“ เอาเถอะ ไว้เงินเดือนงวดนี้ออก พี่จะพาพวกเรากับแม่ไปกินอาหารร้านดีๆสักครั้ง”
หญิงสาวบอกอย่างเข้าใจและเห็นใจน้องสาว เด็กวัยนี้มักอยากมีอยากทำอะไรตามอย่างเพื่อนๆหรือเด็กในวัยเดียวกันเสมอ ถ้าหากมันไม่ใช่เื่ที่เสียหาย เธอก็อยากตามใจน้องบ้าง
“ จริงน่ะพี่”
เด็กสาวอุทานตาวาวด้วยความยินดี รีบเข้ามากอดแขนพี่สาวอย่างขอคำมั่น
“จริงสิ”
พี่สาวยืนยัน
“ จะไม่เป็การสิ้นเปลืองไปหรือลูก แค่จะกิน กินอะไรเข้าไปมันก็อิ่มเหมือนกัน”
แม่แย้งมาอย่างคนที่ผ่านความลำบากมาจนชิน
“ ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ นานๆครั้งเอง ฐิตาอยากให้แม่กับน้องได้กินอะไรอร่อยๆบ้าง”
“ และถ้าผมเรียนจบแล้วมีงานทำน่ะ เราก็จะได้ไปกินอาหารร้านดีๆกันทุกเดือนเลย”
ฐิติกล่าวเสริมนโยบายของพี่สาว
“ งั้นถ้าหนูเรียนจบมีงานทำอีกคน เราก็จะได้ไปกันทุกอาทิตย์เลยสิ”
ฐิตาพรกล่าวเสียงใส แล้วทุกคนในบ้านหลังเล็กก็ประสานเสียงหัวเราะกันอย่างมีความสุขต่อความฝันเล็กๆที่พวกเขาพากันจุดประกายมันขึ้นมา...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ ทำไมผมผมจะต้องมีผู้จัดการส่วนตัวบ้าบออะไรนั้นด้วยครับคุณแม่ ผมไม่ได้เป็ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังนะจะได้จำเป็ต้องทำอย่างนั้น ชีวิตของผม ผมจัดการเองได้”
คือเสียงโวยวายของชนกันต์ที่ดังออกมาจากห้องนั่งเล่นที่อยู่ถัดจากห้องรับแขกเข้าไปด้านในเมื่อฐิตาภาเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังงามของสองแม่ลูก แล้วเด็กรับใช้ก็พาหญิงสาวมาส่งที่หน้าห้องนี้โดยที่เ้าของบ้านยังไม่ทันรู้ตัว
“ ใจเย็นๆสิลูก แม่มีเหตุผลน่ะ มันเป็เื่จำเป็จริงๆ ลูกก็เห็นว่ามีข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับลูกออกไปทางหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ไม่เว้นแต่ละวัน”
เสียงคุณชนิกาพยายามเกลี้ยกล่อม
“ ก็ช่างสิฮะ พวกนักข่าวก็ดีแต่เขียนไปเรื่อย มารับรู้อะไรจริงๆบ้างล่ะ”
เขาเถียงอย่างดื้อดึง
“แต่มันมีผลต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัท กันต์เป็ลูกของแม่น่ะ ทำอะไรลงไปหรือมีเื่อะไรเกิดขึ้นมันก็กระทบถึงกันได้หมด”
เหตุผลนี้ทำให้เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย
“ แต่ผมไม่ชอบนี่ฮะ มันไม่เป็อิสระ”
“ ก็ต้องอดทนหน่อยสิลูก แม่เหนื่อยเหมือนกันนะที่ต้องคอยแก้ต่างแทนลูกกับพวกคณะกรรมการและผู้ร่วมถือหุ้นของบริษัทอยู่เป็ประจำ หรือลูกจะลองเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตดูบ้าง มาช่วยแม่บริหารงานในบริษัทของเราแล้วก็เลิกทำตัวเป็เพลย์บอยให้ต้องตกเป็ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์อย่างทุกวันนี้”
“ โอ ไม่ละฮะ เอาเป็ว่าผมยอมมีผู้จัดการส่วนตัวตามที่คุณแม่้าก็แล้วกัน”
เขารีบตัดบท
“ ชนกันต์ แม่ทำทุกอย่างเพราะหวังดีกับลูกน่ะ”
“ เอาเป็ว่าคุณแม่จะให้ใครมาคุมผม”
ชายหนุ่มถามแกมประชดประชันอย่างไม่สนใจน้ำเสียงวอนๆของผู้เป็แม่ เสียงคุณชนิกาถอนใจก่อนตอบ
“ ฐิตาภา เลขาของแม่เอง”
“ โอ๊ย”
เขาร้องเสียงหลงเมื่อได้ฟังคำตอบ ก่อนจะตามด้วยเสียงโวยวายอีกเป็ชุด
“ผมต้องเฉาตายแน่ๆถ้าต้องเจอหน้ายัยห้าวนั้นอยู่ทุกวัน ทำไมคุณแม่ไม่หาใครที่เข้าท่ากว่านี้ เอายัยนั้นมาจะไปทำอะไรได้ และผู้หญิงแบบนั้นก็ไม่ใช่รสนิยมของผมด้วย เปลี่ยนเป็คุณมัญชรีไม่ดีกว่าหรือครับ”
เขาหมายถึงสาวนักเรียนนอกที่พึ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานก็กลายเป็ดาวเด่นของวงสังคมในแง่ของความสวยและเซ็กซี่
“ เอาคนนั้นมาก็คงมีแต่พากันอื้อฉาว แทนที่อะไรจะดีขึ้นบ้าง คงกลับมีแต่จะแย่ลง”
“ งั้นก็ตามใจคุณแม่แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ชอบยัยเลขาหน้าชืดคนนั้นของคุณแม่เลยจริงๆ ฝากไปบอกเขาด้วยแล้วกัน”
เขาเปิดประตูปึงปังออกมาด้วยความไม่พอใจ และก็เจอเข้ากับฐิตาภาที่ยืนอยู่หน้าประตูพอดี เขาทำตาเขียวปั๊ดเข้าใส่อย่างไม่สนใจว่าเมื่อครู่ตนได้พูดอะไรถึงหญิงสาวออกไปบ้าง
“ มายืนทำอะไรตรงนี้ไม่ทราบ แอบฟังหรือไง ไม่มีมารยาท”