“เอ้ยกร!นี่เมียใหม่เหรอวะ”
ใบหน้าของทั้งสองหันไปอีกฝั่งของโต๊ะด้วยความใสีหน้าเหลอหลาของนรินทร์หันไปทาง ชายร่างสูง สวมแว่นสายตา ใส่เชิ้ตขาวท่าทางภูมิฐาน ก่อนจะมองคนที่นั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าซีดลงเล็กน้อย
ศิวกรมองใบหน้าของน้องสาวภรรยาสลับกับเพื่อนสมัยเรียนด้วยสีหน้าเจื่อนไม่ต่างจากคนอายุน้อยกว่าก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติแล้วเอ่ยทักเพื่อนสมัยมัธยมที่เดินคู่มากับภรรยาของเขา
“อ้าว!เมฆพาครอบครัวมาเที่ยวเหรอ”
ร่างสูงลุกขึ้นยืนตบบ่าเพื่อนด้วยยิ้มสุภาพ แล้วหันไปทางภรรยาเพื่อนที่ตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกอีกคน
“สวัสดีครับ”
ก่อนจะผายมือไปทางนรินทร์ที่ก็ลุกขึ้นยืนตามแล้วยกมือไหว้พร้อมยิ้มให้ทั้งสอง
“เข้าใจผิดแล้วนี้รินน้องของพิมพ์ เขามาช่วยเลี้ยงน้องพริ้มระหว่างหาพี่เลี้ยงใหม่”
“อ้าวเหรอ!! ขอโทษนะครับน้องรินปกติพี่แซวไอกรอย่างนี้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มก้มหัวยิ้มแห้งขอโทษขอโพยหญิงสาวอยู่หลายครั้ง อย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรค่ะรินไม่โกรธ”
ชายร่างสูงเมื่อเห็นอีกไม่มีท่าทางโกรธเคืองอย่างที่กล่าวก็หันไปทางเพื่อนสนิท แล้วเดินเข้าๆ ไปหาเพื่อนแล้วลูบบ่าของเขาเบา ๆ
“เื่พิมพ์เสียใจด้วยนะตอนนั้นก็ไม่ได้ไปร่วมงาน พอดีฉันกับเมียติดต้องไปต่างประเทศกับมหาลัย ขอโทษจริงๆ”
“เออ!ไม่ต้องคิดมาก ตอนนั้นแกก็ร่วมทำบุญมาแล้ว ฉันเข้าใจ”
จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยทักทายกันอีกครู่ใหญ่ก่อนที่เมฆจะขอตัวกลับ เพียงคนทั้งสองเดินจากไปบรรยากาศที่โต๊ะก็เงียบลงผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ
“พี่ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับปกติพวกเราก็เล่นกันแบบนี้” นรินทร์หันไปทางชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหลังเงียบมานาน
“ไม่เป็ไรค่ะพี่กรอย่าคิดมาก เมื่อกี้รินแค่ใเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไร”
“ครับ”เขารับคำแค่นั้นอย่างไม่รู้จะต้องต่อบทสนทนาอย่างไรก่อนแสร้งมองไปทางลูกสาวที่วิ่งไล่จับเพื่อนในนั้นอย่างสนุกหลังเห็นคนตัวเล็กหยิบน้ำขึ้นดื่มแล้วหันหน้าไปอีกทาง
บรรยากาศกระอักกระอวลกลับมาอีกครั้ง เพราะหญิงสาวเองก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรต่อไปเหมือนกันมือทั้งสองข้างของเธอกุมแก้วน้ำไว้แน่นพร้อมมองหลานสาวที่วิ่งเล่นไปทั่วอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยใบหน้ากลมจิ้มลิ้มแดงปลั่งราวผลมะเขือเทศ
ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาเมื่อหลานสาวตัวน้อยหยุดวิ่งแล้วเปลี่ยนมาเกาะตาข่ายมองมาทางที่เธอนั่งพร้อมโบกไม้โบกมือแล้วเรียกชื่อเธอเสียงดัง จนเด็ก ๆหลายคนที่อยู่แถวนั้นต่างหันมองด้วยความสนใจ
“น้ารินน้องพริ้มอยู่นี้เห็นไหมคะ น้ารีนนนน”
“เห็นค่ะน้ารินเห็นน้องพริ้มชัดเลย”
หญิงสาวยิ้มกว้างพร้อมโบกมือกลับไปให้หลานสาวยกใหญ่ก่อนเด็กหญิงตัวน้อยจะกลับไปสนใจเพื่อนๆ แล้วออกวิ่งเล่นต่อจนครบชั่วโมงแล้วถึงจะออกมา
กว่าคนทั้งสามจะเดินทางกลับถึงบ้านก็เป็เวลาเกือบสองทุ่มทันทีที่รถจอดลงใบหน้าคมเข้มของกรก็หันไปทางคนทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหลังเขามองดูบุตรสาวที่นอนหลับหมดสภาพอยู่ในคาร์ซีทด้วยใบหน้าระเรื่อส่วนน้องสาวของภรรยาก็กำลังสนุกสนานกับการหามุมถ่ายรูปบุตรสาวของเขาพร้อมรอยยิ้มคาดว่าที่ถ่ายรูปนั้นก็คงไม่พ้นส่งเข้ากลุ่มครอบครัวอวดตา ยายเป็แน่ก่อนจะอมยิ้มมองใบหน้าหวานที่ยิ้มเจื่อนส่งมาเมื่อเห็นว่าเขากำลังมองดูเธออยู่
“ขอโทษนะคะรินถ่ายรูปหลานเพลินไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรครับปะ! ลงกันเถอะ เดี๋ยวพี่อุ้มน้องพริ้มเอง”
“ค่ะ”
หญิงสาวรีบเก็บของของตัวเองแล้วรีบลงจากรถหลีกทางให้ชายร่างสูงเข้าไปอุ้มเด็กหญิงแล้วเดินตามหลังเขาไปถึงห้องนอนเล็กที่เธออาศัยนอนมาตลอดั้แ่อยู่ที่บ้านหลังนี้
“ไม่เป็ไรค่ะพี่กรพักเถอะ เดี๋ยวรินเช็ดตัวให้น้องพริ้มเอง”
“เอาอย่างนั้นเหรอครับ”
“ค่ะเอาอย่างนี้แหละค่ะ”
“ขอบคุณนะครับ”
ศิวกรมองหญิงสาวด้วยความลังเลก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนของบุตรสาวแล้วเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อจัดการตัวเองบ้าง
ใบหน้าคมหันไปทางนาฬิกาแขวนที่ตอนนี้บอกเวลาเกือบสามทุ่มครึ่งแล้วมองไปทางประตูด้วยท่าทางลังเล
“ดึกไปไหมจะรบกวนหรือเปล่า”
เขายืนลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเลือกเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนเอามือทั้งสองรองศีรษะแล้วมองเพดานปล่อยความคิดไหลไปเรื่อย ๆจนรู้สึกเคลิ้มแล้วหลับไป
ต่างจากหญิงสาวที่อยู่ห้องข้างๆ ที่นอนพลิกตัวไปมาไม่หยุดั้แ่ล้มตัวลงนอนดวงตากลมมองแสงสว่างจากดวงไฟด้านนอกที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาภายในในหัวของเธอมีแต่คำว่า
“เมียใหม่”ลอยวนอยู่ในหัวไม่สามารถเอาออกไปได้
เห้อออ
เสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับร่างบางนอนหงายมองเพดานราวคิดไม่ตกทั้งที่ตอนนี้ในหัวของเธอแทบไม่มีอะไรอยู่เลย นอกจากภาพใบหน้าคมจืดเจื่อน ตอนที่เพื่อนของเขาทักผิด
พูดตามตรงเธอใมากตอนที่ได้ยินผู้ชายคนนั้นพูดออกมาแบบนั้นแต่นอกจากใ เธอกลับใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้อย่างไม่เคยเป็มาก่อนขนาดกับแฟนเก่าที่เลิกกันไปก็ยังไม่รู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้
‘เป็อะไรไปรินแค่เพื่อนเขาทักผิด ถึงขั้นต้องเอามาคิดขนาดนี้เลยหรือไง พอ ๆ นอนได้แล้วเลิกเพ้อ!’
หญิงสาวสะบัดใบหน้าอย่างแรงหลายทีหวังให้สิ่งที่อยู่ภายในหัวหลุดออกไปก่อนจะหันมองไปทางหลานสาวแล้วหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราตามร่างเล็กข้างกายไป
ทั้งที่เมื่อคืนไม่ได้นอนดึกอะไรมากแต่หญิงสาวกลับตื่นช้ากว่าปกติไปราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะปลุกและช่วยหลานสาวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนของเด็กน้อยแล้ว
และเมื่อลงมาชั้นล่างนรินทร์ก็เห็นจานแซนด์วิชพร้อมกระดาษโน๊ตจากคนที่ออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ที่ขอให้เธอช่วยไปส่งลูกสาวแทนเขาที่ต้องออกไปจัดการงานที่มีปัญหา เธอหันไปทางหลานสาวที่จ้องมาตาแป๋วก่อนยิ้มให้
“วันนี้น้ารินไปส่งน้องพริ้มเอง”
“เย้ๆๆๆ”
เด็กหญิงตัวน้อยะโโลดเต้นอย่างดีใจ เพราะถึงแม้ว่าน้าสาวจะมาอยู่ด้วยนานนับเดือนแล้วแต่ก็แทบจะไม่ได้ไปส่งเธอที่โรงเรียนเลยก่อนที่ทั้งสองจะรีบออกจากบ้านเพราะตอนนี้สายมาแล้วโดยที่ครั้งนี้ก็เป็ครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่เด็กหญิงต้องเอาอาหารเช้าขึ้นมากินบนรถระหว่างทางไปโรงเรียน
และทันทีที่รถเก๋งคันเล็กเคลื่อนออกจากซุ้มประตูโครงการร่างอวบอ้วนที่เฝ้ารออยู่นานก็ควบจักรยานแล้วปั่นเข้าไปทางโครงการบ้านจัดสรรทันที
“อ้าวพรไม่เห็นนานเลย”
“พอดีกลับบ้านต่างจังหวัดนะพี่วันนี้ก็มาทำงานสาย”
“อ๋อออ”
“ฉันไปก่อนนะพี่เดี๋ยวช้ากว่านี้จะโดนหักเงิน”
“เอ้อๆไปเถอะ”
อดีตพี่เลี้ยงหันไปส่งให้ยามวัยกลางคนที่หน้าซุ้มประตูอีกครั้งก่อนจะหันหน้าไปตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานไปบ้านหลังที่คุ้นเคย ด้วยแววตาเจ็บแค้น
“คอยดูแม่จะเอาของไปให้หมด”