางมีอายุปาไป 33 ปีแล้ว แถมนางยังมีศักดิ์เป็มารดาบุญธรรมของ เด็กหนุ่มจอมลามกที่กำลังแอบดูสาว ๆ ในหมู่บ้าน อาบน้ำอยู่ในเวลานี้ด้วย.!
เหตุที่นางมิใช่มารดาแท้ ๆ ของเว่ยเซี่ยนั้น เพราะในอดีตก่อนที่ฟางเหนียงจะมาพบรักกับ เว่ยถัง ตัวเว่ยถังเองมีลูกติดจากภรรยาเก่าที่เสียชีวิตไปก่อนหน้าหนึ่งคนอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ เว่ยเซี่ยนั้นเอง... ฟางเหนียงจึงเปรียบเสมือนแม่เลี้ยงของเว่ยเซี่ยไปโดยปริยาย..
.
.
.
“ทะ…ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงมาปรากฏตัวยามนี้ได้ ระ…หรือว่า.!”
เว่ยเซี่ยดวงตาเบิกโพลง เืในกายสูบฉีด หัวใจเต้นแรงขึ้นราวกับจะะเิออกมานอกอก
ยามปรกติหากฟางเหนียงจะมาที่น้ำตกก็มีเหตุผลอยู่สองประการคือหนึ่งนำเสื้อผ้าหอบหิ้วใส่ตะกร้ามาซัก และสอง…ก็คือมาอาบน้ำ.! ยามนี้เว่ยเซี่ยไม่เห็นนางหิ้วหอบตะกร้าใส่ผ้ามาเช่นนั้นก็สรุปได้ว่านางมาอาบน้ำอย่างแน่นอน
เด็กหนุ่มถึงกับพลันนิ่งอึ้งตัวแข็งค้างไปในทันที เขากำลังจะเห็นมารดาผู้งดงามเปลื้องผ้า เล่นน้ำกระนั้นรึ? แค่คิดก็ผิดบาปมหันต์เป็นักหนาแล้ว อีกทั้งหาก เว่ยถังผู้เป็บิดาของเขาล่วงรู้เขา เว่ยเซี่ยคงโดนพ่อสังหารเป็แน่ โทษฐานที่กล้าทำอะไรกักขฬะต่ำช้าเช่นนี้กับ มารดาบุญธรรมของตนเอง
เว่ยเซี่ยคิดดูแล้วก็เกิดความหวาดกลัวยิ่งนัก เขาจึงตัดสินใจที่จะจากไปโดยไม่ดูต่อ แต่ทว่า…สายตาของมันก็ดันไปเห็นเข้ากับตอนที่ ฟางเหนียงกำลังจะปลดอาภรณ์ของนางออก ความอยากรู้อยากเห็น บวกกับความกำหนัดเดิมทำให้ขาของเว่ยเซี้ยมิอาจขยับก้าวออกจากตรงนั้นได้ ราวกับว่าขาคู่นั้นได้กลายเป็หินไปเรียบร้อยแล้ว
ฟางเหนียงมารดา ของมัน ค่อย ๆ เปลื้องเสื้อผ้าแก้สายรัดออกที่ล่ะชิ้นจนเผยให้เห็นตู่โตว (เสื้อชั้นในของผู้หญิงจีนสมัยโบราณ มีลักษณะเป็ผืนผ้าคล้ายผ้ากันเปื้อน สำหรับคาดรอบอกและมีสายผ้าผูกที่คอกับเอว อาจมีกระเป๋าไว้ใส่ของกระจุกกระจิก) มันมีสีชาดสวยสดปักลายดอกโบตั๋นงดงาม
แผ่นหลังของฟางเหนียง ที่เปลือยเปล่าช่างขาวเนียนผุดผ่องตัดกับเส้นผมตรงยาวสลวย ใบหน้าที่สวยจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไรดี ผิวที่ขาวเหมือนหิมะไม่มีตำหนิหรือจุดไฝฝ้าเลยสักนิด คิ้วเรียวยาวสวย ดวงตาสวยคม ที่แทบกระชากิญญาของผู้ชายที่ได้สบตา ริมฝีปากสีชมพูสวย ต้นคอระหง หัวไหล่กลมกลึงงดงาม... เว่ยเซี่ยแทบจะหยุดหายใจ ณ ตอนนั้น แต่สายตามิอาจหยุดการ สำรวจได้เมื่อไปด้านข้างลำตัวของมารดา มันก็พบกับหน้าอกที่สวยงามเต่งตึง ที่ตั้งเด่นท้าสายตา ขนาดไม่น่าจะต่ำกว่า 38 นิ้ว
ช่างเป็ส่วนสัดที่สวยงาม และสมบูรณ์ยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อเลยว่าสตรีผู้นี้จะอายุสามสิบจริง และผ่านการมีสามีมาแล้ว หากมีผู้ใดผ่านประสบพบเจอ ย่อมต้องบอกเป็เสียงเดียวกันแน่ว่านาง คือ สาวแรกรุ่น
... ด้วยความที่อยู่ในป่าส่วนลึก ไม่มีผู้คนสัญจร และเสียงน้ำตกที่ดังสนั่น ฟางเหนียงจึงกล้าอาบน้ำอย่างสบายใจ โดยที่นางไม่ได้รู้เลยสักนิดว่า ตอนนี้มีสายตาคู่หนึ่งได้สำรวจเก็บรายละเอียดเอาไว้อย่างแม่นยำไม่มีลืม แถมมันยังเป็สายตาของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของนางด้วย
"สวย...สวยจริงๆ ..ท่านแม่สวยสล้าง งดงามหมดจดยิ่งกว่าพี่สาวสามคนที่อยู่ตรงนั้นเสียอีก..คงเป็เพราะท่านแม่ฝึกวรยุทธ์ลึกลับมาเป็แน่ท่านถึงได้คงความสาว ความสวยไว้ได้แม้อายุจะเข้าเลขสามแล้ว"
เว่ยเซี่ย รำพึงในใจ แต่ด้วยสำนึกยังพอมี เขาจึงอยากจะละสายตาออกมาจากการแอบมองผู้เป็มารดาเบื้องหน้า แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร ก็มิอาจละสายตาจากร่างกายงดงามตรงหน้าได้
ยิ่งกวาดตามองขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ ความกำหนัดในกายก็ยิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้น อุ้งมือยิ่งบีบรัดเกร็งรอบเ้าัตาเดียวหนักขึ้น บัดนี้ เว่ยเซี่ยมิอาจยั้งมือได้อีกแล้ว มือพลันรูดถอกรวดเร็วขึ้นหลายเท่าทวีคูณ พร้อมกับเสียงครวญคราง ซูดซี้ดจากปาก “ท่านแม่จ๋า…อ้า ๆ ๆ ข้าขอโทษ ข้าหักห้ามใจไม่ได้จริง ๆ”
สองตาของเว่ยเซี่ย มองจ้องเรือนร่างสวยสะพรั่ง อวบอิ่มของมารดาผู้ให้กำเนิดอยู่อย่างไม่ล่ะวาง ยามนี้พี่สาวทั้งสามคนก่อนหน้านี้ขึ้นจากน้ำ และกลับหมู่บ้านไปแล้วจึงเหลือแต่ฟางเหนียงเพียงลำพังผู้เดียว
เว่ยเซี่ยเพลิดเพลินกับการสำเร็จความใคร่อย่างลืมตัว และยังไม่มีทางทางว่าจะสำเร็จกิจเนื่องจาก วิชา คว้าจับัตาเดียว ที่กำลังใช้อยู่ และความกำหนัด กับเืของชายหนุ่มวัยกำดัดก็ยิ่งพลุ่งพล่านเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าทวีคูณ เมื่อมันเห็น ฟางเหนียงมารดากำลังจะปลดสายผูกตู้วโตว ออก และถอดกางเกงผ้าขายาวสีขาวออกเพื่อลงเล่นน้ำตก แต่ทว่า….ด้วยความตื่นเต้น หรือ ลืมตัวอย่างไรก็มิทราบได้ เว่ยเซี่ยจึงเผลอขยับเท้าไปเหยียบกิ่งไม้จนเกิดเสียงขึ้น หากเป็คนปรกติก็คงมิอาจได้ยิน แต่หาใช่ฟางเหนียงที่มีวรยุทธ์ และท่องยุทธภพมาเป็แรมปี เสียงแ่เบาเพียงเท่านี้นางย่อมรู้แจ้งว่า มีใครบางคนนอกจากนางหลบซ่อนอยู่
ฟางเหนียงใเล็กน้อยก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธเกรี้ยว นางรีบคว้าเสื้อขึ้นมาสวมใส่เพื่อปกปิดเรือนร่าง ก่อนจะรีบหยิบกระบี่ขึ้นมา และหันไปร้องถามถึงบุคคลลึกลับผู้นั้นทันที “เ้าเป็ผู้ใดกัน!!? จงเผยตัวออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” สีหน้า และท่าทางของฟางเหนียงแดงก่ำด้วยความโมโห และเว่ยเซี่ยที่เห็นใบหน้าของมารดาเช่นนั้น เขาก็ย่อมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป บ่อยครั้งที่เว่ยถังผู้เป็บิดาของเขา แอบทำเื่ไม่ดี จนฟางเหนียงจับได้ และนางก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟจนบ้านแทบแตก เว่ยเซี่ยยังจำภาพแบบนั้นได้ไม่มีวันลืม ซึ่งในยามนี้ก็คงไม่ต่างกัน เว่ยเซี้ยรีบคลายลมปราณก่อนจะบังคับให้เ้าัตาเดียวในอุ้งมือพ่นพิษออกมาอย่างสุดแสนเสียดาย ก่อนที่เขาจะสวมใส่กางเกง และรีบยกมือร้องบอกมารดาของมัน จากนั้นจึงค่อย ๆ โผ่ลออกมาจากพุ่มไม้
ทันทีที่นางเห็นใบหน้าลูกชายของตนนางก็ใมาก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธอีกครั้ง เว่ยเซี่ย ค่อย ๆ เดินลงมาหานาง และคุกเข่าลงก่อนจะรีบอธิบายทันทีว่า เขาแค่มาแอบดูพี่สาวในหมู่บ้านสามคนที่มาเล่นน้ำตกก่อนหน้านี้ และกำลังจะจากไป แต่บังเอิญฟางเหนียงก็มาเสียก่อน เขาไม่ได้มีเจตนาอกุศลจะแอบดูนางอาบน้ำเลยสักนิด แน่นอนว่าเว่ยเซี่ยโกหก ใครจะกล้าบอกความจริงกันเล่า หากบอกไปคงโดนฟางเหนียงมารดา ลงโทษอย่างนักเป็แน่ แถมยังจะโดยเว่ยถังผู้เป็บิดาลงโทษซ้ำด้วย
ฟางเหนียงมองจ้อง เว่ยเซี่ยบุตรชายตาเขม็ง แต่ใบหน้ายังเต็มด้วยความโกรธ ก่อนที่นางจะเท้าเอว ถอนหายใจยาวแล้วบ่นออกมา “เ้าเนี่ยนะ ช่างเหมือนพ่อเ้าจริง ๆ แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ตั้งใจเล่าเรียน อย่าทำตัวทะลึ่งตึงตังไปวัน ๆ เ้าก็อายุไม่ใช่น้อยแล้วนะลูกแม่” เว่ยเซี่ยรับรู้ได้ทันทีว่าถ้ามารดาของมันบ่นออกมาเช่นนี้แสดงว่าความโกรธในใจนางลดน้อยลงแล้ว มันจึงรีบใช้ลูกไม้เดิม ๆ ั้แ่เด็กน้อย นั้นก็คือการ ทำหน้าสำนึกผิด และออดอ้อนมารดาแสนงามผู้นี้ ซึ่งมันก็ได้ผลทุกครั้งร่วมถึงครั้งนี้ก็เช่นกัน
“พอ ๆ ไม่ต้องอ้อนแม่แล้ว กลับไปบ้านได้แล้วแม่จะอาบน้ำ..” ฟางเหนียงกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ นางรักลูกชายคนนี้มาก เพราะนอกจากเื่ทะลึ่งตึงตังของเว่ยเซี่ย เื่อื่นเขาก็จัดว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ในสายตาของฟางเหนียง และเว่ยถัง ผู้เป็บิดา มารดา
จบบทที่ 1