เสียงกุกกักในครัวปลุกลลิตาให้ตื่นขึ้นมาหญิงสาวนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อขยับลุกแล้วรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวกิจกรรมรักตลอดเย็นวานจนถึงดึกดื่นยังทิ้งความแสบเสียวไว้ในร่างกาย
ร่างสูงใหญ่ที่ง่วนอยู่หน้าเตาโค้งตัวเล็กน้อยตอนทำอาหารเพราะศีรษะสูงเลยเครื่องดูดควันไปเยอะ
“ไหนว่าทำอาหารไม่เป็ไงคะ?”ลลิตาถามพลางสวมกอดเอวร่างสูงจากด้านหลัง
“ทำอาหารอินเดียไม่เป็ครับแต่อาหารฝรั่งง่ายๆ พอทำได้” ฟารีสหันมากดจูบที่หน้าผากมนก่อนหันกลับไปตักไข่คนกับไส้กรอกใส่จาน
“เสร็จแล้วครับคุณผู้หญิง”จานสองใบถูกวางลงบนโต๊ะอาหาร ตามมาด้วยชามใส่สลัดใบใหญ่และขวดเครื่องปรุง
“กาแฟเลยไหมครับ?” พ่อครัวจำเป็ถามพร้อมขยับไปที่เครื่องชงกาแฟ
“ก็ดีค่ะ” ลลิตายิ้มรับร่างสูงในชุดผ้ากันเปื้อนสีเหลืองดูน่าเอ็นดู ‘...เหมือนไก่ชนเลย...’ ลลิตานึกในใจ ฟารีสหยิบแคปซูลกาแฟเข้าเครื่องไม่นานกาแฟหอมกรุ่นก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
“ที่บ้านมีแต่ชาซองนะคะ” ลลิตาพูดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายติดชามาก
“ไม่เป็ไรครับผมเอามาด้วยแต่ยังอยู่ในกระเป๋าเดินทาง”
“อยากไปเที่ยวไหนเป็พิเศษไหมคะ?”ลลิตาถามพลางจิบกาแฟ มองร่างสูงที่นั่งตรงข้าม
“ไม่มีครับ ที่จริงผมแค่อยากอยู่กับคุณอยากอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ได้อยากตะลอนไปไหนไกลๆ”ฟารีสพูดพร้อมจัดการอาหารตรงหน้า
“จะไม่เบื่อแย่เหรอคะ?”
“ไม่เบื่อครับคุณทำงานของคุณไปได้เลยผมจะดูแลคุณเอง” ฟารีสยิ้มยิงฟันพูดอย่างแข็งขัน
“งั้นสายๆ ไปซุปเปอร์มาร์เกตกันค่ะ ของในตู้เย็นหมดแล้ว”
“อย่าลืมต้มยำที่สัญญาไว้นะครับ”คนหน้าหนวดทวง
“ค่า”
“รหัสประตูคือ 2010นะคะส่วนนี่คีย์การ์ดลิฟท์ เผื่อคุณอยากออกไปไหน” ลลิตาพูดพร้อมยื่นคีย์การ์ดสำรองให้
“หือ 2010 คงไม่ใช่...” ฟารีสเลิกคิ้วถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่ค่ะ วันที่เราพบกันครั้งแรก”
“น่ารักที่สุดเลย” ฟารีสยิ้มตาเป็ประกายร่างสูงลุกจากเก้าอี้สาวเท้าเข้ามาหาลลิตา โน้มตัวกดจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากมน
“เสร็จแล้วค่ะ ไปกันเลยไหม”ลลิตาพูดพร้อมกับวางมีดกับส้อมในจาน แล้วยกกาแฟที่เหลือในแก้วซดลงคอทีเดียวหมด
“ใจเย็นครับ เดี๋ยวผมล้างจานก่อน”
ทั้งคู่เดินอยู่บนฟุตบาทริมถนนสาทร มุ่งสู่ซุปเปอร์มาร์เกตที่อยู่ใต้ตึกสำนักงานขนาดใหญ่ใจกลางแยกสาทรซึ่งอยู่ห่างจากคอนโดของลลิตาไป3 ่ตึก เนื่องจากเป็่เวลาทำงานบนฟุตบาทจึงมีผู้คนไม่มากนักมีเพียงนักท่องเที่ยวเดินอยู่ประปราย
“แปลกนะครับ อยู่กลางเมืองแท้ๆแต่สงบกว่าที่คิด” ฟารีสเปรยเบาๆ
“พอดีมันเป็เวลาทำงานน่ะค่ะมนุษย์ออฟฟิศยังไม่ออกมา ถ้าเป็่เที่ยงนี่จะเหมือนผึ้งแตกรังเลยล่ะค่ะ”ลลิตาหัวเราะ
“มีเนื้อสัตว์อะไรทีคุณกินไม่ได้บ้างคะ?”ลลิตาถามขณะที่ทั้งคู่อยู่ที่แผนกอาหารสด
“นอกจากหมูก็กินได้หมดครับ ผมกินง่ายเลี้ยงง่าย” ฟารีสพูดพลางกอดเอวบางไว้หลวมๆ
“เฮ้...ลิตา”ลลิตาหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย
“อ้าว ไอ มาทำอะไรที่นี่แก” ลลิตาทักเพื่อนสาว
“พอดีวันนี้เข้าออฟฟิศลูกค้าที่ตึกนี้น่ะ”ไอลดาตอบพลางหันมองร่างสูงที่อยู่ข้างเพื่อนสาว
“ไอ นี่คือ...” ลลิตาขยับปากกำลังจะแนะนำคนข้างๆ
“ฟารีส ฟารีส ใช่ไหม?” ไอลดาพูดพลางจับมืออีกฝ่ายเขย่าอย่างตื่นเต้น
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไอ”คนหน้าหนวดฉีกยิ้มกว้าง
“เดี๋ยวนะ ทั้งคู่รู้จักกันเหรอคะ?”ลลิตาทำหน้าเหลอหลา
“ไอกับผมเคยเรียนที่เดียวกันครับ”ฟารีสอธิบาย
“เจอกันตอนฉันไปเรียนต่อที่อินเดียอ่ะแก”ไอลดาเสริม พลางกดรับสายโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นขัดจังหวะ
“ฉันต้องไปแล้วแก ลูกค้าโทรตามแล้ว”ไอลดาบอก
“มื้อเย็นไปกินข้าวด้วยกันไหม?”ลลิตาชวน
“วันนี้น่าจะยาว คงไม่ได้วันหลังแล้วกัน เดี๋ยวฉันโทรหา” ไอลดาพูดพร้อมกับโบกมือลา
ไอลดาเดินลับสายตาไปแล้วลลิตาเงยหน้ามองคนข้างๆ ที่กำลังเลือกกุ้งในกระบะ
“โลกกลมจังเลยนะคะไม่คิดว่าคุณกับไอจะรู้จักกัน”
“นั่นสิ ครับ” ฟารีสตอบสั้นๆ
“อย่าบอกนะคะว่าพวกคุณเคยเป็แฟนกันมาก่อน” ลลิตาถามตรงไปตรงมา เธอไม่ชอบเก็บอะไรให้ค้างคาใจนาน
“เพื่อนครับ ไอเขามาเรียนต่อวิศวคอมพิวเตอร์ที่นั่นเลยได้เจอกัน” ฟารีสอธิบายมือใหญ่หยุดเลือกกุ้งหันกลับมามองคนตัวเล็ก
“คุณหึงเหรอ?” ฟารีสยิ้มยิงฟันตาเป็ประกาย
“...” ลลิตาไม่ตอบ แต่ค้อนให้เขาเบาๆทางหางตา เธอไม่ได้หึงแต่ไอลดาเป็เพื่อนคนสำคัญของเธอหากพวกเขาเคยเป็แฟนกันมาก่อนจะได้ระวังท่าทีเวลาอยู่พร้อมหน้ากัน
“พูดมาก อดกินมื้อเย็นนะคะ”ลลิตาพูดพร้อมกับเดินหนี...
ฟารีสยืนอยู่ที่ระเบียงเหม่อมองพระอาทิตย์สีแดงดวงโตกำลังลับหายไปหลังยอดตึกสูงกลิ่นสมุนไพรหอมอบอวนไปทั่วห้องจนฟารีสอดใจไม่ไหว เดินเข้ามาในครัว
“หอมมากเลยครับ แค่ได้กลิ่นก็หิวแล้ว”
“เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะต้มยำกุ้งกับผัดผักสองอย่างพอไหมคะ?” ลลิตาพูดพร้อมกับหยิบกุ้งใส่หม้อต้มยำที่กำลังเดือดปุดๆส่งกลิ่นหอมสมุนไพร แล้วขยับมาที่อ่างล้างจานหยิบผักคะน้าจากตะกร้าออกมาล้าง
“ให้ผมช่วยไหมครับ?”ฟารีสพูดพร้อมกับขยับตัวยืนซ้อนหลังลลิตา สองมือใหญ่แตะเบาๆ อยู่ที่เอวบางเกยคางที่เต็มไปด้วยเคราไว้ที่ไหล่บอบบาง
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณไปรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวน้ำกระเซ็นใส่ อื้อ....”ลลิตารีบบอกเมื่อมือใหญ่ขยับจากเอวมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่มภายใต้เสื้อแขนกุดสีขาวหากแต่คนที่อยู่ด้านหลังไม่มีท่าทีว่าจะถอย ลมหายใจร้อนราดรดใบหูขาวผ่อง จนใบหน้านวลร้อนผ่าวมือใหญ่ซุกซนสอดเข้าภายในเสื้อเคล้นคลึงอกอวบที่รัดรึงอยู่ในบราตัวน้อยปากร้อนกดจูบไปทั่วซอกคอขาวผ่อง
“อื้ออ...ฟารีส”ลลิตาครางเสียงแ่ปล่อยผักร่วงลงในอ่างมือน้อยเกร็งข้อมือจับขอบอ่างล้างจานไว้แน่นด้วยความเสียวซ่านเมื่อมือแข็งอีกข้างสอดผ่านเอวเข้าบดคลึงกระตุ้นปุ่มไวััใต้กระโปรงลูบไล้ไปตามกลีบเนื้ออ่อนแล้วสอดใส่นิ้วเรียวยาวเข้าไปช่องคับแคบที่ชื้นแฉะเพราะถูกปลุกเร้าแล้วเริ่มเคลื่อนไหวเข้าออกจนร่างบางบิดสะท้านครางอือ
“อย่าค่ะ เดี๋ยวหม้อไหม้”ลลิตากระซิบแ่ บิดขาเรียวไปมาด้วยความเสียวสยิว
“งั้นต้องทำเวลาหน่อยนะครับ”ฟารีสพูดพร้อมกับถกกระโปรงตัวยาวให้มากองอยู่ที่เอว กางเกงในตัวจิ๋วถูกแหวกเป้าเบี่ยงไปด้านข้างเขาจับท่อนเนื้อแข็งเกร็งกระตุกถูไถกับกลีบเนื้อบาง ก่อนขยับสะโพกกระทุ้งท่อนแข็งเข้าสู่ช่องทางคับชื้นจนสุดความยาวจนร่างน้อยกระดอนไปข้างหน้าสองมือใหญ่เกาะกุมอกอวบบีบเคล้นเมามัน สะโพกสอบโยกสอดใส่เข้าออกเนิบนาบแล้วเร่งจังหวะบดกระแทกถี่กระชั้น
สะโพกกลมกลึงแอ่นร่อนรอรับแรงกระแทกปากบางร้องครางเสียวกระสันจนฟังไม่ได้ศัพท์
“อ่า อ่า ฟารีส”
“แบบนี้ดีไหมครับ?”ฟารีสกระซิบเสียงพร่า โน้มตัวประกบจูบปากบาง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึงเร่าร้อนประสานกับสะโพกสอบและมือใหญ่ที่เคลื่อนไหวร้อนแรงจนร่างน้อยโยกไหวเหนืออ่างตามแรงกระแทกจนแทบแดดิ้นด้วยฤทธิ์กำหนัด
“ฉัน...จะเสร็จแล้วค่ะ”ลลิตาพูดเสียงกระท่อนกระแท่นตามจังหวะกระแทกของคนตัวโต ร่างบางกระตุกสั่น ขาเรียวเริ่มอ่อนแรงเพราะโดนกระแทกในท่าเดิมมาหลายนาทีภายในช่องคับแคบกระตุกตอดรัดท่อนเนื้อที่รุกล้ำเป็จังหวะ
“พร้อมกันนะครับ”ฟารีสกระซิบพร้อมกระแทกสะโพกหนัก เน้น เข้าใส่ร่างบางไม่กี่ครั้งก่อนกระตุกปลดปล่อยเสียงคำรามต่ำดังอยู่ข้างหูขาวผ่อง มือใหญ่เกร็งบีบเต้านมอวบเพื่อระบายความเสียวซ่านจนแทบแหลกคามือ
ลลิตาหายใจหอบกระเส่าระทวยทรุดลงในอ้อมแขนแกร่งที่รีบช้อนร่างบางอุ้มมานอนที่โซฟาตัวยาว หญิงสาวปรือตามองร่างสูงถึงพบว่าร่างกำยำนั้นตอนนี้เปลือยเปล่าใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาชวนฝัน แผงอกแน่นกว้างเต็มไปด้วยขนดกดำเป็แนวมาจนถึงกล้ามท้องแกร่งเป็ลอนและ...ท่อนเนื้อยาวใหญ่ที่ตอนนี้เหมือนจะสงบอยู่แต่กระตุกเบาๆ อย่างพร้อมรบตลอดเวลาทำให้หญิงสาวแอบกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาสวยหลับลงพยายามสงบสติอารมณ์
“ฉันไม่มีแรงทำกับข้าวแล้วล่ะค่ะ” ลลิตาพูดทั้งที่ยังหลับตา
“เดี๋ยวผมล้างผักให้”ฟารีสพูดอย่างเอาใจ พลางเดินกลับไปที่อ่างอย่างสดชื่น ขมีขมัน
“เดี๋ยวค่ะ ใส่เสื้อผ้าก่อน”ลลิตาร้องบอก พร้อมส่งค้อนให้ร่างกำยำเปลือยเปล่า เธอไม่ได้กลัวคนอื่นเห็นหรอกแต่กลัวใจตัวเองต่างหาก
“คร้าบ ผม”เ้าของร่างกำยำพูดพร้อมกับหยิบผ้ากันเปื้อนสีเหลืองมาสวม แล้วหันกลับไปล้างผักอวดสะโพกแน่นต่อสายตาคนที่นอนอยู่ข้างหลัง
“ใส่กางเกงด้วยสิคะ เฮ้อ” ลลิตาร้องบอกอย่างอ่อนใจ