บทที่ 5 เขตปกครอง 11
เฟิ่งหนิงอันกลับมาถึงที่คอนโดของตัวเอง ที่เหลือมีแค่ทหารรับจ้างจากองค์กรพยัคฆ์ พี่ชายใหญ่จัดการได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“คุณหนูไม่เอาตัวนักฆ่ามาด้วยเหรอครับ?” โจวอี้เอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนหน้านี้คุณหนูบอกให้เขาเตรียมรถ และบอกว่าจะเอาตัวนักฆ่ากลับมาด้วย
“ที่จริงฉัน้าแค่ชิปที่ฝั่งอยู่ในร่างกายของมันเท่านั้น”
“ครับ” ที่แท้ก็เป็แบบนี้
“คิดไม่ถึงว่าชิปจะฝั่งอยู่ที่ข้อมือ” ไม่ต้องเอาศพมาเพื่อหาว่าชิปฝั่งอยู่ตำแหน่งไหน ต้องขอบคุณระบบสแกนที่อยู่ในคอนแทคเลนส์ที่แสนทันสมัย
“เฟยเฟย ตามสัญญา ฉันให้พักสามวัน”
“อร๊ายยยยคุณหนูเฟิ่งดีที่สุด เฟยเฟยขอตัว” หรูเฟยเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข
“หึ ๆ”
“โจวอี้ ปีเตอร์ พวกนายสองคนกลับไอแลนด์ พรุ่งนี้เช้าเลย”
“แล้วคุณหนูล่ะครับ” พวกเขาต้องอยู่ดูแลและช่วยงานคุณหนู
“ฉันมีเื่สำคัญต้องทำ เื่นี้จะให้พ่อและพี่ใหญ่รู้ไม่ได้ เข้าใจที่ฉันบอกหรือเปล่า?” แววตาสบมองผู้ช่วยทั้งสองด้วยความจริงจัง
“ครับคุณหนู แต่คุณหนูต้องเปิดตำแหน่งตัวเองให้พวกเรารู้นะครับ” ปีเตอร์เอ่ยออกมา เขายอมกลับแต่ก็มีเงื่อนไข
“เข้าใจแล้ว แยกย้ายไปพักผ่อนเถอะ” ร่างบางพูดจบก็เดินเข้าไปพักในห้องส่วนตัว
หลังจากใช้เวลาทำธุระส่วนตัวราว ๆ ครึ่งชั่วโมง ร่างระหงก็อยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสีเทาเนื้อดี ร่างบางนั่งขาไขว่ห้างที่โซฟาบนตักมีแล็บท็อปสีดำที่ประกอบขึ้นมาเองแบบพิเศษ ใช้ในการแฮกระบบโดยเฉพาะ มือเรียวนำชิปข้อมูลที่ได้จากนักฆ่าใส่ในไดรฟ์อ่านข้อมูลเสียบมันเข้ากับแล็บท็อปของตัวเอง
นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความชำนาญ สายตาจับจ้องข้อมูลที่ได้จากชิปอย่างไม่วางตา
“ยมทูต” นักฆ่าเป็คนขององค์กรยมทูต ดูเหมือนจะเป็องค์กรที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ข้อมูลที่ได้มีน้อยมาก
“หมายเลข 18” ใจของเฟิ่งหนิงอันรู้สึกเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น มันจะเป็ไปได้ไหมที่องค์กรยมทูตอาจจะคล้ายคลึงกับองค์กรมืดที่เธอเคยอยู่ พวกมันลึกลับและซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่แน่ว่าคนที่อยู่เื้ัอาจจะจับจ้องตระกูลเฟิ่งอยู่ก็เป็ได้
เพราะธุรกิจของตระกูลเฟิ่งคือการผลิตอาวุธ เทคโนโลยีซึ่งถ้าหากองค์กรได้ไปมันจะส่งเสริมให้องค์กรยิ่งใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็อาวุธ ซอฟต์แวร์ ระบบป้องกันต่าง ๆ ดูเหมือนมีคนในเงามืด้านวัตกรรมของตระกูลเฟิ่งและกำลังชักใยองค์กรยมทูตอยู่เื้ั
ข้อมูลอื่น ๆ ล้วนถูกเข้ารหัสขั้นสูง แต่มันเป็เพียงรหัสลวงเท่านั้น การแฮกเข้าไปคือกับดัก เฟิ่งหนิงอันฉลาดพอรู้ว่าหาข้อมูลจากชิปได้แค่ไหน เมื่อชิปที่ได้มาหมดประโยชน์ก็ทำลายมันทิ้งทันที ไม่ลืมที่จะลบร่องรอยทุกอย่าง
เมื่อพูดคุยและตกลงเื่งานกับผู้ช่วยทั้งสองคนอย่างปีเตอร์และโจวอี้เรียบร้อย เฟิ่งหนิงอันที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนสีเดียวรองเท้าหนังสีดำเข้ากับกางยีนที่รัดรูป ร่างระหงเดินเข้าที่โรงจอดรถ เลือกรถกระบะสี่ประตูยกสูงสีบรอนซ์ไม่สะดุดตามีใช้ทั่วไป เธอขับออกไปมุ่งหน้าไปยังเขตปกครองที่ 13 ของซีทีแลนด์
ใช้เวลาราว ๆ 3 ชั่วโมงก็มาถึง ไม่ลืมเข้าพักโรงแรมห้าดาวที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เป็โรงแรมในเครือของตระกูลเจียงนักธุรกิจในซีทีแลนด์ที่ทรงอิทธิพลด้านอสังหาริมทรัพย์
โดยการจองผ่านชื่อปลอมในระบบ เขตปกครอง 11 เป็เมืองที่เจริญทางวัฒนธรรมในอดีต มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเขตปกครอง11ไม่ขาดสาย เพื่อท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แล้วยังชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็เขตที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน มีหุบเขาและูเา มีทะเลสาบอีกด้วย
เฟิ่งหนิงอันเดินปะปนกับนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยวในถนนใจกลางเมืองที่มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ก่อนจะเดินลัดเลาะเข้าไปในซอยลึก หยิบแว่นกรอบทรงสี่เหลี่ยมเป็แว่นสายตาขึ้นมาสวมใส่แทนแว่นกันแดด
ก่อนจะรวบผมขึ้น ถอดเสื้อคลุมออกมากลับด้านแล้วใส่กลับเข้าไปอีกครั้ง เดินลึกเข้าไปในซอยตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนจะเข้ามาในบ่อนพนันใต้ดินที่เปิดเป็บาร์เหล้า ร่างระหงนั่งลงที่บาร์
“ดราย มาร์ตินี่” เสียงราบเรียบเอ่ยสั่งบาร์เทนเดอร์
สายตาของเธอกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันมาสบตากับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ที่กำลังทอดแววตามองมาที่เธอในขณะชงเครื่องดื่ม
“มาครั้งแรกเหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาว สายตาจับจ้องคนแปลกหน้าและเฝ้าสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย
“พอดีแวะมาพักผ่อน” ร่างระหงเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรับเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้า
“ไลท์บาร์ยินดีต้อนรับครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มส่งยิ้มที่แสนทรงเสน่ห์ให้กับสาวนักท่องเที่ยวตรงหน้า
“นี่ครับ ดราย มาร์ตินี่ครับคุณผู้หญิง” มือเรียวหยิบแก้วดรายมาร์ตินี่ที่สั่งมาดื่มจนหมด
“ขออีกแก้ว”
“ได้ครับ”
เฟิ่งหนิงอันนั่งดื่มและพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม เธอดื่มดรายมาร์ตินี่ไปเกือบสิบแก้ว สายตาคู่คมสังเกตรอบ ๆ โดยที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มไม่ทันได้สังเกตเห็น
ในสายตาของบาร์เทนเดอร์หนุ่มคิดว่าหญิงสาวภายใต้กรอบแว่นหนา ๆ คงมาดื่มย้อมใจ เป็เพียงนักท่องเที่ยวที่แวะผ่านมาเท่านั้น
เฟิ่งหนิงอันดื่มอยู่ร่วมชั่วโมง ก่อนจะจ่ายเงินและให้ทริปบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่บริการชงเหล้าให้เธอโดยที่ไม่สนใจลูกค้าคนอื่นเลย ทำให้เฟิ่งหนิงอันมั่นใจว่าเขาไม่ใช่บาร์เทนเดอร์ธรรมดาอย่างแน่นอน
ร่างบางออกจากบาร์ ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะั้แ่ที่เธอเดินออกมาจากบาร์ มีชายแปลกหน้าสองคนตามเธอมา คงเป็คำสั่งจากบาร์เทนเดอร์หนุ่มอย่างแน่นอน
เฟิ่งหนิงอันทำตัวปกติ ดื่มไปเกือบสิบแก้วร่างบางก็เลยต้องเดินเซเล็กน้อย สีหน้าแสดงให้คนอื่นได้เห็นว่าเธอเริ่มมึนเมาเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
ปั่ก…
พรึ่บบ
เฟิ่งหนิงอันตั้งใจเดินเซไปชนเข้ากับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำและมีแมสใส่ปิดที่ใบหน้า มือหนาของชายหนุ่มแปลกหน้าโอบกอดหญิงสาวที่เซมาชนอย่างทันท่วงที
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม แววตาคู่คมทอดมองใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอด
“….”
“คุณไม่เป็อะไรแล้วผมขอตัว” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยออกมา
“คุณมาคนเดียวหรือเปล่า?” ร่างบางไม่ยอมปล่อย เธอโอบกอดลำคอเขาเอาไว้ เนื่องจากคนในบาร์ค่อนข้างเยอะ เธอเบียดตัวเข้ามาในอ้อมกอดของชายแปลกหน้า ในใจขอให้เขาช่วยแสดงละครตบตาคนอื่น ๆ โดยเฉพาะชายสองคนที่ติดตามเธอมา
“ครับ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคู่คมเงยมองแววตาของคนที่เธอโอบกอดลำคอ แววตาคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ร่างบางเขย่งเท้าขึ้นเพื่อให้ริมฝีปากของเธอมาใกล้ที่ใบหูของชายหนุ่ม
ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ได้ยินกันเพียงสองคน แววตาคู่คมก้มลงสบตากับหญิงสาวแปลกหน้า อยากจะเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ ภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมอันใหญ่ ใบหน้าของเธอจะเป็แบบไหน ก่อนจะกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ เขาตัดสินใจโน้มตัวลงไปแล้วกระซิบที่ใบหูของเธอให้ได้ยินกันเพียงสองคน แม้เพลงในบาร์จะไม่ได้ดังมากก็ตาม
แล้วถือวิสาสะโอบเอวเธอเดินออกมา เขาเองก็ต้องรีบออกไปจากที่นี่เช่นกัน หญิงสาวมาได้จังหวะพอดี เขาตัดสินใจโอบกอดเธอออกจากบาร์ไปที่โรงแรมทันที
น่าแปลกที่คนที่บังเอิญเจอกันที่บาร์จะพักโรงแรมเดียวกัน เขามองแผ่นหลังของเธอเดินจากไปจนสุดสายตา
“คุ้นมากเหมือนเคยเจอที่ไหน?” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ เขาคุ้น ๆ เหมือนเคยรู้จักกับหญิงสาวแปลกหน้า เธอเหมือนกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว
“คริส” น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยเรียกชื่อนายแบบที่ตัวเองดูแลมาั้แ่เข้าวงการ คริสโตเฟอร์ ลี เป็นายแบบหนุ่มที่มีฝีมือพอตัว เขารับงานถ่ายแบบและถ่ายโฆษณาเป็หลักเท่านั้น ใม่รับงานอื่นวงการบันเทิงเลย ทั้ง ๆ ที่ความสามารถรอบด้าน ทั้งร้องเพลง เต้น แสดง คริสโตเฟอร์เกิดมาพร้อมพร์ แต่เ้าตัวไม่ยอมรับงานอื่นนอกจากถ่ายแบบและถ่ายโฆษณาเท่านั้น อีกอย่างเขายังมีนายแบบที่ต้องดูแลอีกหนึ่งคนซึ่งมีชื่อเสียงและผลงานมากกว่าคริสโตเฟอร์
“พี่ไห่ฉิน” นายแบบหนุ่มเอ่ยเรียกผู้จัดการของตัวเอง
“นายออกไปไหนมา อย่าบอกนะว่าไปเจอเพื่อนที่บาร์” ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ครับ เพื่อนมัธยมนัดผมไปดื่มที่บาร์” กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ ถ้าหากไม่มีหญิงสาวแปลกหน้าเดินมาชน เขาก็ไม่รู้จะปลีกตัวออกมายังไง แถมบาร์ที่นัดไปก็อยู่ในซอยลึกเอาเื่เลย
“แล้วมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ รีบไปพักผ่อนได้แล้ว” ผู้จัดการส่วนตัวมองไปรอบ ๆ เห็นว่าไม่มีใครสนใจและไม่มีนักข่าวหรือปาปารัสซีแอบถ่าย ถึงแม้คริสโตเฟอร์จะไม่ได้โด่งดังมีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็พอเป็ที่รู้จักอยู่ ่นี้ไม่อยากให้มีข่าวไม่ดี เพราะกำลังจะมีงานใหม่เข้ามา เขาระบุว่าต้องเป็คริสโตเฟอร์เท่านั้น ทั้ง ๆที่พยายามเสนอดีแลนแทนแต่ไม่สนใจ แต่ดูจากการแต่งตัวนับว่าคริสโตเฟอร์รอบคอบเป็อย่างมาก
“พรุ่งนี้มีงานถ่ายแบบแต่เช้า กลับเองนะ พี่ต้องไปเขตปกครอง10 ดีแลนมีถ่ายโฆษณาที่นั้น”
“ครับ” คริสโตเฟอร์ ลี รับคำผู้จัดการแล้วเดินตามอีกฝ่ายกลับไปที่ห้องพัก
ด้านเฟิ่งหนิงอัน เมื่อกลับมาก็แฝงตัวออกไปข้างนอกอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในตัวของเธอ เขตปกครอง 11 ดูอันตรายมากกว่าที่เธอคิด นักท่องเที่ยวที่เดินทางปะปนเข้ามาหลายคนที่ไม่ได้เข้ามาท่องเที่ยว พวกเขาแฝงตัวมาเพื่อตามหาบางอย่าง เท่าที่เธอสังเกตมา และด้านหลังของบาร์น่าจะเป็แหล่งการซื้อขายข้อมูลลับ
การจะเข้าไปต้องมีรหัสและมีบัตรยืนยันตัวตน ถึงจะสามารถเข้าไปได้ ระบบรักษาความปลอดภัยไม่เลวเลยทีเดียว สมกับเป็แหล่งซื้อขายข้อมูลขนาดใหญ่
ข้อมูลทุกอย่างที่สามารถทำเงินได้ โดยเฉพาะข้อมูลทางธุรกิจ ที่มักมีการซื้อขายในแหล่งข่าวอยู่เป็ประจำ นอกจากนั้นจะเห็นว่ามีนักฟิสิกส์คนหนึ่งของยูแลนด์ออกมาจากหลังบาร์ จากข้อมูลที่ได้เขาเคยทำงานให้ตระกูลเฟิ่ง
และนักฟิสิกส์คนนั้นก็พักอยู่ห้องพักชั้นล่างถัดจากเธอไปสองชั้น งานนี้คงต้องโรยตัวเข้าไปทางระเบียง
“หึ ๆ เป็อย่างที่คิด” ร่างบางพึมพำออกมา เร้นกายหายไปในความมืดและความเงียบโดยที่เ้าของห้องไม่รู้ตัว
นอกจากจะรู้ข้อมูลยังได้บัตรแฝงตัวระดับวีไอพีสีทองเข้าไปในแหล่งข้อมูลอีกด้วย คงต้องปลอมตัวเข้าไป
เอาเป็นักวิทยาศาสตร์แว่นหนาเตอะ รูปร่างอวบ ๆ แล้วกัน แหล่งขายข่าวเปิดตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉากหน้ามันคือบ่อนการพนันหรือกาสิโนผิดกฎหมาย ที่เ้าของมีอิทธิพลในเขตมากพอที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
การแฝงตัวเข้าไปก็ไม่ทำให้เฟิ่งหนิงอันผิดหวัง ข้อมูลที่เธอได้มาเป็ข้อมูลที่เธอกำลัง้าพอดี นักฆ่าสามคนจากสามองค์กร เดินทางมาซื้อข้อมูลเดียวกัน แน่นอนว่ามันไม่มี อะไรบังเอิญ
สิ่งที่ได้มาเป็เพียงแผนที่เกาะ ๆ หนึ่งในประเทศเอทีแลนด์ เห็นทีคงต้องเดินทางไปเอทีแลนด์สักหน่อยแล้ว มาดูว่านักฆ่าและยมทูตกำลังตามหาอะไร
“คุณหนู เฟยเฟยกลับมาแล้ว”
“อืม”
“เื่ที่คุณหนูให้ไปจัดการทุกอย่างเรียบร้อยตามที่คุณหนู้า”
“อืม สัปดาห์หน้าเตรียมตัวเดินทางกลับซีทีแลนด์”
“รับทราบค่ะคุณหนู” เฟยเฟยรับคำคนเป็นาย ก่อนจะขอตัวไปจัดการงานของตัวเองต่อ
“คุณหนูครับ” ปีเตอร์เอ่ยเรียกเ้านาย เมื่อเห็นถึงสัญญาณอันตราย
“ขับไปตามปกติ”
“ปืนครับคุณหนู” โจวอี้ยื่นอาวุธปืนรุ่นใหม่ล่าสุดให้กับคุณหนู หลังจากที่ออกจากศูนย์วิจัยมาได้ไม่นานก็มีรถขับตามมา โดยทิ้งระยะห่างอยู่พอสมควร แต่ปีเตอร์และโจวอี้ก็รับรู้ได้
“ฉันมีแล้ว” เฟิ่งหนิงอันรู้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อสองวันก่อนพวกมันแค่มาสังเกตการณ์อยู่ภายนอก คงมาเตรียมการก่อนลงมือ เป้าหมายของพวกมันก็คือเธอ
แต่ฝีมือของพวกมันช่างไม่เอาไหน ไม่มืออาชีพ คงเป็เฉิงเจียอี้ส่งมา เฟิ่งหนิงอันเดาได้ไม่ยาก ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอไปทำอะไรให้เฉิงเจียอี้ญาติผู้น้องผูกใจเจ็บหรือแค้นใจหนักหนา ในเมื่อถึงขั้นส่งคนมาลอบทำร้ายเธอ เธอก็ไม่คิดจะปรานีอีกฝ่ายแม้แต่น้อย คิดว่าจะให้ตายอย่างไม่ทรมานแต่อีกฝ่ายกลับไม่้า อย่าหาว่าเธอใจร้ายก็แล้วกัน
“บอกคนของเราฆ่าพวกมันซะ” น้ำเสียงเอ่ยออกมาด้วยความจริงจัง แววตาเฉยชาไม่สนใจสิ่งใด
“ครับคุณหนู” แน่นอนว่านอกจากปีเตอร์และโจวอี้ยังมีคนของพี่ชายใหญ่ คนของพ่อคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอ โดยเฉพาะบอดี้การ์ดนอกเครื่องแบบซึ่งเป็คนของพี่ใหญ่
“ให้คนของคุณพ่อลงมือ”
ปีเตอร์ที่กำลังจะเอ่ยถามเข้าใจทันที เขาติดต่อทีมดูแลความปลอดภัยของตัวเองให้ลงมือ ในขณะที่โจวอี้เป็คนประสานงานกับคนของคุณชายใหญ่ แต่ตอนนี้พวกเขาสองคนเป็คนของคุณหนูอย่างเต็มตัว เชื่อฟังและรับคำสั่งจากคุณหนูเท่านั้น
“คุณหนูทราบแล้วเหรอครับว่าใครส่งพวกมันมา” พวกเขาเองก็รู้ว่ามีคนจับตามองเมื่อสองวันก่อน
“เดาได้ไม่ยากอยู่แล้ว แค่พวกนักเลงปลายแถว” จริงอย่างที่คุณหนูว่า พวกมันเป็แค่นักเลงปลายแถว อาจจะส่งมาจับตามอง ข่มขู่หรือลอบทำร้ายคุณหนู
“จัดการให้เรียบร้อย แล้วรายงานคุณพ่อ” ในเมื่อมีอำนาจต่อรองไม่จำเป็ต้องเป็คนลงมือเอง
“ครับคุณหนู”
“จริงสิ โจวอี้เรามีหุ้นวงการบันเทิงบ้างหรือเปล่า?” นำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม
“ไม่มีครับ” โจวอี้ตอบทันที
“คุณหนูสนใจธุรกิจบันเทิงเหรอครับ” โจวอี้เอ่ยถามความ้าของคุณหนู
“ไม่” เฟิ่งหนิงอันตอบสั้น ๆ ไม่ที่แปลว่าไม่ใช่ตอนนี้ แค่อยากรู้เบื้องลึกเื้ัเท่านั้น
ครืดดด… สายตามองสายเรียกเข้า ก่อนจะกดรับ
“หนูปลอดภัยดีค่ะคุณพ่อ” เธอเอ่ยบอกกับปลายเสียง
“สัปดาห์หน้าหนูก็กลับแล้ว รักคุณพ่อนะคะ” พูดจบก็วางสาย
ครืดดด…
“ฮัลโหล พี่ใหญ่ข่าวไวไปหรือเปล่า” ทั้ง ๆ ที่พึ่งเกิดเื่ได้ไม่นาน
“น้องปลอดภัยดี สัปดาห์หน้าก็กลับแล้ว คิดถึงพี่ใหญ่นะคะ” พูดจบก็วางสาย เอนหลังพิงเบาะรถยนต์ หลับตาลงพักสายตา จนกลับถึงบ้านพัก
เฟิ่งหนิงอันมองข้อมูลที่เฟยเฟยหามาได้ นับว่าหามาได้มากกว่าที่เธอคิด
“ให้ลงมือเลยหรือเปล่าครับคุณหนู”
“ยังก่อน อีกสองอาทิตย์ค่อยปล่อยข้อมูล” ข้อมูลของนายแบบชื่อดัง อย่างเควิน ในเมื่อให้โอกาสแล้วไม่รับ ก็อย่าหาว่าเธอใจร้าย ทำตัวเองทั้งนั้นแค่หาข้อมูลนิด ๆ หน่อย แล้วปล่อยไปในโลกออนไลน์ ที่เหลือจะมีคนมาทำหน้าที่ต่อจากเธอเอง ถือเป็การให้บทเรียนกับนายแบบชื่อดัง ถึงแม้ค่ายจะออกมาปกป้อง แต่ก็จะทำให้ชื่อเสียงของเควินต้องเสื่อมเสียอยู่ดี
“เฟยเฟย ติดต่อขอเป็สปอนเซอร์รายการไลฟ์เลิฟลับ โดยยื่นเงื่อนไขว่าแขกรับเชิญต้องเป็นายแบบคนที่จะมาเป็พรีเซนเตอร์ของเราเท่านั้น” เฟิ่งหนิงอันบอกกับเฟยเฟย
“ได้ค่ะ เฟยเฟยจะรีบจัดการให้” เื่แบบนี้ทางรายการไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
“บอกทางผู้จัดการเขาด้วย ว่าต้องรับรายการนี้” ในระหว่างที่เควินเจอข่าวนอกใจแฟนสาวนอกวงการ จะใช้โอกาสนี้เพิ่มความนิยมให้นายแบบคนนั้น
“ว่าแต่เขาชื่ออะไรนะ?” เธอเองก็ลืมชื่อของเขาไปแล้ว เห็นผ่าน ๆตาไม่ได้สนใจจะจำ
“คริสโตเฟอร์ ลี ค่ะคุณหนู คนในวงการเรียกเขาว่า คริส” เฟยเฟยไปหาข้อมูลนายแบบคนนั้นมาเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อเลยว่าตัวจริงดูมีออร่ามากว่าในรูปเป็สิบเท่าในขณะที่ดูหล่อและสวยไปพร้อม ๆกันด้วย ดูเหมือนผู้จัดการไม่ค่อยป้อนงานเพราะดันนายแบบอีกคนมากกว่า
ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงเป็ที่รู้จักและโด่งดังมากกว่านี้ มีของดีอยู่ไม่ดันไปดันนายแบบอีกคน น่าเสียดายจริง ๆ
-----TBC-----