เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 58 ไม่รู้จักประมาณตนสักนิด

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินออกมาจากบ้านของจางเจียหมิง รอบข้างมีแต่หิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดหวีดหวิว และตอนนี้เธอเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่มีบ้านให้กลับแล้ว

            หิมะขนาดเท่าขนห่านปลิวดาษดาทั่วฟ้า มองแล้วคล้ายกับยามที่ดอกหลีร่วงปลิวในสารทฤดู ฮั่วเสี่ยวเหวินเงยหน้ามองฟ้าแล้วถอนหายใจเบาๆ “สวยเหลือเกิน”

            ยืนเหม่ออยู่แบบนี้ครู่หนึ่ง หิมะร่วงเกาะเต็มไหล่ เธอปัดออกเบาๆ ก้าวเท้าเดินไปทางบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน

            ช่วยไม่ได้ ตอนนี้คงมีแต่ต้องไปบ้านคุณลุงแล้ว หลังจากที่โทรศัพท์ครั้งนั้นไปเธอก็จำหมายเลขโทรศัพท์นั้นเหมือนไม่ตั้งใจ

            เธออดยิ้มขมขื่นไม่ได้ บางที เธอคงจำหมายเลขโทรศัพท์นี้เพราะเผื่อว่าวันใดหมดหนทางจะได้ไปพึ่งคุณลุงล่ะมั้ง!

            บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ส่วนบ้านของจางต้ากั๋วอยู่ทางเหนือของหมู่บ้าน หากจะไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านย่อมไม่ผ่านบ้านของจางต้ากั๋ว

            แต่ไม่รู้เหตุใด ฮั่วเสี่ยวเหวินถึงมายืนอยู่นอกบ้านจางต้ากั๋วเสียได้

            เดินเพียงสองก้าวก็ลังเลขึ้นมา อีกไม่นานก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว เดิมทีควรไปพบคุณอาต้ากั๋ว แต่เมื่อนึกถึงเรื่องของจางหวาเธอกลับต้องลำบากใจ

            ขณะที่เธอกำลังตัดสินใจไม่ได้ก็มีเสียงทะเลาะดังมาจากข้างใน ฮั่วเสี่ยวเหวินเลิกลังเล รีบก้าวเท้าเดินเข้าไป

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้หูฝาด เสียงโหวกเหวกโวยวายนี้มาจากหลิวเยวี่ย หล่อนกำลังเท้าเอวด้วยมือข้างหนึ่ง และชี้หน้าด่าจางต้ากั๋วที่นั่งอยู่บนเตียงอิฐด้วยมืออีกข้าง คำด่าที่ใช้หยาบคายมาก

            จางต้ากั๋วรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดได้แต่ก้มหน้าเงียบ ปล่อยให้หล่อนด่าอยู่อย่างนั้น

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกถึงคำพูดที่จางต้ากั๋วเคยบอกกับตัวเอง ‘ฉันชอบหล่อน’

            ในที่สุดเธอก็เข้าใจเมื่อเห็นภาพนี้ หลิวเยวี่ยเป็นหญิงชาวบ้านตามแบบฉบับ ไม่เคยได้รับการศึกษา หัดพูดแต่คำด่าหยาบคาย ดูจากความชำนาญแล้วเห็นชัดว่าไม่ได้เพิ่งเคยด่าเป็นครั้งแรก

            เธอเคยเจอจางหวา หล่อนพูดจาสุภาพอ่อนโยน เรียกได้ว่าอ่อนโยนเพียบพร้อม จางต้ากั๋วจะชอบก็ไม่แปลก

            แต่ความรักที่ผิดพลาดเช่นนี้จะมีผลลัพธ์ที่ดีจริงหรือ?

            หลิวเยวี่ยหยุดด่าเมื่อเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินเดินเข้ามา เธอดึงฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าด้านในบ้านจากนั้นก็ระบายความทุกข์ให้ฟัง “เสี่ยวเหวิน ชีวิตน้าช่างทุกข์ยากเหลือเกิน แค่ทะเลาะกันและไม่อยู่กับอาต้ากั๋วของเธอแค่ไม่กี่วัน เขาก็ไปมีคนอื่นเสียแล้ว”

            พูดจบก็ตามด้วยร้องไห้คร่ำครวญแต่ไม่มีน้ำตาสักหยด ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ได้แต่พูดปลอบใจสองสามประโยค เธอบอกว่า คุณอาต้ากั๋วทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาจะต้องแก้ไขแน่ๆ

            หลิวเยวี่ยหยุดร้องไห้ แล้วพาฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าไปในห้อง พูดเสียงเบาว่า “เสี่ยวเหวิน เธอเป็นเด็กดี เธอรีบเกลี้ยกล่อมคุณอาต้ากั๋วเร็วเข้า บอกให้เขาอยู่ให้ห่างจากนังสำส่อนนั่น”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า หลิวเยวี่ยพูดอีกว่า “ไม่นึกเลยว่าคนซื่อตรงแบบเขาจะมีวันที่เปลี่ยนใจเช่นกัน ฉันนี่มันตาบอดโดยแท้ ไม่รู้ว่าตอนนั้นไปชอบเขาได้อย่างไร”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ชอบใจนักเมื่อได้ยินดังนี้ คิดในใจว่าคุณไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้าง

            ยังไม่ต้องพูดถึงว่าคุณสวยไม่ได้ครึ่งของจางหวา เอาแค่เรื่องอุปนิสัยก็ห่างไกลจากคนอื่นคนละโยชน์แล้ว ไม่รู้จักคิดบ้างหรือว่าเหตุใดคุณอาต้ากั๋วจึงไปชอบหล่อน?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเหลือบมองหลิวเยวี่ยแวบหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเคยโน้มน้าวจางต้ากั๋วแล้ว แต่เขาไม่สนใจฟังสักนิด

            เธอถอนหายใจ หาข้ออ้างไปจากที่นี่

            ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินเตร่ไปบนถนน ในวันที่มีหิมะตกเช่นนี้มีผู้คนสัญจรไปมาไม่มากนัก

            เธอเดินมาถึงโรงเรียนประจำหมู่บ้านโดยไม่รู้ตัว ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ค่อยมีภาพจำต่อโรงเรียนประจำหมู่บ้านมากนัก ตั้งแต่จำความได้เธอถูกยายแก่ฮั่วใช้งานให้ทำโน่นทำนี่ ไม่เคยมีความคิดที่จะเรียนหนังสือ

            หมู่บ้านไม่ได้เจริญมากนักแต่โรงเรียนประจำหมู่บ้านไม่เลวเลย อาคารที่สร้างจากดินทั้งสองหลังตั้งขนาบข้างกันมีการตกแต่งที่สวยมาก 

            ห้องทางซ้ายคือห้องเรียน ฮั่วเสี่ยวเหวินได้ยินเสียงเด็กท่องหนังสือจากข้างใน

            เธอถูกกลอนคู่หน้าประตูห้องเรียนดึงดูดให้เดินเข้าไป เมื่อตั้งใจมองดีๆ บนนั้นเขียนไว้ว่า ‘ภูเขาหนังสือใช้ความขยันเป็นเส้นทาง ทะเลความรู้ใช้ความขมขื่นเป็นเรือพา’

            กลอนคู่นี้ถูกเขียนด้วยพู่กัน ลายเส้นหนักแน่นมีพลังประหนึ่งพิมพ์ออกมา เธอนึกถึงกลอนคู่ที่เคยเห็นหน้าโรงงานอิฐ เทียบกันแล้วแตกต่างราวฟ้ากับเหว

            จังหวะที่กำลังจะกลับชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องเรียน ฮั่วเสี่ยวเหวินเหลือบมองไปแล้วก็อดมองอีกครั้งไม่ได้ คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านมีผิวดำไม่ก็คล้ำ แต่นี่เขากลับผิวขาวสว่าง

            เห็นชัดว่าอีกฝ่ายเห็นเธอแล้วเช่นกัน เขาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินทำท่าจะออกไปเลยรีบวิ่งไล่ตามมา

            ชายหนุ่มมองฮั่วเสี่ยวเหวินอยู่ครู่หนึ่ง “เธอไม่ใช่นักเรียนของชั้นเรียนเราสินะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า “ฉันไม่ได้เรียนหนังสือค่ะ”

            ชายหนุ่มคนนี้น่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากัน “ใครเป็นผู้ปกครองของเธอ? เหตุใดไม่ให้เธอเรียนหนังสือ? ฉันจะช่วยไปคุยให้ เด็กๆ จะไม่เรียนหนังสือได้อย่างไร”

            ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ผู้คนที่เธอพบเจอล้วนแต่มีจิตใจอัปลักษณ์ ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่เชื่อใจคนแปลกหน้าไปโดยสัญชาตญาณ มองว่าโลกนี้มีคนเลวเยอะกว่าคนดี

            หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นเธอคิดว่าโลกนี้คงไม่มีคนที่จะดีกับเธออีกแล้ว

            แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอคนดีมากมายขนาดนี้ เริ่มจากจางต้ากั๋ว ตามด้วยหวางเจาหวา กระทั่งชายหนุ่มอายุสิบกว่าผู้นี้ยังเป็นห่วงเป็นใยเธอ

            เธออดปวดใจไม่ได้เมื่อนึกถึงจางเจียหมิง รู้สึกหน่วงที่จมูกเหมือนจะร้องไห้ แต่อยู่ต่อหน้าคนนอก เธอต้องกลั้นเอาไว้

            ฮั่วเสี่ยวเหวินส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อของฉันติดคุก ส่วนฉันก็ไม่ชอบเรียนหนังสือเช่นกัน”

            ชายหนุ่มเห็นเธอมีท่าทีเศร้าโศกก็คิดในใจว่าเธอไม่ได้ไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ครอบครัวของเธอคงลำบากและไม่มีเงินเรียนมากกว่า

            เขาเลยลากฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าห้องเรียนของตัวเอง แรงเขาเยอะมาก ฮั่วเสี่ยวเหวินอธิบายอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่าเธอแค่ผ่านทางมา

            เขาบอกให้เธอลองฟังสักคาบดูก่อน ถ้าไม่ชอบจริงๆ ก็ยินดีให้กลับ แต่ถ้าชอบ เขาจะลองหาวิธีให้เธอได้เรียนหนังสือ

            ช่วยไม่ได้ มีแต่ต้องยอมให้เขาลากเข้าไปอย่างนั้น ทำให้จู่ๆ ในห้องเรียนก็มีนักเรียนใหม่เข้ามา เด็กนักเรียนที่ทีแรกแอบคุยกันก็พากันคุยอย่างเปิดเผย ชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์ฮั่วเสี่ยวเหวิน

            เด็กนักเรียนคนหนึ่งรู้จักฮั่วเสี่ยวเหวิน “นี่มันภรรยาของจางเจียหมิงไม่ใช่หรือ?” มีเสียงหัวเราะดังลั่นห้อง ตามมาด้วยเสียงพูดคุยฮือฮา

            ฮั่วเสี่ยวเหวินโกรธตัวสั่น เธอกับจางเจียหมิงพึ่งพากันเพื่อเอาชีวิตรอด แค่ถูกผู้ใหญ่หัวเราะก็แย่พออยู่แล้ว นี่ยังจะมาถูกเด็กอายุสิบขวบหัวเราะเยาะอีก

            มีเสียงเคาะดังมาจากแท่นเวที ชายหนุ่มขึ้นไปยืนแต่ไม่พูดอะไร พร้อมทั้งแสดงสีหน้าไม่พอใจทำให้นักเรียนในห้องเงียบเสียงทันที

            “อย่าให้ตัวเองกลายเป็นคนที่มีนิสัยชอบวิจารณ์คนอื่น”

            เขาได้รับการอบรมมาดี พูดเพียงประโยคเดียวแล้วเริ่มสอน ไม่มีการด่าด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบครูบางคน

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนั่งลงในจุดที่ไม่มีคนแล้วเงยหน้ามองกระดานดำ ชายหนุ่มเริ่มเขียนโจทย์เลขง่ายๆ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111