ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 ชดใช้

            “หึ!” เคอโยวหรานแค่นหัวเราะ “ความบริสุทธิ์ของสตรีสำคัญมากเพียงใดหากจะกล่าวว่าคือชีวิตก็ยังไม่นับว่าเกินจริงเจ้าใส่ร้ายความบริสุทธิ์ของข้าปากเปล่า อีกทั้งข้ายังออกเรือนแล้วเดิมทีเจ้าก็ไม่ควรมาข้องเกี่ยวกับข้า แค่ขอโทษก็สิ้นเรื่องแล้วหรือ?”

            ผู้ชมต่างพากันเอ่ยเสริม

            “อืม นี่เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวหากเป็นการใส่ร้ายสตรีของผู้อื่น แค่ขอโทษก็นับว่าง่ายดายเกินไปแล้ว”

            “มีเหตุผล หากทุกคนล้วนเอาเยี่ยงอย่างบัณฑิตผู้นี้ สตรีในใต้หล้าคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง?”

            “ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชดเชยสักหน่อยจึงจะถูก ความบริสุทธิ์ของสตรีคือสิ่งที่มิอาจประเมินค่าหากเป็นการใส่ร้าย ให้ชดใช้ด้วยทรัพย์สมบัติของสกุลก็ยังไม่นับว่าเกินสมควร”

            เมื่อได้ยินวาจาผลัดกันตำหนิของฝูงชน หลินโส่วเสียนพลันลอบกำหมัดจดจ้องเคอโยวหรานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเชื่อผู้เฒ่าเคอกับแม่เฒ่าเคอ

            เพราะถึงอย่างไรตอนหมั้นหมายในวัยเด็ก เขาเองก็เคยไปที่เรือนสกุลเคอยามนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่สูงนักและซูบผอมดั่งท่อนฟืน หากมิใช่ว่าท่านพ่อต้องการเกี่ยวดองกับสกุลเคอให้จงได้ไม่ว่าจะทำเช่นไรเขาก็ไม่มีทางเลือกเคอโยวหรานอย่างแน่นอน

            ราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ได้ก็มิปาน หลินโส่วเสียนกัดฟันเอ่ยกับเคอโยวหรานว่า

            “หากสิ่งที่ข้าพูดไม่ตรงกับความจริง เช่นนั้นให้ข้าชดเชยเป็นเงินจำนวนสิบตำลึงดีหรือไม่?”

            ต้วนเหลยถิงแค่นหัวเราะ “ความบริสุทธิ์และเกียรติของภรรยาข้าประเมินค่าไม่ได้มิสู้เจ้าทำสัญญาเป็นตายกับข้า หากเจ้าผิดก็ยกชีวิตให้พวกเรา ทว่าหากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงข้าจะชดใช้ให้เจ้าด้วยชีวิต”

            “เยี่ยม!” ผู้ชมต่างปรบมือร้องว่าดี เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า“มีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ถือเป็นลูกผู้ชายตัวจริง!”

            “ซานหลาง!” เคอโยวหรานกอดแขนของเขาอย่างไม่เห็นด้วย

            ต้วนเหลยถิงปลอบโยนนางและเอ่ยว่า “ข้าเชื่อเจ้า!”

            เพียงสามคำที่เรียบง่าย ทว่าสำหรับเคอโยวหรานช่างหนักแน่นดั่งภูเขาไท่ซานนางมีดีอันใดถึงได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่แล้วได้พบกับบุรุษที่ยึดมั่นในมิตรไมตรีเช่นนี้กัน?

            หลินโส่วเสียนหวาดหวั่นจนถอยหลังไปสองก้าว เพราะมีชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังคอยดันเอาไว้เขาถึงยังหยัดยืนได้อย่างมั่นคงแผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น

            ยามนี้เขานึกเสียใจในภายหลังเสียแล้ว ไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ เหตุใดต้องเอาชีวิตตนเองมาแลกกับสิ่งที่เรียกว่าหน้าตาและผลประโยชน์อันน้อยนิดเช่นนี้ช่างไม่คุ้มค่าโดยแท้จริง!

            “เฮ้ย พวกเจ้าดู บัณฑิตผู้นั้นหวาดกลัวเสียแล้ว!”

            “ฮ่าๆ ซิ่วไฉใจฝ่อแล้ว เห็นทีเขาคงคิดจะหลอกเอาเงินผู้อื่นจริงๆ”

            “ไม่ว่าเขาคิดจะทำอันใด ผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีความบริสุทธิ์ของสตรีล้วนแต่คือเดนมนุษย์”

            หลินโส่วเสียนถูกล้อมโจมตีด้วยวาจา ใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกไม่รู้ว่าควรรับมือเช่นไร ทันใดนั้นก็เอ่ยหลังผุดความคิดขึ้นอย่างว่องไว

            “ร่างกายและเนื้อหนังล้วนแต่ได้มาจากบิดามารดาจะเอามาเดิมพันได้อย่างไร? มิสู้เดิมพันด้วยสินทรัพย์ที่มีเถิด?”

            ต้วนเหลยถิงกำลังจะปฏิเสธ กลับถูกผู้ใหญ่บ้านเฉินห้ามเอาไว้และเอ่ยเกลี้ยกล่อมว่า“ซานหลาง เจ้ามาใหม่จึงยังไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้มากนักไม่ควรก่อเรื่องจนถึงขั้นเอาชีวิตคน จงใคร่ครวญให้ถ้วนถี่ การที่ต้องเอาชื่อเสียงของตนไปทิ้งเพื่อคนเช่นนี้มันคุ้มค่าแล้วหรือ?”

            เคอโยวหรานดึงแขนต้วนเหลยถิงด้วยท่าทางน่าสงสารพลางเอ่ยปลอบเสียงเบา “ท่านผู้อาวุโสกล่าวได้มีเหตุผลเจ้าค่ะวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ย่อมต้องมีโอกาสจัดการหลินโส่วเสียนผู้นั้นภายในใจของข้าท่านสำคัญที่สุด รับปากข้าเถิด ไม่ว่าพบเจอเรื่องใดอย่าได้เอาชีวิตเข้าแลกหากไม่มีท่าน ข้าจะทำอย่างไรเจ้าคะ?”

            ต้วนเหลยถิงพลันโอบนางเข้าสู่อ้อมอก กระชับกอดแน่นและเอ่ยว่า “ได้ล้วนแต่ฟังเจ้า ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี จะคอยปกป้องเจ้าทุกชาติภพ”

            หลินโส่วเสียนมิอาจทนฟังบทสนทนาของคนทั้งสองจึงรีบเอ่ย “พวกเจ้า กลางวันแสกๆมาโอบกอดกันเช่นนี้ ช่างไร้การศึกษา”

            ต้วนเหลยถิงชำเลืองมองเขาด้วยสายตาหยามเหยียด “เดิมทีข้าก็ไร้การศึกษากอดภรรยาตนเองแล้วจะอย่างไร? อีกประการหนึ่งเจ้ามีทรัพย์สินอันใดให้เอามาเดิมพันหรือ?”

            หลินโส่วเสียนขบกรามเอ่ย “ข้ามีที่ดินอุดมสมบูรณ์จำนวนยี่สิบหกหมู่ในหมู่บ้านเถาหยวนปล่อยเช่าให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเถาหยวนมานานปี แล้วพวกเจ้าเล่า มีสิ่งใดจะชดเชยให้ข้า?”

            เคอโยวหรานหัวเราะ “เดิมทีเจ้าก็เป็นฝ่ายป้ายสีข้า พวกเรายังต้องชดเชยอันใดให้เจ้ากัน?”

            หลินโส่วเสียนถูกบีบบังคับจนร้อนใจ โพล่งออกไปว่า“เจ้าพิสูจน์ได้อย่างไรว่าข้าใส่ร้ายเจ้า?”

            เคอโยวหรานใช้ชายแขนเสื้อบังเอาไว้ หยิบใบทะเบียนสมรสของตนกับต้วนเหลยถิงจากมิติวิเศษนางคลี่ออกตรงหน้าหลินโส่วเสียนก่อนจะส่งไปทางเถ้าแก่อวี๋และขอให้เขาอ่านให้ทุกคนฟัง

            “ไอ้หยา!” เถ้าแก่อวี๋ร้องอุทาน “ทุกคนดูนี่บนทะเบียนสมรสใบนี้มีผู้ใหญ่บ้านเฉินและผู้นำทั้งสองสกุลเป็นพยานแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี มีหน้ามีตาไร้ผู้ใดเปรียบ”

            ชายร่วงท้วมผู้หนึ่งแทรกกายมาข้างหน้าขยับเข้าใกล้เพื่อดูให้แน่ชัดแล้วเอ่ยว่า “โอ้โห ข้าขึ้นเหนือล่องใต้มานับสิบปียังไม่เคยเห็นทะเบียนสมรสของใครมีหน้ามีตาเช่นนี้มาก่อนในทะเบียนสมรสของผู้ใดมีผู้อาวุโส ผู้นำสกุล และผู้ใหญ่บ้านตั้งหลายท่านลงนามเป็นพยานเช่นนี้บ้าง?”

            “ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว!” เถ้าแก่อวี๋ชี้ทะเบียนสมรสพลางอุทานว่า“ข้าเปิดโรงสุราฟู่หยวน เคยได้ยินเรื่องราวแปลกประหลาดจากพ่อค้าที่เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้มาไม่น้อยแต่เพิ่งจะเคยเห็นทะเบียนสมรสที่ได้รับการยอมรับจากผู้นำสองสกุลในหมู่บ้านเถาหยวนจนน่าตกใจเช่นนี้เป็นครั้งแรกจะบอกว่าสกุลต้วนล่อลวงคู่หมั้นของผู้อื่นไปแต่งงานได้อย่างไรกัน?”

            “ใช่แล้ว ใส่ร้าย ซิ่วไฉผู้นี้ก็คือเจ้าคนที่ใส่ร้ายป้ายสีสตรี”

            ทุกคนต่างร้องบริภาษหลินโส่วเสียนด้วยความแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรม ยามนี้กระทั่งฟองน้ำลายยังกระเด็นใส่หน้าเขา

            เคอโยวหรานเก็บใบทะเบียนสมรสกลับไปไว้ในมิติวิเศษอย่างทะนุถนอม นางคลี่ยิ้มมองหลินโส่วเสียนถูกฝูงชนล้อมโจมตีทว่าบัณฑิตอ่อนแอผู้นี้กลับมิอาจโต้ตอบแม้เพียงนิด

            แต่ในขณะนั้นเอง กลับมีหนึ่งเสียงเล็กแหลมร้องเตือนท่ามกลางฝูงชนว่า“เคอโยวหรานเคยสาบานรักกับหลินซิ่วไฉเรื่องที่นางลอบคบชู้ลับหลังสามีตนเองยังไม่ทันพิสูจน์ได้เสียหน่อย!”

            ประเสริฐนักแม่เฒ่าสกุลเคอ ข้าไม่หาเรื่องท่าน แต่ท่านกลับกระโจนมาอยู่ตรงหน้าข้าเสียเอง

            นิ้วมือของเคอโยวหรานขยับเล็กน้อย เข็มบางเล่มหนึ่งพลันพุ่งไปทางลำคอของแม่เฒ่าเคอทันใดนั้นมันก็สลายกลายเป็นยาน้ำ ซึมเข้าสู่ผิวหนังโดยไม่ทันรู้ตัว

            เข็มบางนี้คือยาน้ำที่เคอโยวหรานเก็บไว้ในตู้แช่ของมิติวิเศษ ส่วนทักษะการยิงเข็มเป็นสิ่งที่เซียนพิษสอนสั่งให้นาง

            ทว่าน่าเสียดาย ฝึกฝนมานานถึงเพียงนี้กลับยังเล็งไม่แม่นยำเดิมทีนางอยากจะยิงเข้าที่คอหอยของแม่เฒ่าเคอ ทำให้อีกฝ่ายมิอาจเปล่งเสียงเอ่ยออกมาได้แต่เพราะการยิงครั้งนี้คลาดเคลื่อนไปบ้าง ทำให้แม่เฒ่าเคอแค่เสียงแหบและไอไปอีกหลายสิบวันเท่านั้น

            ครั้นหลินโส่วเสียนถูกแม่เฒ่าเคอเตือนสติ พลันร้องตะโกนเสียงดังราวกับได้รับแสงสว่างทางปัญญา“เจ้ากับข้าลักลอบได้เสียกัน เจ้าก็คือสตรีที่ไม่รู้จักสำรวมตน”

            ทุกคนเงียบสงัดทันใด ต่างเบนสายตาไปทางเคอโยวหรานโดยพร้อมเพรียง ก่อนพบเพียงว่านางเอาแต่ดึงแขนต้วนเหลยถิงที่หมายจะลงมือเอาไว้แน่นพร้อมเอ่ยปลอบโยนเสียงละมุน

            “ทำไมกัน กลัวเสียแล้วหรือ ยามนี้สามีของเจ้าได้รู้ว่าเจ้าไม่สำรวมตนใจฝ่อแล้วกระมัง?” หลินโส่วเสียนทุบไหจนแตกแล้วแตกอีก [1] คิดเพียงว่าจะลากเคอโยวหรานลงน้ำไปด้วยกัน เพราะถึงอย่างไรหากเขามิได้อยู่สุขผู้อื่นก็อย่าหวังจะได้อยู่ดี

            เคอโยวหรานเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นางคลี่ยิ้มมองตัวตลกเช่นหลินโส่วเสียนพลางเอ่ยว่า“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าข้าผอมแห้งดั่งท่อนฟืน กระดูกปูดโปน ผิวพรรณซีดเหลืองหมองคล้ำใช่หรือไม่?”

            ครั้นหลินโส่วเสียนเห็นผู้เฒ่าเคอที่อยู่ในฝูงชนพยักหน้าก็เอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า“ใช่!”

            เคอโยวหรานไม่เปลืองวาจา พลันยกมือขึ้นปลดผ้าปิดหน้าของตนออกช้าๆ...

            ตรอกใหญ่ที่แต่เดิมเสียงดังเซ็งแซ่ถึงกับได้ยินเสียงสายลมบางเบาพัดผ่านภายในเสี้ยววินาทีพวกเขาล้วนถูกความงามของสตรีตรงหน้าทำให้ตกตะลึงเสียแล้ว

            ผิวซีดเหลืองหมองคล้ำ? ช่างน่าขันนักสตรีผู้นี้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาราวกับหยกไร้รอยขีดข่วนก็มิปานขาวเนียนนุ่มจนคล้ายกับเคล้นแล้วจะมีน้ำหยดออกมา

            กระดูกปูดโปน ผอมแห้งดั่งท่อนฟืนเช่นนั้นหรือ? อย่ามาล้อเล่นได้หรือไม่?

            สตรีผู้นี้งดงามจนทำให้ผู้คนแทบจะหยุดหายใจ หากบอกว่านางคือเทพธิดาลงมาจุติก็ยังนับว่าไม่เกินจริง

            เคอโยวหรานปลดผ้าปิดหน้าลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะสวมกลับไปอีกครั้ง

            ทว่าก็เพียงพอให้ฝูงชนในเหตุการณ์ได้หวนนึกถึงตลอดชั่วชีวิตที่ยังเหลืออยู่

            ขณะทุกคนกำลังตกตะลึงในความงามของเคอโยวหราน ต้วนเหลยถิงพลันสังเกตเห็นว่ามีเงาร่างคนผู้หนึ่งเลือนหายไปจากหัวมุมข้างหน้าต่างชั้นสอง...

             

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ไหแตกแล้วแตกอีก 破罐子破摔 หมายถึง เกิดเรื่องไม่ดีกลับไม่คิดแก้ไขให้ถูกต้อง หรือตั้งใจทำให้แย่ลง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808