บทที่2 :เลื่อนขั้นวิชาร่างกาย
"กายนักรบได้รับ
EXP: 3"
"ขอแสดงความยินดี กายนักรบได้รับ
การเลื่อนขั้น +1"
"ขอแสดงความยินดี การนักรบได้รับ
EXP: 1"
ตอนนี้ร่างกายของเฉินเจียงรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นและเริ่มรู้สึกว่าหมัดที่ชกโดนเขามันเบาลงจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้วพลั่นทันใดนั้นเขาก็รู้สึกยินดีมาก 'ค่าสถานะ'
โฮสต์:เฉินเจียง ระดับขั้นบ่มเพาะ:หลอมกายาขั้นที่1(7/10EXP)
อายุ:15/100ปี พลังรบ:20
พละกำลัง:1.15 ความเร็ว:1.1
ร่างกาย:1.25 ปราณ:1.2
ทหารภายใต้ปกครอง:4/10
ทักษะ:ดาบเส้นด้าย ขั้น2(มี3ขั้น)
ทักษะบ่มเพาะ:คัมภีร์ความโกลาหลของ์ ขั้น1(0/100EXP),คัมภีร์กายนักรบ ขั้น2(1/20EXP)
ฉายา:หัวหน้าหน่วยทหาร(ส่งผลทำให้ทหารภายใต้การบัญชาเพิ่มความภักดี5%)
หมู่บ้านภายใต้การปกครอง:หมู่บ้านัทมิฬ
สำหรับทหารที่กำลังต่อยเฉินเจียงนั้นพวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเฉินเจียงแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย มือของพวกเขาในตอนนี้รู้สึกเจ็บและเหนือยแต่พวกเขาก็โจมตีต่อไป
"ขอแสดงความยินดี กายนักรบได้รับ
EXP: 1"
"ขอแสดงความยิน กายนักรบได้รับ
EXP: 1"
..........
หลังจากผ่านไปสองถึงสามนาทีร่างกายของพวกเขาก็เริ่มรับไม่ไหวแล้วและพวกเขาก็ต้องหยุดพักสักครู่"เหนือยๆเหนือยเหลือเกิน"
เฉินเจียงแทบจะไม่ได้สนใจภายนอกเลยตอนนี้เขาเอาแต่สนใจมองไปที่ระบบที่กำลังแจ้งเตือนขึ้นมาเรือยๆ เมื่อได้ยินเสียงทหารภายใต้การปกครองของตนกำลังเหนือย หอบเขาก็พึ่งได้สติ"เอ้อ พวกเ้าพักก่อนก็ได้"
ในตอนนี้กายนักรบของเฉินเจียงเลื่อนขั้นกลายเป็ขั้น3แล้วซึ่งทำให้ค่าร่างกายเพิ่มขึ้นเป็1.3ด้วยระดับร่างกายเช่นนี้เขาสามารถรับการโจมตีของขั้นหลอมกายาขั้นที่3ได้อย่างสูสี
เมื่อทหารทั้งสี่เดินไปพักพวกเขาก็คุยกันเื่ของหัวหน้าของพวกเขาว่าทำตัวแปลกๆไป
เฉินเจียงไม่อยากให้เวลาเสียเปล่าเพราะว่าเขาติดนิสัยจากโลกก่อนเขาเป็คนใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเขาจึงเดินเข้าไปในเต็นท์แล้วนั่งลงตรงเตียงฟูกเล็กๆเหมาะสำหรับนอน1คนและเริ่มบ่มเพาะคัมภีร์ความโกลาหลของ์
ส่วนที่ว่าคัมภีร์นี้ถึงชื่อว่าความโกลาหลของ์เป็เพราะพลังงานที่อยู่รอบๆร่างกายจะเข้ามาในร่างกายอย่างรวดเร็วและบ้าครั่งจนทำให้สภาพแวดล้อมเกิดความเปลี่ยนแปลงระหว่างบ่มเพาะได้
ระหว่างที่อธิบายไปนั้นเต็นท์ของเฉินเจียงก็เริ่มมีลมพัดเข้ามาเบาๆและแรงขึ้นที่ละเล็กน้อย
พลังปราณอยู่รอบกายค่อยๆเข้ามาในร่างกายของเฉินเจียง
"ขอแสดงความยินดี คัมภีร์ความโกลาหลของ์ได้รับEXP:1"
"ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับEXP:1"
"ขอแสดงความยินดี คัมภีร์ความโกลาหลของ์ได้รับEXP:1"
......
หลังจากผ่านไปหลายนาทีพลังปราณที่อยู่รอบๆเต็นท์ก็เริ่มเบาบางลงร่างเฉินเจียงที่นั่งเงียบๆอยู่นั้นก็ะเิแปล่งออร่าปราณของหลอมกายาขั้น2ออกมา แล้วก็ลืมตาขึ้น
"เห้อ การบ่มเพาะนี้ก็เหนือย เหมือนกันเนี้ย"น้ำเสียงของเฉินเจียงดูเหมือนเหนือยมากทั้งที่เขาพึ่งจะบ่มเพาะไปเพียงไม่กี่นาทีแล้วเลื่อนถ้าคนอื่นมาเห็นเฉินเจียงพูดแบบนี้พวกเขาคงร้องไห้ฟูมฟายแน่นอนเพราะว่าพวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงมากเพื่อทุ่มเทให้การบ่มเพาะแต่ก็ยังไม่เลื่อนขั้น
"ค่าสถานะ"เฉินเจียงพึ่งจะบ่มเพาะเสร็จจึงอยากดูข้อมูลสักหน่อย
โฮสต์:เฉินเจียง ระดับขั้นบ่มเพาะ:หลอมกายาขั้นที่2(0/20EXP)
อายุ:15/100ปี พลังรบ:40
พลังกำลัง:1.2 ความเร็ว:1.2
ร่างกาย:1.4 ปราณ:1.3
ทหารภายใต้การปกครอง:4/10
ทักษะ:ดาบเส้นดายขั้น2(มี3ขั้น)
ทักษะบ่มเพาะ:คัมภีร์ความโกลาหลของ์ขั้น1(3/100EXP),คัมภีร์กายนักรบขั้น3(0/30EXP)
ฉายา:หัวหน้าหน่วยทหาร(ส่งผลทำให้ทหารภายใต้การบัญชามีความภักดีเพิ่ม5%
หมู่บ้านภายใต้การปกครอง:หมู่บ้านัทมิฬ
ในป่าที่เฉินเจียงอาศัยอยู่นั้นคือผืนป่าดงดิปที่ไม่ค่อยอันตรายเท่าไร มีสัตว์อสูรและสัตว์ป่าประปรายอยู่บ้าง สัตว์อสูรในป่านั้นมีขั้นบำเพ็ญในขั้นหลอมกายา1-2 ซึ่งสัตว์อสูรขึ้นชื่อเื่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในขั้นเดียวกันอยู่แล้วซึ่งมนุษย์ขั้นเดียวกันต้องใช้3คนในการล่มสัตว์อสูรตัวนั้น
ด้วยข้อมูลดังนี้ทำให้เฉินเจียงและทหารของเขาเบาใจอยู่บ้างที่ป่านี้มีอสูรไม่แข็งแกร่งอะไรมากมาย
ทันใดนั้นผืนป่าใบไม้ก็สั่นสะท้านเบาๆแต่ไม่พ้นการค้นหาของทหารด้วยการเป็ทหารทำให้พอมีความรู้ในเื่ป่าอยู่บ้าง
พลั่น! ทหารทุกคนทั้งสี่ต่างหันไปมองที่ที่ทำให้เกิดสิ่งประหลาดนี้ขึ้นถึงในป่าจะดูเงียบสงบแต่มันก็เงียบเกินไป ทหารที่ชื่อจิ๋วตี้ก็กล่าวขึ้น"เราควรรายงานเื่นี้ให้หังหน้าทราบ" เมื่อกล่าวจบก็มีเสียงตอบมา "ไม่ต้องหรอกข้ารู้แล้ว"ซึ่งเสียงนั้นก็คือเฉินเจียงนั้นเอง
ตอนนี้เขาเป็เป็ถึงขั้นหลอมกายาขั้น2ทำให้ััทั้ง5ของเขาเหนือกว่าทหารทั้ง4อยู่หลายเท่า เื่นี้เขาจะไม่ทราบได้อย่างไร
เมื่อทหารทั้งสี่เห็นเฉินเจียงพวกเขาก็คารวะพร้อมความแปลกใจเพราะว่าถ้าหัวหน้ามาอยู่ข้างหลังเขาเขาก็ควรรู้ตัวสักนิดแต่ครั้งนี้พวกเขาไม่รู้สึกอะไรเลยมันเงียบซะเหลือเกิน
ซึ่งในความคิดของพวกทหารทั้งสี่คิดคือหัวหน้าของพวกเขาน่าจะทะลวงขั้นใหม่ได้แล้ว ความคิดทำให้พวกเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมามากพร้อมกล่าว "ขอแสดงความยินดีกับหัวหน้าที่ทะลวงขั้น ขอรับ!!"
เฉินเจียงก็รู้สึกแปลกใจทันทีว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงรู้ว่าเขาเลื่ิอนขั้น "พวกเ้าเดาถูกแล้วข้าทะลวงขั้นใหม่แล้ว" เสียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆพร้อมรอยยิ้ม
แต่ทันใดหน้าของเฉินเจียงแปรเปลี่ยนไปทันทีเพราะระบบเตือนเขาว่ามีสัตว์อสูรอยู่ในบริเวร300เมตร
"ติ้ง คำเตือนมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าโฮสต์อยู่ใกล้โฮสต์ในบริเวร300เมตร"
เมื่อถั่วเฟิงกับจิ๋วตี้และทหารอีกสองคนเห็นสีหน้าเฉินเจียงพวกเขาก็รู้ใจเบาและหนักหน่วงขณะที่กำลังจะกล่าวถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้า พลั่นใดเฉินเจียงก็ะโขึ้นมา"พวกเ้า รวมตัวระวังตัวไว้มีสัตว์อสูรอยู่ใกล้นี้!!"
เมื่อสิ้นเสียงเหล่าทหารต่างพร้อมใจกันอย่างกันนัดกันมาหยิบดาบมาตั้งเตรียมพร้อมกันอย่างรวดเร็วแล้วตั้งทัพเป็วงกลมโดยศูนย์กลางคือเฉินเจียงด้วยการเป็วงกลมทำให้สามารถเห็นรอบตัวได้
ในเวลานั้นทุกอย่างนั้นเงียบมาก ราวกับอยู่กลางสุสานได้ยินเพียงเสียงหายใจอย่างหนักหน่วงของเหล่าทหาร
ในหัวของเฉินเจียงตอนนี้ได้ยินเพียงเสียงเตือนในหัวดังเรือยๆและคำเตือนว่าใกล้ก็เริ่มลดลงเป็200เมตร 150เมตร
100เมตร ...............
เมื่ออสูรเข้ามาใกล้เฉินเจียงจึงเตือนเหล่าทหารทันทีว่า"อสูรมันอยู่ใกล้ๆเรานี้ ระวังไว้"
ทหารทั้งสี่ได้ยินคำนี้หน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ก็ทำตึงเครียดทันที พลั่นใดนั้นก็มีเสียงคำรามโผล่มาไม่เกินในระยะ30เมตรเสียงเหมือนใกล้จะสิ้นสุดเงาร่างสีดำก็ะโโผล่มาจากพุ่มไม้
_________________________________