บทที่ 14 พาร์ท 1 (ไว้วันหลังหลังจะมาตั้งชื่อ)
ณลานเศษเหล็ก
“ตามข้ามาอย่าให้ห่างนักล่ะ อย่างน้อยที่นี่ก็ควรจะอันตรายกว่าตระกูลลาโซรี่”อาคอนหันไปกล่าวกับเด็กชายที่เดินตามมาทางหลัง
“ขอรับ”
หลังจากที่เดินเข้าไปได้สักพักโทบี้จึงเริ่มมองเห็นบางสิ่งที่อาคอนทำเขาไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อใดที่อาคอนลงมือ มันราวกับว่าเขาเพียงเดินเข้ามาเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่ามีกำแพงผลึกที่สะท้อนการมองเห็นจนบดบังวิสัยทัศของระบบรักษาความปลอดภัยของลานเศษเหล็กแห่งนี้
ผลึกดังกล่าวกางอยู่รอบตัวของทัั้งคู่และค่อยๆสลายตัวลงหลังจากที่เดินผ่านไปไม่นาน
เด็กชายสามารถสังเกตุเห็นจักรกลตรวจการอยู่ด้านข้างพร้อมแสงสีแดงที่กวาดไปทั่วทุกที่
โชคดีที่แสงสีแดงจากจักรกลเหล่านั้นไม่เคยสังเกตุเห็นความผิดปกติผ่านม่านผลึกที่อาคอนสร้างได้ดังนั้นพวกเขาจึงยังคงปลอดภัยและไม่ถูกตรวจพบโทบี้จึงใช้โอกาสนี้ในการสำรวจวิสัยทัสโดยรอบ
สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างที่สามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนคือที่นี่ไม่ได้มีเศษเหล็กอยู่เลยอย่างน้อยก็ไม่มีส่วนโลหะที่ไม่ได้ขยับ นั่นทำให้เหงื่อหยดใหญ่เกิดขึ้นที่หน้าผากของเด็กชาย
เขารู้ทันทีถึงความอันตรายนี่อันตรายกว่ามากจริงๆ จักรกลเหล่านี้แข็งแกร่งกว่ายามของตระกูลลาโซรี่เป็นร้อยเท่าหนึ่งการโจมตีของพวกมันอาจเพียงพอที่จะทำให้เด็กเช่นเขาบอกลาชีวิตน้อยๆนี้ได้แล้ว และที่สำคัญที่นี่ไม่มีเศษเหล็กที่ไม่ขยับ
‘เศษเหล็กเหล่านี้คือผลงานที่ผิดพลาด’ โทบี้รำพึงอยู่ในใจ
เขาอยากจะพูดออกมาอยากจะตั้งคำถามกับชายประหลาดด้านหน้าแต่ตอนนี้เขาต้องอดกลั้นตัวเองทั้งหมดและเก็บมันไว้ในใจเท่านั้นเพราะเขาไม่รู้ว่าแสงสีแดงนั่นเป็นเพียงเงื่อนไขตรวจจับอย่างเดียวหรือไม่ มีความเป็นไปได้ที่พวกมันสามารถตรวจจับผ่านเสียงนั่นจึงทำให้เขาต้องระวังแม้แต่การหายใจเสียงดัง
หลังจากเดินมาได้สักพักในที่สุดอาคอนก็หยุดตอนนี้เองที่โทบี้เริ่มหันไปมองรอบๆ
รอบข้างของเขาในปัจจุบันนั้นแทบจะเรียกได้ว่ามีจักรกลรายล้อมอยู่ทุกทิศนี่คือใจกลางของลานเศษเหล็ก ที่ที่เขารู้สึกว่าหากขยับเพียงเล็กน้อยอาจตัดสินชีวิตของเขาได้
“ลองมองหาดูของที่เข้ากับอาวุธของเจ้า” อาคอนกล่าว
“เราสามารถพูดกันได้?? ข้านึกว่าจักรกลพวกนี้จะสามารถได้ยินเสียง”
“ข้าไม่ได้บอกว่ามันไม่ได้ยิน”
“.........”
เด็กชายพึ่งเริ่มผ่อนคลายตัวเองด้วยท่าทางสบายๆของเขามีเหงื่อท่วมตัวอีกครั้ง
‘ท่านไม่ได้บอกว่ามันได้ยินเหมือนกันใช่มั้ย..เช่นนั้นมันควรจะได้ยินหรือเปล่า..’นั่นคือสิ่งที่เด็กชายคิดอยู่ในใจ
อย่างไรก็ตามเขามีเป้าหมายเขามาเอาของที่ดูเหมือนจะใช้ดึงดาบออกจากฝักซึ่งควรจะติดอยู่ที่แขนของจักรกลเหล่านั้นดังนั้นเขาจึงยังคงมองหาพวกมันต่อไปแม้ว่าเหงื่อจะท่วมตัว
โดยปกติแล้วเขาเพียงคิดกับตัวเองว่าเขานั้นคิดมากไปเพราะในความเป็นจริงไม่ว่าจักรกลเหล่านี้จะได้ยินหรือไม่ สิ่งที่เขาต้องทำคือขโมยมีเหตุผลอะไรที่เขาจะส่งเสียงดัง
เมื่อสังเกตุดูสักพักแล้ว เด็กชายก็ได้บทสรุป‘จักรกลทุกตัวมีสิ่งที่เขาต้องการ ทว่าขนาดต่างหากที่เป็นปัญหา’
ส่วนใหญ่ของพวกนี้มันใหญ่เกินไปซึ่งนั่นก็เข้าใจได้เพราะส่วนใหญ่แล้วจักรกลเหล่านี้มีความสูงมากกว่ามนุษย์ผู้ใหญ่ทั่วไปด้วยซ้ำสิ่งที่พอดีกับเด็กเช่นเขาจึงดูเหมือนจะเป็นปัญหา
อย่างไรก็ตามเขาก็เข้าใจดีว่ามันจะต้องมีเครื่องที่ขนาดพอเหมาะกับเขาอยู่แน่นนอนเพราะว่าจักรกลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์หลายอย่างดังนั้นจึงควรจะมีพวกที่มีขนาดเล็ก เพียงแค่’ไอ้เครื่องขนาดเล็กพวกนั้นดูเหมือนจะพังน้อยกว่าหรือเปล่า???’ เพราะจากที่โทบี้เห็นตอนนี้มีแต่เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่รายล้อมอยู่รอบตัวของเขา
ด้วยการค้นหาอย่างไม่ละความพยายามกว่าสิบห้านาทีในที่สุดเด็กชายก็พบสิ่งที่ตนต้องการ‘อีกหนึ่งเหตุผลที่มันหายาก เนื่องจากจักรกลขนาดใหญ่บังพวกมันจนเกือบมิด..’
จักรกลขนาดตัวพอๆกับโทบี้ถูกบังอยู่ท่ามกลางจักรกลขนาดยักษ์ แล้ว??
เขาจะไปเอามันมาได้ยังไง??ไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าจักรกลเหล่านี้สามารถจบชีวิตน้อยๆของเขาได้ด้วยการสะกิดอย่างไม่ตั้งใจสิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้จึงเป็นเพียงการหันไปหาอาคอนอีกครั้ง
สีหน้าดูถูกปรากฎอย่างชัดเจนทันทีที่โทบี้มองไปที่อาคอนด้วยสายตาอ้อนวอน‘ข้าไม่ได้อยากมาที่นี่ ไม่ได้อยากทำแบบนี้ด้วยแต่มีปีศาจตัวหนึ่งที่ลากข้ามาไม่ใช่หรือ’นั่นคือสิ่งที่โทบี้คิดยังไงก็ตามจนถึงตอนนี้เขาก็ต้องพึ่งชายตรงหน้าเท่านั้นสายตาดูถูกเป็นสิ่งที่สามารถถูกเมินได้ในตอนนี้นั่นคือบทสรุป
แม้ว่าจะส่งสีหน้าดูถูกเหยียดหยามอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าอาคอนจะทำสิ่งที่เด็กชายคาดหวังว่าเขาจะทำอาคอนเริ่มขยับเข้าหาเป้าหมายทันที
นอกเหนือจากที่ด้านหน้าประตูทางทิศเหนือนี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นฝีมือการใช้ดาบของชายตรงหน้า‘แปลกประหลาด' นั่นคือทั้งหมดที่เด็กชายสามารถนิยามได้
การเคลื่อนไหวของอาคอนไม่ได้เร็วเกินไป และไม่ได้ช้าแต่อย่างใดมันเป็นเหมือนกับการปรับจังหวะที่พอดีกับคู่ต่อสู้นั่นทำให้เด็กชายไม่สามารถส่งเสียงใดๆได้สักพัก
นี่คือศาสตร์ที่นักดาบหลายคนต้องการศึกษาและเขาสามารถถูกเรียกว่านักล่าระดับสูงด้วยดาบในมือเพียงอย่างเดียวการป้องกันที่มาพร้อมกับการบุกที่รวดเร็วการโจมตีที่ถูกเปลี่ยนแทบจะทันทีจากรูปแบบที่ป้องกันก่อนหน้าจนไม่มีเวลาให้คู่ต่อสู้ตั้งตัวและโดนการโจมตีอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง
วิธีใช้ดาบของอาคอนนั้นต่างจากนักดาบทั่วไปอยู่หนึ่งอย่างคืออาคอนนั้นไม่เน้นการแทงซึ่งเป็นลักษณะการใช้ดาบที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้
อาคอนใช้ดาบของเขาด้วยมือเดียวอย่างไรก็ตามเขาใช้มันในการฟันมากกว่าที่จะแทงวิธีกการของเขาใกล้เคียงกับผู้ใช้ดาบหนักหรือขวานหนักซึ่งไม่ควรจะมีประสิทธิภาพเท่าใดนักกับดาบขนาดเล็กในมือของเขา
เหตุผลที่ดาบใหญ่ต้องการการเหวี่ยงเพื่อโจมตีเนื่องจากการใช้โมเมนตัมของน้ำหนักของอาวุธกับความเร็วเชิงมุมนั่นหมายความว่าประสิทธิภาพในการใช้งานลักษณะนี้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและความยาวของอาวุธ
ดาบของอาคอนไม่มีทั้งน้ำหนักหรือความยาวที่ว่าดังนั้นการต่อสู่ในลักษณะดังกล่าวจึงถือว่าแปลกสำหรับคนทั่วไป
จักรกลรบที่เสียหายชักดาบของมันออกมาจากแขนบางตัวเริ่มที่จะประคองบางอย่างที่ดูคล้ายลำกล้องของปืนและบางตัวตัวทำได้เพียงชะงักจากความเสียหาย
เด็กชายจ้องมองท่าทางการใช้ดาบของอาคอนอยู่พักใหญ่เขาคิดว่านี่คือจุดประสงค์ของอาคอน ไม่ใช่แค่สอนวิธีการใช้รูนแต่ยังรวมไปถึงการใช้ดาบอีกด้วยโดยปกติเด็กเช่นเขาไม่ควรจะมองออกว่าอาคอนใช้ดาบผิดปกติอย่างไรแต่ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าตั้งใจจะให้เขามองเห็นมันและยังยืดเวลาสำหรับการปะทะดังกล่าวเพื่อให้เขาได้ศึกษา
หากสิ่งที่เขาคิดถูกต้องเขาก็สามารถเข้าใจได้ถึงเจตนาของอาคอน”มีอาวุธที่ดีไปก็เท่านั้น หากผู้ใช้นั้นไม่สามารถดึงประสิทธิภาพออกมาได้”ดังนั้นเขาจึงทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่การต่อสู้ตรงหน้าและเขาก็เริ่มสังเกตุเห็นบางอย่าง
การโจมด้วยดาบของอาคอนนั้นโดยส่วนใหญ่ไม่ใช่การผ่าหรือการฟันอย่างรุนแรงแต่เป็นการเฉือนทั้งการตั้งรับและการโจมตี
การเฉือนนั้นต่างจากการฟันหรือการผ่าตรงที่มันไม่ได้ออกแรงในแนวตั้งฉากกับใบดาบมากนักแต่เปลี่ยนไปออกแรงในแนวระนาบแทน
ดังนั้นการใช้งานดาบของอาคอนจึงไม่เคยมุ่งเน้นไปที่การปะทะเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกแรงมากมายเพื่อสู้กับจักรกลที่มีพลังตรงหน้า
การป้องกันของเขาส่วนใหญ่คือการทำให้การโจมตีของอีกฝ่ายไหลไปตามใบดาบนั่นทำให้ดูราวกับว่าเขาปัดดาบของคู่ต่อสู้ออกอย่างไรก็ตามความจริงคือการโจมตีของอีกฝ่ายถูกเบี่ยงไปเล็กน้อยจากความลาดชันของใบดาบเพียงเท่านั้นเขาไม่ได้ใช้แรงมากมายในการต่อต้านดาบที่โจมตีเข้ามาแต่อย่างใด
ในขณะที่การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามเบี่ยงไปดาบของอาคอนก็พร้อมสำหรับการโจมตีแล้วการเบี่ยงวิถีดังกล่าวดูเหมือนการขยับเพื่อให้ดาบอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการออกแรงฟันเท่านั้น
และเมื่อการโจมตีเริ่มขึ้น อาคอนก็ถอยกลับออกมาพร้อมกับใช้แรงเต็มที่ในการฟันหรือผ่าอย่างไรก็ตามเขากลับเคลื่อนที่ถอยหลังไปพร้อมกันสิ่งนั้นเองที่ทำให้เกิดแรงเฉือนที่สร้างรอยลึกไว้บนเกราะที่ดูแข็งแกร่งของจักรกลและการถอยหลังเพื่อสร้างระยะก็เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการรับการโจมตีครั้งถัดไปของศัตรู
อาคอนทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนในที่สุดโทบี้ก็เริ่มมองเห็นการเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อตระหนักว่าโทบี้เข้าใจแล้ว อาคอนจึงเริ่มการเคลื่อนไหวที่รุนแรงทันทีเพื่อปิดฉากจักรกลรบ
ดาบของอาคอนมุ่งทะลวงไปที่รอยต่อของเกราะทำให้เกราะของจักรกลดังกล่าวหลุดออกอย่างง่ายดาย และอาคอนก็ทำลายจักรกลที่เหลืออีก 4ตัวอย่างรวดเร็ว
ดาบทะลวงไปที่รอยต่อของเกราะทุกครั้งแม้ว่ารอยต่อดังกล่าวแทบจะไม่สามารถมองเห็นได้เลยก็ตาม ในไม่ช้าจักรกลที่เหลือก็ถูกจัดการเหลือเพียงจักรกลที่ชะงักซ้ำๆเนื่องจากปัญหาบางอย่างและเจ้าตัวเล็กเท่านั้นที่อาคอนยังไม่ได้ทำลาย