ต้าตงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าของเยี่ยเจียวหลิง เขาไม่อยากเอ่ยสิ่งใดออกมามากมายเพราะจะทำให้นางเจ็บ
"พี่ต้าตง ท่านจะทำเหมือนว่าไม่สนใจข้าไม่ได้ ยิ่งท่านทำเช่นนี้ ข้ายิ่งไม่อาจปล่อยมือจากท่านได้"
"คุณหนูขอรับ เราต่างกันมากเกินไป ท่านอย่าได้ดึงดันใดอีกเลย เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้"
ต้าตงกล่าวออกไปอย่างเจ็บปวด เขาไม่อยากให้คุณหนูเช่นนางต้องมาลงเอยกับเขา การรั้งนางไว้ข้างกายเป็นการทำร้ายนางอย่างแท้จริง เขาอยากเป็นคนที่คู่ควรแต่ก็รู้ว่าชาตินี้คงเป็นไม่ได้ หากได้มองดูนางอยู่ไกลๆแล้วรับรู้ว่านางมีความสุข เขาก็พึงพอใจแล้ว
เหลียนฮวามองฉากเรียกน้ำตานี้ด้วยสายตาซาบซึ้งยิ่ง ฉากนี้เป็นอีกฉากที่นักอ่านนิยายเรื่องย่ำรัก ร้อยใจ ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลเปียกปอนไปหมด เหลียนฮวายังจำความรู้สึกนั้นได้ดี ยามนี้ต้องช่วยเหลือพวกเขาให้ได้
เหลียนฮวาน้ำตาไหลพรากเดินออกไปอยู่ต่อหน้าสองคนตรงหน้า สร้างความมึนงงสงสัยให้พวกเขาเป็นอย่างมาก
"พี่ต้าตง ท่านอย่าทำร้ายจิตใจตนเองเช่นนี้อีกเลยเจ้าค่ะ จิตใจท่านนั้นยินยอมแพ้เพราะไม่อยากพาเจียวหลิงลงมาร่วมชะตากรรมกับท่าน แต่ท่านอย่าได้ลืมไปว่า เจียวหลิงอาจจะต้องใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นเพราะการคิดเช่นนี้ พี่ต้าตง ท่านทราบหรือไม่เจียวหลิงหลงรักท่านหมดทั้งหัวใจ นางยอมทุ่มเทให้ท่านมากมายจนบางทีท่านก็อาจจะคาดคิดไม่ถึง"
เหลียนฮวาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาของตนเองที่ไหลนองหน้าไม่แพ้เจียวหลิงเลย นางสูดน้ำมูกเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไป
"พี่ต้าตงหากท่านยังสามารถปล่อยหญิงที่ท่านรักและรักท่านไปให้กับบุรุษอื่นได้ ท่านจะเป็นคนที่ทำให้นางเหมือนตกนรกทั้งเป็นได้นะเจ้าคะ"
เยี่ยเจียวหลิงหันไปมองเหลียนฮวาสลับกับต้าตง เหลียนฮวาพูดตรงจิตใจนางทุกอย่างเหมือนเหลียนฮวาเข้ามานั่งอยู่ในจิตใจของนางที่ร่ำร้องไม่หยุด เยี่ยเจียวหลิงน้ำตาไหลพรากตามวาจาที่เหลียนฮวากล่าวออกมาแล้วจึงมองไปยังต้าตงด้วยสายตาเศร้าสร้อย
"คุณหนูเหลียนฮวาอยู่ในฐานะเดียวกับคุณหนูเจียวหลิง ท่านคงทราบดีว่าฐานะของข้านั้นต้อยต่ำยิ่งกว่าพวกท่านนัก ข้าไม่หวังอาจเอื้อมไปทำคุณหนูเจียวหลิงแปดเปื้อนเพราะมีข้าเป็นต้นเหตุหรอกนะขอรับ"
ต้าตงก้มหน้าลงหลังจากพูดจบเขาก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่ต้องกล่าววาจาเช่นนี้ออกไป เขานั้นหลงรักเยี่ยเจียวหลิงตั้งแต่แรกเห็นแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณหนูเช่นนางกลับยอมลดตัวมาให้ความช่วยเหลือและยังมองหัวใจให้เขาเช่นกัน
"พี่ต้าตงท่านเอาเวลาที่เสียใจไม่อยากดึงเจียวหลิงลงมาให้ตกต่ำนั้นเปลี่ยนเป็นผลักดันตนเองให้ขึ้นไปเทียบเท่าถึงนางเสียสิเจ้าคะ ท่านทำได้แน่นอน ต่อไปก็ตั้งเป้าหมายไว้สิเจ้าคะว่าจะทำเช่นไรตนจึงคู่ควรกับเจียวหลิง ถ้าหากท่านยังหมดหวังก็ความรักที่มีให้เจียวหลิงเช่นนี้ เจียวหลิงจะทำเช่นไรล่ะเจ้าคะ ท่านดูเจียวหลิงยามนี้ต้องมาเสียน้ำตาเพราะท่านผลักไสนางออกจากตัวด้วยเหตุผลที่ท่านเห็นเองว่าดีที่สุดกับนาง แต่ท่านไม่เคยถามนางเลยสักครั้งว่านางต้องการแบบนั้นจริงหรือไม่"
ต้าตงมองหน้าเหลียนฮวาสักครู่ก็หันกลับไปมองหน้าเยี่ยเจียวหลิงด้วยความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมา ความจริงเป็นดั่งที่เหลียนฮวากล่าวมาทั้งหมดเขามองเพียงด้านที่ผู้อื่นจะมองนางเช่นไรจึงนำสิ่งพวกนั้นมาเป็นบรรทัดฐานในความรักของเขาและนาง เหตุผลของเขามันช่างเห็นแก่ตัวยิ่งนัก ตลอดชีวิตนี้ของเขาพบเจอแต่เรื่องราวความทุกข์เศร้าเสียใจมามากมายจนมองตนเองต่ำต้อยด้อยค่าจึงไม่กล้าเปิดใจปกป้องใครเพราะกลัวว่าจะปกป้องไว้ไม่ไหวเช่นมารดาของเขาที่ต้องตายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับอีก
เหลียนฮวาเห็นว่าต้าตงเข้าใจถึงความหมายที่นางพูดแล้ว นางจึงเลือกที่จะถอยห่างออกมาเงียบๆจากคนทั้งสองทันที ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ใช้ช่วงเวลาของกันและกัน จะได้เข้าใจกัน
"เจียวหลิง ข้าขอโทษ ข้ามันคงเห็นแก่ตัวและใจร้าย ทำร้ายจิตใจของเจ้าจนไม่น่าให้อภัย"
"พี่ต้าตง ข้าไม่เคยถือโทษโกรธท่านเลย ขอเพียงท่านอย่าผลักไสไล่ส่งข้าอีกก็พอแล้ว "
"ข้าสัญญา ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก และข้าจะพยายามดีให้มากพอที่จะเหมาะสมกับเจ้าด้วย "
"ท่านสัญญากับข้าแล้วนะ ห้ามคืนคำ"
เยี่ยเจียวหลิงน้ำตาไหลนองหน้าด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งยิ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ที่ร้องไห้เพราะทุกข์ใจกับคำพูดของต้าตงแต่ตอนนี้นางตื้นตันใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้กับนาง
เหลียนฮวาเดินห่างออกมาไม่ไกล เพียงไม่นาน ต้าตงก็จูงมือเยี่ยเจียวหลิงมายังบริเวณที่เหลียนฮวายืนรออยู่
สีหน้าของทั้งสองดูดีขึ้นมากกว่าเมื่อครู่เสียมาก ทำให้เหลียนฮวารู้ได้ทันทีว่าทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว ช่างดีอะไรอย่างนี้
"พวกท่านจะอยู่ด้วยกัน นานกว่านี้ก็ได้นะ ข้าไม่รีบสักนิด"
เหลียนฮวากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม หยอกเย้าสหายตนให้มีอาการขวยเขินขึ้นมาเสียแล้ว ต้าตงก็ทำได้เพียงยิ้มรับวาจาของเหลียนฮวา
"ข้าขอขอบคุณคุณหนูเหลียนฮวามากเลยนะขอรับ ที่กล่าวเตือนสติคนโง่เขลาเช่นข้า หากไม่ได้ท่านข้าคงหวาดกลัวต่อความรู้สึกของตนเองที่มีให้กับเจียวหลิงจนทำนางเจ็บปวดมากกว่านี้เป็นแน่"
"พี่ต้าตง ท่านไม่ได้โง่เขลาสักนิด ท่านผ่านเรื่องราวความเจ็บปวดมามากมายยิ่ง ข้าเข้าใจดี "
เหลียนฮวากล่าวเหมือนเช่นคนที่รู้เห็นทุกช่วงชีวิตของต้าตงอย่างดี ท่าทางของนางคล้ายว่าไม่มีใครรู้ดีเรื่องราวของต้าตงดีกว่านางอีกแล้ว สิ่งนี้ทำให้เยี่ยเจียวหลิงหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"ฮิฮิ เหลียนฮวาเจ้านี่นะ "
"ข้าทำไมหรือ "
เหลียนฮวายังคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นแสดงออกเกินจริงเสียมาก
"พี่ต้าตงวันนี้ข้ากลับก่อนนะ ไว้วันหลังข้ากับเหลียนฮวาจะมาหาท่านอีกนะ"
"ข้าจะรอและอย่าลืมข้าเสียล่ะ"
"อะ..อื้ม"
เยี่ยเจียวหลิงรู้สึกว่าวาจาของต้าตงเพียงแค่นี้ก็ทำให้นางออกอาการเขินหน้าแดงขึ้นมาอีกแล้ว ปกติเขาไม่ค่อยใช้วาจาเช่นนี้เท่าไหร่นัก เมื่อกล่าวออกมาแบบนี้นางจะทนเฉยไหวได้อย่างไรเล่า
เหลียนฮวาเห็นดังนั้นเลยอยากช่วยเหลือสหายของตน เห็นแต่เยี่ยเจียวหลิงหน้าแดงก็ควรให้อีกฝ่ายออกอาการบ้างสิ
"พี่ต้าตงอย่าเพียงแต่รอเจียวหลิงมาหานะเจ้าคะ ท่านก็แอบไปหานางตอนกลางคืนบ้างเสียเลยสิเจ้าคะ"
"เอ่อ...ข้า"
ต้าตงถึงกับหาวาจาใดมากล่าวตอบกลับเหลียนฮวา ไม่รู้ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธความคิดนี้ของเหลียนฮวาดี แต่เมื่อคิดว่าตนต้องไปหาเจียวหลิงตอนกลางค่ำกลางคืน เลือดลมก็พลันสูบฉีดขึ้นมาเล็กน้อย ลมหายใจก็ดูจะติดขัดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ใบหน้าก็เริ่มแดง
เหลียนฮวาเห็นเช่นนี้ก็หัวเราะออกมาไม่หยุด รู้สึกว่าตนเองทำสำเร็จ แต่นางหารู้ไม่ว่า นางทำสำเร็จเกินคาดไปหน่อย
"เหลียนฮวา เจ้าพูดอะไรกันเนี่ย พี่ต้าตงอย่าไปฟังนางพูดนะเจ้าคะ"
เยี่ยเจียวหลิงหันมาดุเหลียนฮวาเสียงค่อย แล้วหันกลับไปกล่าวกับต้าตงอย่างเขินอายเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นหน้าต้าตงก็ยิ่งทำให้นางเขินหนักกว่าเดิมไปอีก
"เหลียนฮวา กลับกันได้แล้ว"
เยี่ยเจียวหลิงรีบเดินไปจูงมือเหลียนฮวา ลากนางเดินออกจากที่นี่โดยเร็ว มีเช่นนั้นหากเหลียนฮวากล่าวสิ่งใดออกมาอีก นางกับพี่ต้าตงคงได้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อีกนานเป็นแน่
"ข้ากลับแล้วๆ ลาก่อนนะเจ้าคะ พี่ต้าตง"
ต้าตงพยักหน้ายิ้มรับให้เหลียนฮวา ยามนี้เขามีความรู้สึกที่ดีขึ้นยิ่งนัก เหมือนมีคนชี้นำเส้นทางแห่งแสงสว่างที่มันโดนบดบังมาตลอด เหลียนฮวาเป็นผู้ชี้เส้นทางแต่แสงสว่างของเขาคือเยี่ยเจียวหลิง
หลังจากนี้ไปต่อให้เจอปัญหาใดเขาจะยึดมั่นเพียงนาง มีนางเป็นเป้าหมายขจัดสิ้นความกลัวในจิตใจต้องเอามาเป็นคนเคียงข้างกายให้ได้ในสักวันหนึ่ง
"ท่านรองแม่ทัพให้มาตามเจ้าไปพบ"
"มีเรื่องใดหรือ"
"ไปถึงก็คงได้รู้เอง"
"อืม"
ต้าตงเดินตามคนที่มาตามเขาไปยังเรือนรับรองแขก ภาพตรงหน้ามีท่านรองแม่ทัพซ้ายและแขกคือท่านรองแม่ทัพขวานั่งสนทนากันอยู่
"หากเจ้าต้องการนำคนมาช่วยเหลือข้าออกศึก ข้าจะให้ เขาเป็นคนคุมกองกำลังนั้น"
"เจ้ามั่นใจในฝีมือของเขาหรือ"
"ข้าเลือกแล้ว"
"เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ "
รองแม่ทัพขวากล่าวจบก็ลุกขึ้นยืน วันนี้ที่เขามาที่นี่เพราะท่านแม่ทัพเอ่ยปากให้เขานำกองกำลังบางส่วนแบ่งไปช่วยรองแม่ทัพซ้าย แต่ดูท่าเหมือนเขาจะไม่ได้ต้องการเพียงนั้นสิ่งที่ต้องการจริงๆคือเสบียง แต่เขาก็ช่วยได้เพียงเรื่องกำลังพลเท่านั้น ยามนี้เหมาะสมแก่เวลาแล้วจึงเอ่ยลากลับไปจัดการงานของตนเองต่อที่จวน
"ข้าขอตัวกลับก่อน ไว้วันหน้าจะมาดื่มสุราพูดคุยกับเจ้าอีกครั้ง"
"อืม"
เซียวซีเหยียนให้บ่าวชายเดินไปส่งรองแม่ทัพขวา ส่วนตนนั่งพิจารณาต้าตงอยู่เงียบๆ
ต้าตง เมื่อถูกมองเช่นนี้ก็รีบเอ่ยทำความเคารพทันที
"คารวะท่านรองแม่ทัพขอรับ"
"เจ้าชื่อว่าอะไร"
"ต้าตงขอรับ"
"พอใจหรือไม่ได้ข้าให้เจ้าคุ้มกองกำลังบางส่วนของรองแม่ทัพขวา"
ต้าตงเงียบไปครู่หนึ่งก็นึกถึงหน้าของเยี่ยเจียวหลิง และเสียงเตือนสติของเหลียนฮวาที่ให้เขาทำตัวเองให้ขึ้นมาอยู่เทียบเท่าเจียวหลิงให้ได้
"ข้าพอใจเป็นอย่างมาก ข้าจะพยายามและตั้งใจทำอย่างเต็มที่ขอรับ"
"ดี ต่อไปก็มาช่วยงานข้า เริ่มตั้งแต่วันนี้"
"ได้ขอรับ!"
เซียวซีเหยียนนั้นเข้าใจสิ่งที่เหลียนฮวากล่าวกับเขาเรื่องระหว่างของต้าตงกับเยี่ยเจียวหลิง สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อให้เหลียนฮวาพอใจ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเล็กหรือใหญ่เขาก็จะช่วยนางอย่างเต็มที่ การผลักดันคนให้ขึ้นมามีอำนาจบารมีไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาและอันที่จริง ต้าตงผู้นี้ก็หน่วยก้านดีไม่เบา คงต้องทำให้เขาสร้างผลงานให้มากพอที่จะเข้าใจท่านแม่ทัพเยี่ยได้สักวัน
เหลียนฮวาถูกเยี่ยเจียวหลิงลากมาถึงรถม้า เมื่อทั้งสองขึ้นไปบนรถม้าแล้ว เยี่ยเจียวหลิงก็รีบเข้าไปกอดเหลียนฮวาทันที
"ขอบใจเจ้ามากนะ เหลียนฮวา หากไม่ได้เจ้าพี่ต้าตงคงปล่อยมือจากข้าไปแล้วเป็นแน่"
"ข้าทำได้เพียงเตือนสติเขาเท่านั้น ความจริงแล้วในใจเขานั้นรักเจ้ามากต่างหากจึงยอมเลือกปล่อยเจ้าไปเพื่อให้เจ้าอยู่บนเส้นทางที่ควรจะเป็น แต่ยามนี้เขาคงไม่คิดเช่นนั้นอีกแล้วแหละ เขาเป็นคนที่ต้องการกำลังใจผู้หนึ่งต่อไปเจ้าก็เป็นกำลังใจให้กับเขามากๆเล่า"
"ทำเช่นไรดี ข้าอยากขอบคุณเจ้าอีกแล้ว ข้ารู้สึกดีมากจริงๆที่เจ้าอยู่ที่นั่นด้วย ข้ามีความสุขมากเลยนะเหลียนฮวา มีความสุขจนอย่างร้องไห้ออกมาอีกแล้ว "
"เช่นนั้นก็ร้องออกมาเถอะ เจ้าคงรู้สึกกดดัน กักเก็บความเศร้าและความคิดถึงมาหลายวันแล้ว พอมาเจอพี่ต้าตงก็เหมือนกับทุกสิ่งอย่างปะทะเข้ามายังหัวใจของเจ้า ร้องมาเถอะ"
"อื้ม เจ้าเข้าใจข้าที่สุด ฮื่อ"
เหลียนฮวาให้สารถีขับรถม้าวนไปวนมาจนเยี่ยเจียวลิงสงบลงจึงไปส่งนางที่จวนแม่ทัพเยี่ย หลังจากบอกลากันเหลียนฮวาก็นั่งรถม้าตนกลับไปยังจวนเจ้าเมือง แต่เมื่อมองท้องฟ้าอีกทียามนี้ก็ใกล้จะมืดเสียแล้ว เมื่อนางลงจากรถม้าเดินเข้าประตูจวนไปก็พบเข้ากับ มู่ฉางเล่อ ยืนดักรออยู่ที่หน้าประตูทันที
ด้วยความที่เหลียนฮวารู้สึกเหนื่อยมากจึงยิ้มให้มู่ฉางเล่อทีหนึ่งแล้วเลือกจะเดินกับเรือนตนไปเลย
มู่ฉางเล่อมีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาเป็นห่วงนางแทบแย่ที่ออกไปแต่หัววันแต่กลับมาเกือบมืดค่ำ ไม่รู้หรือไรว่าตนเองเป็นสตรี
"เจ้า เหตุใดจึงกลับบ้านเวลาเกือบมืดค่ำเช่นนี้กัน"
"เอ๋...ข้าหรือ ข้าก็ไปหาเจียวหลิงน่ะ สหายข้า "
เหลียนฮวาต้องหันหลังกลับมาตอบมู่ฉางเล่อจนได้ เจ้าเด็กนี่ไม่ปล่อยนางไปง่ายๆเช่นนี้จะหาเรื่องนางเป็นแน่ สงสัยจะโกรธที่ไปหาเจียวหลิงแล้วไม่พาเขาไปด้วย เหลียนฮวาถอนหายใจออกมาทันที เมื่อเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของเจ้าเด็กตรงหน้า
"เอางี้ต่อไปหากข้าไปหาเจียวหลิงอีกข้าจะบอกเจ้าเป็นคนแรกเลยดีหรือไม่"
"อะ..อื้ม ดี"
มู่ฉางเล่อได้ยินวาจาเหลียนฮวาก็รู้สึกหายใจติดขัด นางจะไปที่ใดก็จะบอกเขาเป็นคนแรกเลยเชียวหรือ เหมือนที่ บิดาบอกต่อมารดา และเหมือนที่พี่ชายบอกต่อพี่สะใภ้ เช่นนั้นหรือ สีหน้าที่เคร่งเครียดของมู่ฉางเล่อก็ยังคงเคร่งเครียดต่อไปแต่ติดที่หูของเขาแดงเถือกเกินระงับ ทั้งร่างกายยังยืนแข็งค้างเสียแบบนั้น
"งั้นข้าขอกลับเรือนก่อนนะ"
เหลียนฮวาเอ่ยลามู่ฉางเล่อไปแล้ว แต่เห็นเพียงมู่ฉางเล่อยืนค้างไม่ไปไหน เหลียนฮวาจึงเลือกเดินออกไปเลยไม่สนใจอีก นางอยากกลับไปนอนพักผ่อนร่างกายเหลือเกิน
การที่เหลียนฮวาได้พบเซียวซีเหยียนในวันนี้แม้จะรู้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็รู้สึกดีใจอยู่ดี นางดีใจที่เขายังเป็นเหมือนเดิมไม่โหดร้ายเช่นในนิยาย เขายังดีกับนางไม่รู้ว่าจะดีกับผู้อื่นทุกคนหรือเปล่า ไม่รู้ว่าต่อไปเซียวซีเหยียนจะหลงรักเยี่ยเจียวหลิงหรือไม่ เมื่อคิดถึงตรงนี้เหลียนฮวาก็รู้สึกโหวงเหวงในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างไรนางก็ต้องขัดขวางความรู้สึกเช่นนั้นของเซียวซีเหยียนที่มีต่อเยี่ยเจียวหลิงทุกวิถีทางให้จงได้