(มีอีบุ๊ก) หออาชาไนย | พ่อค้าความตาย

    ตอนที่ 37 จำเป็นต้องใช้แผนสำรอง!

            ตอนที่ 37จำเป็นต้องใช้แผนสำรอง!

             

            ทองทับเดินออกมาจากภายในศาลเจ้าส่วนผีบรรพบุรุษก็ได้ยินส่งแขกอย่างประจบเอาใจ หากว่าตนได้ตีสนิทกับอีกฝ่ายอย่างน้อยก็ทำให้มีลู่ทางมีที่พึ่งมากขึ้นอีกฝ่ายบอกว่าจะมาหาดูท่าแล้วคงจะอาศัยอยู่ที่นี่

            เขาย่อมเคยได้ยินเรื่องของแพทย์เคลื่อนที่อะไรนั่น“แสดงว่าเป็นคนที่มากับทางคณะงั้นหรือ?” ชายชราครุ่นคิดอยู่ในใจ

            “ดูท่าคืนนี้ต้องประชุมบอกกล่าวกับคนในเผ่าตนไม่ให้ไปล่วงเกินคนในโครงการนั้น อีกทั้งยังต้องตัดเรื่องของ ‘นกภูตทูต’ออกไปได้เลย ใครเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยมีหวังต้องตายเป็นแน่!”

            ……

            การตรวจรักษานั้นก็เป็นไปได้ด้วยดีส่วนมากวันนี้เน้นไปที่การฉีดวัคซีนต่าง ๆส่วนคนที่มีอาการมากหน่อยก็เร่งทำการรักษา

            วันนี้เพลงขวัญยิ้มแย้มเป็นพิเศษระหว่างที่รับคนไข้ก็ยิ้ม ตอนที่รักษาไปก็ยิ้มแต่ปัญหาก็ยังคงอยู่ที่การสื่อสารเป็นหลักเพราะว่าหญิงวัยทองบางคนยังคุ้นชินอยู่กับภาษาเผ่าพูดไทยไม่ได้ดังนั้นจึงต้องมีล่ามมาช่วยแปล จึงค่อนข้างจะเสียเวลาไปกับในส่วนนี้

            ทางด้านคุณหมอท่านอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันพวกเขาพบเจอปัญหาเดียวกันในวันแรกของการรักษานั่นก็คือการสื่อสารที่ต้องใช้ล่าม

            ในส่วนของกลุ่มเด็กเล็กหรือวัยรุ่นส่วนมากแล้วพูดไทยได้ชัดแจ๋วจึงไม่มีปัญหาทางด้านอื่น ๆ ต่างก็พบเจอปัญหาหน้างานอยู่ตลอด ๆจึงวิ่งกันไปวิ่งกันมา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ…

            ตามลักษณะภูมิประเทศของยอดเขาหรือที่สูงย่อมต้องขาดแคลนน้ำเป็นธรรมดา และที่ขนเอาน้ำมาด้วยในคราวนี้เห็นทีจะไม่พอคำว่าเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีนั้น ก็คือก่อนที่จะขึ้นดอยมาแต่ยามเมื่อเจอปัญหาหน้างานก็ต้องค่อย ๆ หาวิธีแก้ไขปัญหาเอา

            เมื่อคืนนี้ทุกคนต่างก็เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันนั่นก็คือ “ปัญหาเรื่องห้องน้ำ!” เพราะว่าห้องน้ำส่วนกลางมันทรุดโทรมเกินจะทัดทานมันทรุดโทรมจนแทบไม่มีใครกล้าเข้า จึงได้แอบไปปล่อยใส่ต้นไม้ใบหญ้าแทน…

            จนกระทั่งในตอนเช้าก็พบเจอปัญหาในลักษณะเดียวกันทั้งล้างหน้าแปรงฟัน หากใครทนไม่ไหวปวดหนักหน่อยอาจจะต้องไปหาบ้านคนเพื่อขอเข้าห้องน้ำ

            ดังนั้นอาสาสมัครจึงร่วมมือกับชาวบ้านพากันสร้างห้องน้ำส่วนกลางขึ้นมาใหม่ โดยที่เริ่มตั้งแต่ไก่โห่ส่วนเครื่องไม้เครื่องมือก่อสร้างต่างก็เตรียมมาพอประมาณซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นไม้ ที่หาได้ตามท้องถิ่น

            ห้องน้ำส่วนกลางจึงเริ่มถูกสร้างอย่างเป็นรูปเป็นร่างแบ่งสัดส่วนชายหญิงอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสร้างลานอาบน้ำคู่ขนานไปด้วยเลยเพราะพอสร้างเสร็จคราวนี้คนในหมู่บ้านก็จะได้ใช้ด้วยหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ

            ในการก่อสร้างนี้ผู้ควบคุมงานที่อาสาอย่างแข็งขันนั่นก็คือเจ้าขุนเพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายหัวไปไหน หลังจากมาชี้นิ้วสั่งอยู่พักหนึ่งก็จากไปมอบหมายงานให้เพื่อนสนิทช่วยทำแทน แน่นอนทั้งสองย่อมรู้ใจกันเพราะถึงคราวตนบ้างจะได้แอบเข้าไปหาสาว ๆ

            การก่อสร้างบนพื้นเป็นไปอย่างรวดเร็วหากแต่ว่า‘บ่อเกรอะ’ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากต้องขุดดินลงลึกต้องเตรียมอุปกรณ์ซึ่งรถของทางโครงการก็ได้วิ่งลงไปในตัวเมืองเพื่อขอซื้อสุขภัณฑ์โดยเน้นไปที่ชักโครกแบบนั่งราบ และก็บ่อเกรอะที่ต้องสั่งมาใหม่

            หลังจากประเมินหน้างานคร่าวๆ แล้ววันนี้น่าจะสร้างเสร็จอยู่ แต่จะได้ใช้งานหรือเปล่านั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง…

            จนตะวันโด่งลอยอยู่กลางศีรษะเจ้าขุนถึงพึ่งจะกลับมา เขามาพร้อมกับใบหน้าแต้ยิ้มที่แลดูกระหยิ่มยิ้มย่องเขาเดินไปหาเพื่อนสนิทเอ่ยถามว่า “ไอ้ข้าวหมากเป็นไงบ้างวะ งานเรียบร้อยดีไหมมึง?”

            ข้าวหมากเพื่อนสนิทป้องปากถาม “ยิ้มร่ามาเลยนะมึงเป็นไงไปขึ้นสวรรค์ชั้นไหนมา?”

            “เรียกได้ว่าสวรรค์ขั้นสูงสุดเลยว่ะมึง”เจ้าขุนจุปากก่อนกอดคอเพื่อนบรรยายถึงรสรักอันเร่าร้อนของตนให้เพื่อนได้ฟัง

            เจ้าขุนเป็นคนใจถึงตัวเขาถามเพื่อนไปตามตรง “มึงได้นัดเด็กไว้หรือเปล่าล่ะประเดี๋ยวกูช่วยดูงานให้แทนเพื่อน!”

            “ไอ้ห่า ของกูยังคุยๆ กันอยู่เลย ใครเขาจะไปเร็วแบบมึงวะ?” ทางข้าวหมากบ่นอุบและในขณะเดียวกันนั้น เขาก็รู้สึกอิจฉามันขึ้นมา

            “มึงอย่าไปคิดเยอะเชื่อกู…กูว่าพวกน้องๆ เขาก็อยากอยู่เหมือนกันนั่นแหละ” ตัวเจ้าขุนเลิกคิ้วพูดขึ้นแฝงความนัยเอาไว้

            “ยังไงวะ?” พอข้าวหมากถามขึ้น เจ้าขุนก็กอดคออีกฝ่ายพากันนั่งลงไปพูดคุยกันด้วยท่าทีที่จริงจัง

            “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” 

            “อ่าวไม่เชื่อ…งั้นมึงลองทักเด็กมึงไปดูสิว่าจะเป็นแบบกูไหม?”

            ข้าวหมากได้ยินดังนั้นจึงรีบพิมพ์ข้อความไปหาสาวของตนทันทีเขาพิมพ์เข้าตรงจุดเข้าตรงประเด็น

            ข้าวหมาก :พี่ไปหาที่บ้านตอนนี้จะได้มั้ยจ๊ะ…พลับ?

            พลับ :พี่ว่างตอบหนูแล้วเหรอ?

            หลังจากทั้งสองคุยกันไปหลายประโยคหญิงสาวก็ตอบกลับมาว่า “บ้านหนูอยู่ตรงนี้…” เจ้าหล่อนบอกสถานที่ให้เสร็จสรรพ

            “เป็นไงไวไฟเหมือนที่กูบอกไว้ไหมล่ะมึง?”เจ้าขุนคุยข่ม

            ข้าวหมากถามต่อ“ไปตอนนี้เลยดีไหมวะ?” 

            “มึงจะรออะไรล่ะไปเลยสิ!”เจ้าขุนคะยั้นคะยออีกฝ่ายอยู่หลายประโยค

            “ถ้าอย่างงั้นกูฝากงานมึงด้วยนะตอนนี้พวกรถที่ไปซื้อสุขภัณฑ์กำลังขึ้นมาแล้ว…”ข้าวหมากอธิบายงานต่อเพื่อส่งมอบให้กับเจ้าขุน ส่วนชายหนุ่มก็พยักหน้ารับและก็ฟังด้วยท่าทีสนอกสนใจ กับเรื่องของงานเขาจริงจังอยู่พอสมควร

            “ไปมีความสุขซะเพื่อนและก็ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวกูดูแลให้เอง”ชายหนุ่มยักคิ้วหลิ่วตาส่งสัญญาณให้เพื่อนไปทำเรื่องอย่างว่า…

            พอพักเที่ยงทั้งโครงการก็หยุดอย่างพร้อมเพียงเพราะเป็นเวลากินข้าวพวกแม่ครัวที่ได้ขนเอาวัตถุดิบแช่แข็งมาจากด้านล่างก็เริ่มทำกับข้าวให้คนในโครงการได้กินลูกมือก็เป็นพวกชาวบ้านที่มีจิตอาสาอยากช่วยเหลือ

            มองดูคล้ายกับงานเทศกาลตามชนบทที่พอบ้านใครมีงานก็ต่างไปช่วยหยิบจับ ช่วยกันทำกับข้าวทำให้บรรยากาศครื้นเครงดูมีความสามัคคีของหมู่คณะ

            ตกบ่ายสามกว่า ๆทางผู้ใหญ่บ้านก็ประชาสัมพันธ์ให้กลับบ้านกันไปก่อนและให้มาพบพวกคุณหมอใหม่ในวันพรุ่งนี้

            เพราะทางทีมแพทย์เองยังต้องมีประชุมหารือกันเกี่ยวกับปัญหาในการรักษาในวันแรก ทุก ๆครั้งที่ออกโครงการในลักษณะนี้จะเจอโรคทั่วไป ในกลุ่มเด็กเล็ก ก็เช่นพวกหวัดส่วนพวกผู้ใหญ่ในวัยทำงานก็จะมีเรื่องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ พบเสี้ยน ฯลฯ 

            และหากพบคนซึ่งเป็น‘โรคที่รักษาได้ยาก’ ก็จะเริ่มส่งตัวไปรักษาต่อที่ทางโรงพยาบาลใครที่เกิดเจ็บป่วยในตอนนี้จึงนับได้ว่าโชคดียิ่งนักเพราะว่าทางโครงการได้ออกค่ารักษาให้ครบทุกบาททุกสตางค์

            ส่วนทางด้านจิตอาสาโครงการเองก็ยังต้องไประดมพลก็สร้างห้องน้ำส่วนกลางซึ่งจากที่ทางเจ้าขุนและลูกน้องได้ประเมินเอาไว้ดูท่าแล้วมันคงจะยังไม่เสร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน เพราะกว่าปูนจะแห้งได้กว่าจะตรวจสอบระบบของน้ำ ฯลฯ

            ดังนั้นเขาจึงไปแจ้งให้กับคุณหมอดาหลาผู้ดูแลโครงการซึ่งนั่นจึงทำให้ทีมแพทย์มีเรื่องให้พูดคุยกันอีกเรื่องแล้ว…

            เพราะถ้าเป็นอย่างนี้จะอาบน้ำเข้าห้องน้ำกันที่ไหน ครั้นจะสั่งรถห้องน้ำในเวลานี้ก็ดูจะจวนตัวไปเสียหน่อยหลายคนก็คิดไปในทำนองเดียวกัน มีอุปกรณ์ครบครัน ยกเว้นรถห้องน้ำ?

            ตุลาคุณหมอชายหนุ่มเสนอขึ้น“ถ้าอย่างนั้นไม่สู้พวกเราใช้แผนสองกันดีกว่ามั้ยครับที่เป็นแผนสำรองตอนปรึกษากันก่อนขึ้นมา โดยไปอาศัยนอนตามบ้านเรือนของชาวบ้านตามที่ทางด้านผู้ใหญ่บ้านได้เสนอ…”

            ทุกคนก็เริ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะว่าถ้าไม่มีที่ขับถ่าย มันก็ถือเป็นปัญหาใหญ่และกำลังของพวกคุณหมอไม่ควรที่จะเสียไปกับเรื่องเหล่านี้ดาหลาจึงเรียกทางผู้ใหญ่บ้านเข้ามาปรึกษาในที่ประชุมทันที 

            ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านดูเหมือนว่าจะเตรียมการไว้พร้อมอยู่แล้วรอเพียงแค่ให้ทางคณะแพทย์เอ่ยปากเท่านั้น

            “ไม่ต้องห่วงครับคุณหมอเดี๋ยวผมให้คนไปตามพวกเจ้าของบ้านมา ผมแบ่งเอาไว้แล้วว่าให้ใครนอนกับใครพวกคุณหมอผู้หญิงจะได้นอนกับผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชายก็นอนได้ทั้งหมดขอแค่ไม่ไปทำอะไรล่วงเกินก็พอ…” 

            จากนั้นแทนไทยก็อธิบายไปชุดใหญ่แทนไทยก็ยื่นเอกสารที่เป็นที่อยู่ของบ้านไปให้กับพวกคุณหมอได้เลือกโดยจะแบ่งสันปันส่วนนอนกันอย่างไรก็ตามแต่ใจเลย

            “แล้วจะเลือกกันอย่างไรดีล่ะ?”คุณหมอสูงวัยท่านหนึ่งกล่าวขึ้น

            แทนไทยเสนอขึ้นมา“เอาแบบนี้ดีมั้ยครับ วันนี้คุณหมอคงสนิทสนมกับคนหลายคนแล้วหากใครมีคนที่สนิทเคยชักชวนให้ไปพักอาศัยด้วยก็ลองไปคุยดูส่วนใครที่ไม่มีก็พักแบบตามที่ผมได้จัดหาไว้ให้ เพราะยังมีเวลาอีกเยอะนี่พึ่งจะบ่ายกว่า ๆ เอง” 

            คุณหมอดาหลาพยักหน้าพร้อมเอ่ยปากชื่นชม

            ทั้งคณะแพทย์กับจิตอาสาก็เห็นไปในทางเดียวกันนั่นคือเห็นชอบ อย่างพวกจิตอาสาที่ทำกับข้าวก็สนิทสนมกับผู้หญิงอยู่หลายคนส่วนพวกผู้ชายที่ได้ไปสร้างห้องน้ำ ก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

            เมื่อตกลงกันได้แล้วทุกคนก็ต่างไปเก็บข้าวของในเต็นท์หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงทุกคนต่างก็มีที่พักโดยที่ทางผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องทำงาน…

            ทางเพลงขวัญกับปิ่นแก้วตกลงที่จะไปพักบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นสาวที่กำลังตั้งท้องอยู่พวกเธอพูดคุยกันถูกคอ จึงเกิดความสนิทสนมด้วย 

            หากแต่ผู้ใหญ่บ้านได้มายืนดักรอพร้อมบอกว่า“เอ่อ…คุณเพียรให้มาบอกว่าคุณหนูทั้งสองไม่ต้องไปพักที่อื่นให้มาพักบ้านของผมแทนครับ”

            เพลงขวัญและปิ่นแก้วก็ไม่ได้แปลกใจมากนักกับการกระทำของเพียร ดูคล้ายจะคุ้นชินกับนิสัยของอีกฝ่าย 

            “ก็ได้ค่ะอีกอย่างวันนี้เรามีนัดกับคุณน้าน้อยหน่าพอดี” เพลงขวัญพูดขึ้นส่วนปิ่นแก้วก็พยักหน้าตาม

    คล้ายกับเรื่อง(มีอีบุ๊ก) หออาชาไนย | พ่อค้าความตาย ที่คุณอ่าน