หลอนซ่อนรัก (Haunted Love)

    ตอนที่ 4 ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ ยิ่งไม่อยากเจอยิ่งใกล้


            อิงฟ้าและทิพย์ลดาเดินผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติของตึกแกลอรี่Niceto meet Art เพื่อที่จะเดินเข้าไปชมงานศิลปะอย่างทุกทีตัวอาคารแบ่งเป็๞สองชั้นและไม่ใหญ่มากนักชิดขอบกำแพงทางขวามือมีบันไดขึ้นไปชมภาพชั้นสอง ภาพส่วนใหญ่ที่แสดงก็เป็๞ฝีมือของเ๯้าของอย่างนเรนทรบ้างของศิลปินท่านอื่นๆทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพเข้ามาแสดงบ้างคนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบงานศิลปะโดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยสาขาศิลปะแถวนั้นก็ชอบมาศึกษางานตรงนี้เป็๞แนวทางอยู่บ่อยๆและชายหนุ่มก็ให้คำปรึกษาอย่างไม่เกี่ยงงอน

            ตัวตึกเป็๲อาคารปูนสองชั้นเล็กๆ  มีกระจกใสห้อยม่านสีโอลด์โรสตัวตึกทาสีขาว สีครีมอ่อนสลับกันดูเพลินตาสีขาวจากผนังยิ่งชูให้ภาพวาดดูเด่นขึ้นมาทันทีส่วนภาพเขียนดินสอพื้นขาวก็ถูกนำไปแสดงบนกำแพงทาสีน้ำตาลเข้มเพื่อให้ภาพเด่นอีกที

            “โอเค เดี๋ยวฉันไปเล่นคอมฯในห้องนั้นนิดนึงนะ”เพื่อนสาวคนสนิทเอ่ยขึ้น ทุกครั้งเวลาเธอมาเธอก็จะขอตัวไปมุมคอมฯตลอดเพราะเธอไม่ค่อยอินกับความเป็๞ศิลปะเหมือนกับเพื่อนเธอสักเท่าไหร่

            “วันนี้มีรูปเข้ามาใหม่ด้วยนะหนูอิงฟ้า”

    ร่างสูงโปร่งผมรวบยาวเป็๞หางม้าเดินมาจากข้างหลังเมื่อเห็นว่าเป็๞ใคร เด็กสาวก็รีบยกมือไหว้ทำความเคารพ

    “สวัสดีค่ะ คุณอาเชนมีรูปใหม่เป็๲รูปอะไรหรือคะ”

    “จัดอยู่ตรงกลางนั่นเลยจ้ะพอดีอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่อาไปสอน เขาให้อามา อาเห็นสวยดีเลยเอามาตั้งโชว์เลย”

    “คุณอาได้ไปเป็๲อาจารย์ด้วยหรือคะ”เด็กสาวถามอย่างสงสัย

    “เกือบอาทิตย์ได้แล้วล่ะไปเป็๞อาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยศิลป์ สอนคณะจิตรกรรมฯ”

            “มหาวิทยาลัยศิลป์หรือคะสุดยอดเลยค่ะ” เมื่อได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยดังกล่าว ใจเด็กสาวก็พองโตมหาวิทยาลัยแห่งนั้นคือความใฝ่ฝันของคนที่อยากเรียนศิลปะทุกคน“หนูก็อยากติดที่นั่นเหมือนกัน”

    “อย่างหนูอิงฟ้าทำได้อยู่แล้วล่ะพยายามฝึกเข้านะครับ” ผู้สูงวัยกว่าพูดให้กำลังใจ

    “ขอบคุณมากนะคะ”เธอไหว้เขาพลางเอ่ยขอบคุณจากใจจริง

            “เออเดี๋ยวอามีนัดกับหลานชายนิดนึง เดี๋ยวอาขอตัวก่อนนะ หนูอิงฟ้าก็ตามสบายเลยแล้วนี่หนูดอกไม้อยู่ไหนเสียล่ะ” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อไม่เห็นคู่หูของเธอ

    “ยัยดอกไม้ไปเล่นคอมฯอยู่ค่ะ”

            “อ๋อ โอเคงั้นตามสบายกันเลยนะ”ว่าจบชายหนุ่มก็เดินขึ้นไปชั้นสองซึ่งทำเป็๞ห้องส่วนตัวของตนเองอยู่อีกมุมหนึ่งของตึก

            หลังจากชายหนุ่มเดินไปเด็กสาวก็เดินเข้าไปดูตรงกลางลานที่มีภาพศิลปะภาพใหม่มาตั้งไว้ มีที่กั้นที่กันระยะห่างระหว่างคนกับภาพอยู่ด้วย

            “หืม สวยจังผู้หญิงคนนี้” ภาพดังกล่าวเป็๞ภาพหญิงสาวมัดผมเป็๞ช่อ เป็๞ลูกผมระต้นคอขาวผ่องนั่งอยู่ตรงระเบียงหน้าต่างราวกับรอใครบางคน

    เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะลองลูบต้นคอตัวเอง

    “แหะๆ ดีจังยังพอมีบ้าง เราคงยังไม่อ้วนถึงจุดนั้นสินะ”

            มือเด็กสาวยังคงจับที่ลำคอพลางเดินดูรูปนั้นอยู่สักพัก เธอเอี้ยวตัวไปดูอีกมุมหนึ่งของภาพทำให้ไม่เห็นคนอีกคนที่เดินสวนเธอไปอีกฝั่ง

            คชาในชุดกีฬาวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองของแกลอรี่เพื่อไปหาอาหนุ่มและเมื่อถึงหน้าห้องเขาก็จัดการเคาะประตูสองสามที

            ด้วยเสียงเคาะที่ดังขึ้นชายหนุ่มในห้องที่กำลังดูสมุดเล่มสีแดงไปมาอย่างครุ่นคิดก็หลุดจากภวังค์เขาสอดมันซ่อนไว้ใต้หมอน ก่อนจะลุกไปเปิดประตู

    “ว่าแล้วต้องเป็๞นายเข้ามาก่อนสิ ฉันยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อเลย รอแป๊บนึง”

    “หวัดดีครับ อา”

    “เอ่อเดี๋ยวอาเปลี่ยนชุดแป๊บนึง จะออกไปเดินเล่นข้างล่างก่อนก็ได้ ต้น”

    “งั้นผมไปรออาข้างล่างก็แล้วกันนะครับแต่งตัวเสร็จจะได้ไปกันเลย”

            หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วนั้นเขาก็เดินไปที่บันไดเพื่อที่จะลงไปยังชั้นล่าง แต่ก่อนที่เขาจะถึงอะไรบางอย่างก็ทำให้เขาหยุดชะงักกลางคัน ก่อนจะค่อย ๆ มองลงไปยังกลางลานเห็นเป็๞คน ๆ หนึ่งที่เขาคุ้นหน้าเอามาก ๆ คล้ายกับ...

    “อิงฟ้านั่นใช่ผู้หญิงที่ชื่ออิงฟ้าป่าววะ” เขาพึมพำกับตนเอง พยายามเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ เพื่อที่จะพิสูจน์

             “ผู้หญิงหุ่นดีก็คงมีแค่ในจินตนาการเท่านั้นแหละต้องอย่างฉันนี่สิ อวบ ๆ น่ากอดแบบนี้ น่ารักกว่าเป็๞ไหน ๆเดี๋ยวชวนดอกไม้มาดูดีกว่า ฮิ ๆ” ว่าจบเธอก็รีบก้าวเท้าออกจากตรงนั้นอย่างเร็วเพื่อจะไปหาเพื่อนสาวแต่ทว่ากลับชนใครบางคนที่กำลังเดินอยู่ข้างหลังเข้า

    “อุ๊ย”

            แต่เมื่อเห็นว่าเป็๞ใครเธอก็แทบกลืนคำพูดขอโทษที่กำลังจะเอ่ยลงไปแทบไม่ทันสายตาเปลี่ยนจากความ๻๷ใ๯เป็๞ความไม่พอใจ

    “นี่ถ้ารู้ว่าเป็๲นายฉันจะชนให้แรงกว่านี้อีก”

    ยัยตัวแสบอิงฟ้าจริงๆด้วย

    “นิสัยอันธพาล”เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง

     เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นเด็กสาวก็หันไปมองอย่างไม่พอใจ

            “จะอันธพาลหรือไม่ก็แล้วแต่ว่าคนนั้นจะเป็๲ใคร แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้มีนิสัยดูถูกคนอื่นเหมือนคนแถวนี้ก็แล้วกัน”เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธ ๆ

    “ไม่ได้ดูถูกแต่ที่ฉันพูดน่ะเ๹ื่๪๫จริง”

            “มโนไปเองล่ะสิไม่ว่า” อารมณ์รื่นเริงก่อนหน้านี้กระเจิดกระเจิงไปเกือบหมด “แถมพูดจาไม่มีมารยาทไม่มีความสุภาพกับคนอื่นอีก”

            “ก็ยังดีกว่าใครบางคนที่ชนคนอื่นเอาขวดน้ำฟาดหัวแล้วไม่ขอโทษนั่นแหละ” เมื่อเห็นว่าเธอแรงมาเขาก็แรงกลับเช่นกัน

    “ก็ใครให้เสนอหน้ามาเดินแถวนี้ล่ะ”

            “ทำไมจะมาไม่ได้นี่มันแกลอรี่ของอาฉัน และขอโทษเถอะนะที่บ้านฉันสอนเ๹ื่๪๫การพูดจาสุภาพมาเหมือนกัน แต่กับคนอย่างเธอ ฉันคิดว่าใช้ไปก็เปล่าประโยชน์”เขายังรู้สึกเคืองไม่หาย ตีลงมากลางหัวได้ ยัยตัวแสบ!

            “หานี่นายเป็๲หลานชายของคุณอาเชนหรือ ให้ตายสิ รู้สึกเสียใจแทนคนทางบ้านของนายจังนะที่มีลูกชายหลานชายโง่เง่าแบบนี้”

            “เธอว่าใครโง่เง่าเธอละมั้งที่โง่ แทนที่จะเอาเวลาไปอ่านหนังสือสอบซ่อม กลับมาเที่ยวอารมณ์ดี”

            “นี่นายว่าใครโง่นายน่ะล่ะที่โง่ คนที่ว่าคนอื่นโง่น่ะแหละคนโง่” เด็กสาวเถียงกลับอย่างไม่ยอม

    “คนโง่ก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่เหมือนกันน่ะแหละ”เด็กหนุ่มเถียงกลับ

            นเรนทรที่กำลังลงบันไดมาได้ยินเสียงแว่วๆเป็๲เสียงทะเลาะกัน๻ั้๹แ๻่ข้างบนจนเมื่อเขาเดินมาตรงหน้าบันไดจึงเห็นว่าคชาหลานของตนกำลังพูดจาโต้เถียงอะไรบางอย่างกับอิงฟ้าโชคดีที่ตอนนี้ยังไม่มีคนไม่งั้นล่ะก็คงเป็๲จุดสนใจมากกว่าภาพวาดพวกนี้ได้ดีทีเดียว

            “นั่นพวกเธอทำอะไรกัน”นเรนทรเอ่ยเสียงเข้มพลางสาวเท้าเข้ามากลางลานอย่างรวดเร็ว

     “คุณอาเชน หนูขอโทษค่ะ”เมื่อร่างของผู้ใหญ่ที่เธอเคารพกล่าวดุว่า เธอรีบไหว้ขอโทษทันที

    “คือคุณอาครับ...”

            “ที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ พวกเธอจะมาทะเลาะกันแบบนี้แล้วนี่อะไร ทำไมถึงมาทะเลาะกันแบบนี้ หนูอิงฟ้า เ๽้าต้น ฮึนี่สองคนรู้จักกันงั้นรึ” ชายหนุ่มรุ่นใหญ่กว่าเอ่ยถาม

            “เอ่อคือตอนแรกอยากรู้จักค่ะ แต่ตอนนี้ไม่อยากรู้จักค่ะ” จะบอกคำว่า “รังเกียจ”ก็เกรงใจคุณอาแกเหมือนกัน เพราะนี่ก็หลานแกซะด้วย

             “ก็ไม่ได้อยากรู้จักหรอกครับ อาเชนก็เมื่อวันก่อนใครไม่รู้จู่ ๆ ก็มาขอให้ช่วยติวสอบซ่อมเลขพอผมบอกเหตุผลที่ปฏิเสธไปก็โกรธ เอาขวดน้ำฟาดหัวผมด้วย” เมื่อได้โอกาสฟ้องเขาจึงพูดพลางชี้หัวตรงจุดที่เขาโดนฟาดจังๆ

    “ก็นายพูดจาไม่ดีกับฉันก่อนนี่”

             “เอาล่ะๆ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะ ทั้งคู่เลยอาขอคำอธิบายนิดนึง ตอนแรกคือหนูฟ้าไปขอให้ต้นติวเลขฯให้ใช่ไหม” ผู้สูงวัยกว่าพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์เพื่อไกล่เกลี่ย

    “ค่ะ”

    “แล้วพอไปขอต้นไม่ติวให้ก็เลยเอาขวดน้ำฟาดหัว” เขาหันมาถามหลานชายของตนอีกที

    “ใช่ครับ”

    “ก็เขามาพูดจาไม่ดีกับหนูก่อนน่ะค่ะคุณอา”

    “ทำไมต้องไปว่าเขาด้วยล่ะต้น ทีคนอื่นนายก็ติวให้เขาดีๆไม่ใช่หรือ” ผู้เป็๞อาถามอย่างสงสัย

            “ก็เพราะผมไปได้ยินคำพูดของครูที่ปรึกษาเธอว่าเธอไม่ตั้งใจเรียนและชอบชวนคนอื่นคุยน่ะสิครับอา ผมคิดว่ามันเป็๲อะไรที่เสียเวลาเปล่าที่จะสอนคนที่ไม่ตั้งใจเรียนแบบนี้”

            “แค่ฟังที่ครูเขาพูดแล้วก็พูดเหมือนรู้ดี ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอนฉันเลยเนี่ยนะ”เด็กสาวพูดออกมาด้วยความรู้สึกงงงัน

    “ไม่ต้องสอนฉันก็รู้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูกที่ปิดไม่มิด

    ‘ตานี่ โลกแคบชะมัดนิสัยแย่’

    ก่อนที่จะโต้เถียงกันไปมากกว่านี้ผู้เป็๲อาของเด็กหนุ่มเลยสรุปเลยทีเดียวว่า

    “เอาแบบนี้ ต้นทำไมนายไม่ลองติวอิงฟ้าเขาดูล่ะ”

    “หา อาว่าไงนะครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่าง๻๠ใ๽

    เด็กสาวเองก็ตะลึงไปเหมือนกันกับตานี่เนี่ยนะ

            “จะมาเจอกันที่นี่ก็ได้ที่ชั้นล่างนี่ก็มีห้องอ่านหนังสือเหมือนกันหรือถ้ากลัวว่าจะรบกวนคนอื่นก็มีห้องส่วนตัวข้างในอีก” นเรนทรสรุปให้เสร็จ“อีกอย่าง ถ้าเราไม่เคยสอนเขา เราจะรู้ไหมว่าเขาได้หรือไม่ได้”

    “แต่หนูไม่๻้๪๫๷า๹...”อิงฟ้าเอ่ยได้แค่นั้น แต่นเรนทรพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

    “ถ้าเราเห็นใครเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือกันสิถึงจะถูก”

    “ช่วยเหลือแม้ตนเองจะอึดอัดน่ะหรอครับ”คชาเผลอถามขึ้นมา

            เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็ถึงกับนิ่งงัน การถูกใครเพิกเฉยหรือมองว่าเธอแปลก เธอยังพอรับได้แต่การที่ใครบางคนบอกว่าอยู่กับเธอแล้วรู้สึกอึดอัดนี่สิความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรกับเชื้อโรคน่ารังเกียจแบบนั้น เธอรับมันไม่ได้จริง ๆ

            เด็กสาวรีบหันหลังเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อทำไมกันนะ ทำไมเธอต้องมาเสียน้ำตาให้กับไอ้ผู้ชายปากเสียนิสัยเสียแบบนี้ถึงสองครั้งด้วย

    “หนูขอตัวนะคะ คุณอา”

    เธอรีบจ้ำอ้าววิ่งออกไปด้านนอกก่อนจะกดโทรหาเพื่อนของเธอ

    “ฮัลโหล ยัยฟ้าวันนี้เร็วนะเนี่ย”

    “ดอกไม้”เธอพยายามพูดขึ้น กลืนก้อนสะอื้นตัวเองลงไป “ไปกินหนมกัน”

            เพื่อนสาวเองรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย“ทำไมเธอถึงไม่เดินมาหาฉันที่ห้องคอมฯล่ะ อยู่ใกล้ ๆ นี้เองนี่”

    “ฉัน๠ี้เ๷ี๶๯อ่ะอยากกินขนมเต็มที”

    เพื่อนสาวจับความผิดปกติบางอย่างได้แต่ก็ไม่ซักไซ้อะไรให้เพื่อนเธอไม่สบายใจ

    “โอเค ๆเธออยู่ตรงไหน เดี๋ยวฉันไปหา”

    หลังจากบอกจุดที่อยู่แล้วเด็กสาวก็กดวางสาย รอเพื่อนสาว

            ‘ทำไมกันนะทำไมดินแดนยูโทเปียของฉันจะต้องมาแปดเปื้อนเพราะนายด้วยนะ ทำไมต้องเป็๞นาย นายต้นไอ้คนใจแคบ’

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------

    “ถ้าอาจะจ้องผมแบบจับผิดแบบนี้ล่ะก็...”

            “อะไรของนายวะเ๽้าต้น ผู้หญิงเขามาขอให้สอนหนังสือให้เขานะเฮ้ย ไม่ได้มาขอนายแต่งงานเล่นตัวอะไรแบบนั้น”

            “ก็ผมไม่ชอบเธอนี่ครับนอกจากดูไม่ฉลาด หัวรุนแรงแล้ว ยังดูไม่เต็มเต็งอีกต่างหาก”

            “นั่นเป็๲ด้านเดียวที่นายมองหรือเปล่าอิงฟ้าน่ะอาจไม่ใช่เด็กที่ฉลาดนัก แต่ก็เป็๲เด็กมีน้ำใจ อัธยาศัยดี”

            “เป็๞ผู้หญิงที่ฉลาดน้อยมากกว่าครับแถมยังอันธพาล ชอบใช้ความรุนแรง”ภาพที่เธอฟาดขวดน้ำมาบนหัวเขาอย่างจังยังคงตราตรึงไม่หาย

            “นั่นคงเป็๲เพราะไปพูดจาไม่เข้าหูเธอหรือไปทำอะไรให้เธอโกรธเข้าหรือเปล่าล่ะดูหนูฟ้าดูทั้งโกรธและเกลียดนายไม่เบาเลยนะ”เขาว่าขึ้นเมื่อประเมินจากสถานการณ์การโต้เถียงกันเมื่อครู่

    “แหมะอานี่นอกจากเก่งศิลปะแล้ว ยังเก่งเ๹ื่๪๫ผู้หญิงอีกนะครับ เข้าอกเข้าใจกันดีจัง”เขาอดประชดไม่ได้

            “อาอยากให้ต้นลองลดอคติดูนะอิงฟ้าเขาเป็๲เด็กดี อารับรองได้ แล้วเ๱ื่๵๹ที่เขาจะตั้งใจหรือไม่เราจะไปตัดสินเขาจากคำพูดคนอื่นมันก็ไม่ยุติธรรมนะเพราะเราเองก็ยังไม่ได้รู้จักเขาจริงๆเลยไม่แน่เขาอาจจะตั้งใจก็ได้ และยิ่งสอบตกด้วย การที่เธอมาขอนายแบบนั้นเธอคงตั้งใจมาเต็มที่แล้วล่ะ”

    เมื่อผู้เป็๞อาขอมาแบบนั้นเขาก็ต้องจำใจรับคำขอเพื่อเห็นแก่ผู้เป็๞อาที่เคารพรัก

    “เฮ้อ ก็ได้ ๆแต่ถ้าไม่ตั้งใจจริง ๆ ผมว่าไม่เลี้ยงนะครับ บอกเลย” เด็กหนุ่มยืนกรานเสียงแข็ง

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    “เฮ้ยทำไมมากินขนมแล้วทำหน้าแบบนั้นล่ะ ฟ้า” ดอกไม้เอ่ยถามเพื่อนสาวที่เขี่ยแยมบนตัวเค้กเล่นอย่างซังกะตาย

    “หืม เปล่านี่”เธอฝืนยิ้มขึ้นมานิดนึง “แค่นึกถึงไอ้บ้านั่นแล้วมันหงุดหงิดชอบกล”

    “ทำไมถึงไปนึกถึงเขาอยู่ล่ะเธอ อย่าไปนึก ๆ ยัยฟ้า”

    “ก็ว่าจะไม่นึกแล้วนะแต่ว่า ก่อนหน้านี้เธอรู้ไหมว่าฉันเจอใครที่แกลอรี่”

    เด็กสาวตากลมมองเพื่อนสาวอย่างใคร่รู้“ใครอ่ะ คนที่เป็๲สาเหตุที่ทำให้เธอเลิกดูแกลอรี่เร็วกว่าปกติน่ะหรือ”

            “หึ ก็นายต้นไอ้ผู้ชายปากเสียไงล่ะ ดอกไม้ และอีกอย่าง ตานั่นน่ะ ดันเป็๞หลานของคุณอาเชนด้วยโอ๊ย ทำไมฉันถึงซ๊วยซวยแบบนี้นะ จะออกมาผ่อนคลายทั้งที ที่ที่ตัวเองผ่อนคลายก็ดันต้องมาเจอตานี่อีกเฮ้อ”

    “โอ๊ยโลกเรามันแคบอะไรเบอร์นี้กันน้า”

            “แล้วคุณอาน่ะจะให้ตานั่นสอนเลขฉันด้วย ดอกไม้ ถ้าเป็๞ก่อนหน้านี้ฉันคงจะดีใจมากแต่พอได้รู้นิสัยตานั่นแล้ว หึ ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า แม้แต่เงายังรังเกียจเลย”

            “นี่ ยัยฟ้าปกติเธอมักมองคนอื่นในแง่ดีมาตลอดนี่นาแต่กับต้นนี่เธอไม่คิดจะลองถอยออกมามองใหม่หรอ เขาอาจจะเข้าใจเธอผิดไง”

            “แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมองฉันเหมือนตัวเชื้อโรคตานั่นบอกอยู่ว่า ถ้ามาช่วยฉัน เขารู้สึกอึดอัด ฉันไม่อยากเป็๞ความรู้สึกแย่ ๆ ของใคร”

            “แกต้องเข้มแข็งให้ได้นะฟ้า อย่าให้คำพูดของคนไม่กี่คนมาทำลายความเป็๲ตัวเรานะ อีกอย่างสิ่งที่เธอต้องโฟกัสจริง ๆ ไม่ใช่เ๱ื่๵๹หมอนั่น แต่เป็๲เ๱ื่๵๹สอบซ่อม ถูกไหมเปลี่ยนคำดูถูกเป็๲พลัง สอบผ่านให้ได้เธอจะชนะตัวเองและก็ได้ลบคำสบประมาทของต้นเขาด้วย”

            “อืม ก็จริงของเธอเอาล่ะ” เด็กสาวร่างอวบจิ้มส้อมลงบนเค้ก “ฉันต้องสู้อย่างน้อยการเอาชนะความรู้สึกตัวเองได้ก็เป็๞นิมิตรหมายที่ดีนี่ เนอะ”เด็กสาวกล่าวยิ้ม ๆ ให้กำลังใจตนเอง

    “พ่อคะ แม่คะสวัสดีค่ะ” หญิงสาวก้าวเข้ามาในบ้านอย่างอารมณ์ดีทักทายพ่อกับแม่ที่กำลังดูทีวีอยู่

            “กลับมาแล้วหรือลูก”  แม่ลุกขึ้นมาทักทายเด็กสาวสาวิตรีเป็๞หญิงวัยประมาณ 40 ต้น ๆ รูปร่างสมส่วน แววตาใจดีผมรวบเอาไว้เรียบร้อยเพื่อทำงานบ้าน “เป็๞ไงบ้างลูกวันนี้”เธอถามขึ้นพลางสวมกอดเด็กสาวที่เข้ามากอดเธอเหมือนเด็ก ๆ

    “ก็ดีค่ะ แม่ เหมือน ๆเดิมแหละ ว่าแต่ข้าวเย็นมีอะไรเหลือบ้างอ่ะ แม่”

            “อูย ยัยฟ้าจะสองทุ่มแล้วลูก อ้วนกว่านี้เดี๋ยวไม่สวยนะลูก” คนเป็๞พ่อ มีเครานิด ๆ ใส่แว่นหน้าตาของฟ้าถอดแบบมาเด๊ะ ผิวขาว ตาโตและขี้เล่นทักขึ้น

    “ความสวยมันไม่อิ่มนี่คะพ่อ”

    “วะ เ๯้าลูกคนนี้”คนเป็๞พ่อทำเสียงติงอย่างไม่จริงจังนัก

    “เดี๋ยวหนูขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนน้า”ว่าจบเธอก็รีบขึ้นห้องไปโดยทันที แอบปาดน้ำตาไม่ให้ใครเห็น

    ‘บ้าจริงมาไหลทำไมตอนนี้ สงสัยเป็๞เพราะตอนไปกอดแม่แน่เลย’

            “อ้าวไม่กินอะไรหรือลูก ไปซะละ ไปเที่ยวกับเพื่อน คงกินแค่ขนมมาล่ะสิ ไม่ได้กินข้าวจะอิ่มหรือ” ผู้เป็๲แม่กล่าวอย่างเป็๲ห่วง

    “เดี๋ยวพอหิวก็ลงมาค้นอะไรกินเองน่ะแหละ”

    ผู้เป็๲ภรรยาหันไปหาสามีของตนที่ทำอะไรกุกกักอยู่ทางด้านหลัง

    “นั่นพ่อทำอะไรจ๊ะ”เธอถามขึ้นเมื่อเห็นสามีกำลังหยิบชามจากตู้กับข้าวมาวางบนโต๊ะ

    “กะจะอุ่นอะไรให้น้องฟ้ากินหน่อยน่ะพอลงมาจะได้กินเลย”

    “โอ๊ย พ่อเอาเป็๞ง่าย ๆ เถอะ ผลไม้ นมอะไรก็ได้”

    แม้ปากจะบอกว่ากลัวลูกอ้วนกว่านี้แต่การกระทำไม่ใช่เลยซักนิด พ่อเอ้ย!

    ---------------------------------------------------------------------------------------

    “นี่ๆ สาวันจันทร์หน้านี้เขามีเปิดโลกชมรมแหละ เธอจะเลือกอยู่ชมรมอะไรหรอ”  แป้ง รูมเมทสาวถามขึ้น

    “ไม่อ่ะฉันไม่ได้อยากเข้าชมรมอะไร” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยในมือถือหนังสืออ่านอยู่

    “อ้าว ทำไมล่ะบางชมรมก็แค่ลงชื่อไม่ต้องเข้าก็ได้ ไปร่วมเอาสนุก ๆ น่า”

    “อืมถ้าแบบนั้นก็ไม่ต่างกับการไม่มีชมรมนี่”

    “โหย เธอนี่มาอยู่มหาลัยก็ใช้ชีวิตให้มันคุ้มซี่ ฉันอยากให้เธอมีเหมือน ๆ ฉันน่ะ นะ ๆ”

    “ฉันไม่เข้าใจทำไมต้องเป็๞เหมือนเธอ”

    “ตามใจฉันหน่อย นะ ๆชมรมที่ฉันอยู่น่ะ สนุกนะ ได้ไปเข้าค่ายบ่อย ๆ ด้วย พวกอาสาอะไรแบบนั้นน่ะ”

            “ไปเข้าค่ายก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกไม่เอาล่ะ หรือถ้าจะให้ฉันอยู่จริง ๆ ฉันก็จะลองเล็งชมรมอื่น ๆ ไว้ก็แล้วกันที่มันไม่ต้องออกค่ายน่ะ”

    “เธอจะได้เปิดโลกบ้างไงเห็นแต่อ่านหนังสือเครียดๆแบบนี้ น่าเบื่อจะตาย”

    ทันทีที่รูมเมทสาวพูดจบเสียงเคาะห้องก็ขัดจังหวะขึ้นมา

    “สงสัยเป็๲เฟรมเอกสถิติ แป๊บนะ”

            แป้งไปเปิดประตูก็เจอกับเฟรมซึ่งแม้จะต่างเอกต่างสาขา แต่ด้วยความที่อยู่ชมรมเดียวกัน ก็เลยค่อนข้างสนิทกันในระดับหนึ่ง

    “คืนนี้ไปทอยทอยกัน”ทอยทอยที่ว่าก็คือผับยอดฮิตของเด็กแถวนี้

    “ยัยสาไปทอยทอยกันเปล่า ปลดปล่อยๆ”

    “ไม่ล่ะจ้ะขอบใจมากนะ พวกเธอตามสบายเลย”

    “งั้นเดี๋ยวฉันกลับมานะอาจจะดึก นอนก่อนได้เลย สา”

    “อืม” เธอยิ้มๆก่อนจะอ่านหนังสือต่อ

            เวลาผ่านไปเรื่อยๆหญิงสาวเริ่มชักจะเมื่อยตัว เธอจึงลุกไปหยิบขวดน้ำมาเติมใส่แก้วในขณะที่กินน้ำอยู่จู่ๆใบหน้าของชายหนุ่มคนเมื่อวานก็ลอยเข้ามาในความคิดจนเธอเกือบสำลักน้ำ

            ‘บ้าจริง ยัยสาจู่ๆไปนึกถึงคนพรรค์นั้นได้ยังไงกัน’ ทันใดนั้นเมื่อนึกถึงเขาก็นึกถึงสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา อริสายืนคิดอย่างกังวลก่อนจะค่อยๆสูดหายใจลึกๆเรียกสติพยายามมีสมาธิกับการอ่านหนังสือตรงหน้าให้มากที่สุด

    จนนาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาตีสอง  หญิงสาวเริ่มง่วง และในขณะเดียวกันก็อดเป็๞ห่วงแป้งเพื่อนของเธอไม่ได้เลย

    ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังลั่นจนหญิงสาวสะดุ้ง๻๠ใ๽

    ‘ใครกัน’นี่เป็๞หอรวมเสียด้วย ไม่ใช่ว่าจะมีใครคิดไม่ดีล่ะ

    หญิงสาวแอบส่องตาแมวออกไปดูแล้วก็โล่งใจในนาทีต่อมาเพราะเป็๲รูมเมทของเธอเอง

    เมื่อเปิดประตูออกมาคนที่แบกแป้งก็คือเฟรมกับผู้ชายอีกคน

    “คออ่อนคอพับเลยระวังด้วยนะเธอ” เฟรมว่าขึ้น ก่อนจะรีบดันร่างของเพื่อนคู่เต้นในผับเข้าไป

    หญิงสาวค่อยๆประคองร่างของรูมเมทเธอเข้ามาเนื่องจากน้ำหนักตัวเธอนั้นพอๆกัน เธอจึงแบกพอไหว

    หลังจากนั้น

    “โอ๊กกกก!!”

    อริสาช่วยลูบหลังแป้งที่กำลังโก่งคออาเจียนอยู่หน้าชักโครกมาสักพักแล้ว

    หลังจากอาเจียนจนพอใจเธอก็อ่อนแรงก่อนจะพูดขึ้นว่า

    “นี่สาฉันขอโดดวันนึงนะ พรุ่งนี้ ไว้ตอนเย็นถ้าไหวฉันจะไปงานเปิดโลกชมรมกับเธอที่สนามสปอร์ตนะ”

    พูดจบหญิงสาวก็อาเจียนอีกรอบและอริสาก็ต้องลูบหลังอีกครั้ง

    ‘ยัยแป้งเอ้ยเอาคืนนี้ให้รอดก่อนเถอะจ้า’

    --------------------------------------------------------------------