เทพเซียนผู้ล่วงหล่น

    ep.0 จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

    อุแว๊ๆ อุแว๊ๆ อุแว๊ๆ ซึ่งเป็นเสียงเด็กกำลังร้อง ซึ่งไม่รู้ว่ากำลังร้องเพราะหิว หรือเพราะอะไร แล้วก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยู้ไม่ไกลมาก จากเสียงที่เด็กทารกกำลังร้องอยู่ อายุไม่น่าเกิน 28-30 ปี หน้าตาสะสวย งดงาม ได้กล่าวกับเด็กทารกที่กำลังอยู่ในอ้อมแขนว่า “โอ๊ๆๆทำไมเด็กคนนี้ช่างร้องเก่งเหลือเกิน” ผู้หญิงซึ่งกำลังพูดพร้อมกับยกเด็กทารกไว้เหนือหัว พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวเก็บเด็กทารกต่อ  “เย่เฟิง ลูกร้องไห้ทำไมหรือ หิวนมหรือ หรือเจ้าฝันร้ายกัน” เย่เฟิงเพิ่งอายุได้ 1 ขวบซึ่งไม่สามารถพูดได้ทำได้เพียงร้อง อุแว๊ๆ อุแว๊ๆ เพียงอย่างเดียว “โอ๊ๆ เดี๋ยวแม่พาไปเดินเล่นนะลูก” ผู้หญิงซึ่งเป็นแม่ของเย่เฟิงได้กล่าวก่อนจะลดแขนลงพร้อมอุ้มไว้ในอ้อมอกพร้อม จัดเตรียมของเพื่อพาเย่เฟิงออกไปเดินเล่นข้างนอก............................................................................................................................................................................... 1 ปีก่อน อั๊ก!! ทำไม!! ทำไม!! ที่นี่มัน......ที่ไหนกัน ทำไมมันมืดสนิทอย่างนี้ ทำไม.....ทำไม แรงหายไปไหนหมด ทำไม.....ทำไม ถึงหิวจัง นี่มัน.....เกิดอะไรขึ้นกันแน่ อุแว๊ๆ อุแว๊ๆ เอ๊ะนี่มันเสียงเด็กร้องนี่หว่า เสียงมาจากที่ไหนกัน เย่เฟิง ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงเด็กทารกเสียงเดียวเท่านั้นไม่ได้ยินเสียงอื่นอีก แต่จากนั้นซักพักมีเสียงผู้หญิงผู้ไหนได้ทำลายความเงียบนั้นลงไป  “หมอตำแย เด็กคนนี้เป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชาย” หมอตำแยผู้ซึ่งได้ถูกกล่าวถาม ได้ตอบหญิงสาวที่กำลังถามว่า “ท่านหญิง ยินดีด้วยค่ะ เด็กที่เกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย น่ารักน่าชัง แข็งแรงมากเลยค่ะ” ผู้หญิงซึ่งหมอตำแยได้กล่าวเรียกว่าท่านหญิงนั้น กำลังดีใจแล้วได้กล่าวกับหมอตำแยว่า “ไหนๆ อาเหนียง เอาลูกมาให้ข้าอุ้มหน่อย” หมอตำแยที่ชื่อว่าอาเหนียง ได้ยิ้มพร้อมกับกล่าวกับท่านหญิงว่า “ได้ค่ะ ท่านหญิง” พร้อมเดินอุ้มทารกน้อยไปให้ผู้หญิงผู้ซึ่งเป็นแม่ที่กำลังคาดหวังที่จะได้อุ้มและเห็นหน้าบุตรชายของตน พอบุตรชายตนเข้าสู่อ้อมอก คนซึ่งเป็นแม่ได้มองดูลูกน้อยในอ้อมอกตนพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยนว่า “บุตรชายข้าช่างน่ารักน่าชัง แข็งแรงเสียเหลือเกิน” อาเหนียงซึ่งได้มองไม่ไม่ใกล้ ไม่ไกล ได้กล่าวตอบประโยคนั้นว่า “จริงค่ะ ท่านหญิง บุตรชายท่านดูแข็งแรงและหล่อเหลาเสียเหลือเกิน ไม่ต่างกับท่านชายตอนเด็กเลยค่ะ”ท่านหญิงได้ยิ้มตอบให้กับคำพูดประโยคนั้นของอาเหนียง
    หื้ม เสียงผู้หญิงสองคนที่กำลังคุยกันอยู่มาจากไหน เย่เฟิงผู้กำลังสับสนไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นดังมาจากที่ไหน เย่เฟิงไม่รอช้าตั้งใจฟังต่อแล้วอยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แทรกเข้ามาในกาย ที่ไม่รู้มาจากไหน พอฟังไปซักพักเย่เฟิงเหมือนรู้สึกว่าผู้หญิงสองคนนั้นกำลังกล่าวถึงตนอยู่ แต่ตนนั้นไม่แน่ใจเพราะไม่เห็นอะไรเลยรู้สึกได้เพียงแค่มันอบอุ่นเพียงเท่านั้น แล้วเสียงที่ทำลายความเงียบอีกครั้งหนึ่งได้กล่าวขึ้นมาว่า “นี่คุณตั้งชื่อลูก ชื่ออะไรดี” คนเป็นแม่ได้ถามผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆซึ่งเป็นสามีของตน “อื้มมมมมม งั้นชื่อ เย่เฟิง เย่จากมารดา และชื่อเฟิงจากบิดาละเป็นยังไง” “เอ๊ะ ความคิดดีนิคุณ ฉันก็ชอบชื่อเย่เฟิงเหมือนกัน” บิดาผู้ซึ่งเคอะเขิน กำลังเกาแก้มของตนอยู่ ในห้องนั้นคลุกขุ่นด้วยไอแห่งความสุข ความยินดี แต่มีผู้หนึ่งซึ่งกำลังสับสน ผู้นั้นไม่ไช่ใคร คือเย่เฟิงผู้อยู่ในอ้อมอกมารดา “เอ๊ะ ทำไมชื่อเหมือนกับตน ทำไม ทำไมกัน เพราะอะไร” เย่เฟิงผู้กำลังสับสนเพราะอะไรชื่อถึงเหมือนตน แต่ทำไมสับสนแค่ชื่อ ไม่สับสนว่าตนเป็นเด็กทารกผู้นั้น เพราะว่าเย่เฟิงตอนแรกก็ไม่เชื่อเพราะว่า เคยอ่านนิยายที่ไปเกิดใหม่ที่ต่างโลกแต่ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นกับตนได้ เย่เฟิงผู้กำลังครุ่นคิดอยู่ตอนนี้นั้น เป็นเย่เฟิงที่เกิดจากดาวโลกแล้วเกิดอุบัติติเหตุกับตนจนได้มาเกิดใหม่ที่ร่างเด็กน้อยที่ชื่อเสียงเรียงนามคล้ายกับตนเอง “เฮ้อ” เย่เฟิงกำลังถอนหายใจเพราะไม่แน่ใจว่าตนคิดถูกหรือไม่ ว่าตนได้เกิดใหม่ในร่างของเด็กคนนี้ ตนต้องดูสถานการณ์ไปก่อนสินะ............................................................................................................................................................................... 5 ปีผ่านไป เย่เฟิงอายุได้ 5 ขวบได้รู้ว่าตนเองได้เกิดในโลกดินแดนแห่งเซียน ที่ชื่อว่า เยี่ยป่าย ซึ่งเป็นดินแดนสูงสุดในบรรดาโลกบริวารนับแสนดวง มีขั้นพลังทั้งหมด10ขั้น คือ 1.ขั้นก่อสร้างร่ายกาย 2.ขั้นรวบรวมลมปราน 3.ขั้นสร้างทะเลลมปราน 4.ขั้นก่อสร้างแกนฉี 5.ขั้นรวบรวมวิญญาน 6.ขั้นก่อสร้างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ 7.ขั้นราชาศักดิ์สิทธิ์ 8.ขั้นจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 9.ขั้นเทวะตำนาน 10.ขั้น?????? ซึ่งขั้นที่ 10 นั้นผ่านมานับแสนปียังไม่มีผู้ใดเคยไปถึงได้เรียกว่าขั้น พระเจ้าเลยก็ได้ และแต่ละขั้นประกอบด้วย 4ขั้นย่อย คือ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสูงสุด เย่เฟิงนั้นได้ทราบว่าตนนั้นมีบิดา มารดาเป็นผู้นำนิกาย กระบี่เทวะ ซึ่งปู่ทวดของตนเป็นผู้อาวุโสสูงสุด ซึ่งเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุด ประมุขนิกายต้องเคารพนอบน้อม เย่เฟิงผู้ได้มาเกิดใหม่นั้นไม่รู้ว่าในอนาคตอันใกล้ จะเกิดเภทภัยซึ่งทำให้ตนเสียชีวิตได้ เวลาล่วงเลย ผ่านกาลเวลา ผ่านนับสิบปี ร้อยปี พันปี หมื่นปี เย่เฟิงนั้นได้มาอยู่ที่ขั้นเทวะตำนานขั้นสูงสุดแล้วกำลังจะผ่านคอขวดไปยังด่านที่ผ่านมานับแสนๆปีไม่มีใครเข้าถึง............................................................................................................................................................................... “อั๊ก!!!” เย่เฟิงได้กระอักเลือดออกมาในขณะที่กำลังผ่านในขอขวด ในถ้ำแห่งหนึ่งในสำนักกระบี่เทวะ “ทำไม ทำไมเกิดอะไรขึ้น ข้ากำลังจะตายหรือ” เย่เฟิงผู้มีเลือดอยู่บริเวณปาก กำลังพูดอยู่คนเดียว “เฮ้อ ข้าอุส่าได้มาเกิดใหม่แล้ว จะจบลงตรงนี้หรือ” เย่เฟิงผู้กำลังสิ้นหวังได้เอื้อนเอ่ยวาจา แล้วอยู่ดีก็มีแสงสว่างวูบ ผ่านเข้ามาในม่านตา เย่เฟิงนั้นสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน รอ ประมาณ 1 นาที “ติ๊ง” อยู่ดีๆก็มีข้อความเด้งขึ้นมา เย่เฟิงตกใจ แล้วอยู่ดีๆ สติก็ไหววูบลงไป ซึ่งเย่เฟิงยังอ่านไม่จบก็ได้หมดสติลงไปทั้งขณะนั้น “กำลังสแกนร่ายกาย” “ติ๊ง” “เสร็จสิ้นการประมวณผล กำลังแสดงข้อมูลผู้เล่น” “ชื่อ: เย่เฟิง  เพศ: ชาย อายุ: 101,005 ปี เผ่า: ??? อาชีพ: ??? ฉายา: ???  เลเวล ???  Exp ???/???  สกิล: ??? ” “ติ๊ง” “กำลังส่งวิญญานผู้เล่นชื่อ เย่เฟิง ไปยังโลก?????”