สำหรับชายหนุ่มผู้อ่อนประสบการณ์เช่นบอสนั้นจำนวนเงินที่เสียไป 5,000 นั้นถือว่าเป็จำนวนเงินที่คุ้มค่าเป็อย่างมากบอสไม่เคยรู้สึกแข้งขาอ่อนแรงเท่าเช่นนี้มาก่อนท่อนเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาถูกเจ๊หวานเล่นงานเสียจนอ่อนยวบชายหนุ่มนอนอย่างหมดแรงพร้อมทั้งลมหายใจที่เหนื่อยหอบเรือนร่างของเธอนั้นยังคงเปลือยเปล่าเธอจ้องมองมาใบหน้าของชายหนุ่มด้วยสีหน้าและดวงตาที่สุดแสนจะเย้ายวน
“หนุ่มน้อยของพี่เราคงเหนื่อยแย่เลย..ยังไม่ต้องรีบกลับนะจ๊ะให้เจ๊นวดให้ก่อน” น้ำเสียงของเธอนั้นถึงแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่มันก็แอบแฝงไปด้วยความเร่าร้อนมือที่ขาวเนียนของเธอค่อยๆลูบไลท์เรือนร่างของหนุ่มน้อยด้วยแรงปรารถนามือของเธอค่อยๆบีบนวดอย่างเป็จังหว่ะ
อื้อ...ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องกระเส่าออกมาด้วยความรู้สึกสบายตัวมือของเธอค่อยๆบีบนวดไปตามส่วนต่างๆอย่างเชื่องช้าน้ำหนักมือของเธอนั้นพอดีเป็อย่างมากจนทำให้ตัวของเขานั้นแทบที่จะเผลอหลับไป
“รู้สึกดีบ้างไหม” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนในขณะที่มือของเธอยังลูบไล้ท์ผิวกายของเขาด้วยความหลงใหลหนุ่มน้อยผู้อ่อนประสบการณ์อดไม่ได้ที่จะจ้องสบสายตากับเธอดูเหมือนว่าตัวของเขาจะลุ่มหลงในเสน่ห์อันเร่าร้อนของเธอเข้าให้แล้ว
“ผมไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อน” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความยากลำบากตัวของเขานั้นทั้งเขินอายและหื่นกระหายเมื่อสบสายตากับเธอถึงแม้ว่าท่อนเอ็นของเขานั้นจะอ่อนยวบไปแล้วแต่ความปรารถนาภายในจิตใจกับร้อนแรงเข้มข้น
“เหรอจ๊ะ ถ้างั้นเธอก็มาใช้บริการพี่บ่อยๆสิ พี่ยิ่งร้อนเงินอยู่” เธอพูดออกมาอย่างไม่ปิดบังถ้าหนุ่มน้อยผู้นี้พร้อมที่จะเปย์เธอ เธอก็จะมอบความร้อนแรงที่สุดแสนจะเข้มข้นให้เอาชนิดที่ว่าตัวของเขานั้นไม่มีทางลืมเลย
“ไว้วันหน้าผมจะมาอุดหนุนใหม่นะครับ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหื่นกระหายเรือนร่างที่สุดแสนจะอวบอิ่มและลีลาที่สุดแสนจะเร่าร้อนของเธอตัวของเขานั้นย่อมที่จะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด
หมับ...ฉวบ ฉวบ เจ๊หวานใช้ริมฝีปากที่สุดแสนจะเย้ายวนของเธอดูดเลียท่อนเนื้อของหนุ่มน้อยอีกครั้งลีลาในการดูดเลียของเธอในครั้งนี้นั้นมันช่างมีความร้อนแรงและความหื่นกระหาย บอสถึงกับเสียวจนตัวเกร็งเนื้อตัวของเขานั้นถึงกระสับกระส่ายไปมาตามจังหว่ะในการดูดเลียของเจ๊หวานราวกับว่าตัวของเธอนั้น้าที่จะกลืนกินท่อนเนื้อของเขาเข้าไปที่ภายในลำคอของเธอหลังจากนั้นเธอจึงค่อยๆถอนริมฝีปากที่สุดแสนจะเย้ายวนของเธอออกจากท่อนเนื้อของเขาอย่างช้าๆพร้อมทั้งใบหน้าที่หิวกระหาย
“หากมีครั้งหน้าเจ๊ จะทำให้เราเสียวจนแทบขาดใจนี่ถือว่าเป็ของแถมนะจ๊ะ” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อนหลังจากนั้นเธอก็ช่วยชายหนุ่มแต่ตัวแต่มือของเธอนั้นยังคงวนเวียนเล่นงานท่อนเนื้อของเขาไม่มีหยุดจนมันแข็งโด่อยู่ภายในกางเกง
“เจ๊แกล้ง..ผมเหรอ” ชายหนุ่มที่ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วจ้องมองไปที่เป้ากางเกงของตนที่ในตอนนี้นั้นท่อนเนื้อของเขากำลังแข็งตัวจนเป็ลำถึงแม้ว่าจะไม่ได้ควักมันออกมาก็สามารถมองเห็นจากภายนอกได้อย่างชัดเจน
“เราจะได้คิดถึงพี่ไง พี่อยากให้เรามีความสุข” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในขณะเดียวกันสายตาของเธอนั้นจ้องมองเป้ากางเกงของหนุ่มน้อยจนตาเป็มันเพราะใน่เวลานี้นั้นมันกำลังแข็งโด้ชี้มาที่เบื้องหน้าของเธอ ชายหนุ่มหายใจกระเส่าด้วยความรู้สึกที่เร่าร้อนถึงแม้ว่าตัวของเขาในยามนี้นั้นกำลังรู้สึกอยากอีกรอบแต่น้ำแห่งความปรารถนาของเขาถูกรีดออกมาจนหมดแล้วมีเพียงแต่ที่จะต้องพักฟื้นรอเวลาเท่านั้น เจ๊หวานเดินมาส่งหนุ่มน้อยที่บริเวณหน้าห้องเช่าของเธอใน่เวลานี้นั้นเธอสวมใส่เพียงแค่ผ้าถุงที่ปกปิดร่างกายของเธอเท่านั้นโดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบภายในชุมชนว่าแท้ที่จริงแล้วหนุ่มน้อยผู้นี้เข้ามาทำอะไรที่ห้องของเธอแล้วอยู่กันสองตองสองมีเพียงแต่ภาพที่สุดแสนจะเร่าร้อนเท่านั้นที่ผู้คนจะคิดภาพออก
“ไปดีมาดีนะจ๊ะ” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อนและเย้ายวนในขณะที่บอสต้องเดินกุมเป้าของตัวเองด้วยความยากลำบากเพราะท่อนเนื้อของเขาที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกางเกงมันแข็งตัวอย่างบ้าคลั่ง
เช้าวันใหม่อันอบอุ่นมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านท้องฟ้าสีคราม เจ๊หวานก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรถเข็นลูกชิ้นคู่ใจ ด้านหน้าตลาดเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คน เธอสวมเสื้อคอกว้างอันเป็เอกลักษณ์ ซึ่งวันนี้ดูร้อนแรงกว่าเดิมเล็กน้อย ผิวขาวเนียนของเธอตัดกับเสื้อสีสดใสจนยากจะละสายตา ที่เนินอกนั้นมีรอยช้ำจางๆ ซึ่งกลับกลายเป็จุดที่ดึงดูดสายตาของลูกค้าหนุ่มๆ อย่างช่วยไม่ได้
ใบหน้าของเจ๊หวานในวันนี้ดูเปล่งปลั่งผิดหูผิดตา ดวงตาคมกริบเปล่งประกายแห่งความสุข เธอมีเสียงหัวเราะที่สดใส และน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น การแก้ปัญหาทางการเงินที่กดดันเธอมานานนั้น ทำให้เธอเหมือนได้ปลดปล่อยลมหายใจออกจากความทุกข์ เธอเล่าให้ลูกค้าขาประจำฟังด้วยน้ำเสียงภาคภูมิว่าหนุ่มน้อยสายเปย์ได้ช่วยเหลือเธอไว้ เธอจึงสามารถซื้อลูกชิ้นมาสต๊อกไว้ขาย และยังเหลือเงินไว้ใช้อีกเล็กน้อย
ชีวิตของเธอในวันนี้เรียบง่ายแต่สุขใจ เพราะการไม่มีเ้าหนี้มายืนกดดันที่หน้าบ้านหรือร้านค้า ถือว่าเป็ความสงบสุขที่สุดแล้ว เจ๊หวานยืนขายลูกชิ้นไปอย่างเพลิดเพลิน สลับกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ลูกค้า เรียกได้ว่าเช้านี้ตลาดไม่เพียงอุ่นด้วยแดด แต่ยังอุ่นด้วยพลังและเสน่ห์ของเจ๊หวานที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
ที่หน้าแผงลูกชิ้นของเจ๊หวาน ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีสนใจ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้มุ่งไปที่ลูกชิ้นในกระทะเดือดพล่าน หากแต่จดจ้องอยู่ที่เนินอกอันอวบอิ่มของเจ๊หวานแทน “เจ๊... รอยช้ำนั่น โดนหนุ่มที่ไหนดูดมาหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเขาแฝงความตื่นเต้นปนความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่คำถามนั้นเหมือนจะจาบจ้วง แต่ก็ปนไปด้วยความชื่นชมจนปิดไม่มิด
เจ๊หวานหัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดี พลางยื่นไม้ลูกชิ้นให้เขา “หนุ่มน้อยสายเปย์จ้ะ เขาเปย์เจ๊จนเจ๊ระทวยไปหมดเลยล่ะ!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแสนยั่วยวนพร้อมส่งรอยยิ้มที่ชวนให้ใจเต้นแรง ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวั่นไหวและอาการร้อนรุ่มแปลกๆ ไปทั่วทั้งร่าง
ลูกค้าชายหลายคนพยายามหาข้ออ้างเพื่ออยู่ใกล้ๆ เธอ บ้างก็สั่งลูกชิ้นหลายไม้ บ้างก็ถามราคาซ้ำไปมา บางคนถึงกับเสนอทิปเล็กๆ น้อยๆ หวังให้เจ๊หวานเหลียวมองพร้อมรอยยิ้ม แต่ในดวงตาของพวกเขานั้นกลับมีประกายแห่งความปรารถนาซ่อนอยู่ ราวกับพวกเขาไม่ได้้าเพียงแค่ลูกชิ้นในกระทะเดือดพล่านเท่านั้น
“เจ๊หวานวันนี้สดใสจังเลยนะครับ มีอะไรดีๆ หรือเปล่า?” หนึ่งในลูกค้าหนุ่มถามขึ้นอย่างหวังดีปนเ้าเล่ห์ ขณะที่สายตาของเขาไม่อาจละจากหน้าอกที่พลิ้วไหวไปมา
“ก็เจ๊สบายใจไงจ๊ะ ไม่มีหนี้ให้คิด ไม่มีใครตามมาทวง แค่นี้ก็สุขแล้ว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมยื่นไม้ลูกชิ้นให้ลูกค้า
ในใจลึกๆ ของพวกเขาแล้ว คำว่า “อยากอุดหนุนอย่างอื่น” นั้นคงไม่ได้หมายถึงแค่ลูกชิ้นธรรมดาๆ แต่หมายถึงความสนใจและเสน่ห์ที่ล้นทะลักของแม่ค้าสาวใหญ่คนนี้ ที่ไม่ว่าจะยืนตรงไหน ก็สามารถทำให้รอบข้างเดือดพล่านได้ไม่แพ้น้ำมันในกระทะ