กางอาณาเขต ผมนึกว่ามีแต่ในการ์ตูนเื่มหาเวทย์ผนึกมารซะอีก นี่ปีศาจจิ้งจอกกางอาณาเขตได้ด้วย แต่มันจะเหมือนในการ์ตูนไหมหว่า
“กางอาณาเขตนี่เป็ยังไงครับ”
ผมถามตือโป้ยก่ายให้หายสงสัย
พญาหมูของเราพยายามยืดอกอย่างภูมิใจ แต่ติดที่พุงห้อยดึงรั้งไว้
“กางอาณาเขตนี้ไม่ใช่สิ่งธรรมดา เป็พลังพิเศษที่มีแต่เทพระดับสูงหรือปีศาจที่มีพลังมาก ๆ จึงจะทำได้ ปกติเทพจะใช้อาณาเขตเพื่อป้องกันชาวบ้านจากภูตผีปีศาจสิ่งชั่วร้าย แต่พวกปีศาจจะกางอาณาเขตเพื่อจับมนุษย์กินเสียมากกว่า เมื่ออาณาเขตถูกกางครอบไว้ พวกเราจะออกไปไม่ได้จนกว่าผู้กางอาณาเขตจะตายหรือยอมปลดอาณาเขตเอง”
“เหมือนในการ์ตูนเลยครับ”
ตือโป้ยก่ายทำหน้างง
“แล้วท่านแม่ทัพกางอาณาเขตสู้ได้ไหมครับ”
“ไม่ได้”
“อ้าว”
ยิ่งอยู่ด้วยกัน ผมยิ่งชอบนิสัยของตือโป้ยก่ายของเรา พี่แกเป็คนง่าย ๆ ดี ว่าแต่ตือโป้ยก่ายนี่เคยเป็คนไหมหว่า
“ปีศาจจิ้งจอกแข็งแกร่งกว่าข้าฯ ขืนกางอาณาเขตไปก็โดนทุบเสียเท่านั้น แต่เ้าไม่ต้องห่วง พวกเรามีผู้เชี่ยวชาญเื่อาณาเขตอยู่ทั้งคน”
ว่าแล้วเ้าที่ก็ปรากฏตัวออกมา
“หมายความว่าท่านเ้าที่แข็งแกร่งมากใช่ไหมครับ”
ผมถามเสียงเบา เพราะดูยังไงเ้าที่เ้าทางก็ไม่น่าจะสู้ปีศาจจิ้งจอกคนสวยได้
“ข้าฯ อาจเอาชนะนางไม่ได้ แต่หากเป็ในบริเวณบ้านนี้ที่ข้าฯ มีหน้าที่อารักขา ปกติข้าฯจะยันสิ่งชั่วร้ายไว้ได้ระยะหนึ่ง”
“กี่ชั่วโมงครับ”
“ดูจากพลังอาณาเขตของนางปีศาจแล้ว คงได้สักสามสิบนาที”
ฟังคำตอบของท่านเ้าที่แล้วผมอุ่นใจจนตัวเย็นเฉียบ
“เอาน่า ข้าฯทั้งสองรับปากจะดูแลเ้าอย่างดีที่สุด อย่างมากหากเ้าโดนนางปีศาจนั่นฆ่าตาย คงได้ไปจุติในชนบทของ์”
ตือโป้ยก่ายพยายามให้กำลังใจ
“์มีชนบทด้วยเหรอครับ”
“เื่นี้ไว้ค่อยพูดกัน นางมาโน่นแล้ว”
เ้าที่แทรกมา
นอกหน้าต่างห้องนอน พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงสีแดงทองอาบท้องฟ้ามองดูเศร้าพิกล ปีศาจจิ้งจอกคนสวยลอยอยู่กลางอากาศ อยู่ในชุดคลุมสีดำแดง ด้านหลังหางทั้งเก้าแผ่ออกจนครบ
“ระวังตัวนะเทวิน คราวนี้นางเอาจริง”
ตือโป้ยก่ายพูดเสียงเครียด ขณะจับไหล่ของผม
เ้าที่ในชุดสีขาวหลับตาพนมมือท่องอะไรพึมพำ
ปีศาจจิ้งจอกกวักมือข้างหนึ่งออกมา มือนั้นขยายจนใหญ่กว่าบ้าน ตะปบบนหลังคา เสียงดังตูมเมื่อมือใหญ่กระทบกับโดมเวทมนตร์ของเ้าที่ ยังไม่ทันคิดอะไร เ้าที่ก็กระเด็นทะลุห้องออกไป
ตือโป้ยก่ายที่ดูอ้วนอืดอาด พุ่งทะลุกำแพงออกไปอย่างเร็ว คราดในมือขยายใหญ่จนใหญ่กว่าบ้าน ฟาดใส่ปีศาจจิ้งจอก
คราวนี้พี่ตือเอาจริงแล้ว
แอบเชียร์ได้แป้บเดียว ผมมองไม่เห็นว่าปีศาจจิ้งจอกทำอะไร แต่คลื่นกระแทกจากการปะทะของทั้งสองพุ่งทำลายกระจกห้องนอนแตกละเอียด ตัวผมกระเด็นลอยจากพื้นเหมือนเศษกระดาษ หมุนติ้ว ๆ กลางอากาศ ก่อนจะมีมือข้างหนึ่งจับแขนแล้วดึงให้ลงมายืนที่พื้น
เ้าที่นั่นเอง
“ขอบคุณครับ”
“อย่าเพิ่งพูดอะไร ข้าฯทั้งสองคงต้านนางปีศาจได้ไม่นาน เ้ารีบหาทางเถิด”
ด้านนอกมีเสียงเหมือนะเิดังต่อเนื่องกัน ตือโป้ยก่ายที่อ้วนพีพุ่งตัวไปมาล้อมรอบปีศาจจิ้งจอกคนสวยที่ลอยอยู่นิ่ง ๆ เป็ภาพขัดตา ทุกครั้งที่พี่ตือใช้คราดฟาดใส่ ปีศาจจิ้งจอกเพียงแต่ใช้นิ้วดีดสวนมาเท่านั้น
ยิ่งมองดูหน้าตายิ้มแย้มของเธอ ตัดกับหน้าตาทุ่มเทสุด ๆ ของพี่ตือของเราแล้ว ดูท่าสถานการณ์คงไม่ดีเท่าไหร่
ผมชั่งใจว่าจะอัญเชิญท่านทูต์หรือเห้งเจียดี
คราวก่อนเชิญท่านทูต์ไม่มา แต่ก็มีเหตุผลอยู่ ส่วนเห้งเจียเล่นเอาผมสลบไป ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“รีบหน่อยเทวิน”
เสียงท่านเ้าที่ดัง พร้อมกับพี่ตือโป้ยก่ายโดนดีดกระเด็นกระดอนตกไปที่พื้น กลิ้งเหมือนหมูตกรถ
ปีศาจจิ้งจอกหันมาทางบ้านผม
บัตรสมาชิก platinum ใบใหม่อยู่ในมือแล้ว
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ขออัญเชิญฉีเทียนต้าเซิ่ง”
ร้อน!!!!!
สาบานได้ว่าผมไม่เคยร้อนขนาดนี้มาก่อน
คราวที่แล้วก่อนสลบไปผมก็รู้สึกว่าร้อนมาก แต่คราวนี้ร้อนกว่าชัดเจน ความร้อนกระจายไปตามเส้นเื หรือยิ่งกว่านั้นเหมือนความร้อนอยู่ในทุกเซลล์ของผมก็ว่าได้
แต่ที่น่ากลัวกว่าคือความรู้สึกโกรธ ไม่ใช่ของผม ความโกรธนี้มาจากเห้งเจียที่กระจายผ่านมาถึงผมได้
“เ้ามนุษย์ชั้นต่ำ คราวที่แล้วเ้าสลบไปราวสตรีนางหนึ่ง ยังไม่เข็ดหลาบหรอกรึ”
เสียงนั้นะโคำราม ไม่ได้ดังอยู่ในหูของผม แต่ดังอยู่ในสมองเลยทีเดียว ทุกคำพูดที่ได้ยินแฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวและความร้อนเหมือนมีเปลวไฟเผาอยู่ในคำทุกคำ
“ท่านพญาวานรโสภาครับ ผมเป็เพื่อนของตือโป้ยก่าย”
ผมโพล่งออกไปอย่างไม่ทันคิดอะไร เพราะมันร้อนจนเหมือนิญญาจะไหม้อยู่แล้ว
ได้ผล ความร้อนที่แฝงในทุกอณูเหมือนจะลดฮวบลงไปในทันที
“เ้าสุกรนั่นนะรึยอมเป็เพื่อนกับเ้า”
“ใช่ครับ แถมยังช่วยผมสู้กับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางด้วย”
“นางปีศาจไม่คณามือข้าฯ แต่เ้าสุกรย่อมไม่อาจรับมือนางได้”
“นั่นแหละครับ ผมถึงต้องอัญเชิญท่านมุ้ยเก้าอ๋องมา”
เหมือนสติหลุดวูบหนึ่ง ผมก็มายืนอยู่ในหุบเขาเขียวขจี ความร้อนดังเพลิงหายไปจนหมด ต้นไม้ที่อยู่แวดล้อมมีดอกใบสวยงาม บางต้นผลิดอกผลส่งกลิ่นหอมหวาน สายธารน้อยไหลเอื่อยผ่าน ลมเย็นพัดเบา ๆ
บรรยากาศที่นี่สงบนิ่ง
ลิงตัวหนึ่งสวมชุดนักรบนั่งชันเข่าอยู่ตรงชะโงกผา พาดพลองสีดำทองกับบ่า มองทอดตาไปยังผืนป่าเบื้องล่าง
ผมเดินเข้าไปหา
“พวกมนุษย์ชั้นต่ำแทบไม่ดีขึ้นเลย”
เห้งเจียพึมพำโดยไม่หันมามอง
“แต่พวกเราก็ยังมีความหวังใช่ไหมครับ”
เสียงแค่นหัวเราะดังมาจากพญาลิง
“ปีศาจนั้นตรงไปตรงมากว่ามนุษย์มากนัก พวกมันจับมนุษย์กินเป็อาหาร พออิ่มก็หยุด พวกมันอาจทะเลาะกับเทพที่หยิ่งยโสนั่น แต่ก็ด้วยความเป็อริกัน พวกมนุษย์ต่างหากที่โลภโมโทสัน ขี้ฉ้อคดโกง ปากอย่างใจอย่าง แปรเปลี่ยนไปมา เหตุใดเ้าสุกรจึงยอมคบหามนุษย์อย่างเ้า”
“ผมก็ไม่ทราบครับ”
เห้งเจียลุกขึ้นยืน ตัวลอยจากพื้นเล็กน้อย
“เ้าสุกรไหว้วานไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็ฉันใด ข้าฯจะยอมช่วย แต่เ้าจะทนรับพลังของข้าฯได้รึ”
“คราวนี้ผมมีบัตรใบใหม่ครับ”
เห้งเจียลอยตัวขึ้นสูงอีก เงยหน้าหัวเราะมองฟ้า
“เ้าคิดว่าสิ่งนั้นจะรับพลังของข้าฯได้หมด ช่างโง่เขลาสมเป็มนุษย์เสียจริง ข้าฯจะแบ่งพลังให้เพียงสองส่วน แต่จะไม่ช่วยเ้าสู้ นางปีศาจจิ้งจอกไม่คู่ควรให้ข้าฯเสียเวลา คราวที่แล้วเพียงข้าฯปรากฏตัว นางก็หนีหัวซุกหัวซุน”
มิน่า คราวที่แล้วผมสลบไป แต่ไม่ถูกปีศาจจิ้งจอกทำร้าย ดูท่าพี่เห้งเจียของเราจะเก่งจริง
“แต่ผมสู้ไม่เป็เลยนะครับ”
“ช่วยไม่ได้”
ทันใดผมก็กลับมายืนอยู่หน้าบ้าน ในร่างของลิงสวมชุดนักรบตัวหนึ่ง ความร้อนยังแล่นอยู่ในร่างกาย แต่คราวนี้อยู่ในระดับที่ทนได้
มือถือพลองอันหนึ่ง
ปีศาจจิ้งจอกคนสวยผงะไปชั่วครู่ แล้วแสยะยิ้ม
“ใช้พลังเพียงแค่นี้ พวกเ้าดูถูกข้าฯมากนะ”
ผมแอบคิดว่าไม่ได้ตั้งใจ ความจริงผมอยากให้พี่เห้งเจียมาสู้เองด้วยพลังเต็ม ๆ มากกว่า แต่จะพูดไปก็คงไม่ดี
ตือโป้ยก่ายมายืนอยู่ข้าง ๆ
“ด้วยพลังสองส่วนของพี่ใหญ่ คิดว่าพอรับมือนางได้ แต่เ้าจะสู้เป็หรือเปล่า”
พลองที่อยู่ในมือผมเปล่งประกายแล้วดึงมือผมชูขึ้นเอง
ตือโป้ยก่ายยิ้มตบไหล่ผมเสียงดังป้าบ
“ดูท่าพี่ใหญ่มอบกระบวนท่าต่อสู้มาด้วย สนุกละเทวิน”
“ผมไม่เคยต่อสู้อะไรแบบนี้เลย ไม่น่าไหวนะครับ”
“ไม่ทันแล้ว”
ตือโป้ยก่ายะโหมุนตัวเหวี่ยงคราดเข้าปะทะกับกรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกที่พุ่งเข้ามา แล้วพี่ตือก็กระเด็นไปทางด้านข้าง กรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกอีกข้างก็ตะปบลงบนหัวลิงของผม
พลองในมือหมุนขึ้นเอง ฟาดใส่กรงเล็บนั่น กลับเป็ปีศาจจิ้งจอกกระเด็นออกไป
ร่างลิงของผมพุ่งตามทันที ดันพลองออกไปข้างหน้า พลองขยายใหญ่ขึ้นแล้วยาวออกดันปีศาจจิ้งจอกคนสวยลอยเฉียงขึ้นบนฟ้าทะลุอาณาเขตที่กางไว้จนแตกกระจุย ลอยผ่านก้อนเมฆจนเกือบจะหลุดไปในอวกาศ
ร่างลิงของผมเหยียบลงบนปลายพลองที่หดตามปีศาจจิ้งจอกไป
ทั้งหมดนี่ใช้เวลาไม่กี่วินาที
ปีศาจจิ้งจอกเปลี่ยนสภาพจากคนสวยเป็จิ้งจอกขนสีขาวประกายเงิน ตัวใหญ่เท่าสนามฟุตบอล หางทั้งเก้ากางสะบัดอยู่ด้านหลัง
ร่างลิงของผมลอยอยู่ตรงจมูกหมาพอดี
“บังอาจนัก”
ปีศาจจิ้งจอกอ้าปากออกพ่นแสงสีเขียวออกคล้ายเหล็กแหลม ๆ กระจายมาทางร่างลิงของผม
ด้วยความที่อยู่ใกล้และแสงนั่นกระจายออกกว้างเป็กิโลเมตร ดูท่าจะหลบไม่พ้น
ร่างลิงของผมกลับยืนเฉย ๆ ปล่อยให้แสงนั่นพุ่งเข้ามาปะทะตัว ผมรู้สึกเหมือนมีคนใช้กระดาษทิชชู่เปียก ๆ ปาใส่
พลังของเห้งเจียช่างสุดยอดจริง ๆ
กระบองในมือหมุนควงแล้วฟาดไปที่ปากของหมาั์ตรงหน้า จนผงะไป
เขี้ยวอันหนึ่งหักกระเด็นออกมา
ปีศาจจิ้งจอกคำรามสุดเสียงหางทั้งเก้าเปล่งแสงสีเงิน สองตาเป็สีแดงฉานราวกับเื ยิงแสงสีแดงเข้มจัดใส่ผม
ร่างลิงของผมควงพลองแล้วฟาดจากล่างขึ้นบน ส่งลำแสงนั่นหักเหขึ้นไปในอวกาศ ฉับพลันพลองก็ขยายใหญ่ขึ้นแล้วเสยต่อไปที่ปลายคางหมาั์ตรงหน้า ก่อนหมุนกลับฟาดจากบนลงล่างใส่ตัวหมาั์ทันที
หมาตัวเท่าสนามฟุตบอลหมุนคว้างตกลงกระแทกพื้นข้างล่าง จนแผ่นดินะเื
ผมใกับภาพที่เห็น ด้วยว่าถ้าข้างล่างมีคนอยู่ คงตายเป็เบือ
แต่เมื่อรีบลอยตัวลงมา พบว่าเป็ทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ปีศาจจิ้งจอกกลับคืนอยู่ในร่างสาวสวย เสื้อผ้าขาดวิ่น เห็นเนื้อขาวนวล นอกอยู่ในหลุมลึกกว้างคล้ายหลุมอุกกาบาต
เืสีแดงไหลจากปาก เหมือนเขี้ยวจะหักไปซี่หนึ่ง
ร่างลิงของผมยืนใกล้นาง
“สังหารข้าฯ เสีย มิเช่นนั้นข้าฯจะตามฆ่าเ้าให้จงได้”
ร่างลิงแหงนหน้าขึ้นคำรามก้อง ธงสีแดงทองเป็ร้อยผืนโบกสะบัดเหนือไหล่ ความร้อนและความโกรธทะลักออกมาจากทุกอณูของิญญา เืและความรู้สึก
ผมไม่รู้ว่าพี่เห้งเจียโกรธอะไรนักหนา แต่ความโกรธปะทุออกรุนแรงจนกลบทุกความรู้สึกไปจนหมด
ปีศาจจิ้งจอกคนสวยหน้าซีด เงียบลงทันที
ร่างลิงของผมเดินหันหลังออกมา แล้วกลับสู่ร่างมนุษย์
พญาวานรโสภายืนคอนกระบองหันหลัง เงยหน้ามองบนฟ้าสีดำ
“แล้วจะทำยังไงต่อครับ”
ผมถามเพราะไม่เห็นเห้งเจียพูดอะไรกับปีศาจจิ้งจอกคนสวยเลย
“ปีศาจไม่ได้ยอกย้อนเหมือนพวกมนุษย์หรอกนะเทวิน”
ผมอดคิดไม่ได้ว่ามนุษย์เป็อย่างที่เห้งเจียพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกจริงไหม
“แต่เ้านับว่าใช้ได้
“ขอบคุณครับ”
เมฆสีทองสว่างปรากฏตรงหน้า เห้งเจียะโขึ้นแล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้าไป
ผมยังไม่ทันขยับตัว ปีศาจจิ้งจอกก็มายืนติดด้านหลัง ใกล้ชิดจนลมหายใจเย็นะเืรดซอกคอ รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่เนื้อตัวของเธอ
“คราวนี้จะปล่อยเ้าไปก่อน”
ขนผมลุกซู่ แต่เมื่อหันกลับปีศาจจิ้งจอกก็หายไปแล้ว
พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางทะเลทรายกว้างใหญ่
จะกลับบ้านยังไงละทีนี้