“สุริยะเทพิหวั่งมาแล้ว...”
จอมโจรสำราญชงเมิ่งเงยหน้ามองฟ้าแล้วพูดออกมา แม้จะเป็ประโยคที่ไม่ได้เสียงดังมากนัก แต่ผู้คนทั้งหมดกลับได้ยินชัดเต็มสองหู พวกมันแทบจะไม่เชื่อหูตนเอง ยอดยุทธ์แดนเทพที่มีชื่อเสียงเทียบเท่าวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินก็มาแย่งชิงศัตราวุธด้วยอย่างนั้นเหรอ หากเป็เช่นนี้คงไม่มีผู้ใดอาจหาญแย่งชิงด้วยอย่างแน่นอน
“นับว่าเ้าตาถึง ชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดา ข้าเคยได้ยินชื่อของเ้ามาบ้าง”
น้ำเสียงอันนุ่มนวลแฝงแรงดึงดูดชนิดหนึ่งเปล่งออกมาจากปากของสุริยะเทพิหวั่ง กอปรกับใบหน้าอันหล่อเหลาคมคาย แทบจะทำให้ผู้คนหลงใหลในตัวมันในทันที บุรุษผู้มีชีวิตอยู่มาสองร้อยยี่สิบเอ็ดปีผู้นี้เดินมาแบบไม่เกรงกลัวผู้ใด
“ขอบคุณท่านที่ชื่นชม”
จอมโจรสำราญชงเมิ่งพูดพร้อมกับถอยไปครึ่งก้าว เป็การแสดงออกว่าให้ความนับถือในเทพผู้นี้ หากนับตามความเป็จริงแล้ว ทั้งสองล้วนเป็หนึ่งในเจ็ดยอดยุทธ์ของฝ่ายมนุษย์และเทพ แต่จอมยุทธ์ทั่วหล้าล้วนรู้ว่ายอดยุทธ์ฝ่ายเทพนั้นเหนือกว่าหลายขุม ดังนั้นจอมโจรสำราญชงเมิ่งที่ไม่เกรงฟ้ากลัวดินยังคงให้ความเคารพในตัวเทพผู้มีอายุมากกว่าตนเองเกือบสี่เท่าผู้นี้
“ข้ามาเพื่อขอชมดาบอัคคีพิโรธ วรยุทธ์ของข้ามาจากไฟ ดาบที่ส่งเสริมธาตุไฟเช่นนี้จะเหมาะสมกับข้าหรือไม่ ข้าเองก็อยากรู้ จูเฟยหลง เ้าจะคัดค้านหรือไม่”
จูเฟยหลงเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยื่นมือซ้ายออกปล่อยพลังดึงดูดดาบอัคคีพิโรธเข้ามา ตัวดาบลอยละลิ่วมาหาผู้สืบทอดอย่างรวดเร็ว เมื่อดาบอยู่ในมือของจูเฟยหลง เทพหนุ่มรู้สึกสั่นสะท้านคราหนึ่ง พลังที่แฝงอยู่ในตัวดาบกระแทกกระทั้นเข้าสู่ชีพจร ดีที่เขามีพลังลมปราณสูงส่ง จึงสลายพลังเ่าั้ได้ในพริบตา
เมื่อเขาถ่ายเทพลังวัตรเข้าไปในตัวดาบ มันก็เปล่งแสงอัคคีอันร้อนแรงออกมา แลดูน่าเกรงขามไม่น้อย
จูเฟยหลงเดินไปถึงตรงหน้าสุริยะเทพิหวั่ง ประคองดาบด้วยสองมือยื่นให้กับมัน นี่เป็การยินยอมให้ผู้อื่นถือครองดาบของตนเองแล้ว
สุริยะเทพหมิ่งหวั่นรับดาบมา เมื่อเขาเดินกำลังภายเข้าไปในตัวดาบ ก็เกิดเพลิงอัคคีเผาผลาญตัวดาบ ระยะสิบก้าวรอบ ๆ ตัวเขาก็กลายเป็ร้อนอบอ้าว ผู้ที่มีพลังยุทธ์ต่ำต้อยล้วนพุ่งถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิต เสียงร้องอุทานด้วยความตระหนกและเ็ปดังระงม
สุริยะเทพิหวั่งเผยอยิ้มออกมาคราหนึ่ง กล่าวว่า
“ดาบที่ดี ดาบที่ดียิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่เป็ของผู้อื่น น่าเสียดายนัก...จูเฟยหลง ดาบเล่มนี้ต้องตกเป็ของเ้าผู้เป็ทายาทอัคคี แต่ตอนนี้ข้ามีความปรารถนาประการหนึ่ง เ้าสามารถให้ข้ายืมดาบสักสิบวันได้หรือไม่”
“ย่อมได้”
เสียงตอบดังฟังชัดจากจูเฟยหลง เขาเชื่อมั่นว่าจอมเทพผู้นี้จะรักษาคำพูด ยอดฝีมือระดับนี้ย่อมไม่ทำลายเกียรติของตนเองด้วยการแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่นเด็ดขาด
“ดีมาก เ้าตามข้ามา”
กล่าวจบก็เดินแหวกผู้คนไปทันทีโดยไม่สนใจผู้อื่นอีก จูเฟยหลงก็รีบเดินตามไป พร้อมกับห้ามมิให้คนในสำนักติดตามไป เขากำลังลิงโลดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน นี่เป็โอกาสได้เรียนรู้จากยอดยุทธ์ ระยะเวลาสิบวันนี้เขามั่นใจว่าตนเองจะได้ผลรับมาอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน
สุริยะเทพิหวั่งหยุดเท้าลง ค่อย ๆ หันหลังกลับมาพร้อมกับหันหน้าไปทางจอมโจรสำราญชงเมิ่ง กล่าวว่า
“เ้าก็มาด้วย” กล่าวจบก็หันหน้าเดินต่อไปแบบไม่เหลียวหลังอีกเลย
จอมโจรสำราญชงเมิ่งยิ้มออกมาด้วยความยินดี เขามั่นใจว่าต้องมีเื่สนุกสนานรออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน ด้วยนิสัยของโจรคุณธรรมเช่นเขาย่อมอดใจไม่ไหวที่จะตอบรับคำเชิญเช่นนี้ เขาสาวเท้าตามไปอย่างสบายใจ
หมัดภูผาจิ่นเหิงส่งเสียงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาเป็ถึงลำดับสามในเจ็ดยอดยุทธ์ฝ่ายมนุษย์ กลับไม่อยู่ในสายตาของสุริยะเทพิหวั่ง แต่ที่น่าผิดหวังกว่ากลับเป็การที่เขาไม่กล้าแม้กระทั่งจะเอ่ยปากทักทายเทพยิ่งใหญ่ผู้นี้ ถูกรัศมีและความน่าเกรงขามของมันกดทับไว้จนไม่กล้าแสดงตัวออกมา นับเป็เื่ที่น่าผิดหวังมากนัก
จิ่นเหิงจำขึ้นมาได้ว่ากำลังคิดบัญชีกับหานหลิ่งอยู่ จึงเหลียวหน้ามายังตำแหน่งที่มันเคยอยู่ กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมันแล้ว เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยแล้ว คนเห็นแก่ตัวผู้นี้ย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยเื่ศักดิ์ศรี ตนเองได้แต่ส่ายหัวคราหนึ่งพร้อมกับส่งเสียคำรามด้วยความคับข้องใจออกมา
ทันใดนั้นเองสายตาของเขาก็พบเจอคนคุ้ยเคยอีกผู้หนึ่ง คนที่พรรคอินทรีทอง้าตัวที่สุด โทสะที่กำลังพลุ่งพล่านก็พบที่ระบายจนได้ ศิษย์ทรยศในสำนักก็อยู่ที่นี่ด้วย
มือโลหิตเกาซิ่น
ผู้เป็ศิษย์อาจารย์เดียวกัน ผู้ทรยศสำนัก ผู้วางยาพิษสังหารอาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักนับร้อยคน เป็ข่าวใหญ่โตเมื่อสามสิบปีที่แล้ว แม้ว่ามันจะโกนหัวล้านเลี่ยนก็ตาม เพียงแค่เห็นแววตาของมัน เขาก็จดจำได้ในทันที
จิ่นเหิงปลดปล่อยลมปราณมุ่งตรงไปยังมือโลหิตเกาซิ่น ใช้พลังลมปราณตรึงคนผู้นี้เอาไว้ ป้องกันไม่ให้มันหลบหนี จากนั้นก็ใช้พลังวัตรกระชากตัวมันเข้าหาตนเอง
“ฮา ฮา แผ่นดินกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตกลับนำพาให้เราได้ชำระสำนัก เกาซิ่น เ้าออกมาสู้กับเราเดี๋ยวนี้ คนทรยศเช่นเ้า ไม่สมควรมีชีวิตต่อไปแล้ว”
เกาซิ่นไม่ได้ต่อต้านหรือหลบหนี มันกลับพุ่งร่างเข้าหาจิ่นเหิงด้วยความรวดเร็ว พร้อมทั้งฟาดฝ่ามืออย่างรุนแรงใส่ศิษย์ร่วมสำนักด้วยความอำมหิต
ฝ่ามือที่คล้ายขยายใหญ่ขึ้นได้เรื่อย ๆ นี่เป็กระบวนท่าสุดท้ายในยอดวิชาฝ่ามือมรณะ แสดงว่ามันฝึกฝนยอดวิชาต้องห้ามนี้สำเร็จแล้ว
จิ่นเหิงกลับไม่รู้สึกตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาดีดตัวถอยหลังสามก้าว จากนั้นก็พุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับต่อยหมดออกอย่างต่อเนื่องนับร้อยหมัด บรรยากาศรอบข้างกลายเป็น่าอึดอัดเพราะปรากฏภาพหลอนของหมัดนับพันนับหมื่นกระแทกใส่ฝ่ามือขนาดั์จนรู้สึกลายตา เหล่าชาวยุทธ์ที่อยู่ใกล้และฝีมืออ่อนด้อยหลายคนถึงลูกหลงกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง
เกาซิ่นเองก็ยอดเยี่ยมยิ่ง มันพุ่งตัวราบไปกับพื้นดิน แปรเปลี่ยนจากฝ่ามือเป็กรงเล็บ เข้าประชิดถึงด้านข้างของจิ่นเหิง กรงเล็บมือที่คล้ายกรงเล็บเหยี่ยวได้ตะกุยคว้าใส่หัวไหล่ของศิษย์ร่วมสำนัก สีหน้าของมันปรากฏแววตื่นเต้นยินดี เมื่อคว้าจับได้ก็เท่ากับกุมชะจาชีวิตของอีกฝ่ายได้
ยังไม่ทันที่เกาซิ่นจะออกแรงที่นิ้วเพื่อคว้าจับกระชากตัวอีกฝ่าย ก็รู้สึกปวดแปลบบริเวณชายโครงด้านขวา มันรู้สึกว่าอวัยวะภายในกำลังกำลังแหลกละเอียด เสียงกระดูกซี่โครงหักดังเกรียวกราว ร่างของมันลอยละลิ่วไปไกล กระแทกใส่เสาหินต้นหนึ่ง ร่างของมันรูดไหลลงอย่างรวดเร็ว นอนทรุดอยู่ตรงนั้นคล้ายกองดินเหลวกองหนึ่ง หมัดของคู่ต่อสู้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งนัก แม้มันจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว ยังคงไม่เข้าใจว่าตัวเองตายเพราะอะไร
หมัดภูผาจิ่นเหิงจ้องมองซากศพของศิษย์ทรยศด้วยความสมใจ เขาเฝ้ารอโอกาสเช่นนี้มานานนัก เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากคนเก่าแก่ในพรรคทั้งใจและกาย ก็มีแต่การกำจัดคนทรยศเท่านั้น และวันนี้เขาทำมันสำเร็จแล้ว
วรยุทธ์ของเขาเป็หนึ่งในพรรค วันนี้เขาแสดงให้เห็นแล้วว่า ต่อให้คนอื่นในพรรคจะสำเร็จยอดวิชามาจากไหน ก็ไม่สามารถเอาชัยเขาได้
บรรยากาศกลายเป็ตึงเครียด ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมา เมื่อยอดฝีมือที่แท้จริงสำแดงเดชให้ชมดู เหล่าชาวยุทธ์ที่มีฝีมืออ่อนด้อยกว่าล้วนสงบปากสงบคำ
เหนือฟ้าย่อมมีฟ้าเสมอ จอมยุทธ์บางคนเพิ่งเข้าใจสัจธรรมนี้เมื่อมาเผชิญด้วยตนเอง ต้องลอบหัวร่อตนเองที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ หลงคิดว่าตนเองอาจเป็ผู้โชคดี ได้ศัสตราเทพสักชิ้น กลายเป็ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อได้ยลฝีมือของยอดยุทธ์ที่แท้จริงจึงรู้ตัวว่ายังห่างไกลจากผู้อื่นอีกมากโข
จอมยุทธ์ที่สำนึกตัวว่าไม่มีโอกาสได้ศัสตราวุธเริ่มทยอยจากไป แต่ยังมีอีกมากนักที่ยังคงเสี่ยงดวงรอคอยโอกาสต่อไป บางคนแค่หวังดูเื่สนุกที่จะเกิดขึ้นต่อไป บางคนก็เพียงแค่แกล้งทำเป็เข้มแข็งทั้งที่อยากกลับบ้านไปนอนกอดภรรยาและลูกแล้ว
จิ่นเหิงเองก็บรรลุภารกิจแล้ว แม้จะพลาดจากยอดศัสตราอย่างดาบอัคคีพิโรธและดาบวายุสลาตัน มันก็ไม่ใช่เื่น่าเสียดายอะไร เมื่อจอมยุทธ์ระดับสุริยเทพิหวั่งและวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินเข้าร่วมการแย่งชิง คนในพรรคก็ไม่เหตุผลที่จะผิดหวังในตัวเ้าสำนักอย่างเขาที่ไม่ได้ศัสตราวุธมา
เขาก้าวเดินออกจากการชุมนุมนี้ ได้เวลาจากไปแล้ว เป้าหมายหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา ศัสตราวุธที่หมายปองตกไปอยู่ในมือผู้อื่นแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ
หมัดภูผาจิ่นเหิงเดินจากไปแล้ว แต่จอมยุทธ์คนใหม่กำลังทยอยมา